ธนูหลายพันดอก กระสุนปืนพลังเวทมนต์หลายหมื่นระดมยิงไปยังร่างของโอริวที่อาบไปด้วยคลื่นพลังเพลิงสีทอง เหล่านักดาบและอัศวินแปรขบวนทัพร่วมปกป้องจอมเวทย์สู้กับโอริวและคอยช่วยภุชคินทร์สู้กับโลกิ เบียคโกะและซูซาคุ ในขณะเดียวกันเหล่านักบวชเร่งร่ายเวทมนต์ฟื้นฟูให้พวกอัศวินแนวหน้าและนักรบ ในบางครั้งยามเมื่อโอริวใช้ลมหายใจมังกรออกมา ร่างของเจ้าอสรพิษยามาตะโนะ โอโรจิ ได้เข้ามาขัดขวางต้านรับขุมพลังนั้นไว้
อีฟปล่อยให้อดัมควบคุมสั่งการหน่วยปืนใหญ่ส่วนเธอออกมาแนวหน้าแม้จะได้ความช่วยเหลือจากยามาตะโนะ โอโรจิ และภุชคินทร์ ทว่าพลังที่พวกเขาโจมตีเข้าไปก็ถูกลดทอนกับพลังป้องกันและด้วยพลังชีวิตที่มากมายมหาศาลของโอริวทำให้มันยังคงยืนหยัดอยู่ได้ หากไม่มีพวกเทพอสูรของศิลาและยามาตะโนะ โอโรจิ พวกเขาต้องแพ้อย่างแน่นอน
เสียงระเบิดดังสนั่นปานฟ้าถล่มเรียกความสนใจทุกสายตา “ระวัง!...” อีฟร้องสุดเสียง รีบเร่งพลังวิญญาณอาบทั่วร่าง พลังเวทมนต์เพลิงสีแดงชาดอาบทั่วร่างหญิงสาว
รอบตัวโอริวบังเกิดลูกบอลเพลิงสีทองก่อนจะแตกระเบิดออกมาคล้ายดอกไม้ไฟ
แปดมงกุฎรีบบังคับให้ยามาตะโนะ โอโรจิ เข้าต้านรับการโจมตีของโอริวเอาไว้ ทว่าเพลิงของโอริวมันคล้ายกับดอกไม้ไฟตกใส่ผืนภพทำลายทุกสรรพสิ่งอย่างบ้าคลั่ง อีฟกัดฟันแน่นสะบัดหอกเพลิงในมือเป็นวงกว้างปัดป้องบอลเพลิงของโอริว เสียงระเบิดดังถี่ยิบคล้ายประทัดวันตรุษจีน เพลิงสีชาดคลี่กระจายป้องกันลูกบอลเพลิงของโอริวได้น่าดูชมทว่าก็มีบอลเพลิงที่หลงหลุดรอดไปโจมตีอาชญากรด้านหลังของอีฟ
“ฮารุ ฮานะ โล่น้ำ” อีฟกระชากเสียงบอก
เหล่าจอมเวทย์รีบเร่งรุดแปรขบวนทัพแยกซ้ายขวาพุ่งตัวออกมาด้ายหน้าสร้างม่านพลังธาตุน้ำป้องกันบอลเพลิง
อีฟที่เห็นบอลเพลิงปะทะกับม่านพลังธาตุน้ำของจอมเวทย์เธอก็อุทานออกมาด้วยความตกใจ “ระวัง! มันเป็นกับดัก บอลนั่นมันระเบิดได้”
ทว่าคำเตือนของอีฟช้าไปเพียงเสี้ยววินาที บอลเพลิงนับร้อยลูกแตกระเบิดทันทีที่ปะทะกับม่านพลังกลายเป็นบอลเพลิงลูกเล็กๆคล้ายดอกไม้ไฟจู่โจมกระจายรอบด้านเหมือนระลอกน้ำ เสียงของเหล่าจอมเวทย์ครางโอดโอย ครวญครางร้องเสียงหลงด้วยความเจ็บปวด
ร่างของเหล่าจอมเวทย์นอนทอดร่างเกลื่อนพื้นด้วยอาการปางตายชุดจอมเวทย์ขาดวิ่น เลือดสีแดงโทรมกาย ทั้งหมดค่อยๆประครองร่างรุกขึ้นยืนอย่างยากลำบาก ยังโชคดีที่ม่านพลังน้ำลดทอนสภาวะพลังทำลายของบอลเพลิงไปได้ถึงสองในสี่ส่วน เหล่านักรบรีบเร่งเขามาฉุดร่างของจอมเวทย์พาหลบมาแนวหลังให้นักบวชทำการฟื้นฟู
“รับ!..” เด็กหนุ่มในชุดนินจาสีดำนามมุทิตาโยนขวดยาฟื้นพลังขึ้นฟ้าราวสายฝนให้ทุกคนได้ใช้งาน “หน่วยเสบียงมาแล้ว”
“มุทิตา เมตตา นายเอาเสบียงไปส่งให้แนวหน้าทีได้ไหม” อีฟถาม สองพี่น้องพยักหน้าก่อนจะพุ่งร่างออกแนวหน้าเพื่อเอาโพชั่นต่างๆไปส่งให้หน่วยอัศวิน
ย๊ากกกก... โอริวคำรามลั่น เห็นพวกมดปลวกไม่ยอมตายอย่างที่มันต้องการ นักรบและอัศวินรีบเร่งรุดเข้าโรมรันขัดขวางท่าร่างของมังกรทองโอริวที่โบกสะบัดปีกพุ่งเข้ามาจู่โจมหมายจะปลิดชีวิตของจอมเวทย์ให้อาสัญ ไม่มีโอกาสไหนจะดีเท่าตอนนี้อีกแล้ว
อีฟพุ่งพรวดสะบัดหอกในมือต้านทานพญาหงส์เพลิงซูซาคุเพื่อท่วงเวลาให้นักบวชฟื้นพลังให้จอมเวทย์ ทว่าซูซาคุไม่สนใจทำเพียงปัดป้องคมหอกของหญิงสาวและโบกปีกโผยบินเข้าหาจอมเวทย์
นัยน์ตาดุร้ายฉบับปักษาชาติปรายตามองหญิงสาวด้วยความอำมหิต “น่ารำคาญนางแมลงวัน” เจ้าหงส์เพลิงคำรามหมุนร่างใช้เท้าเตะวาดจากขวาไปซ้ายอัดเข้าใส่ลำตัวของอีฟอย่างจัง
เปรี้ยง!.. อั๊กกก... หญิงสาวถูกเตะด้วยสำนึกพลังวิญญาณกระอักเลือดออกมาร่างลอยลิ่วพ่นเลือดออกมาเป็นสาย
“อีฟ!....ฟฟฟฟ” อดัมร้องเสียงหลงพุ่งร่างเข้าหาหญิงสาวด้วยท่าร่างที่รวดเร็วเท่าที่ชีวิตนี้จะรีดเร้นออกมาได้ “นีท..นีท เธอโอเคนะ” ชายหนุ่มพุ่งรับประครองร่างหญิงสาวได้กลางอากาศร้องถามร้อนรนน้ำเสียงสั่นพร้อมกับพาหญิงสาวออกมาหลังแนวทัพ “นักบวชมาทางนี้หน่อย สลายพลังวิญญาณที่แฝงอยู่ให้ที”
นักบวชธาตุน้ำรีบเข้ามาหาอดัมก่อนจะซัดพลังวิญญาณธาตุน้ำเข้าใส่ร่างหญิงสาวเพื่อสลายพลังวิญญาณที่สำนึกมากับลูกเตะของซูซาคุ
“น...นายจะร้องไห้ออกมาทำไมอดัม ฉันไม่ได้ตายจริงสักหน่อย” หญิงสาวถามเสียงติดขัดเห็นหยดน้ำติดอยู่บนแพขนตาของชายหนุ่ม
อดัมรีบเช็ดหน้าตาของตัวเอง “ฉันไม่อยากเห็นเธอเจ็บปวดนี่นา”
อดัมหยิบธนูมหาโมลีออกมาพุ่งปราดง้างศรพรหมมาศออกมาในมือก่อนจะยิงใส่ซูซาคุ หงส์เพลิงเบิกตาตลึงเห็นศรสีทองขนาดมหึมาพุ่งเข้าจู่โจมตนเองด้านขวามือ ซูซาคุหยุดท่าร่างสะบัดปีกเหินหลบได้ฉิวเฉียด ทว่ามันต้องตลึงอีกครั้งเมื่อศรแหลมคมขนาดมหึมาแล่นเลี้ยวกลับมาจู่โจมมันอีกครั้งราวกับจรวดนำวิถี
“หงส์เพลิงคำรามมมมม....” ซูซาคุคำรามกู่ก้องพ่นเพลิงสีชาดออกมาจากปากเข้าขัดขวางศรพรหมมาศเกิดเสียงดังตูมสนั่นราวฟ้าแตก พื้นดินสั่นสะเทือนด้วยความวิปโยค อากาศกรีดร้องกระหึ่มคลื่นลมแตกระเบิดด้วยความวิปลาส
“ได้เวลาทดลองธนูมหาศาตรากับศรพรหมมาศแล้ว” อดัมยิ้มกลิ่ม ยืนตระหง่าขวางเบื้องหน้าของหงส์แดงเพลิงลิเวอร์พลู
ซูซาคุคืนร่างกลับมาเป็นชายหนุ่มผมสีแดงเพลิงใบหน้าหล่อเหลาสายตาบอกถึงความประหลาดใจเล็กน้อย เขาไม่เข้าใจเหตุใดนักธนูที่สมควรจะอยู่แนวหลังถึงได้ออกมาเผชิญหน้ากับเขาตรงๆแบบนี้
“ได้เข้ามา” ซูซาคุกล่าวเสียงเรียบ สีหน้าขึงขัง มือซ้ายขวาปรากฎกระบี่สีแดงเลือดออกมารูปทรงคล้ายขนนก “ข้าจะเป็นคู่ต่อสู้ให้เอง”
“ก็ดี” อดัมชี้คันธนูใส่หน้าซูซาคุ ออร่าพลังจิตสีรุ้งแผ่อาบออกมารอบกายก่อนจะก่อรูปเป็นชายหนุ่มในชุดแบบญี่ปุ่นใบหน้าหล่อเหล่าในร่างพลังงานห่อหุ้มร่างของอดัมเอาไว้ “อวตารเทพสวรรค์อิซานางิ”
ซูซาคุฉีกยิ้มเหี้ยมที่มุมปากนัยน์ตาวาวโลดดุจประกายเพลิง “ดี” ชายหนุ่มเน้นเสียง “ดีมาก ข้าจะถือว่าเจ้าเป็นศัตรูที่คู่ควรแก่การขยี้ให้สุดกำลัง”
“หากไม่รังเกียจขอฉันด้วยคนได้ไหมท่านเทพอสูรหงส์เพลิง” เสียงหญิงสาวหวานใสดังขึ้นทำให้ซูซาคุหันไปมองเจ้าของเสียงอย่างอีฟ
ซูซาคุหรี่ตาลงเล็กน้อยด้วยความประหลาดใจ “นี่เจ้ายังไม่ตายอีกหรือ”
อีฟฉีกยิ้ม “ถ้าจบแค่นี้พวกฉันคงเป็นองครักษ์ของจอมมารไม่ได้หรอก” คลื่นพลังเพลิงสีชาดอาบทั่วร่างหญิงสาวก่อรูปเป็นสตรีแสนงดงามในร่างพลังงานสีชาดสวมชุดยูคาตะเครื่องแต่งกายแบบญี่ปุ่นโบราณ “อวตารเทพสวรรค์อิซานามิ”
เปรี้ยง!... สายฟ้าสองสายฟาดใส่ร่างของอดัมและอีฟเสี้ยววินาทีต่อมาออร่าอวตารของทั้งสองก็แผ่ขยายใหญ่ขึ้นสูงหกเมตรกว้างสี่เมตรโดยมีร่างของทั้งสองอยู่ตรงหน้าอกของอวตารอิซานางิและอิซานามิ
“เข้ามา” ซูซาคุคำรามลั่นคืนร่างเป็นหงส์เพลิงทั่วร่างอาบด้วยไฟบรรลัยกัลป์
หลายคนในสนามรบต่างตลึงในพลังอำนาจของสององครักษ์ เช่นเดียวกับผู้ที่ชมการถ่ายทอดสด ไม่ใช่แค่แปดมงกุฎพิทักษ์ราชันย์แม้กระทั่งสององครักษ์ยังมีพลังรบเทียบเท่าปีศาจทำให้พวกเขาเริ่มมีความคิดที่อยากจะเข้าร่วมกับอาชญากรขึ้นมา พวกเขานึกภาพไม่ออกเลยจริงๆว่าจะมีกองกำลังของผู้เล่นคนไหนที่จะเอาชนะกองกำลังอาชญากรของศิลาได้ แม้แต่ในสงครามนี้พวกเขาก็นึกภาพถึงความพ่ายแพ้ของอาชญากรไม่ออก
ข้อแรกที่ทำให้พวกเขาคิดแบบนี้คือพลังของเสนาธิการกิลด์ Destroyer มีมากเทียบเท่าปีศาจ สองอาวุธวิทยาการสมัยใหม่ที่ถูกดัดแปลงมาเป็นอาวุธเวทมนต์ในเกมทรงอนุภาพมากเกินขีด สามความมีระบบ ระเบียบของกองทัพ รูปแบบการรบ แม้กำลังพลจะมากมายหลายแสนทว่าพวกอาชญากรกลับเคลื่อนตัวแปรขบวนได้ราวกับสายน้ำหนึ่งไหลลื่นไม่มีขัดตก สุดท้ายคือศิลายังไม่ได้เอาจริงเหมือนเขากำลังรออะไรบางอย่าง
เปรี้ยงๆๆๆๆ... เงาเส้นสายพลังสีรุ้ง สีชาด สีแดงเพลิง แล่นตัดเฉือนปะทะกันกลางเวหานับครั้งไม่ถ้วน เป็นภาพการต่อสู้ที่เห็นเพียงเส้นสายแล่นตัดผ่านกันไปมา หนึ่งสายสีรุ้งปะทะหนึ่งสายสีชาดสอดรับโรมรันพันตู่อย่างบ้าคลั่ง การปะทะกันแต่ละครั้งส่งคลื่นพลังแตกกระจายออกมาทั่วบริเวณคล้ายระลอกน้ำ
อดัมและอีฟถอยมายืนประจันหน้ากับซูซาคุอีกครั้งกลางเวหา “อดัมนายไหวนะ”
“อืม” ชายหนุ่มรับคำก่อนจะยกโพชั่นฟื้นพลังขึ้นมาดื่ม บริเวณซี่โครงด้านซ้ายของเขาขาดวิ่น “การเป็นภาชนะรับพลังของเทพหนักกว่าที่คิด แต่ฉันยังไหว”
กรงเล็บเท้าของซูซาคุเห็นเลือดสีแดงฉานไหลหยุดลงพื้นราวท่อแตก ในเสี้ยววินาทีของการปะทะกันนั้นซูซาคุได้ใช้อุ้งเท้าเฉือนร่างของอดัมด้วยพลังเพลิงโลกัลป์
อั๊ก!... ซูซาคุกระอักเลือดออกมาบริเวณหน้าอกด้านขวาเป็นรูโหว่รอยคมหอกสามแฉกพร้อมกับเลือดสีแดงสดไหลทะลักออกมา ตั้งแต่เริ่มสงครามมานี่ถือเป็นครั้งแรกที่มันถูกโจมตีหนักขนาดนี้
ซูซาคุคำรามออกมาด้วยความเจ็บปวดสำนึกปราณอัคคีศักดิ์สิทธ์ที่แฝงมากับคมหอกที่หญิงสาวฝากไว้แล่นบ่อนทำลายภายใน อดัมและอีฟมองหน้ากันวูบหนึ่งก่อนจะพยักหน้าให้กัน โอกาสดีๆแบบนี้ไม่ได้สร้างขึ้นมาง่ายๆ
“ศรพรหมมาศ” ร่างพลังงานเทพอิซานางิปรากฎคันธนูสีทองขนาดใหญ่พร้อมกำลังง้างเตรียมแผลงศร “ข่ายเทพพิชิตจักรวาล”
ขณะเดียวกันมืออวตารเทพอิซานามิของอีฟปรากฎหอกสีแดงเลือด “หอกเทพพิชิตฟ้า”
ทั้งสองตวาดออกมาพร้อมเพียง หอกสีแดงเลือดอาบเพลิงสีชาดพุ่งทยานเข้าจู่โจมซูซาคุด้วยพลังปานจะถล่มผืนฟ้า เสี้ยววินาทีเมื่อหอกพุ่งออกไปก็แตกระเบิดกลายเป็นหอกนับพันเล่มแผ่จู่โจมจนมืดฟ้ามัวดิน ตามมาด้านหลังติดๆศรพรหมมาศอาบคลื่นพลังสีรุ้งพุ่งแหวกอากาศแตกระเบิดคล้ายดอกไม้ไฟเป็นลูกศรนับหมื่นผสมผสานหลอมรวมกับหอกของอีฟก่อเกิดหนึ่งการโจมตีด้วยพลังปานจะถล่มโลกา
เปรี้ยงๆๆๆๆๆ.... เสียงระเบิดดังถี่ยิบปานฟ้าแตก คลื่นลมบิดเป็นเกลียวแตกระเบิดออกมาอย่างบ้าคลั่ง ผสานกับเสียงโหยหวนด้วยความเจ็บปวดแสนสาหัสของซูซาคุ เสียงระเบิดยังคงดังสนั่นจนแก้วหูแทบแตกแสงสีสาดวูบวาบราวกับไม่จบสิ้น สะเกล็ดพลังแตกกระจุยกระจายไปทั่วบริเวณส่งผลให้ป่าหิมพานต์กลายเป็นทะเลเพลิง
หลายวินาทีต่อมาทุกอย่างสงบลงเผยให้เห็นร่างโทรมโชกเลือดของจ้าวเวหาหงส์เพลิง ปีกชีกขาด สภาพร่างขาดวิ่น ขาซ้ายกระจุย ปีกขวาขาดครึ่ง เนื้อบริเวณซี่โครงขวาขาดหายไปกว่าครึ่ง เลือดสีแดงสดไหลออกมาทั่วร่างราวท่อแตก ซูซาคุแววตาลิบหรี่อ่อนโรยลาร่างขนาดมหึมาดิ่งลงพื้นราวกับขนนกที่ร่วงหล่นจากฟากฟ้า
บึ่ม... ร่างของซูซาคุตกลงพื้นดังสนั่นพร้อมแววตาที่ปิดสนิทและลมหายใจสุดท้ายลอยไปตามสายลมไฟสงคราม
เฮฮฮฮ.... เมื่อเทพอสูรตนแรกถูกจัดการลงเหล่าอาชญากรยิ่งฮึกเหิมกู่ร้องอย่างบ้าคลั่งด้วยความดีใจ พลังใดมิอาจเหนือไปกว่าพลังใจ เมื่อพลังใจของทุกคนเกินร้อยเหตุการพลิกผันเหล่าอาชญากรรุกไล่เทพอสูรอย่างบ้าคลั่ง