ตำหนักเซียวเย่
"นายท่าน"
เย่หลิว เดินเข้ามาคุกเข่าหนึ่งค้อมมือทำความเคารพ
“อืมม”
เซียวเย่นั่งอยู่บนเก้าอี้ จิบชาชมบรรยากาศโดยรอบ
“ข้าเกณฑ์กองกำลังมาแล้ว 100 คน ตามที่นายท่านสั่ง อายุอยู่ใน่15ถึง20ปี คนส่วนใหญ่ไม่อาจฝึกยุทธ์ได้ บางคนฝึกยุทธ์ได้แต่ตันเถียนเล็ก เส้นชีพจรอุดตันมากเกินไป แต่ทุกคนนิสัยล้วนจงรักภักดี ข้ามั่นใจว่าพวกเค้ายินดีติดตามรับใช้นายท่าน”
“ต่อให้เกิดเป็งูข้าก็สร้างเป็ัได้ พาข้าไปหาพวกนั้น”
“ขอรับ”
เย่หลิวกล่าวพร้อมหันหลังพาเซียวเย่ไป
กลางลานกว้าง ตระกูลเซียว มีคนอยู่ร่วม100คน เย่หลิวพาเซียวเย่ เดินเข้ามา เซียวเย่เดินทางมาหน้าแถวคนพวกนั้น หันหน้ามอง ครู่หนึ่ง กล่าว
“ข้า เซียวเย่ นายน้อยตระกูลเซียว ต่อไปนี้พวกเ้าจะต้องละทิ้งชื่อตนเอง อยู่ในโลกเื้ัข้า ช่วยเหลือข้า ตายเพื่อข้า ครอบครัวพวกเ้าจะไม่ลำบากอีก เราจะรับเข้าตระกูลเซียวทั้งหมด ทำให้ได้อยู่กันอย่างสุขสบายไม่ต้องลำบากหาเช้ากินค่ำกันอีก ต่อให้พวกเ้ากระจอกในสายตาคนอื่น ไร้ค่าในสายตาคนอื่น แต่ในสายตาข้าพวกเ้าคือเพชรที่ยังไม่ได้เจียระไน คืองูที่จะกลายเป็ั!”
เซียวเย่ตระโกนเสียงดัง
“เฮ้ เฮ้ เฮ้”
“พวกเรายินดีติดตามนายน้อย”
“ต่อให้ตายก็ไม่เสียดาย”
“เรายินดีละทิ้งชีวิตตัวเองเพื่อนายน้อย”
เสียงะโเสียงดังด้วยความยินดี
“เงียบก่อน ต่อไปนี้พวกเ้าละทิ้งชื่อ ไม่มีแซ่ ข้าจะให้หมายเลขพวกเ้า1ถึง100เรียงลำดับตามความแข็งแกร่ง เราจะใช้ชื่อว่ากองกำลังเงาชู (หมายเลขเงา)ข้าจะให้ตำราฝึกยุทธพวกจ้า 3 วิชา เคล็ดบ่มเพาะ เคล็ดวิชาเคลื่อนไหว และเคล็ดวิชาสังหาร เคล็ดวิชาพวกนี้ไม่มีชื่อ จงตั้งใจฝึกยุทธ ทำตามความเข้าใจที่ข้าบันทึกลงไปในตำรา ไม่เข้าใจส่วนไหน มาถามข้าได้ ต่อไปนี้พวกเ้าจะพักอยู่หลังตำหนักข้าชั่วคราว จนกว่าจะฝึกสำเร็จวิชา”
เซียวเย่หันหลังแล้วเดินจากไปก่อนจะเหลียวมามองเย่หลิว พร้อมกล่าว
"เย่หลิว ต่อไปนี้เ้า คือ หมายเลข 0 เ้ายินดีรึไม่?"
“หมายเลข 0 ขอบคุณนายท่าน”
“พวกเราขอบคุณนายท่าน”
เดินกลับมาที่ตำหนัก เซียวเย่กลับมานั่งลงบนม้านั่งยกมือขึ้นจิบชาในมืออย่างสบายอารมณ์
‘แผนการของข้าดำเนินไปส่วนหนึ่งแล้ว เคล็ดวิชาที่ข้าให้กองกำลังเงาชู ข้าแก้ไขออกส่วนนึง ไม่ให้ดีเท่าตำราที่ข้าฝึก ตอนนี้ที่เหลืออยู่ก็คือตัวข้าเอง เด็กน้อย10ขวบปีอย่างข้ากระทำอันใดก็คงมีแต่ปัญหา ข้าจะเริ่มต้นควบคุมโลกมืดของแผ่นดินนี้ หลังจากที่กองกำลังเงาชูของข้าฝึกฝนสำเร็จ!!!’
คิดในใจพลางหลับตาลงนั่งขัดสมาธิในมือถือหินปราณเอาไว้ ฝึกเคล็ดบ่มเพาะเดินลมปราณผ่านเส้นชีพจร ไหลเข้าสู่ตันเถียน ภายในตันเถียนสังเกตได้ว่ามีลมปราณอยู่เต็มไปหมด
พร้อมที่จะทะลวงขอบเขตแต่โดนสะกดเอาไว้ไม่ให้ทะลวง ตันเถียนถูกห่อหุ้มด้วยลมปราณที่ขาวขุ่น เริ่มใหญ่ขึ้น เริ่มใหญ่ขึ้น จนใหญ่ขึ้น20จั๊ง
'ทะลวง!!!'
ฟู้มมม ลมปราณที่ถูกตันเถียนเลี้ยงดูอยู่ภายใน ะเิออกมาเดินทางไปตามเส้นชีพจรต่างๆทั่วร่างกาย ทำให้ร่างกายเซียวเย่แข็งแกร่งขึ้น..
เซียวเย่ตรวจสอบร่างกายตนเอง ลองกำมือแน่น รู้สึกถึงพลังอันแข็งแกร่งในร่างกาย
“ขอบเขต ปราณสะสม ขั้น2 ถึงข้าจะสู้กับขอบเขตที่เท่ากันหรือมากกว่าสองระดับข้าก็มั่นใจว่าไม่แพ้ เพราะตันเถียนของข้าใหญ่กว่าของคนอื่นในระดับเดียวกัน พลังโจมตีข้าย่อมมากกว่า ตันเถียนข้าใหญ่20จั๊ง เหมือนผู้มีพร์ขั้น4ไปแล้ว ข้าอยู่ในที่ลับ ส่วนพวกเ้าอยู่ในที่แจ้งกัน มีความสุขกับชื่อเสียง คิดดูแล้วก็รู้สึกอิจฉาเหมือนกันนะ ”
เซียวเย่คิดไปหัวเราะไป
1ปีผ่านไป
1ปีที่ผ่านมา อาวุธตี้อี เป็ที่นิยมกันไปทั่วแผนดินราชวงศ์ต้าเชียง ไปจนถึงแผ่นดินข้างเคียง แต่ไม่มีใครรู้ว่าอาวุธพวกนี้มาจากไหน
มีพวกคนบางตระกูลลอบเอาอาวุธมาตรวจสอบวิธีการหลอม แต่ไม่มีใครสามารถตรวจสอบได้ ราวกลับไม่ใช่วิธีหลอมของแผ่นดินนี้ ไม่สิ ของโลกใบนี้!
ผู้คนล้วนงงกันเป็ไก่ตาแตก ผู้คนไม่รู้ว่ามันเกิดอะไรขึ้น แต่ผู้นำตระกูลชั้นนำของแผ่นดิน เ้าสำนักชั้นนำของแผ่นดิน รวมถึงราชวงศ์ รู้สึกได้ว่า แผ่นดินนี้กำลังจะถึงจุดเปลี่ยน
ทางตระกูลเซียวก็สะสมกองกำลังอย่างลับๆมากขึ้น เพื่อป้องกันโดนหมาหมู่รุมทำร้าย
ตำหนักที่พักเซียวเย่
เซียวหยางเดินมาหาเซียวเย่ พอพบเจอก็อดไม่ได้ที่จะปั้นหน้ายิ้มแย้ม
“เซียวเอ๋อ ลูกรักของพ่อ เก็บตัวฝึกยุทธไม่ออกมาหาพ่อบ้างรึ? ตัวพ่อนี่คิดถึงลูกทุกวัน พ่อหน่ะอยากจะเล่นสนุกกับลูกเหมือนครอบครัวอื่น ลูกเป็เหมือน…."
“ท่านพ่อ บอกธุระท่านมาเถอะ”
เซียวหยางกำลังนั่งจิบชา วางแก้วชาลง หันหน้าไปมองเซียวหยาง
“อ่ะ แฮ่ม ! ก็ไม่ได้มีอะไรมากหรอก ข้าเห็นว่าเ้ากำลังฝึกกองกำลังของตนเองอยู่ เ้าคงลืมไปแล้วว่า พ่อกับปู่ของเ้าก็ฝึกยุทธ์เหมือนกันน่ะนะ ตระกูลเราแอบสะสมกองกำลังอย่างลับๆมา1ปีแล้ว ได้เกือบ5พันคน ต่อให้เื่แดงขึ้นมา สู้ไม่ได้ก็หนีได้ ถ้ากองกำลังของตระกูลฝึกเคล็ดวิชาที่ลูกรักของข้าคิดค้นขึ้นมา คงจะดีนะว่ามั้ยเซียวเอ๋อ ฮ่า ฮ่า ฮ่า!"
“ข้าช่วยไม่ได้”
เซียวเย่ตอบปฎิเสธตรงๆ
“ขอบคุ..ณ ห๊ะ ช-ช-ช่วยไม่ได้รึ ทำไมหล่ะ?”
เซียวหยางถามกลับด้วยใบหน้าปนใและผิดหวัง
“ท่านพ่อ ถ้าข้าให้เคล็ดวิชากับท่าน มันก็ช่วยอะไรท่านไม่ได้มาก เคล็ดวิชาข้าตอนนี้มันไม่สามารถทำให้พวกท่านบรรลุ เต๋าสะสมได้หรอก ข้า้าตำรามากกว่านี้เพื่อศึกษาเพิ่ม ท่านปู่ปราณสะสมขั้น 9 ท่านพ่อก็ปราณสะสมขั้น 7 ตำราที่ข้ามีมันไม่สามารถพาพวกท่านเข้าสู่เต๋าสะสมได้ พวกท่านต้องรอข้าอีกหน่อย เมื่อข้าคิดเคล็ดวิชาใหม่ได้ ข้าจะเอาไปให้พวกท่านเอง แต่ข้าให้ท่านพ่อ กับ ท่านปู่ ฝึกเท่านั้น เพื่อให้ท่านพ่อปกป้องท่านแม่ ให้ท่านปู่ปกป้องตระกูล กองกำลังต่อให้พวกท่านยังมั่งคั่งก็ไม่เป็ไร กองกำลังที่มาแบบนั้นจะไปหวังความภักดีทำไมกัน สอนไปก็เสียดายวิชา”
เซียวหยางปรึกษาเื่ต่างๆอยู่ครึ่งชั่วยามก็จากไป
เซียวเย่ที่กำลังจิบชาอย่างสบายอารมณ์อยู่ ก็เอ่ยขึ้นมา
“หมายเลข0”
ฟุ๊บ! มีเงาสีดำปรากฎขึ้นที่ด้านหลัง
“นายท่าน…”
“เ้าทะลวงแล้วรึ?”
เซียวเย่ััได้ถึงพลังงานปราณรอบตัวหมายเลข0
“เพราะได้นายท่านช่วยเหลือ ตอนนี้ข้าได้ทะลวงเข้าสู่ ขอบเขต ปราณสะสม ขั้้นที่ 7 แล้ว อีกทั้งตันเถียนข้ายังใหญ่กว่าของผู้ฝึกยุทธ์ทั่วไปมากนัก ต่อให้คู่ต่อสู้ขอบเขตสูงกว่าข้า แต่ถ้าโจมตีทีเผลอ ข้ามั่นใจว่าสามารถสังหารไม่ให้รู้ตัวได้”
“กองกำลังเงาชูหล่ะ” เซียวเย่กล่าวถามต่อ
"ตอนนี้มีขอบเขตปราณสะสม ขั้น5 10คน ขั้น4 20คน และขั้น3 70คน ถึงขอบเขตจะยังไม่สูงนักแต่ถ้าเน้นรุมทำร้ายโดยการลอบสังหารจะมีประสิทธิภาพมากขอรับ"
“ งั้นรึ น่าจะพอไหวแล้ว ส่งกองกำลังเงาชู ทั้งหมด กระจายไปส่วนต่างๆของแผ่นดินต้าเชียง ปลอมตัวเป็พ่อค้า เ้าของโรงเตี๊ยม อื่นๆได้ตาม้า ข้าอยากรับรู้ข่าวสารทั้งหมด และให้กองกำลังเงาชู แอบตั้งสมาคมลอบสังหารขึ้นอย่างลับๆเพื่อหารายได้และสร้างอิทธิพลขึ้น ให้พวกเ้าทั้งหมดสร้างกองกำลังของตนเอง โดยแต่งตั้งตนเองเป็หัวหน้าหน่วยต่างๆตามหมายเลข ข้าให้เ้าเป็ผู้นำและคอยติดต่อกับข้า หมายเลข0 เ้าให้แหวนมิติ กับ หินสื่อสาร กับกองกำลังเงาชูทั้งหมด แล้วเริ่มแผนการได้เลย ”
“รับทราบ” หมายเลข0กล่าวก่อนจะหายไปเหมือนไม่เคยอยู่มาก่อน
6เดือนผ่านไป
เมืองซีซาง
เมืองซีซางเป็เมืองที่อยู่ติดทะเล คนที่นี่ส่วนใหญ่เป็ชาวประมง ล่าสัตว์อสูรปลาเลี้ยงชีพ
ณ โรงเตี๊ยม
“นี่เ้าได้ข่าวเื่สมาคมลอบสังหารหรือไม่?” ผู้ฝึกยุทธผู้หนึ่งกล่าวกับเพื่อนร่วมสุราที่โต๊ะ
“สมาคมลอบสังหารรึมันคือสิ่งใดกัน”
“ข้าก็ไม่รู้เื่รายละเอียดมากนะ รู้แค่ว่ามีเงินจ้าง ต่อให้ไม่ว่าคนที่ให้ฆ่าจะเป็ใคร ขอแค่ค่าจ้างสมน้ำสมเนื้อ พวกเค้าก็ยินดีสังหารให้”
“ช่างน่ากลัวยิ่งนัก พวกเค้าไม่กลัวราชสำนักหรือสำนักธรรมะ ตามเก็บกวาดรึ”
“กลัวอันใดกัน พวกนั้นยังไปจ้างสมาคมลอบสังหารด้วยซ้ำไป เ้าคิดว่าพวกนั้นดีนักรึไง มีด้านขาวก็ต้องมีด้านดำ ถ้าทำแต่สิ่งที่มองว่าถูกต้องจะปกครองได้อย่างไร…”
ระหว่างที่กำลังคุยกันอย่างออกอรรถรสอยู่นั้น ก็มีบุรุษวัยกลางคนผู้นึงเดินเข้ามา
“พี่ชาย ข้ารบกวนสอบถามได้หรือไม่…”
บุรุษเดินเข้ามาค้อมมือทักทายด้วยความเคารพ
“สอบถามเื่อันใดหรือน้องชาย ถ้าข้ารู้ต้องตอบอย่างแน่นอน”
เมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายให้เกียรติตน จึงสุภาพตาม
“สมาคมนั้น…อยู่ที่ใด..”
ในซอยเปลี่ยวแห่งหนึ่งผู้คนเดินไปเดินมาน้อยเสียยิ่งกว่าน้อย บุรุษวัยกลางคนสวมผ้าคลุมสีดำเดินในซอยเปลี่ยวมาหยุดที่ร้านแห่งหนึ่ง ป้ายหน้าร้าน เขียนไว้ว่า ์รำไร ชายคนนั้นมองอ่านป้ายร้านแล้วก้าวไปข้างในร้าน
ภายในร้านเหมือนร้านเหล้าสุราทั่วไป มีสาวแต่งตัวเสื้อผ้าน้อยชิ้น เต้นยั่วยวนบุรุษรอบตัว ไม่สนใจสิ่งเ่าั้ชายวัยกลางคนเดินไปที่บาร์
“นายท่านมีอะไรให้รับใช้”
พนักงานสาวที่บาร์กล่าวพร้อมพูด้วยรอยยิ้ม
“ข้ามีคนที่อยากให้มันตาย”
“นายท่านเชิญด้านใน”
พนักงานสาวยิ้มรับไม่ได้แปลกใจสิ่งใด
ชายวัยกลางคนนั่งรออยู่ในห้อง ชั่วครู่ ก็มีคนสวมชุดคลุมสีเทาเดินเข้ามานั่งฝั่งตรงกันข้าม กล่าว
“ผู้ใด ที่ท่าน้าให้ตาย” ชายชุดคลุมพูดด้วยเสียงอันเฉยชา
“เ้าเมือง ซีซาง ตอนนี้น่าจะอยู่ขอบเขตปราณสะสมขั้นที่8” ชายวัยกลางคนตอบ
“อืมม เราจะไม่ถามเหตุผล ค่าหัวเ้าเมืองไม่ใช่น้อยๆไม่ทราบว่า…”
“30หมื่นหินปราณ” ชายกลางคนตอบอย่างหนักแน่น
“รับทราบแล้ว ต่อไปนี้จะไม่มีเ้าเมืองซีซางอีกต่อไป”