6. บทที่ 6
เมื่อหลี่เฟยหลงออกมาจากห้อง และตามทุกคนไปนั่งรอป้าฉางตั้งโต๊ะที่ห้องอาหารเพื่อจัดการอาหารกลางวันให้เรียบร้อย
เขาจะได้กลับไปทำงานต่อ ที่เขาลาบ่อยๆ ไม่ได้เพราะก่อนหน้านี้ เขาพยายามเร่งทำผลงานและรับทำภารกิจเสี่ยงเพื่อ้าเลื่อนตำแหน่ง
จากพลเอกเป็พลเอกพิเศษที่เขาต้องรีบขนาดนี้เป็เพราะว่าเขาโดนบีบบังคับให้รับภารกิจเสี่ยงตายบ่อยๆจากผู้นำตำแหน่งสูงที่อยู่คนละฝ่ายกับพ่อเขา
ซึ่งพ่อเขาที่อยู่ยศสูงที่สุดแล้วตอนนี้ก็ยังไม่สามารถช่วยได้มากนักเพราะอีกฝั่งมีอยู่หลายคน จึงออกหน้ามากไม่ได้เดี๋ยวจะพลอยพากันล้มทั้งหมด
พวกคนตระกูลหลิวที่คอยตามขัดแข้งขัดขาคนตระกูลหลี่มาตลอดนั้นเมื่อสมัยก่อนไม่สามารถทำอะไรคนตระกูลหลี่ได้มากนัก แต่ตอนนี้มันต่างออกไป
เพราะความอยากเอาชนะของคนตระกูลนี้ มีมากจนน่าแปลกใจและน่าเอือมระอา พยายามผูกความสัมพันธ์ส่งลูกหลานในตระกูลไปแต่งงานกับคนมีอำนาจเพื่อแตกหน่อลูกหลานออกไป
นี่จึงเป็เหตุผลที่คุณพ่อเขาออกหน้ามากไม่ได้เพราะอีกฝ่ายมีจำนวนมากกว่า แม้ตำแหน่งหลายคนอาจไม่สูงมากนักแต่ก็เหมือนมดที่คอยไต่ไปมา ให้น่ารำคาญสร้างเื่เล็กเื่น้อยคอยจับผิดใส่ความกันได้ตลอด
เมื่อโดนบีบให้รับงานแบบนี้บ่อยเข้า ไม่สู้ถือโอกาสนี้เร่งรับภารกิจให้ได้มากที่สุด โดยไม่โต้แย้งอะไรมันทั้งสิ้นเพื่อขอเลื่อนตำแหน่งแบบเงียบๆ
ให้หลุดพ้นจากการเป็รองเพราะยศต่ำกว่า ไม่ต้องรอรับภารกิจ ทำตามคำสั่งใครที่เข้ามาแทรกแซงสั่งงานเหมือนสั่งให้เขาเอาชีวิตไปทิ้งได้อีกนอกจากพ่อของเขาแล้ว เพราะเมื่อได้เลื่อนตำแหน่งผู้บังคับบัญชาของเขาก็คือท่านจอมพลสูงสุดหลี่เฟยเทียนบิดาเขานั่นเอง
พลเอกพิเศษนี้ถือว่าเป็ยศที่สูงมากสำหรับคนหนุ่มแบบเขา แต่จะทำไงได้ละก็อีกฝ่ายยื่นเนื้อใส่ปากให้เขาเอง จึงทำให้เขาเลื่อนตำแหน่งขึ้นมาเรื่อยๆ
ทั้งที่โยนภารกิจที่อันตรายที่สุดเสี่ยงตายที่สุดใส่หัวเขา หวังให้ตายในภารกิจ เพื่อให้ตระกูลหลี่ที่ได้เป็ทหารตำแหน่งยศสูงกันมาในทุกรุ่นไม่มีทายาทสืบตระกูลอีก
เพื่อจะได้ไม่มีคนมาคอยแย่งตำแหน่งงาน แย่งความมีหน้ามีตาในวงสังคม รับผลประโยชน์จากผู้คนที่เข้าหาไปจนหมด
เมื่อทุกคนรับอาหารกลางวันกันเรียบร้อยแล้วก็แยกย้ายกันไปทำหน้าที่ของตัวเอง คุณย่าจางให้ป้าฉือเอาอาหารเข้าไปในห้องให้ลูกสะใภ้เธอเรียบร้อยแล้ว
ก่อนออกไปทำงานหลี่เฟยหรงยังเข้าไปร่ำลาภรรยาและลูกสาวตัวน้อยของเขาด้วยจุ๊บน่ารักๆคนละที พอใจแล้วก็เดินยิ้มออกมาอย่างเป็สุข
ผ่านหน้าห้องรับแขกที่ลูกชายหน้าเหม็นของเขา นั่งอ่านหนังสืออยู่อย่างเชื่อฟัง ไม่เล่นกันเสียงดังเอะอะเหมือนเด็กเล็กทั่วไป ก็ได้แต่ส่ายหัว
คิดในใจว่าถึงเ้าสองคนนี้จะเป็เด็กดีเชื่อฟัง แต่ออกจะฉลาดรู้ความแถมรู้ทันเขามากเกินไปหน่อย ไม่น่ารักน่าชื่นใจเหมือนลูกสาวเขาเลยสักนิด
คุณปู่หลี่อยู่ในห้องทำงานบนชั้นสองของบ้านกับคุณย่าจาง ตอนนี้กำลังต่อสายโทรหาเพื่อนสนิทของเขาซ่งหวังเหว่ยหรือพ่อตาของลูกชายเขานั่นเอง เพื่อบอกข่าวดีของสองครอบครัวถึงสมาชิกคนใหม่ที่พึ่งเกิดมา
"ซ่งเหว่ย ลูกสะใภ้ฉันคลอดหลานสาวออกมาแล้วนะแกจะกลับปักกิ่งเมื่อไร"
คุณปู่หลี่ไม่รอให้ปลายสายได้เอ่ยทักทายก่อนเลยด้วยซ้ำเขาแจ้งข่าวดีให้สหายฟังในทันที
ด้วยอยากให้ครอบครัวเพื่อนเขากลับมาปักกิ่งสักที ครอบครัวซ่งแต่เดิมก็อยู่ที่นี่มาตลอด เพราะเป็ตระกูลใหญ่มีหน้ามีตาเหมือนกัน เป็ทหารยศจอมพลสูงสุดทั้งคู่รุ่นเหนือหัวเขาขึ้นไปอีก ก็รู้จักสนิทสนมกันมาทุกรุ่น
ที่ซ่งหวังเหว่ยไปอยู่ทางใต้ทั้งที่ยศสูงขนาดนี้แล้ว นั่นเป็เพราะ้าลดการสร้างปัญหาเล็กบ้างใหญ่บ้างของคนตระกูลหลิว ที่ขยันโยนใส่หัวฝ่ายพวกเขาและคนที่เข้ามาผูกมิตรที่ดีด้วย
ยิ่งพวกเขารวมตัวกันพวกมันยิ่งสร้างเื่ใหญ่ เข้ามาแทรกแซงภารกิจ เพื่อไม่ให้ทำภารกิจสำเร็จจนมีคนในทีมเสียชีวิตไปหลายคน
พวกเขาจึงต้องมาวางแผนเร่งสร้างผลงานให้กับลูกชายของพวกเขา และตาเฒ่าซ่งจึงเสนอให้ซ่งหลี่เจี๋ยย้ายลงใต้ไปทำผลงานที่นั่นแทนหลี่เฟยหรง
เพราะเป็ห่วงลูกสาวและหลานชายทั้งสองถ้าต้องให้ลูกเขยไป เขาและเพื่อนจึงแยกกันเพราะเหตุผลนี้
" ฮ่า ฮ่า ฮ่า หลานน้อยคลอดแล้วอย่างนั้นหรือตาแก่หลี่วันนี้มีแต่เื่ดีๆทั้งนั้นเลย ฉันจะบอกแกเมื่อกลางวันมีจดหมายมาส่งให้เ้าหลี่เจี๋ย ในนั้นเป็ใบตอบรับการเลื่อนขั้นที่ได้รับการอนุมัติแล้วด้วยนะ"
คุณตาซ่งของหลานบอกกล่าวกับสหายด้วยความดีใจจนสุดจะกลั้นไหว เขาต้องดีใจอยู่แล้วมาอยู่ที่นี่ตั้งสามปีเต็มๆไม่ได้เห็นหน้าหลานเลย เมื่อมีเื่น่ายินดีสองเื่พร้อมกันขนาดนี้จะเก็บไว้อย่างไรไหว
คุณย่าซ่งที่นั่งอยู่ใกล้สามี ได้ยินสิ่งที่ซ่งหวังเหว่ยพูดออกมาทั้งหมดแล้ว ก็ยิ้มออกมาด้วยความยินดี
พลางคิดว่าวันนี้มีแต่เื่ดีๆอย่างที่เขาว่าไว้จริงๆ ั้แ่หลานสาวคลอดออกมาก็มีเื่น่ายินดีนี้เกิดขึ้นกับครอบครัวในทันทีเลย