ตอนที่27เจิ้งฟู่ VS เทียนฉี 2
ทีแรกนั้นเขาไม่คิดที่จะลงประลองด้วยซ้ำเขาขอเพียงแค่ผ่านการทดสอบก็เพียงพอแต่ตอนนี้ที่เขาเปลี่ยนใจลงการประลองก็เพราะสองเหตุผลหนึ่งเพื่อสร้างชื่อให้กับพ่อของเขาส่วนสองนั้นก็คือโสมพลังกายที่ช่วยให้ร่างกายเขาแข็งแกร่งขึ้น.......
ตอนนี้เจิ้งฟู่มีพลังที่สูงขึ้นแต่ร่างกายของเขากับไม่ได้แกร่งขึ้นเลยถึงเขาจะพยายามใช้ทักษะการออกกำลังกายจากโลกที่แล้วของเขาก็ตามมันก็เพียงช่วยเขาได้เพียงแค่เล็กน้อยเท่านั้น...........
*ถึงแม้ว่าเราจะมีพลังสูงกว่านางแต่ใช่ว่าเราจะเอาชนะนางได้ง่ายๆเราไม่ได้ฝึกฝนยุทธั้แ่แรกทำให้ร่างกายของเขาอ่อนแอกว่านางมากแต่ถึงยังไงเราก็ต้องชนะในการประลองนี้ให้ได้*
*ถึงเขาจะมีพลังสูงกว่าเราก็จริงแต่ยังไงเราก็ฝึกยุทธมานานกว่าเขาไม่มีทางที่คนพันนั้นจะชนะเราแน่เราต้องรีบจบการต่อสู้ให้ไว้ที่สุด*
ต่างฝ่ายต่างก็คิดที่จะจบศึกนี้ให้ไวที่สุดเพราะพวกเขาเองต่างมีข้อได้เปรียบเสียบเปรียบที่ต่างกันออกไปไม่ว่าจะเป็เื่เวลาและระดับพลังของแต่ละฝ่าย.....
ระ ระ เริ่มมมม!!!
เมื่อสัญญาณเริ่มการประลองดังขึ้นจากกรรมการเทียนฉีก็ไม่รอช้านางรีบพุ่งเข้าใส่เจิ้งฟู่ทันทีด้วยความเร็วสูงสุดที่นางมีส่วนเจิ้งฟู่เมื่อเห็นเทียนฉีพุ่งตัวเข้ามาเขาเองก็ไม่ยืนนิ่งเพื่อรอให้นางประชิดตัวได้แน่เขาเริ่มโจมตีนางก่อนด้วยทักษะกระบี่สายลม......
[คลื่นลมเบา]
บู้มมมม!!!
คลื่นลมถูกปล่อยออกมาจากกระบี่ของเจิ้งฟู่และพัดโจมตีไปที่เทียนฉีที่กำลังวิ่งเข้ามาหาทันที.....
“เชอะ!! คิดว่าข้ากลัวนักหรือยังไง?งั้นรองรับทักษะของข้าดูบ้างเป็ไร!!”
ทักษะกระบี่กิ้งก่าเพลิงกระบวนท่าที่หนึ่ง.....
[ลูกเพลิงกิ้งก่า]
นะ นะ นั่น!!!
ทุกคนต่างก็ตกตะลึงเมื่อเห็นทักษะที่เทียนฉีใช้ออกมา....
“ไม่อยากจะเชื่อเลยแม้แต่ทักษะที่นางใช้ก็คือทักษะกระบี่กิ้งก่าเพลิงของท่านเ้าตระกูล”
“และดูท่าแล้วนางคงจะใช้มันได้อย่างดีอีกด้วย”
ทั้งถงหลางและถงเทียนต่างก็พูดขึ้นอย่างใเพราะเพลงกระบี่กิ้งก่าเพลิงนั้นเป็ทักษะที่หม้อจือคิดค้นขึ้นมาเมื่อเขาได้รับกระบี่มาจากเ้าสำนักรุ่นที่แล้วและมันก็จัดอยู่ในทักษะระดับกลางชั้นต่ำอีกด้วยและทักษะนี้ก็ฝึกได้เฉพาะครอบครัวของเขาเท่านั้นจึงไม่มีผู้ใดล่วงรู้ความสามารถและขั้นตอนของมัน......
ตู้มมมม!!!
ทั้งสองพลังเข้าประทะกันทันทีพลังการโจมตีที่เทียนฉีปล่อยออกมานั้นไม่ได้ด้อยไปกว่าพลังการโจมตีของเจิ้งฟู่เลยบวกกับกระบี่ของนางด้วยแล้วทำให้มันมีพลังที่สูสีกันมากจนทำให้พลังทั้งสองกระจายสลายไปทันที.......
“ดูนั้นสิพลังของทั้งคู่เสมอกันแนะ!!”
“ข้าว่าไม่นะ!! ถ้าไม่เพราะแม่นางน้อยเทียนฉีใช้กระบี่ที่มีระดับสูงกว่านางก็คงจะไม่สามารถปล่อยพลังขนาดนั้นได้แน่และเผลอๆการปะทะกันเมื่อครู่นี้ฝ่ายมี่พ่ายอาจจะเป็นางก็ได้!!”
“ไม่เลวเลยที่นางทำได้ถึงขนาดนี้!! ถ้านางมีพลังสูงกว่านี้ข้าคิดว่ากระบวนท่าเมื่อคู่นี้เ้าหนูคงแพ้แน่ๆแต่นั้นก็เป็เพราะกระบี่ด้วยละนะ” ถงหลางกล่าวขึ้นพร้อมยิ้มอย่างชื่นชม.....
อือ!!
ทุกคนที่ได้ฟังคำพูดของถงหลางต่างก็เห็นด้วยกับความคิดของถงหลางเพราะถ้าเทียนฉีมีระดับที่สูงกว่านี้อนุภาพที่นางปล่อยออกมาเมื่อครู่คงไม่ใช้เพียงแค่เสมอแน่แต่มันก็รวมถึงการใช้กระบี่กิ้งก่าเพลิงควบคู่ไปด้วยละนะ......
“ยังหรอกน่า!!มันยังไม่จบเพียงเท่านี้หรอก!!”เทียนฉีะโออกมาเสียงดังก่อนที่นางโจมตีใส่เจิ้งฟู่อีกครั้งทันทีอย่างรวดเร็วส่วนเจิ้งฟู่ก็ไม่รอช้าเขารีบใช่กระบวนกระบี่อ่อนตั้งรับทันทีเพื่อรับการโจมตีของนาง.........
เทียนฉีโจมตีอย่างรวดเร็วและต่อนางจนแทบไม่ได้พักหายใจทำให้เจิ้งฟู่ทำได้เพียงแต่ตั้งรับเท่านั้นถ้าจากมุมองของคนอื่นแล้วมันเหมือนกับว่าเจิ้งฟู่เป็ฝ่ายที่กำลังเสียเปรียบอยู่แต่ที่จริงแล้วมันเป็เทียนฉีต่างหากที่กำลังจะแย่ถ้านางยังโจมตีแบบบ้าคลั่งแบบนี้เพราะในใจของนางนั้นเต็มไปด้วยความคิดที่จะเอาแต่ชนะจนทำให้นางกระหน่ำโจมตีใส่เจิ้งฟู่แบบไม่ยั้งจนลืมตัว.......
“น่าเสียดายนางไม่น่าใจร้อนแบบนั้นเลย.....ถ้านางใช้สติมากกว่าอารมณ์การต่อสู้นี้คงยากที่จะรู้ผลได้อย่างแน่ชัด”ถงหลางที่รู้สึกชื่นชมก่อนหน้านี้ตอนนี้เริ่มที่จะเปลี่ยนความคิดเป็สงสารและเสียใจกับเทียนฉีที่ใช้อารมณ์มากเกินไปในการต่อสู้.....
“แบบนี้ก็คงรู้ผลแล้วละมั้ง"ไหกู่เองก็คิดเดียวกันกับถงหลางจึงได้พูดขึ้นและไม่เพียงแค่ทั้งสองคนแต่ทุกคนต่างก็คิดเหมือนๆกันเมื่อเห็นแบบนี้ทีแรกใครๆต่างก็คิดว่ามันคงจะสนุกกว่านี้แต่เมื่อเห็นเทียนฉีโจมตีแบบบ้าคลั่งมันจึงทำให้ทุกคนพอจะเดาออกได้ว่าใครจะชนะ.....
“ท่านเ้าตระกูลไหงนางถึงเป็แบบนี้ไปได้...?” เล่าชู่ที่เห็นการต่อสู้กำลังจะจบลงมันจึงได้หันไปถามหม้อจือเพื่อหวังให้หม้อจือเรียกสติเทียนฉีกลับมาเพราะสถานการณ์แบบนี้มันทำให้รู้สึกเล่าชู่ร้อนใจมากส่วนหม้อจือไม่ได้ตอบกลับมันเพียงแต่มองไปที่ลานประลองที่ทั้งคู่กำลังต่อสู้อยู่ด้วยใบหน้าที่นิ่งสงบเช่นเดิม.....
เฮ้ออออ!!
เมื่อเล่าชู่เห็นแบบนั้นมันก็ทำได้เพียงแต่ถอนหายใจออกมาเท่านั้นมันคิดว่าอย่างน้อยการประลองในวันนี้มันจะได้เห็นเจิ้งฟู่แพ้เพราะในตอนแรกที่มันเห็นเทียนฉีใช้กระบี่กิ้งก่าเพลิงที่เป็กระบี่ระดับสูงแล้วเชียวแต่เหตุการณ์กับกลับกันไปหมดเพราะเทียนฉีใช้แต่อารมณ์ในการต่อสู้.....
แป๊ะ!!
ทันใดนั้นเองในขณะที่เทียนฉีโจมตีใส่เจิ้งฟู่แบบไม่ยั้งกระบี่ของเจิ้งฟู่ก็เริ่มที่จะมีรอยร้าวและเริ่มที่จะแตกออกบางส่วนแล้ว......
“นั้นกระบี่ของเด็กที่ชื่อเจิ้งฟู่กำลังจะแตกแล้ว!!”
“จริงด้วย ถ้ากระบี่ของเขาแตกก่อนที่เทียนฉีจะหมดกำลังละก็งานนี้เ้าหนูนั้นก็ต้องแพ้แน่”
เทียนฉีเอามันเลย!!
ทันใดนั้นเสียงเชียร์ก็ดังขึ้นมาอีกครั้งเมื่อเห็นกระบี่ของเจิ้งฟู่เกิดการแตกร้าว......
“แย่แล้วกระบี่ของน้องเจิ้งกำลังจะแตกแล้ว.....!!”
เพ้ง!!!
แต่ยังไม่ทันได้สิ้นสุดเสียงของไหกังกระบี่ของเจิ้งฟู่ก็แตกออกทันทีเศษกระบี่แตกกระจายเหลือเพียงแต่ด้ามจับเท่านั้น.....
ฮ่า ฮ่า ฮ่า!!
“กระบี่ของเ้าแตกแล้วคราวนี้เ้าก็ไม่มีอะไรไว้ใช้ป้องกันอีกแล้ว”เทียนฉีหัวเลาะลั่นด้วยท่าทางดีใจและสะใจอย่างมากก่อนจะใช่กระบวนท่าต่อไปในทันที.....
ทักษะกระบี่กิ้งก่าเพลิงกระบวนท่าที่สอง...
[เพลิงกิ้งก่าผลาญ]
บะ บะ บ้าไปแล้วววว!!
มีคนน้อยนักที่จะได้เห็นทักษะกระบี่กิ้งก่าเพลิงนี้และผู้ที่ได้เห็นต่างก็มีแต่ผู้าุโระดับสูงเท่านั้นนั่นจึงทำให้พวกเขาใเมื่อเห็นนางใช้กระบวนท่าที่สองนี้
“นั้นนางใช้ได้แม้กระทั้งกระบวนท่าที่สองหรอเนี่ย? ไม่อยากจะเชื่อเลยสมแล้วที่เป็บุตรสาวของท่านเ้าตระกูลถ้า”
สีหน้าของไหกู่ยังคงใไม่หายแม้แต่ถงเทียงกับถงหลางเองก็ด้วยส่วนคงซือนั้นต่างก็มองด้วยแววตาประทับใจแต่ก็อดเป็ห่วงลูกชายตัวเองไม่ได้เช่นกันแต่ก็ยังมีอีกคนที่ทั้งใและสะใจไปพร้อมๆกันนั้นก็คือเล่าชู่นั้นเองมันยิ้มอย่างมีความสุขทันทีเมื่อได้เห็นกระบวนท่าที่สองของนาง.......
*คราวนี้ไอ้หนูนั้นต้องเสร็จแน่ ฮ่า ฮ่า ฮ่า สะใจจริงโว้ย!!* เล่าชู่คิดในใจของมัน.....
ฟู้ววววว!!
คลื่นพลังยังคงตรงเข้ามาหาเจิ้งฟู่เรื่อยๆและห่างจากตัวเขาไม่เท่าไหร่แล้วและความร้อนที่เกิดจากกระบวนท่านี้นั้นก็สูงเอามากๆทำเอาคนที่อยู่รอบๆถึงกับแสบร้อนไปหมดและต่อให้พวกเขามีระดับพื้นฐานขั้นแปดหรือเก้าพวกเขาก็ยังได้รับผลก็อยู่ดี......
เจิ้งฟู่!!
ทุกคนต่างก็ลุ้นกับผลที่จะออกมาว่าเขาจะรับมือยังไงกับกระบวนท่านี้.....
พึ่บ!!
ฟิ้วววว!!
ตู้ม!!
เสียงะเิดังสะนั่นไปทั่วลานประลองพร้อมกับฝุ่นควันที่ลอยฟุ้งจนทำให้มองไม่เห็นบนเวทีว่าเกิดอะไรขึ้นบ้าง.......
“กะ กะ เกิดอะไรขึ้นบ้าง?”
ทุกคนพยายามที่จะมองผ่านกลุ่มควันนั้นแต่ก็มองไม่เห็นและกรรมการเองก็ออกมาอยู่นอกสนามจึงทำให้ไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นแต่จากเสียงะเิที่ดังเมื่อครู่นี้ทุกคนคิดว่าเจิ้งฟู่คงจะแพ้แน่......
ครืดดดด!!
แต่ทันใดนั้นเองจู่ๆหม้อจือก็ลุกขึ้นยืนพร้อมกับดวงตาที่เบิกกว้างด้วยความใทำเอาทุกคนที่อยู่ในลานประลองต้องหันไปมองที่เขากันหมดว่ามันเกิดอะไรขึ้นเพราะว่าตลอดหลายวันที่ผ่านมาของการทดสอบจนมาถึงการประลองในรอบสุดท้ายนี้เขาเอาแต่นั่งนิ่งสงบไม่มีท่าทีอะไรเลยแต่เมื่อเทียนฉีใช้กระบวนท่าที่สองและทำให้เกิดเสียงดังสะนั่นจู่ๆเขาก็ยืนขึ้นด้วยความใ......
“ท่านเ้าตระกูลเกิดอะไรขึ้นอย่างนั้นหรอ?” เล่าชู่ที่นั่งอยู่ด้านข้างถามขึ้นด้วยความสงสัยเพราะขนาดมันเองก็ยังไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นและทำไมจู่ๆหม้อจือถึงได้ยืนขึ้นทำท่าใอย่างนั้นด้วย.......
“เป็ไปไม่ได้ เป็ไปไม่ได้ เป็ไปไม่ได้!!!”
หม้อจือพูดคำว่าเป็ไปไม่ได้ออกมาถึงสามครั้งด้วยกันและคำพูดของเขาก็ทำเอาทุกคนที่กำลังตกอยู่ในความสงสัยอยู่นั้นยิ่งสงสัยและอยากรูเข้าไปอีกส่วนคงซือและพวกก็พยายามที่จะมองไปที่บนเวทีประลองว่ามันเกิดอะไรขึ้นแต่ว่าฝุ่นควันนั้นยังคงลอยเต็มไปหมดจนบดบังทัศนียภาพทำพวกเขาเลยไม่รู้ว่าเกิดสิ่งใดขึ้นและใครเป็ผู้ชนะ.....
หลังจากผ่านไปราวสิบลมหายใจได้กลุ่มควันก็เริ่มจางหายไปและภาพที่ปรากฏบนลานเวทีก็คือหลุมขนาดใหญ่ที่เกิดจากแรงะเิเมื่อครู่และถัดจากหลุมไปไม่ไกลก็คือเจิ้งฟู่และเทียนฉีแต่ภาพที่ทุกคนเห็นนั้นไม่ใช้เจิ้งฟู่ที่เป็ฝ่ายแพ้แต่กลับเป็เทียนฉีที่นอนหมดสติอยู่บนพื้น......
“กะ กะเกิดอะไรขึ้น... ทำไมนางถึงนอนหมดสติ?”
“นั่นสิ มันไม่ใช่ว่าเ้าเจิ้งฟู่นั้นต้องเป็คนนอนหมดสติหรอกหรอ?”
ความสงสัยเกิดขึ้นภายในใจของทุกคนไปหมดความคิดต่างๆมากมายที่เกี่ยวกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนั้นพวกเขาไม่รู้จะพูดออกมายังไงเพราะว่าคนที่นอนหมดสติกลับเป็เทียนฉีแทนที่จะเป็เจิ้งฟู่เพราะใครๆต่างก็เห็นว่าเจิ้งฟู่หลังจากที่กระบี่ของเขาแตกไปนั้นเทียนฉีก็ใช้ท่าที่รุนแรงของนางใส่เขาแล้วทำไมฝ่ายที่แพ้ถึงเป็เทียนฉีไปได้กัน.........
“เทียนฉีหมดสติ ผะ ผะ ผู้ชนะได้แก่..... เจิ้งฟู่!!!” เมื่อกรรมการคืนสติได้เขารีบเดินเขาไปดูเทียนฉีทันทีและเมื่อตรวจสอบแล้วนางหมดสติเขาจึงได้ประกาศผลการประลองทันทีและพูดต่อว่า“การประลองหาผู้ชนะรุ่นเยาว์ในปีนี้จบแต่เพียงเท่านี้ผู้ที่ผ่านการทดสอบจะได้รับหินพลังซีระดับต่ำเดือนละหนึ่งก้อนส่วนคนที่ชนะการประลองจะได้รับเพิ่มอีกห้าก้อนพร้อมกับรางวัลพิเศษโสมพลังกายที่ท่านผู้าุโเล่าชู่ได้เพิ่มเติมไว้ด้วย”
เย้!!!
เจิ้งฟู่!!!
เจิ้งฟู่!!!
เสียงเชียร์ดังไปทั่วสนามทดสอบ(ส่วนใหญ่เสียงของผู้หญิง)ทำให้ทุกคนเลิกคิดถึงเื่ที่พวกเขาไม่รู้ว่ามันเกิดอะไรขึ้นไปและหันมาส่งเสียงเรียกชื่อเจิ้งฟู่แทนเพราะไม่ว่าจะคิดยังไงก็คิดไม่ออกอยู่ดีว่ามันเกิดอะไรขึ้นในนั้น.......
ปัง!!
“บัดซบ!! มันเป็อย่างนี้ได้ยังไงไอ้หนูนั้นต้องโกงแน่ๆก็เห็นอยู่ว่าเมื่อกี่มันกำลังจะแพ้มันต้องโกงแน่ๆ!!”ทันใดนั้นเสียงของเล่าชู่ก็ดังขึ้น....
โกง!!?
“นี่ๆๆๆท่านผู้าุโใหญ่กล่าวหนักไปแล้วแค่การประลองของเด็กๆ จะมีการโกงได้ยังไงกันพวกเราเองก็ดูอยู่ถ้าเขาโกงก็ต้องรู้สิ!!ท่านผู้นำตระกูลเองก็อยู่ด้วยท่านเห็นไหม?” ถงหลางเถียงขึ้นมาในมันทีทำเอาเล่าชู่พูดอะไรไม่ออกเลยมันได้แต่กลืนคำของมันลงไปด้วยความโมโหใบหน้าของมันทั้งน่าเกลียดและบิดเบี้ยวไปหมด.......
“การประลองจบแล้วข้าขอตัวก่อน....” เมื่อพูดอะไรไม่ได้มันจึงขอตัวกลับก่อนมันรีบโค้งคาราวะหม้อจือจากนั้นก็หันมาทางคงซือไหกู่ ถงเทียงและถงหลางและมองไปยังผู้าุโทันอื่นก่อนจะรีบเดินจากไป.....
“เดินดีๆนะขอรับระวังจะลื่น!!”
“ชิ!!พวกแกคอยดูเถอะหนีแค้นในครั้งนี้ข้าต้องชำระคืนทั้งหมดแน่และจะเอาให้มากกว่าที่พวกแกทำไว้กับข้าคนนี้อีก”