ในวันนี้ทีมงานสร้างโรงสีเริ่มขุดหลุมฝังเสาเข็มแล้ว ลุงแดงพ่อของบาสคาดการณ์ว่าอีกสองสัปดาห์ทุกอย่างก็น่าจะแล้วเสร็จ
ภายในห้องของพี่น้ำ ตอนนี้เธอตั้งใจอ่านหนังสือที่เพิ่งไปเอามาจากโรงเรียนเมื่อหลายวันก่อน ซึ่งทั้งหมดเป็หนังสือของชั้นมัธยมต้นปีที่สอง เธอตั้งใจอ่านให้เข้าใจก่อนเปิดภาคเรียน
จู่ๆ เอกก็เข้ามาในห้องของเธอ พร้อมกับผลไม้ที่แม่กุลซื้อติดมือมาจากที่เธอไปทำธุระ
เอกนั่งข้างๆ พี่สาวแล้วก็พูดขึ้น
“พี่น้ำ พี่เชื่อผมไหมว่าห้าหกวันที่ผ่านมาผมหาเงินได้ตั้งเยอะเลยแหละ”
น้ำแปลกใจเล็กน้อยที่เอกทำเงินได้ พลางตอบกลับเสียงสูง
“จริงเหรอ! เอ็งหามาได้ยังไง? หรือว่าไปเตะบอลมาอีกแล้วใช่ไหม? แม่ห้ามไปเตะอีกเอ็งไม่เชื่อฟังรึไง! ฉันจะฟ้องแม่แน่!”
“ชู่!! พี่น้ำเบาๆ หน่อย ถ้าแม่ได้ยินผมโดนตีอีกแน่ๆ จะบอกให้ ผมเลิกพนันเตะบอลแล้ว” เอกยืดอกขึ้นอย่างภาคภูมิใจที่เลิกเตะบอลพนัน
พี่น้ำไม่เชื่อแน่นอนอยู่แล้วเพราะเธอไม่เห็นด้วยตาตัวเอง “แล้วเอ็งหาเงินได้ยังไง?”
“ผมเก็บของเก่าขาย แต่ว่าที่ผมมาวันนี้ผมไม่ได้มาชวนพี่ไปเก็บของเก่าหรอกนะ ผมมาชวนพี่ทำอีกอย่างหนึ่ง พี่จะเอาด้วยกับผมหรือเปล่า งานนี้เราแบ่งกันคนละครึ่ง”
“เอาสิ จะให้พี่ทำอะไรเหรอ?” พี่น้ำตกลงเพราะอยากหาเงินมาช่วยพ่อแม่เหมือนกัน เธอโตพอจะรับรู้สถานการณ์ของครอบครัวเป็อย่างดีแล้ว อีกอย่างถ้าได้เงินจริง เธอก็จะนำไปซื้อของน่ารักๆ มาใช้ได้อีกด้วย
เมื่อพี่น้ำตกลงเอกก็ยิ้มอย่างเ้าเล่ห์ก่อนจะพูดออกมา
“แค่ไปนั่งสวยๆ ก็พอ..”
..
หลังจากนั้นเอกได้คุยกับพี่น้ำอีกสองถึงสามประโยค เขาก็ออกจากห้องของพี่น้ำแล้วเข้าห้องของตนเองเพื่อไปเขียนนิยายต่อ
ตอนนี้ห้องของเขาไม่รกรุงรังเหมือนเมื่อก่อนแล้ว เอกจัดข้าวของให้เข้าที่เข้าทาง หากใครเดินเข้ามา ก็ต้องชมว่าห้องของเขานั้นสวยงามเป็ระเบียบอย่างแน่นอน
ขณะเดียวกันภายในห้องของพ่อและแม่ของเอก
ตอนนี้แม่กุลกำลังหวีผมอยู่หน้าโต๊ะเครื่องแป้งที่มีกระจกบานใหญ่ ส่วนพ่อของเอกก็กำลังนั่งตัดเล็บนิ้วท้าวอยู่ จู่ๆ แม่ก็ถามขึ้น
“เ้าเอกมีหัวการค้าเหมือนกันเนอะ แป๊บเดียวก็ทำนู่นนี่ออกมาขายอีกแล้ว”
‘ชิ!จะเกินหน้าเกินตาเกินไปแล้ว งานนี้เราต้องทำอะไรบางอย่าง..’ พ่อคิดแผนการในใจเพื่อเอาชนะเอก
“ก็ไม่ได้อะไรมากมายหรอก~” พ่อเทียนพูดเสียงสูงทีเล่นทีจริง
“เอาน่าจะได้มากได้น้อยยังไงก็ได้ประสบการณ์ชีวิตอยู่ดี เห็นว่ารวมทุนกับเพื่อนด้วย? ตัวเล็กแค่นี้ก็หาพันธมิตรทางการค้าได้แล้ว เก่งจริงๆ” แม่เอ่ยชมเอกไม่ขาดปาก
“หึ! โรงสีเสร็จเมื่อไหร่ พ่อจะหาเงินมาให้แม่มากกว่าเ้าเอกแน่นอน” พ่อพูดอย่างมั่นใจ เขาคิดว่า นี่เป็ศึกแห่งศักดิ์ศรี!
“จ้าๆ แล้วพ่อจะทำอะไรล่ะ?”
“แม่ยังจำตาเหรียญเพื่อนพ่อที่อยู่ในเมืองได้ไหม?”
“จำได้สิ!เพื่อนพ่อ? แม่จำได้ทุกคนแหละ...” แม่กุลยิ้มแล้วตอบกลับอย่างเ้าเล่ห์
ประโยคนี้ทำเอาหัวใจของพ่อเทียนตกไปอยู่ที่ตาตุ่ม มือไม่สั่นจนตัดเล็บต่อไม่ได้ ก่อนจะตอบเสียงสั่นว่า
“พ่อจะหาเงินโดยมีเพื่อนคนนี้เป็สื่อกลางแค่นั้นแหละ..”
ขณะเดียวกันที่ห้องของเอก ตอนนี้เ้าตัวกำลังวุ้นอยู่กับเื่นิยายจนลืมอาบน้ำ...
...
วันเวลาผ่านไปอย่างรวดเร็วจนถึง่เย็นของอีกวันถัดมา เอกและผองเพื่อนกำลังรอเวลานี้อยู่ เพราะเป็เวลาที่พวกเขาเริ่มออกขายหวานเย็น
สองหน่อเจมส์กับบาสมารวมตัวกันที่บ้านของเอกพร้อมกับเตรียมกระติกเก็บความเย็นมาด้วย ซึ่งเอกบอกพวกมันไว้ั้แ่เมื่อวานแล้ว
เอกเอาหวานเย็นออกจากตู้แช่แล้วเอามาใส่กระติกเก็บความเย็นทั้งสองอัน เพื่อที่จะไม่ให้มันหนักจนเกินไปเลยต้องแบ่งให้อีกกระติก
อย่าลืมสิทั้งสามหน่อตัวแค่นี้เอง ยกของหนักไม่ไหวหรอก
เอกแบ่งหน้าที่ให้เจมส์และบาสเป็คนถือกระติกเก็บความเย็น ส่วนเขาจะมีหน้าที่เก็บเงินและขายของเอง
เมื่อเตรียมทุกอย่างเรียบร้อยแล้ว เอกและผองเพื่อนก็พร้อมที่จะขายของ
เดินออกจากบ้านไปไม่ทันไรเอกก็เห็นกลุ่มลูกค้าแล้ว นั่นคือพ่อของบาสและทีมงานก่อสร้างโรงสีของเขานั่นเอง เขาเดินตรงไปที่ที่พวกเขากำลังก่อสร้างทันที..
“ลุงแดงเอาหวานเย็นสักหน่อยไหมครับ รับรองหวานชื่นใจจนหายเหนื่อยแน่นอน ราคาไม่แพงมากแค่ถุงละสามบาทเท่านั้นเอง” ขณะพูดเอกยิ้มจนเห็นฟัน ใบหน้าหล่อเหล่าในวัยเยาว์ของเขาราวกับตุ๊กตาในขณะนี้
“โห!ลูกตาเทียนขายของเป็ด้วย เอามาลองสักถุงซิ!” เอกยื่นให้หนึ่งถุง พอลุงแดงได้ไปก็กัดตูดถุงทันที
“อืมม์ อร่อยจริงด้วย! เอาอีกเจ็ดถุง ลุงจะเอาไปให้ลูกทีมของลุงกินแก้เหนื่อย”
“นี่ครับทั้งหมดยี่สิบสี่บาทครับ”
“ลุงให้ยี่สิบห้าบาทไปเลย ไม่ต้องทอน! ลุงและลูกทีมของลุงชอบมาก ชื่นใจจนหายเหนื่อยเลย” ลุงแดงชื่นชมยกใหญ่
“ขอบคุณครับ ถ้าชอบเดี๋ยวพรุ่งนี้เวลาเดิมผมจะเอามาขายอีกนะครับ”
“โอเคๆ เดี๋ยวแล้วลุงจะรอ”
ขายเสร็จเอกก็เดินจากไป พอออกจากบ้านมาไกลพอสมควรเจมส์ก็ถามเอกด้วยความสงสัย
“มีคนซื้อจริงด้วย! แต่ว่าเราจะไปขายที่ไหนเหรอเอก”
“ก็จะไปตรงที่มีคนเหนื่อยๆ อยู่รวมกันเยอะๆ” เอกตอบแบบกำกวมไม่บอกความจริง
“ที่ไหนวะ?” เจมส์้าคำตอบสุดๆ
“ก็ที่โรงเรียนไง เวลานี้ก็มีแค่ที่นั่นแหละ เหมาะแก่การขายหวานเย็นของพวกเรา”บาสตอบเสียงเรียบ
“ถูกต้อง! เราจะไปขายที่โรงเรียนกัน”เอกพูดเสร็จเขาก็เดินนำไปทันที
ทำไมที่โรงเรียนถึงมีคนเหนื่อยเยอะๆ นะเหรอ? ก็่เย็นพวกวัยรุ่นหรือเด็กในหมู่บ้านจะมารวมตัวกันที่โรงเรียน เพื่อมาออกกำลังกายกัน(ส่วนมากเล่นกีฬาพนันกันนั่นแหละ)
แต่ทว่าขณะที่เอกกับสองหน่อกำลังเดินไปโรงเรียน ระหว่างทางเขาก็ขายหวานเย็นไปด้วย ขายให้พวกผู้ใหญ่ที่พึ่งเลิกงานมากับพวกคนแก่ที่จับกลุ่มคุยกัน กว่าจะเดินไปถึงโรงเรียนก็ขายได้เงินมาเยอะทีเดียว
เมื่อสามหน่อถึงโรงเรียนเอกก็เดินหาลูกค้าทันที ที่โรงเรียนมีคนเยอะมาก ก็ทั้งหมู่บ้านมีตั้งสามร้อยหลังคาเรือน ที่นี่อย่างน้อยก็มีเด็กและวัยรุ่นอยู่มากกว่าห้าสิบคน
แน่นอนว่าหนึ่งคนไม่ได้ซื้อได้แค่ถุงเดียว ทุกคนสามารถซื้อเท่าไหร่ก็ได้ ก็ราคาถูกซะขนาดนี้
เอกนั่งขายอยู่ที่โรงเรียนระหว่างนี้ก็มีคนเดินมาซื้อจนใช้เวลาแค่หนึ่งชั่วโมงก็ขายหมด เพราะมีคนจำนวนมากอยากกินของที่เย็น และแปลกใหม่แถมราคาถูกอีกต่างหาก
อีกอย่างที่นี่มีการแข่งขันเกิดขึ้นตลอดเวลา ใครเหนื่อยใครล้าก็แวะมาซื้อ ดังนั้นแป๊บเดียวก็ขายหมดแล้ว
หลังจากที่ขายหมดเอกยังคงไม่กลับเลยทันที เขาบอกให้เพื่อนๆ เขาเก็บขยะเท่าที่มองเห็นก่อนกลับ เพราะถ้าหากที่นี่รกขึ้นมาภารโรงอาจไม่ให้มาขายอีกก็ได้
ดังนั้นมาขายของทั้งที ต้องดูแลรักษาสถานที่ให้ดีหน่อย
หลังจากนั้นทั้งสามก็แบ่งกำไรกัน ส่วนต้นทุนก็เอาไปซื้อวัตถุดิบมาทำอีก เอกเสนอว่าให้เพิ่มจำนวนให้มากกว่านี้เพราะจำนวนที่ทำขายนั้นยังน้อยไปสำหรับกำลังซื้อ
เจมส์กับบาสก็เห็นด้วยเพราะเพิ่มจำนวนเท่าไหร่ ก็ได้กำไรมากขึ้นเท่านั้น...