Demonlord online ราชาอสูรสะท้านโลก

    สงครามเทวะ:สงครามนครตำหนักศิลา(5)

               ธนูหลายพันดอก   กระสุนปืนพลังเวทมนต์หลายหมื่นระดมยิงไปยังร่างของโอริวที่อาบไปด้วยคลื่นพลังเพลิงสีทอง   เหล่านักดาบและอัศวินแปรขบวนทัพร่วมปกป้องจอมเวทย์สู้กับโอริวและคอยช่วยภุชคินทร์สู้กับโลกิ  เบียคโกะและซูซาคุ    ในขณะเดียวกันเหล่านักบวชเร่งร่ายเวทมนต์ฟื้นฟูให้พวกอัศวินแนวหน้าและนักรบ   ในบางครั้งยามเมื่อโอริวใช้ลมหายใจมังกรออกมา   ร่างของเจ้าอสรพิษยามาตะโนะ โอโรจิ  ได้เข้ามาขัดขวางต้านรับขุมพลังนั้นไว้

                อีฟปล่อยให้อดัมควบคุมสั่งการหน่วยปืนใหญ่ส่วนเธอออกมาแนวหน้าแม้จะได้ความช่วยเหลือจากยามาตะโนะ โอโรจิ  และภุชคินทร์  ทว่าพลังที่พวกเขาโจมตีเข้าไปก็ถูกลดทอนกับพลังป้องกันและด้วยพลังชีวิตที่มากมายมหาศาลของโอริวทำให้มันยังคงยืนหยัดอยู่ได้   หากไม่มีพวกเทพอสูรของศิลาและยามาตะโนะ โอโรจิ  พวกเขาต้องแพ้อย่างแน่นอน

                เสียงระเบิดดังสนั่นปานฟ้าถล่มเรียกความสนใจทุกสายตา  “ระวัง!...”  อีฟร้องสุดเสียง  รีบเร่งพลังวิญญาณอาบทั่วร่าง  พลังเวทมนต์เพลิงสีแดงชาดอาบทั่วร่างหญิงสาว

                รอบตัวโอริวบังเกิดลูกบอลเพลิงสีทองก่อนจะแตกระเบิดออกมาคล้ายดอกไม้ไฟ

                แปดมงกุฎรีบบังคับให้ยามาตะโนะ โอโรจิ  เข้าต้านรับการโจมตีของโอริวเอาไว้  ทว่าเพลิงของโอริวมันคล้ายกับดอกไม้ไฟตกใส่ผืนภพทำลายทุกสรรพสิ่งอย่างบ้าคลั่ง     อีฟกัดฟันแน่นสะบัดหอกเพลิงในมือเป็นวงกว้างปัดป้องบอลเพลิงของโอริว   เสียงระเบิดดังถี่ยิบคล้ายประทัดวันตรุษจีน   เพลิงสีชาดคลี่กระจายป้องกันลูกบอลเพลิงของโอริวได้น่าดูชมทว่าก็มีบอลเพลิงที่หลงหลุดรอดไปโจมตีอาชญากรด้านหลังของอีฟ

                “ฮารุ  ฮานะ  โล่น้ำ”  อีฟกระชากเสียงบอก

                เหล่าจอมเวทย์รีบเร่งรุดแปรขบวนทัพแยกซ้ายขวาพุ่งตัวออกมาด้ายหน้าสร้างม่านพลังธาตุน้ำป้องกันบอลเพลิง

                อีฟที่เห็นบอลเพลิงปะทะกับม่านพลังธาตุน้ำของจอมเวทย์เธอก็อุทานออกมาด้วยความตกใจ  “ระวัง!   มันเป็นกับดัก  บอลนั่นมันระเบิดได้”  

                ทว่าคำเตือนของอีฟช้าไปเพียงเสี้ยววินาที   บอลเพลิงนับร้อยลูกแตกระเบิดทันทีที่ปะทะกับม่านพลังกลายเป็นบอลเพลิงลูกเล็กๆคล้ายดอกไม้ไฟจู่โจมกระจายรอบด้านเหมือนระลอกน้ำ    เสียงของเหล่าจอมเวทย์ครางโอดโอย  ครวญครางร้องเสียงหลงด้วยความเจ็บปวด

                ร่างของเหล่าจอมเวทย์นอนทอดร่างเกลื่อนพื้นด้วยอาการปางตายชุดจอมเวทย์ขาดวิ่น  เลือดสีแดงโทรมกาย  ทั้งหมดค่อยๆประครองร่างรุกขึ้นยืนอย่างยากลำบาก   ยังโชคดีที่ม่านพลังน้ำลดทอนสภาวะพลังทำลายของบอลเพลิงไปได้ถึงสองในสี่ส่วน    เหล่านักรบรีบเร่งเขามาฉุดร่างของจอมเวทย์พาหลบมาแนวหลังให้นักบวชทำการฟื้นฟู

                “รับ!..”  เด็กหนุ่มในชุดนินจาสีดำนามมุทิตาโยนขวดยาฟื้นพลังขึ้นฟ้าราวสายฝนให้ทุกคนได้ใช้งาน   “หน่วยเสบียงมาแล้ว”

                “มุทิตา  เมตตา  นายเอาเสบียงไปส่งให้แนวหน้าทีได้ไหม”  อีฟถาม     สองพี่น้องพยักหน้าก่อนจะพุ่งร่างออกแนวหน้าเพื่อเอาโพชั่นต่างๆไปส่งให้หน่วยอัศวิน

                ย๊ากกกก...    โอริวคำรามลั่น     เห็นพวกมดปลวกไม่ยอมตายอย่างที่มันต้องการ  นักรบและอัศวินรีบเร่งรุดเข้าโรมรันขัดขวางท่าร่างของมังกรทองโอริวที่โบกสะบัดปีกพุ่งเข้ามาจู่โจมหมายจะปลิดชีวิตของจอมเวทย์ให้อาสัญ   ไม่มีโอกาสไหนจะดีเท่าตอนนี้อีกแล้ว   

                อีฟพุ่งพรวดสะบัดหอกในมือต้านทานพญาหงส์เพลิงซูซาคุเพื่อท่วงเวลาให้นักบวชฟื้นพลังให้จอมเวทย์   ทว่าซูซาคุไม่สนใจทำเพียงปัดป้องคมหอกของหญิงสาวและโบกปีกโผยบินเข้าหาจอมเวทย์  

                นัยน์ตาดุร้ายฉบับปักษาชาติปรายตามองหญิงสาวด้วยความอำมหิต  “น่ารำคาญนางแมลงวัน”  เจ้าหงส์เพลิงคำรามหมุนร่างใช้เท้าเตะวาดจากขวาไปซ้ายอัดเข้าใส่ลำตัวของอีฟอย่างจัง   

                เปรี้ยง!..    อั๊กกก...    หญิงสาวถูกเตะด้วยสำนึกพลังวิญญาณกระอักเลือดออกมาร่างลอยลิ่วพ่นเลือดออกมาเป็นสาย

                “อีฟ!....ฟฟฟฟ”  อดัมร้องเสียงหลงพุ่งร่างเข้าหาหญิงสาวด้วยท่าร่างที่รวดเร็วเท่าที่ชีวิตนี้จะรีดเร้นออกมาได้   “นีท..นีท  เธอโอเคนะ”  ชายหนุ่มพุ่งรับประครองร่างหญิงสาวได้กลางอากาศร้องถามร้อนรนน้ำเสียงสั่นพร้อมกับพาหญิงสาวออกมาหลังแนวทัพ   “นักบวชมาทางนี้หน่อย  สลายพลังวิญญาณที่แฝงอยู่ให้ที”  

                นักบวชธาตุน้ำรีบเข้ามาหาอดัมก่อนจะซัดพลังวิญญาณธาตุน้ำเข้าใส่ร่างหญิงสาวเพื่อสลายพลังวิญญาณที่สำนึกมากับลูกเตะของซูซาคุ

                “น...นายจะร้องไห้ออกมาทำไมอดัม  ฉันไม่ได้ตายจริงสักหน่อย”  หญิงสาวถามเสียงติดขัดเห็นหยดน้ำติดอยู่บนแพขนตาของชายหนุ่ม

                อดัมรีบเช็ดหน้าตาของตัวเอง  “ฉันไม่อยากเห็นเธอเจ็บปวดนี่นา”  

                อดัมหยิบธนูมหาโมลีออกมาพุ่งปราดง้างศรพรหมมาศออกมาในมือก่อนจะยิงใส่ซูซาคุ     หงส์เพลิงเบิกตาตลึงเห็นศรสีทองขนาดมหึมาพุ่งเข้าจู่โจมตนเองด้านขวามือ  ซูซาคุหยุดท่าร่างสะบัดปีกเหินหลบได้ฉิวเฉียด    ทว่ามันต้องตลึงอีกครั้งเมื่อศรแหลมคมขนาดมหึมาแล่นเลี้ยวกลับมาจู่โจมมันอีกครั้งราวกับจรวดนำวิถี

                “หงส์เพลิงคำรามมมมม....”  ซูซาคุคำรามกู่ก้องพ่นเพลิงสีชาดออกมาจากปากเข้าขัดขวางศรพรหมมาศเกิดเสียงดังตูมสนั่นราวฟ้าแตก  พื้นดินสั่นสะเทือนด้วยความวิปโยค  อากาศกรีดร้องกระหึ่มคลื่นลมแตกระเบิดด้วยความวิปลาส

               “ได้เวลาทดลองธนูมหาศาตรากับศรพรหมมาศแล้ว”  อดัมยิ้มกลิ่ม  ยืนตระหง่าขวางเบื้องหน้าของหงส์แดงเพลิงลิเวอร์พลู

                ซูซาคุคืนร่างกลับมาเป็นชายหนุ่มผมสีแดงเพลิงใบหน้าหล่อเหลาสายตาบอกถึงความประหลาดใจเล็กน้อย      เขาไม่เข้าใจเหตุใดนักธนูที่สมควรจะอยู่แนวหลังถึงได้ออกมาเผชิญหน้ากับเขาตรงๆแบบนี้

                “ได้เข้ามา”  ซูซาคุกล่าวเสียงเรียบ  สีหน้าขึงขัง  มือซ้ายขวาปรากฎกระบี่สีแดงเลือดออกมารูปทรงคล้ายขนนก  “ข้าจะเป็นคู่ต่อสู้ให้เอง”

                “ก็ดี”  อดัมชี้คันธนูใส่หน้าซูซาคุ  ออร่าพลังจิตสีรุ้งแผ่อาบออกมารอบกายก่อนจะก่อรูปเป็นชายหนุ่มในชุดแบบญี่ปุ่นใบหน้าหล่อเหล่าในร่างพลังงานห่อหุ้มร่างของอดัมเอาไว้  “อวตารเทพสวรรค์อิซานางิ”

                ซูซาคุฉีกยิ้มเหี้ยมที่มุมปากนัยน์ตาวาวโลดดุจประกายเพลิง  “ดี”  ชายหนุ่มเน้นเสียง  “ดีมาก   ข้าจะถือว่าเจ้าเป็นศัตรูที่คู่ควรแก่การขยี้ให้สุดกำลัง”

                “หากไม่รังเกียจขอฉันด้วยคนได้ไหมท่านเทพอสูรหงส์เพลิง”  เสียงหญิงสาวหวานใสดังขึ้นทำให้ซูซาคุหันไปมองเจ้าของเสียงอย่างอีฟ

                ซูซาคุหรี่ตาลงเล็กน้อยด้วยความประหลาดใจ  “นี่เจ้ายังไม่ตายอีกหรือ”

                อีฟฉีกยิ้ม  “ถ้าจบแค่นี้พวกฉันคงเป็นองครักษ์ของจอมมารไม่ได้หรอก”  คลื่นพลังเพลิงสีชาดอาบทั่วร่างหญิงสาวก่อรูปเป็นสตรีแสนงดงามในร่างพลังงานสีชาดสวมชุดยูคาตะเครื่องแต่งกายแบบญี่ปุ่นโบราณ  “อวตารเทพสวรรค์อิซานามิ”

                เปรี้ยง!...    สายฟ้าสองสายฟาดใส่ร่างของอดัมและอีฟเสี้ยววินาทีต่อมาออร่าอวตารของทั้งสองก็แผ่ขยายใหญ่ขึ้นสูงหกเมตรกว้างสี่เมตรโดยมีร่างของทั้งสองอยู่ตรงหน้าอกของอวตารอิซานางิและอิซานามิ

                “เข้ามา”  ซูซาคุคำรามลั่นคืนร่างเป็นหงส์เพลิงทั่วร่างอาบด้วยไฟบรรลัยกัลป์

                หลายคนในสนามรบต่างตลึงในพลังอำนาจของสององครักษ์         เช่นเดียวกับผู้ที่ชมการถ่ายทอดสด  ไม่ใช่แค่แปดมงกุฎพิทักษ์ราชันย์แม้กระทั่งสององครักษ์ยังมีพลังรบเทียบเท่าปีศาจทำให้พวกเขาเริ่มมีความคิดที่อยากจะเข้าร่วมกับอาชญากรขึ้นมา   พวกเขานึกภาพไม่ออกเลยจริงๆว่าจะมีกองกำลังของผู้เล่นคนไหนที่จะเอาชนะกองกำลังอาชญากรของศิลาได้   แม้แต่ในสงครามนี้พวกเขาก็นึกภาพถึงความพ่ายแพ้ของอาชญากรไม่ออก   

                ข้อแรกที่ทำให้พวกเขาคิดแบบนี้คือพลังของเสนาธิการกิลด์ Destroyer  มีมากเทียบเท่าปีศาจ  สองอาวุธวิทยาการสมัยใหม่ที่ถูกดัดแปลงมาเป็นอาวุธเวทมนต์ในเกมทรงอนุภาพมากเกินขีด  สามความมีระบบ  ระเบียบของกองทัพ  รูปแบบการรบ  แม้กำลังพลจะมากมายหลายแสนทว่าพวกอาชญากรกลับเคลื่อนตัวแปรขบวนได้ราวกับสายน้ำหนึ่งไหลลื่นไม่มีขัดตก  สุดท้ายคือศิลายังไม่ได้เอาจริงเหมือนเขากำลังรออะไรบางอย่าง

                เปรี้ยงๆๆๆๆ...   เงาเส้นสายพลังสีรุ้ง  สีชาด  สีแดงเพลิง  แล่นตัดเฉือนปะทะกันกลางเวหานับครั้งไม่ถ้วน  เป็นภาพการต่อสู้ที่เห็นเพียงเส้นสายแล่นตัดผ่านกันไปมา  หนึ่งสายสีรุ้งปะทะหนึ่งสายสีชาดสอดรับโรมรันพันตู่อย่างบ้าคลั่ง  การปะทะกันแต่ละครั้งส่งคลื่นพลังแตกกระจายออกมาทั่วบริเวณคล้ายระลอกน้ำ

                อดัมและอีฟถอยมายืนประจันหน้ากับซูซาคุอีกครั้งกลางเวหา  “อดัมนายไหวนะ”

                “อืม”  ชายหนุ่มรับคำก่อนจะยกโพชั่นฟื้นพลังขึ้นมาดื่ม   บริเวณซี่โครงด้านซ้ายของเขาขาดวิ่น  “การเป็นภาชนะรับพลังของเทพหนักกว่าที่คิด  แต่ฉันยังไหว”

                กรงเล็บเท้าของซูซาคุเห็นเลือดสีแดงฉานไหลหยุดลงพื้นราวท่อแตก  ในเสี้ยววินาทีของการปะทะกันนั้นซูซาคุได้ใช้อุ้งเท้าเฉือนร่างของอดัมด้วยพลังเพลิงโลกัลป์

                อั๊ก!...   ซูซาคุกระอักเลือดออกมาบริเวณหน้าอกด้านขวาเป็นรูโหว่รอยคมหอกสามแฉกพร้อมกับเลือดสีแดงสดไหลทะลักออกมา    ตั้งแต่เริ่มสงครามมานี่ถือเป็นครั้งแรกที่มันถูกโจมตีหนักขนาดนี้

                ซูซาคุคำรามออกมาด้วยความเจ็บปวดสำนึกปราณอัคคีศักดิ์สิทธ์ที่แฝงมากับคมหอกที่หญิงสาวฝากไว้แล่นบ่อนทำลายภายใน     อดัมและอีฟมองหน้ากันวูบหนึ่งก่อนจะพยักหน้าให้กัน   โอกาสดีๆแบบนี้ไม่ได้สร้างขึ้นมาง่ายๆ   

                “ศรพรหมมาศ”  ร่างพลังงานเทพอิซานางิปรากฎคันธนูสีทองขนาดใหญ่พร้อมกำลังง้างเตรียมแผลงศร  “ข่ายเทพพิชิตจักรวาล”

                ขณะเดียวกันมืออวตารเทพอิซานามิของอีฟปรากฎหอกสีแดงเลือด  “หอกเทพพิชิตฟ้า”   

                ทั้งสองตวาดออกมาพร้อมเพียง  หอกสีแดงเลือดอาบเพลิงสีชาดพุ่งทยานเข้าจู่โจมซูซาคุด้วยพลังปานจะถล่มผืนฟ้า  เสี้ยววินาทีเมื่อหอกพุ่งออกไปก็แตกระเบิดกลายเป็นหอกนับพันเล่มแผ่จู่โจมจนมืดฟ้ามัวดิน    ตามมาด้านหลังติดๆศรพรหมมาศอาบคลื่นพลังสีรุ้งพุ่งแหวกอากาศแตกระเบิดคล้ายดอกไม้ไฟเป็นลูกศรนับหมื่นผสมผสานหลอมรวมกับหอกของอีฟก่อเกิดหนึ่งการโจมตีด้วยพลังปานจะถล่มโลกา

                เปรี้ยงๆๆๆๆๆ....      เสียงระเบิดดังถี่ยิบปานฟ้าแตก   คลื่นลมบิดเป็นเกลียวแตกระเบิดออกมาอย่างบ้าคลั่ง  ผสานกับเสียงโหยหวนด้วยความเจ็บปวดแสนสาหัสของซูซาคุ   เสียงระเบิดยังคงดังสนั่นจนแก้วหูแทบแตกแสงสีสาดวูบวาบราวกับไม่จบสิ้น   สะเกล็ดพลังแตกกระจุยกระจายไปทั่วบริเวณส่งผลให้ป่าหิมพานต์กลายเป็นทะเลเพลิง

                หลายวินาทีต่อมาทุกอย่างสงบลงเผยให้เห็นร่างโทรมโชกเลือดของจ้าวเวหาหงส์เพลิง  ปีกชีกขาด  สภาพร่างขาดวิ่น  ขาซ้ายกระจุย  ปีกขวาขาดครึ่ง  เนื้อบริเวณซี่โครงขวาขาดหายไปกว่าครึ่ง  เลือดสีแดงสดไหลออกมาทั่วร่างราวท่อแตก   ซูซาคุแววตาลิบหรี่อ่อนโรยลาร่างขนาดมหึมาดิ่งลงพื้นราวกับขนนกที่ร่วงหล่นจากฟากฟ้า

                บึ่ม...    ร่างของซูซาคุตกลงพื้นดังสนั่นพร้อมแววตาที่ปิดสนิทและลมหายใจสุดท้ายลอยไปตามสายลมไฟสงคราม

                เฮฮฮฮ....     เมื่อเทพอสูรตนแรกถูกจัดการลงเหล่าอาชญากรยิ่งฮึกเหิมกู่ร้องอย่างบ้าคลั่งด้วยความดีใจ   พลังใดมิอาจเหนือไปกว่าพลังใจ  เมื่อพลังใจของทุกคนเกินร้อยเหตุการพลิกผันเหล่าอาชญากรรุกไล่เทพอสูรอย่างบ้าคลั่ง