“ไม่คิดว่าหลายชายจะรู้จักด้วย”นายพลวัยกลางคนพูดด้วยรอยยิ้ม
“ต้องรู้จักอยู่แล้วครับเพราะการกระทำของท่านนั้นเป็นแบบอย่างของคนรุ่นเยาว์รวมทั้งผมด้วย”ไผ่กล่าวด้วยความเคารพเลื่อมใส
ในโลกที่ชีวิตคนธรรมดานั้นไร้ค่า แล้วอยู่ดีดีก็มีคนคนหนึ่งสามารถยอมเสี่ยงชีวิตตัวเองเพื่อช่วยเหลือคนอื่นโดยไม่หายชีวิตของตัวเองคนแบบนี้จะไม่ให้ไผ่เคารพได้ยังไง
“ไม่ต้องเรียกท่านหรอกเรียกลุงนพก็ได้ ว่าแต่หลานอยู่ที่ไหนให้ลุงไปส่งไหมเพราะยังไงชื่อเสียงของตระกูลหม่าก็ไม่ค่อยดี เจ้าพวกนั้นอาจจะสุ่มรอโจมตีหลายชายก็ได้”นายพลนพดล พูดขึ้นด้วยความเป็นห่วง
“ได้ครับถ้าเช่นนั้นต่อไปนี้ผมจะขอเรียกว่าลุงนพนะครับ”
“ลุงนพไม่ต้องเป็นห่วงหรอกครับ ผมอาศัยอยู่ที่เมืองทะเลครามนี้เองไม่น่าจะมีปัญหาอะไร ตอนนี้มีคงต้องขอตัวก่อนและผมต้องขอบคุณสำหรับเรื่องในวันนี้อีกครั้งนะครับ”ไผ่บอกลาและโค้งคำนับขอบคุณอีกครั้งด้วยความเคารพ
“เอาล่ะถ้าเช่นนั้นก็แล้วแต่หลานชายก็แล้วกัน แต่ยังไงก็ต้องระวังตัวด้วย”นายพลนพดล พยักหน้ารับอย่างเข้าใจ
“ขบคุณมากครับ เช่นนั้นผมขอตัวก่อน”ไผ่เอยจบหันหลังแล้ววิ่งลงจากเขาหายตัวเข้าไปในป่าอย่างรวดเร็ว
“ไม่คิดเลยว่าประเทศของเราจะมีอัจฉริยะแบบนี้ปรากฎขึ้นอีกทั้งยังไม่มีความเย่อหยิ่งเหมือนกับเจ้าพวกลูกหลานตระกูลให้ในเมืองหลวงเหล่านั้น”นายพลนพดล พูดขึ้นอย่างตกใจเมื่อเห็นความเร็วของไผ่ซึ่งมันไม่ใช่ความเร็วที่ระดับทองจะมีได้ถ้าไม่ใช้ทักษะและจากที่ดูไผ่เองก็ไม่ได้ใช้ทักษะอะไรใช้เพียงพลังกายเท่านั้น
“ไปตรวจสอบข้อมูลของหลายชายมาเอาแค่ข้อมูลทั่วไปก็พอ ไม่ต้องตรวจสอบรายละเอียดลึกเกินไปไม่เช่นนั้นถ้าอีกฝ่ายเกิดรู้ขึ้นมาจะทำให้อีกฝ่ายเข้าใจผิดได้”นายพลนพดล พูดกับคนที่ยืนอยู่ด้านหลังด้วยน้ำเสียงจริงจัง
.
.
หลังจากออกมาจากยอดของดินแดนลึกลับไผ่ก็มุ่งหน้ากลับเมืองทะเลครามทันทีเนื่องจากไม่อยากเสียเวลา เนื่องจากเขาออกมานานเกินไปแล้วไผ่อดไม่ได้ที่จะคิดถึงและเป็นห่วงน้องทั้งสองคนของเขา
ในระหว่างทางกลับไม่มีอันตรายอะไรเกิดขึ้นอีกทั้งไผ่ยังเป็นถึงระดับทองจึงทำให้ใช้เวลาไม่นานไผ่ก็กลับมาถึงเมืองทะเลคราม
วันนี้ไม่ใช่วันหยุดไผ่จึงไปรอรับน้องของเขาที่โรงเรียนไผ่ยืนรออยู่หน้าโรงเรียนไม่นานก็ถึงเวลาเลิกเรียน
“ไอ้เด็กบ้าแกไม่มีตารึไงถึงได้วิ่งไม่ดูทางแบบนี้”ในขณะที่กำลังเดินไปที่หน้าโรงเรียนเพื่อไปรับเมฆและฟ้าก็บังเอิญได้ยินเสียงดังของผู้หญิงคนหนึ่งที่กำลังด่าใครบางคนอยู่
“ขอโทษค่ะหนูไม่ได้ตั้งใจ”ฟ้ารีบยกมือไหว้ขอโทษผู้หญิงวัยกลางคนตรงหน้าด้วยสีอาการตกใจ
“ใจเย็นๆนะคะคุณผู้หญิง ดิฉันต้องขอโทษแทนเด็กๆด้วยนะคะเด็กๆอาจจะวิ่งเล่นกันแล้วไม่ทันระวังทำให้ไปชนคุณผู้หญิงเข้า คุณผู้หญิงอย่าถือสาเลยนะคะ”อาจารย์สาวที่ค่อยส่งนักเรียนกลับบ้านเห็นเหตุการณ์จึงรีบเข้ามาช่วย
“ถอยไปแกอย่ามายุ่งไม่งั้นแกจะได้เห็นดีกัน”พูดเสร็จผู้หญิงวัยกลางคนผลักครูให้ถอยออกไปแล้วหันไปมองหน้าฟ้าด้วยความโกรธ
“ขอโทษแกคิดว่าแค่ขอโทษแล้วจะจบอย่างนั้นหรอ”ผู้หญิงวัยกลางคนตะโกนด้วยความโกรธพร้อมทั้งยกมือขึ้นเพื่อจะตีเด็กผู้หญิงตรงหน้า
“อย่านะคะ”ครูสาวตะโกนแล้วพยายามจะเข้ามาห้าม
“ฟ้าระวัง”เสียงของเมฆดังขึ้นแล้วรีบดึงฟ้ามาอยู่ด้านหลังแล้วมายืนบังตรงหน้าของฟ้าพร้อมทั้งหลับตาลงรอให้มือนั้นตีลงมา
แต่ในขณะที่มือของผู้หญิงวัยกลางคนอยู่ห่างจากใบหน้าของเมฆเพียงไม่กี่เซนก็ถูกมือของใครบางคนหยุดเอาไว้ก่อน
เมื่อเมฆเห็นว่าตัวเองไม่เป็นอะไรจึงลืมตาขึ้นดูก็เห็นชายหญิงสองคนยืนอยู่ด้านข้างพร้อมกับจับมือของผู้หญิงคนนั้นเอาไว้
“พี่เพชรพี่พลอย”เสียงเมฆร้องเรียกด้วยความดีใจ
“พี่พลอยหนูกลัว ฮือ ฮือ”เมื่อฟ้าเห็นพลอยก็รีบวิ่งเข้าไปกอดพร้อมกับร้องไห้ออกมาด้วยความกลัว
“คุณหนูไม่ต้องร้องนะ พี่จะไม่ยอมใครให้รังแกคุณหนูได้เด็ดขาด”พลอยนั่งลงกอดฟ้าด้วยดวงตาเย็นชา ‘กล้าทำให้คุณหนูร้องไห้พวกแกจะต้องชดใช้’
“พวกแกเป็นใครทำไมถึงกล้ามายุ่งเรื่องของฉัน พวกแกไม่รู้หรือไงว่าฉันเป็นใคร”ผู้หญิงวัยกลางคนชี้หน้าแล้วพูดด้วยความโกรธ
“เกิดอะไรขึ้น”ไผ่ที่เดินมาถึงเห็นเพชรกับพลอยจึงถามขึ้นแต่เมื่อมองเห็นว่าฟ้ากำลังร้องไห้สีหน้าของไผ่จึงเย็นชาลงทันที “ฟ้าเกิดอะไรขึ้นน้องร้องไห้ทำไม”ไผ่นั่งลงตรงหน้าของฟ้าแล้วถาม
“ฮือ ฮือ”ฟ้ากอดไผ่แล้วร้องไห้ออกมา
“พี่ไผ่”เมฆเดินมากอดไผ่ด้วยดวงตาแดงก่ำเช่นกันแต่ไม่ได้ร้องออกมา
“ตอนเลิกเรียนผมกับฟ้าวิ่งไล่จับกันแล้วบังเอิญไปชนคุณป้าคนนั้นเข้า แต่ฟ้าก็ยกมือไหว้ขอโทษแล้วคุณป้าคนนั้นไม่ยอมแล้วยังจะตีฟ้าอีกแต่ยังดีที่พี่เพชรมาช่วยเอาไว้ทัน”เมื่อเห็นว่าฟ้าเอาแต่ร้องไห้เพราะกลัว เมฆอธิบายให้ไผ่ฟังเรื่องราวที่เกิดขึ้นทั้งหมด
ก็ไม่แปลกที่ฟ้าจะหวาดกลัวขนาดนี้ก็เพราะว่าตั้งแต่เด็กจนโตฟ้าไม่เคยเจอเหตุการณ์แบบนี้เลยสักครั้ง เนื่องจากปกติทั้งคู่จะอยู่บนห้องและเป็นเด็กดีมาโดยตลอด
“ผมต้องขอโทษแทนน้องสาวของผมด้วยที่วิ่งไปชนคุณ ผมไม่ทราบว่าคุณบาดเจ็บตรงไหนหรือเปล่าครับผมพร้อมที่จะชดใช้ให้ครับ”ไผ่เก็บสีหน้าแล้วลุกขึ้นเดินไปหาผู้หญิงวัยกลางคนแล้วพูดด้วยรยยิ้ม.