War of the gods destroy Multiverse

    ตอนที่ 57

    วันที่ เก้า กรกฎา พวกเยี่ยหลงก็มาถึงยังจุดที่ใกล้ๆกับตลาดใกล้ๆที่กับทะเลสาบหมอกมายา


    หลิงคุนหลุนก็กล่าวขึ้น " พวกเราเริ่มใช้เทียนไขล่องหนกันตอนนี้เลย พอเมื่อได้เปลี่ยนชุดเป็นคนของพรรคมารแล้ว ก็มาเจอกันที่จุดๆนี้ เอาตามนี้นะ " 


    หลิงคุนหลุนกล่าวเสร็จ คนก็ทำการจุดเทียนไขเป็นคนแรก และล่องหนเข้าตลาดไป


    พอหลิงคุนหลุนเปิดประเดิมแล้ว คนอื่นๆก็ทำตามคนไป


    ไม่นานพวกคนก็ได้เปลี่ยนชุด เป็นเสื้อผ้าชุดของคนของพรรคมาร


    โดยโม่เฉิงฟู่ หลิงคุนหลุน หลัวถานจิ้น ลู่ขุยอัน ได้ชุดมาเป็นชุดของนิกายมารฟ้า


    ส่วนเยี่ยหลงได้ชุดมาเป็นชุดของพรรคเทพอสูรเพียงคนเดียว


    เหตุเพราะตอนที่คนกำลังเดินหาคนของนิกายมารฟ้าอยู่นั้น คนก็เจอกับคนของพรรคเทพอสูรที่เดินมาคู่กับคนของนิกายมารฟ้า เดิมทีคนอยากจะได้ชุดเสื้อผ้าของคนของนิกายมารฟ้า แต่คนของนิกายมารฟ้าไม่เปิดช่องว่างให้ทำการโจมตีจนสลบและลากไปเปลี่ยนชุดกันเลย แต่กลับกันทางด้านของคนของพรรคเทพอสูร คนเปิดช่องว่างให้เห็น คือ มันตัดสินใจเดินไปฉี่เพียงคนเดียวในที่ลับตา 


    เยี่ยหลงที่ไม่อยากจะเสียเวลา คนจึงตัดสินใจเลือกคนของพรรคเทพอสูร


    เมื่อเยี่ยหลงเห็นว่าตนได้ชุดมาแตกต่างจากคน คนจึงกล่าวถาม " ศิษย์พี่ ข้าได้ชุดที่แตกต่างจากพวกท่านมา จะส่งผลอะไรต่อแผนหรือไม่ หรือข้าต้องกลับเข้าไปในตลาดเพื่อหาชุดเปลี่ยนใหม่ เป็นแบบเดียวกับพวกท่านหรือไม่ "


    หลิงคุนหลุนบอก " ไม่จำเป็นหรอก เพราะจากที่ข้าดู การที่คนของนิกายมารฟ้ากับคนของพรรคเทพอสูรมาเดินด้วยกันแบบนี้ พวกมันต้องร่วมมือกันเป็นแน่ "


    " ท่านมั่นใจเท่าไหร่ " โม่เฉิงฟู่ถาม


    หลิงคุนหลุนบอก " เก้าในสิบส่วน "


    เมื่อโม่เฉิงฟู่ หลัวถานจิ้น ลู่ขุยอัน เยี่ยหลง ที่เห็น

    หลิงคุนหลุนมั่นใจขนาดนั้น คนก็ไม่ถามอะไรต่อ


    " เอาล่ะพวกเรา ไปปะปนกับพวกมันกันในตลาดกันได้แล้ว พอถึงพรุ่งนี้พวกมันคงจะเรียกรวมตัวกัน เมื่อถึงตอนนั้น พวกเราค่อยเดินตามพวกมันไป และไปรวมตัวติดตามพวกมันไปเอาขลุ่ยด้วยกัน " หลิงคุนหลุนกล่าว


    พอหลิงคุนหลุนกล่าวเสร็จ คนก็เริ่มออกตัวกลับไปในตลาดเป็นคนแรก


    ครั้นหลิงคุนหลุนนำไปแล้ว พวกเยี่ยหลงก็ไม่รีรอช้าเดินกลับเข้าไปในตลาดตามคนไปในทันที


    วันที่ สิบ กรกฎา ในที่สุดพวกนิกายมารฟ้าและพรรคเทพอสูรก็มารวมตัวกันโดยแบ่งเป็นสองฝ่ายชัดเจน ณ เกือบใกล้ริมฝั่งทะเลสาบหมอกมายา 


    โดยที่พวกมันไม่รู้เลยว่าพวกมันโดนแทรกซึมแฝงตัว จากคนนอกเสียแล้ว ซึ่งพวกที่แทรกซึมแฝงตัวเข้ามาก็หาใช่พวกใคร คือพวกเยี่ยหลงนั่นเอง


    พอพวกคนมารวมตัวกันครบแล้ว โดยแบ่งเป็นคนของพรรคเทพอสูรยี่สิบห้าคน และนิกายมารฟ้าอีกยี่สิบห้าคน


    หัวหน้าของกลุ่มนิกายมารฟ้าที่เห็นว่าพวกตน รวมตัวมากันครบแล้ว ยี่สิบห้าคน คนจึงกล่าว " ในเมื่อพวกเรามากันครบแล้ว เช่นนั้นก็รับยาทานพิษไป "


    พอหัวหน้าของกลุ่มนิกายมารฟ้ากล่าวจบ คนก็โยนยาเม็ดขึ้นไปบนฟ้า


    ทันทีที่ยาเม็ดถูกโยนขึ้นไปบนฟ้า พวกคนของนิกายมารฟ้าและรวมถึงพวกหลิงคุนหลุนที่แฝงตัวเข้ามา ก็ทำการใช้พลังวิญญาณดึงดูดยาเม็ดมาสู่มือตน


    เมื่อพวกคนได้ยาเม็ดมาแล้ว พวกคนก็ทำการดมดูก่อนว่าใช่ยาต้านพิษหรือไม่ สรุปว่าใช่ คนจึงกิน


    หัวหน้ากลุ่มพรรคเทพอสูรที่เห็นหัวหน้าฝ่ายนิกายมารฟ้าแจกยาต้านพิษแล้ว


    คนก็ไม่รีรอช้ารีบทำตามให้ทันที " นี่ยาของพวกเจ้า "


    คนโยนยาเม็ดขึ้นไปบนฟ้าแบบเดียวกันกับหัวหน้ากลุ่มของนิกายมารฟ้า และปล่อยให้คนของตนใช้พลังดึงยาไปกินกันเองเหมือนกับหัวหน้ากลุ่มนิกายมารฟ้า


    หัวหน้าของกลุ่มพรรคเทพอสูรกล่าวกับหัวหน้ากลุ่มนิกายมารฟ้า " หวังว่าพวกเจ้าจะทำตามข้อตกลงนะ เมื่อร่วมมือกันฆ่าคนที่ถือครองขลุ่ยที่หลบซ่อนอยู่ในเกาะกลางทะเลสาบหมอกมายาแล้ว พวกเราจึงค่อยหันมาฆ่าฟันกันเอง "


    หัวหน้ากลุ่มนิกายมารฟ้ากล่าว " ทางนี้ต่างหากที่ควรบอกว่า หวังว่าทางพวกเจ้าจะทำตามข้อตกลงนะ เพราะเป็นทางพวกเจ้าเองที่ยื่นข้อเสนอมา "


    หัวหน้ากลุ่มพรรคเทพอสูรหัวเราะ " ฮ่า ฮ่า ฮ่า " จากนั้นก็กล่าว " ทางเรารักษาสัญญาแน่นอน ขอเดิมพันด้วยเกียรติของพรรคเทพอสูรเลย "


    หัวหน้ากลุ่มนิกายมารฟ้ากล่าว " ขอให้มันจริงเถอะ "


    พอหัวหน้ากลุ่มนิกายมารฟ้ากล่าวเสร็จ คนก็หันไปทางทะเลสาบและเดินมุ่งขึ้นไปขึ้นเรือในทันที


    เมื่อหัวหน้ากลุ่มนิกายมารฟ้านำไปแล้ว พวกลูกน้องของหัวหน้านิกายมารฟ้ากลุ่มนี้ก็ตามหลังไปขึ้นเรือแบบติดๆ


    ครั้นหัวหน้ากลุ่มพรรคเทพอสูรเห็นดังนั้น คนก็รีบมุ่งไปขึ้นเรือเช่นกัน พอลูกน้องคนเห็นหัวหน้าตนนำไปแล้วนั้น พวกตนก็ตามไปด้วย


    ใช้เวลาประมาณครึ่งชั่วยาม พวกคนก็มาถึงเกาะกลางทะเลสาบหมอกมายาและขึ้นฝั่ง


    พอพวกคนขึ้นฝั่งแล้ว หัวหน้ากลุ่มนิกายมารฟ้าก็เรียกเข็มทิศออกมาจากแหวนมิติ และกล่าวกับเข็มทิศที่หมุนติ้วๆว่า " จงนำทางข้าไปหาขลุ่ยทำนองมรณะ ณ บัดนี้ "


    ทันทีที่หัวหน้ากลุ่มนิกายมารฟ้ากล่าวกับเข็มทิศเสร็จ ทันใดนั้นเข็มทิศก็หยุดหมุนและเริ่มชี้ไปทางทิศทางหนึ่ง


    เมื่อเข็มทิศหยุดหมุนและชี้นำทางแล้ว หัวหน้ากลุ่มนิกายมารฟ้าก็เริ่มเดินไปทางนั้น นำพวกคนไป


    ใช้เวลาครึ่งของครึ่งชั่วยาม พวกคนก็เดินมาเจอกับชายหนุ่มผิวซีดคนหนึ่งที่มีขลุ่ยเหน็บเอาไว้ที่เอวและกำลังนั่งเก็บสมนไพรอยู่


    เมื่อหัวหน้ากลุ่มนิกายมารฟ้าเห็นขลุ่ย คนก็กล่าวกับชายหนุ่มเก็บสมุนไพรเบื้องหน้า " เจ้าหนุ่มส่งขลุ่ยมา แล้วเจ้าจะไม่เจ็บตัว "


    ชายหนุ่มเก็บสมุนไพรที่ได้ฟังดังนั้น คนก็ลุกขึ้นและหันมามองคน และในฉับพลันคนก็ทำการหยิบขลุ่ยขึ้นมาเป่าอย่างไม่พูดพร่ำทำเพลง


    ทันควันที่ชายหนุ่มเก็บสมุนไพรนำขลุ่ยไปถึงปากตน หัวหน้ากลุ่มพรรคเทพอสูรก็กล่าวขึ้น " นำที่อุดหูที่พกมาอุดหูแล้ว "


    ทันทีที่คนบอกเสร็จ คนก็นำที่อุดหูที่ตนพกมานำมาอุดหูตนอย่างรวดเร็ว


    ในฉับพลันที่หัวหน้ากลุ่มพรรคเทพอสูร หัวหน้ากลุ่มนิกายมารฟ้าและลูกน้องอีกจำนวนหนึ่งรวมถึงพวกเยี่ยหลงอุดหูเสร็จ


    เสียงขลุ่ยก็ดังขึ้น ทันทีที่เสียงขลุ่ยดังขึ้น ลูกน้องจำนวนหนึ่งที่อุดหูไม่ทัน ก็เริ่มฆ่าฟันกันเอง รวมถึงโจมตีใส่คนที่อุดหูทันด้วย


    หัวหน้ากลุ่มพรรคเทพอสูร หัวหน้ากลุ่มนิกายมารฟ้า ที่เห็นว่าหากไม่รีบจัดการ คงต้องสูญเสียคนของตนพอสมควร


    คนจึงไม่รีรอช้า พุ่งเข้าไปโจมตีชายหนุ่มเก็บสมุนไพรผู้ถือครองขลุ่ยในทันที


    โดยมีหัวหน้ากลุ่มพรรคเทพอสูรพุ่งไปก่อน เพราะหัวหน้ากลุ่มนิกายมารฟ้าต้องทำการเก็บเหน็บเข็มทิศเอาไว้ที่เอวก่อน


    ชายหนุ่มเก็บสมุนไพรผู้ถือครองขลุ่ย ที่เห็นหัวหน้ากลุ่มพรรคเทพอสูร หัวหน้ากลุ่มนิกายมารฟ้าพุ่งเข้ามาโจมตีใส่คน เป็นการต่อสู้สองต่อหนึ่ง


    คนที่เห็นดังนั้นก็หากลัวไม่ คนเป่าขลุ่ยท้าทายที่อุดหูของคนไปและเคลื่อนกายหลบการโจมตีของทั้งสองไปด้วย 


    แม้คนจะรู้ว่าเป่าขลุ่ยไปเท่าไหร่ก็ตาม มันก็ไม่ได้ผล แต่ถึงกระนั้นคนก็เป่าต่อ เพราะว่ามันกำจัดกำลังพลของศัตรูที่ต้องการจะมาแย่งขลุ่ยจากตนไปได้นั่นเอง


    กล่าวคือเจอสู้สองคน ดีกว่าเจอสู้เป็นสิบ ยี่สิบต่อหนึ่งตามความคิดคน


    หัวหน้ากลุ่มพรรคเทพอสูร หัวหน้ากลุ่มนิกายมารฟ้า ที่เข้ารุมชายหนุ่มเก็บสมุนไพรอยู่นาน แต่ก็ยังไม่สามารถแตะต้องตัวของชายหนุ่มเก็บสมุนไพรได้เลย


    แต่ถึงแม้จะยังแตะต้องไม่ได้ แต่พวกคนก็ไล่ต้อนจนชายหนุ่มเก็บสมุนไพรใกล้จะพลาดท่าแล้ว


    และในที่สุดคนก็พลาดท่าจนได้ โดยคนโดนโจมตีจนขลุ่ยหลุดออกจากปาก แต่โชคยังดีที่ขลุ่ยไม่หลุดออกจากมือ


    ครั้นเป็นเช่นนั้น ชายหนุ่มเก็บสมุนไพรก็ทำการเก็บขลุ่ยเหน็บเอาไว้ที่เอวด้านหลัง และทำการใช้กระบวนท่าฝ่ามือสู้กลับคนไป หลังเคลื่อนกายหลบอย่างเดียวมานาน


    แต่ถึงแม้คนจะเก็บขลุ่ยแล้ว แต่ถึงกระนั้นผลสะกดจิตให้พวกคนที่ฟัง หลอนจนฆ่ากันเองก็ยังไม่หมด คงต้องใช้เวลาถึงผลหลอนจะหมด


    เยี่ยหลงที่เฝ้าดูการต่อสู้ของชายหนุ่มเก็บสมุนไพรกับพวกหัวหน้ากลุ่มพรรคมารอยู่นั้น พอคนเห็นว่าชายหนุ่มเก็บขลุ่ยเหน็บไว้ที่เอวด้านหลังแล้ว คนก็รอโอกาสที่จะใช้เวทดึงดูดกายาเทพสวรรค์แย่งขลุ่ยมา โดยไม่ให้คนรู้ตัวว่าโดนแย่งไปแล้ว


    และไม่นานโอกาสก็มาถึง เยี่ยหลงจึงไม่รีรอช้าทำการแย่งชิงมาในฉับพลัน


    เมื่อขลุ่ยมาถึงมือคนแล้ว คนก็คิด ' ได้มาง่ายกว่าที่คิดแฮะ เช่นนั้นเราก็รีบเผ่นดีกว่า ก่อนที่พวกมันจะรู้ตัว '


    พอเยี่ยหลงคิดได้แบบนั้น คนก็กะจะทำการใช้เวทแอคเซลวิ่งไปสะกิดพวกศิษย์พี่ แต่ก่อนที่จะได้ทำ คนก็เห็นว่าเข็มทิศของหัวหน้ากลุ่มนิกายมารฟ้าใกล้จะหลุดออกจากเอว


    คนที่เห็นดังนั้น ก็รอโอกาสที่จะแย่งชิงมา และไม่นานโอกาสก็ปรากฏ คนจึงไม่รีรอช้าใช้เวทดึงดูดกายาเทพสวรรค์แย่งมา


    พอคนได้ทั้งขลุ่ยและเข็มทิศมาแล้ว คนจึงทำการใช้เวทแอคเซลวิ่งไปสะกิดพวกศิษย์พี่ตน และโชว์ให้ดูว่าตนได้ขลุ่ยมาแล้ว


    พอพวกหลิงคุนหลุนเห็นว่าพวกตนได้ขลุ่ยมาแล้ว พวกคนก็ทำการค่อยๆปลีกตัวหนีออกมาจากการต่อสู้


    เมื่อพวกเยี่ยหลงหนีกลับมาถึงเรือ ที่พาพวกตนมายังเกาะแล้ว พาคนก็พากันขึ้นเรือเดียวกันและทำการจะพายออกจากเกาะไป


    แต่ก่อนที่เยี่ยหลงจะได้ขึ้นเรือไป คนก็บอกขึ้นก่อน 

    " เดี๋ยว เดี๋ยว ศิษย์พี่รอก่อน "


    " รออะไรฤา ศิษย์น้อง " หลิงคุนหลุนถาม


    เยี่ยหลงบอก " เราทำลายเรือที่เหลือก่อน พวกมันจะได้ตามเราไม่ได้ "


    หลิงคุนหลุนที่ได้ฟังดังนั้น ก็กล่าว " ก็ดีเหมือนกัน งั้นก็ลงมือเลยศิษย์น้อง "


    เมื่อเยี่ยหลงได้รับคำบอกมาแบบนั้น คนก็พยักหน้าตอบรับคำของหลิงคุนหลุน จากนั้นก็ใช้เวทลูกบอลไฟทำลายเรือทั้งหมด และขึ้นเรือตามพวกศิษย์พี่ตนไป


    ตัดมาทางด้านพวกหัวหน้ากลุ่มพรรคมารและชายหนุ่มเก็บสมุนไพร ที่พบว่าขลุ่ยหายไปแล้ว


    พวกคนก็มองหาตามพื้นไปรอบๆเผื่อมันจะตกลงพื้น แต่พวกคนก็ไม่พบ


    เมื่อหัวหน้ากลุ่มนิกายมารฟ้ามองรอบๆพื้นแล้วไม่เจอ คนก็กะจะทำการใช้เข็มทิศหาจุดที่ขลุ่ยอยู่


    แต่พอมองดูจุดที่เก็บเข็มทิศเอาไว้ คนก็พบว่าเข็มทิศหายไปแล้ว


    พอคนเห็นเช่นนั้น คนก็ตระหนักรู้ได้ในทันทีว่า ควรต้องไปตามหาทั้งเข็มทิศและขลุ่ยที่ไหน


    " เร็ว กลับไปที่เรือเร็ว " หัวหน้ากลุ่มนิกายมารฟ้า


    พอหัวหน้ากลุ่มนิกายมารฟ้ากล่าวเสร็จ คนก็รีบพุ่งตัวกลับไปยังเรือในทันที


    หัวหน้ากลุ่มพรรคเทพอสูรที่เห็นดังนั้น ก็พุ่งตัวตามหัวหน้ากลุ่มนิกายมารฟ้าไป


    ชายหนุ่มเก็บสมุนไพรที่เห็นว่าคนน่าจะรู้ว่าขลุ่ยของตนอยู่ที่ไหน คนจึงตามไป


    แต่พอมาถึงจุดที่เรืออยู่ คนก็พบว่าเรือเกือบทั้งหมดถูกทำลาย เหตุผลที่คนทราบว่าเรือเกือบทั้งหมดถูกทำลาย เป็นเพราะว่าคนนับซากเรือที่ถูกทำลายแล้ว คนพบว่าเรือลำหนึ่งที่ควรเป็นซากหายไป


    คนจึงมองไปยังกลางทะเลสาบ จึงพบว่าเรือถูกนำออกไปโดยคนกลุ่มหนึ่ง


    เมื่อหัวหน้ากลุ่มนิกายมารฟ้าเห็นแบบนั้น คนก็รู้สึกโมโหจนแทบเส้นเลือดในสมองจะระเบิด " โธ่เว้ย พลาดถูกแย่งไปจนได้ "


    หัวหน้ากลุ่มพรรคเทพอสูรที่ได้ฟังแบบนั้น คนก็กล่าว 

    " มีคนพวกอื่นนอกจากพวกเรา แฝงตัวเข้ามาสินะ ดูจากเสื้อรางๆที่ใส่แล้ว พวกมันแฝงตัวมากับกลุ่มของเจ้านะ "


    หัวหน้ากลุ่มนิกายมารฟ้ากล่าว " ข้าพลาดเอง ที่ไม่ตรวจสอบก่อน โธ่เว้ย "


    ทันทีที่คนกล่าวเสร็จ คนก็กลับมาสังเกตชายหนุ่มเก็บสมุนไพร


    ในฉับพลันที่คนหันมาสังเกต ชายหนุ่มเก็บสมุนไพรก็ระเบิดพลังเวทออกมา เป็นกลุ่มก้อนพลังควันหมอกสีดำ


    พอคนระเบิดพลังออกมาแล้ว คนก็กล่าว " เป็นเพราะพวกเจ้า ข้าถึงเสียขลุ่ยไป เช่นนั้นพวกเจ้าตายเสียเถอะ "


    เมื่อชายหนุ่มเก็บสมุนไพรกล่าวเสร็จ พวกหัวหน้ากลุ่มคนพรรคมารและชายหนุ่มก็เข้าปะทะกันในทันที


    ตัดมาทางด้านเรือของเยี่ยหลง ที่กำลังถูกพายโดย

    โม่เฉิงฟู่กลับไปยังแผ่นดินใหญ่


    หลัวถานจิ้นที่ยืนมองไปยังเกาะกลางทะเลสาบ คนที่เห็นหมอกควันดำ คนก็น้ำตาไหลออกมาโดยไม่มีใครทราบเห็น


    ไม่นานพวกคนก็กลับมาถึงแผ่นดินใหญ่ เมื่อมาถึงแผ่นดินใหญ่ หลิงคุนหลุนก็ขอขลุ่ยจากเยี่ยหลงมาไว้กับตนเอง เยี่ยหลงก็ให้ไป


    พอหลิงคุนหลุนได้ขลุ่ยแล้ว คนก็มุ่งกลับไปยังสำนักเมฆาอรุณในทันที

    คล้ายกับเรื่องWar of the gods destroy Multiverse ที่คุณอ่าน