ตอนนี้ฟางเหม่ยหลิงก็ไม่ได้สนใจว่าใครจะเป็ใคร ที่เธอสนใจคือ ท่านตาอยู่ไหนไม่เห็นมาร่วมงานเลย เธอมองแล้วมองอีกจนแน่ใจว่าไม่น่ามีใครเป็ท่านตาของเธอจึงจะเดินออกไปหาดูข้างนอกแทน พอดีกับที่ หลงเจี่ยนหยาง กำลังเดินมาหาฟางเหม่ยหลิง แต่ไป๋เฉียนฉิงเดินมาดักด้านหน้าเขาพอดี
"องค์ชายเพคะ หม่อมฉันดีใจเหลือเกิน ที่ได้เป็ศิษย์น้องร่วมสำนักเดียวกับองค์ชาย"
ไป๋เฉียนฉิงเมื่อรู้ว่าบุรุษรูปงามที่นางหมายปอง เป็ถึงองค์ชายแปดก็รีบเข้าไปหาเพื่อหวังสานสัมพันธ์ทันที การจะได้เป็พระชายาแปดนั้นมันใกล้แค่เอื้อม นางนั้นมั่นใจในความงามของตนเอง และชาติตระกูลของนางนั้นก็เป็ถึงลูกสาวของเสนาบดีฝ่ายขวา ผู้เรืองอำนาจและเป็ที่โปรดปราณขององค์จักรพรรดิ ตระกูลไป๋นั้นถือว่าเป็ตระกูลเก่าแก่ที่อยู่มาช้านาน และเกมการเมืองนั้นสำคัญมากนางรู้ดี เพราะถ้าได้แต่งกับสกุลใหญ่ ที่ทั้งเรืองอำนาจและมีบารมี ก็จะสามารถช่วยให้เขานั้นได้เป็ รัชทายาทได้โดยง่าย เพราะทางตระกูลฝ่ายหญิงสาวนั้นจะต้องทุ่มเททุกอย่างเพื่อพลักดันให้เขาได้เป็ องค์จักรพรรดิคนต่อไปนั้นเอง ทั้งนี้ทั้งสองฝ่ายก็จะได้ประโยชน์ด้วยกัน เพราะฉะนั้นนางจึงมั่นใจมากว่าเขาจะต้องสนใจนาง
"ไสหัวไป"
เขาพูดออกไปด้วยความเ็า
ไป๋เฉียนฉิงนั้นอึ้งจนพูดอะไรไม่ออก ที่โดนว่าต่อหน้าผู้คนมากมายขนาดนี้ ได้แต่ยืนนิ่งค้างอยู่ตรงนั้น นี่มันผิดคาดจากที่นางคิดไปมากเลย
หลงเจี่ยนหยางไม่สนใจ เขาเดินตรงไปหาฟางเหม่ยหลิงที่กำลังจะเดินออกไปอย่างเงียบๆ ทุกคนต่างมองตามคิดว่าองค์ชายแปดคงรำคาญและพระองค์คงจะเสด็จกลับแล้ว แต่แล้วพวกเขาก็คิดผิดเพราะหลงเจี่ยนหยางนั้นเดินไปหยุดอยู่ที่ด้านหน้าของฟางเหม่ยหลิง
" หลิงเอ๋อ ต่อไปนี้เ้ามีอะไรก็ถามข้าได้นะ ข้ายินดีตอบเ้าทุกอย่าง และช่วยเหลือทุกอย่างที่เ้า้า "
เขายิ้มให้นางอย่างอ่อนโยน
ทุกคนต่างอึ้งมองอย่างผิดคาดที่องค์ชายแปดผู้เ็า กลับพูดจาแบบอ่อนหวานและนุ่มนวลกับหญิงสาวตรงหน้า พร้อมทั้งส่งยิ้มให้อีก และเรียกชื่ออย่างสนิทสนมนี่มันอะไรกัน เพราะเมื่อกี้พวกเขายังเห็นว่าไป๋เฉียนฉิง ผู้ซึ่งเป็บุตรีของเสนาบดีฝ่ายขวาที่มีความสำคัญมากต่อราชสำนัก โดนเขาไล่อย่างไม่ใยดีอยู่เลย
ไป๋เฉียนฉิง เห็นเช่นนั้นก็โกรธมาก จนหน้าเปลี่ยนเป็สีดำมืด นางถูกไล่อย่างไม่ใยดี แล้วนางเหม่ยหลิง กลับได้รับรอยยิ้มจากองค์ชาย
'แกนางฟางเหม่ยหลิง ฉันเกลียดแก''
ไป๋เฉียนฉิงโกรธจนแทบกระอักเื
" เอ๊ะ ท่านเรียกข้าแบบนี้ หรือว่าท่านก็คือ "
คนที่เรียกเธอแบบนี้ก็คือคนที่สวมหน้ากาก เธอลืมคนนี้ไปซะสนิทเลยเธอจำได้ว่าเขาชอบเรียกเธอแบบนี้
'' ใช่แล้ว เ้าเข้าใจถูกแล้วละ ''
'' ที่แท้ก็องค์ชายแปดเองหรือเพคะ นี่ข้าเข้าใจถูกใช่ไหม ท่านคือคนที่ช่วยข้าไว้จากโจรที่ตลาดมืดจันทรา จริงๆหรือ"
"ใช้แล้วเป็ข้าเอง"
"งั้นหม่อมฉัน ต้องขอขอบพระทัยอีกครั้งเพคะ ที่ทรงช่วยเหลือหม่อมฉันไว้นะเพคะ ''
เธอขอบคุณอีกครั้ง ไม่น่าเชื่อว่าเขาจะเป็คนที่ช่วยเธอไว้
"ข้ายินดีช่วยเ้าเสมอ "
เขาส่งสายตาสื่อความนัยมาให้ แต่ฟางเหม่ยหลิงกลับไม่รู้ถึงสายตานั้น
"ถ้าองค์ชายไม่ได้เข้ามาช่วยในครั้งนั้น หม่อมฉันคงไม่ได้มายืนอยู่ตรงนี้นะเพคะ"
เขายิ้มให้นาง ก่อนจะเอ่ยขึ้นมา
"แล้วเ้าจะกลับแล้วหรือ หรือว่าจะไปไหนต่อ ให้ข้าไปเป็เพื่อนนะ"
เด็กสาวแต่ละคนต่างมองมาที่นางอย่างกับจะกินเืกินเนื้อ ส่งรังสีฆ่าฟันมาที่นาง โดยเฉพาะไป๋เฉียนฉิงที่ตอนนี้กำหมัดแน่นจนเล็บนั้นจิกเข้าไปในเนื้อ นางอยากจะโจนเค้าใส่ฟางเหม่ยหลิงเต็มที
"ไม่รบกวนดีกว่าเพค่ะ หม่อมฉันจะกลับจวนแล้วเพคะ ขอทูลลาตรงนี้เลยนะเพคะ"
ตอนนี้ฟางเหม่ยหลินเห็นทุกคนกำลังจ้องมาที่ตนเอง เธอนั้นไม่อยากเป็เป้าสายตาไปมากกว่านี้จึงได้คิดว่าควรจะกลับก่อนดีกว่า
"ให้ข้าไปส่งเถอะนะ ข้าว่างอยู่พอดี "
เขารั้นที่จะไปกับนางให้ได้
"องค์ชาย อย่าลำบากเลยะ หม่อมฉันเกรงใจ"
ฟางเหม่ยหลิงนั้นไม่อยากให้เขาต้องลำบาก เธอคิดว่าเพราะเธอเป็ศิษย์น้องที่เขาต้องดูแล เขาก็เลยต้องทำไปตามหน้าที่
"ไม่ลำบากเลย ข้าเต็มใจ"
หลงเจี่ยนหยางได้จับจูงมือของฟางเหม่ยหลิงให้เดินตามเขามา จนมาถึงรถม้าที่จอดอยู่ริมแม่น้ำ เขาเชื้อเชิญให้นางขึ้นไปในรถม้า
"แต่สาวใช้ของหม่อมฉันอยู่ไหนก็ไม่รู้"
เธอนั้นห่วงสาวใช้ทั้งสองที่ตอนนี้หายไปไหนก็ไม่รู้
"ไม่เป็ไรข้าบอกองครักษ์ของข้าแล้วให้ตามหาพวกนางแล้วพาไปส่งที่จวน เ้าไม่ต้องเป็ห่วงนะ"
"เพคะ "
เธอได้แต่คิดว่าถ้าองค์ชายพูดถึงขนาดนั้น เธอก็คงต้องเชื่อเขา
ใช้เวลาเดินทางด้วยรถม้าเพียงไม่นานก็มาถึงหน้าจวนของเสนาบดีฝ่ายซ้าย หลงเจี่ยนหยางลงจากรถม้า และยื่นมือให้นางจับเพื่อที่นางจะได้ลงมาอย่างปลอดภัย
"ขอบพระทัยเพคะ "
"งั้นข้าขอตัวก่อนนะ"
"เพคะ องค์ชาย"
เธอยิ้มให้เขา ก่อนจะมองแผ่นหลังของเขาที่เดินเข้าไปในรถม้า
บ่าวชาย หญิง เห็นว่าเธอกลับมา ต่างกรูกันเข้ามาห้อมล้อมเธอ ถามถึงเื่ผลทดสอบ ด้วยความอยากรู้ ว่านายของตนจะได้เป็ ลูกศิษย์สำนักวังบาดาล ที่เลื่องชื่อหรือไม่ เลียงลี่กับเหมียนมี่นั้นมาถึงก่อนหน้านี้ไม่นานโดยองครักษ์ขององค์ชายแปดนั้นมาส่งพวกนาง
"อ้าว เ้าสองคนมาถึงนานแล้วหรือ ปล่อยให้ข้าเป็ห่วงแทบแย่"
เธอเห็นว่าสองสาวใช้ปลอดภัยดีก็โล่งใจ
"พวกบ่าวขอโทดนะเ้าคะ เพราะองครักษ์ขององค์ชายแปดบอกว่าคุณหนูจะกลับพร้อมองค์ชาย และให้พวกบ่าวกลับไปกับพวกเขานะเ้าคะ พวกบ่าวเลยต้องทำตาม "
้เลียงลี่รีบเข้ามาอธิบายให้คุณหนูของนางฟัง
"ข้าเข้าใจแล้ว พวกเ้าปลอดภัยก็ดีแล้วละ"
เธอนั้นรู้ว่าเป็คำสั่งขององค์ชายแปดจึงไม่ได้ว่าอะไร
"เป็อย่างไรเ้าคะ คุณหนู"
"เป็อย่างไรขอรับ คุณหนู ผ่านไหม ขอรับ"
"สอบผ่านไหมเ้าคะ"
พวกบ่าวชายหญิงต่างพากันถามเื่การสอบเพราะอยากรู้ว่าคุณหนูของพวกเขานั้นได้เข้าเรียนสำนักวังบาดาลหรือไม่
"คือว่าข้า"
ฟางเหม่ยหลิงทำหน้าเศร้าสลด ก้มหน้าก้มตา เหมือนละอายแก่ใจ ก่อนหันไปขยิบตาให้เลียงลี่ กับ เหมียนมี่ เป็อันรู้กันสามคน
"โถ่คุณหนูของพวกบ่าว ไม่เป็ไรนะเ้าคะ "
"ไม่เป็ไรนะขอรับคุณหนู"
พวกบ่าว ชายหญิง ต่างพากันปลอบใจ คิดว่าคุณหนูของพวกเขาคงไม่ผ่านการทดสอบ ใครก็รู้ว่าสำนักวังบาดาล เข้ายากขนาดไหน
"ข้าผ่านการทดสอบ ได้เป็ศิษย์สำนักวังบาดาลแล้วนะ ฮ่า ฮ่า ฮ่า"
ฟางเหม่ยหลิงเห็นทุกคนมีท่าทีเศร้าสร้อยจึงได้บอกไป การแสดงละครของเธอถือว่าฝีมือยังไม่ตก สมแล้วที่เธอนั้นเป็นางเอกเบอร์หนึ่ง
"หาาา จริงหรือเ้าคะ ดีใจจริงๆเลยคะ คุณหนู ไม่ได้แกล้งพวกบ่าวเล่นนะเ้าคะ"
"จริงที่สุดดดด"
ฟางเหม่ยหลิงย้ำให้ทุกคนแน่ใจ
"จริงหรือขอรับ คุณหนูเก่งที่สุดเลย ขอรับ "
ทุกคนต่างพากันดีใจ ที่นายของตนได้เป็ศิษย์ในสำนักวังบาดาลที่เลื่องชื่อที่สุดในแคว้น ต่างพากันภาคภูมิใจ กับนายหญิงที่เมื่อก่อนไม่เคยสนใจอะไร แต่มาวันนี้นางกลับทำให้ ทุกคนได้เห็นถึงความสามารถที่นางมี
"มันแน่อยู่แล้ว เพราะว่าข้า ฟางเหม่ยหลิง ทั้งงดงาม ทั้งเก่ง ทั้งฉลาด เื่แค่นี้ สบายมากก ฮ่า ฮ่า ฮ่า "
ทุกคนได้ยินเ้านายของตน เอ่ยชมตัวเองเช่นนั้น ต่างพากันหน้าเหวอ ตลึง อ้าปากค้าง ไปชั่วขณะ ไม่คิดเลยว่าจะมีใครกล้ายกยอปอปั้น ตัวเอง ชมตัวเองแบบหน้าตาเฉยได้ขนาดนี้
ฟางเหม่ยหลิงได้เห็นทุกคนหยุดชะงักไป ก็เลยหันไปถาม
"เอ๊ะ หรือพวกเ้าว่าไม่จริง "
"จริงขอรับ"
"จริงเ้าค่ะ"
ทุกคนต่างพากันรีบตอบอย่างพร้อมเพรียง เพราะเริ่มจะชินกับนิสัยที่นางชอบพูดอะไรแบบนี้แล้ว ถึงอย่างไรสิ่งที่นางพูดมาก็คือความจริง ทุกอย่าง นางทั้งงดงาม ฉลาดและเก่งมาก อีกไม่นานจวนเสนาบดีแห่งนี้จะต้องกลับมารุ่งเื่อีกครั้ง ทุกคนต่างมองตามแผ่นหลังของฟางเหม่ยหลิงอย่างมีความหวัง ซึ่งตอนนี้นางเดินกลับเข้าไปในจวนแล้ว