อสูรทลายสวรรค์ [แปลจบแล้ว]

    เล่มที่ 2 บทที่ 40 ทางตัน (2)

            ความจริงเย่ชิงอวี่ตื่นมาตั้งนานแล้วตื่นมาตั้งแต่ตอนที่พวกเย่เจี้ยนมาถึงเพียงแต่ว่าตอนที่ตื่นขึ้นมาภายในหัวรู้สึกมึนงงและมีข้อมูลที่แปลกประหลาดมากมายปรากฏขึ้นมา

            ด้วยเหตุนี้นางจึงใช้เวลาในการจัดการกับข้อมูลภายในหัวเพื่อทำความเข้าใจกับมันเพียงแต่ว่ายิ่งทำความเข้าใจยิ่งทำให้มึนงงยิ่งขึ้นข้อมูลแปลกประหลาดที่ส่งเข้ามาในหัวบอกว่าตนเองเป็น “ร่างหยกวิญญาณ”อะไรสักอย่าง และยังมีข้อมูลอีกเยอะแยะมากมายที่พูดถึง “การเซ่นสังเวยวิญญาณ” สามารถนำพลังลึกลับที่อยู่ภายในร่างของตนสังเวยให้แก่คนที่ตนเองรักทำให้คนๆ นั้นมีพลังฝีมือเพิ่มขึ้นอย่างน่ากลัวในช่วงระยะเวลาสั้นๆหรือว่าเมื่อคนที่รักมีพลังฝีมือบรรลุถึงระดับขั้นสูงสุดขอบเขตจ้าวนักรบจากนั้นมอบความบริสุทธิ์ของตนเองให้เขาเพื่อให้บรรลุถึงระดับขอบเขตราชาจักรพรรดิ! ข้อมูลเหล่านี้มันคืออะไร? ตนเองมีพลังลึกลับอะไรที่ไหน? แล้วร่างหยกวิญญาณอะไรนี่มันโผล่มาได้อย่างไร?

            เย่ชิงอวี่จากทีแรกที่มึนงงไม่เข้าใจแต่หลังจากที่ทำความเข้าใจเรียนรู้ข้อมูลมากมายทั้งหมดเหล่านั้นมากขึ้น นางเริ่มที่จะเชื่อขึ้นมาบ้างแล้วเกี่ยวกับร่างหยกวิญญาณตามที่ข้อมูลบอกไว้ร่างหยกวิญญาณเป็นร่างที่ปราศจากโรคภัยไข้เจ็บและพิษต่างๆไม่สามารถทำอะไรได้ ข้อความเหล่านี้นางเชื่อเป็นอย่างมากเพราะนางเองก็สงสัยมาตลอดว่าตั้งแต่เกิดมาจนกระทั่งบัดนี้เป็นเวลาสิบห้าปีแล้วนางยังไม่เคยเจ็บป่วยเลยแม้แต่ครั้งเดียวที่สำคัญคือร่างหยกวิญญาณมีพลังการรักษาที่มหัศจรรย์ตนเองที่เอาหัวชนกำแพงจนแตกเลือดไหลแต่ตอนนี้กลับยังมีชีวิตอยู่อย่างนี้จะอธิบายว่าอย่างไร?

            แต่นางไม่รู้ว่าเย่ชิงหานก็มีแหวนมหัศจรรย์วงหนึ่งและมีคุณสมบัติในการรักษาเช่นกันถ้าหากไม่ใช่เย่ชิงหานเอาเลือดจำนวนมากป้อนให้นางกินนางคงไม่ฟื้นขึ้นมาได้รวดเร็วขนาดนี้อย่างแน่นอนในที่สุดนางก็เชื่อในข้อมูลมากมายที่อยู่ในหัว หลังจากที่เรียนรู้วิธีการใช้ “การเซ่นสังเวยวิญญาณ”ได้ สมองของนางก็เริ่มค่อยๆ ปลอดโปร่งขึ้นมาเมื่อลืมตาขึ้นสิ่งแรกที่มองเห็นคือหัวไหล่ที่คุ้นเคยกับใบหน้าด้านข้างที่โผล่ขึ้นมาเฉพาะในตอนหลับฝันดังนั้นนางจึงร้องเรียกออกไปด้วยเสียงอันแผ่วเบาอย่างไม่อยากจะเชื่อว่าเป็นความจริง“ท่านพี่? เป็นท่านใช่ไหม? ท่านพี่?”

            “ชิงอวี่?” เย่ชิงหานรู้สึกตื่นตะลึงจึงหันกลับไปมองโดยไม่รู้ตัวเขามองเห็นดวงตาคู่สีดำที่คุ้นเคย ใจของเขารู้สึกสั่นสะท้านขึ้นมาเล็กน้อย

            “ท่านพี่ เป็นท่านจริงๆ? ข้าดีใจจริงๆ เลย” เย่ชิงอวี่มองดูใบหน้าที่กำลังหันกลับมามองของเย่ชิงหานอย่างตกตะลึงความรู้สึกทั้งอยากจะร้องไห้ทั้งอยากจะหัวเราะออกมาเพียงแต่อารมณ์ดังกล่าวคงอยู่ได้เพียงแค่ครู่เดียวก็ถูกความตื่นตระหนกหวาดกลัวเข้ามาแทนที่นางร้องออกมาด้วยเสียงอันดัง “ท่านพี่ ระวัง!”

            “ระวัง?” มองเห็นสีหน้าของน้องสาวที่เปลี่ยนแปลงในพริบตา เย่ชิงหานเข้าใจได้ในทันทีสายตาปรากฏแววความเด็ดเดี่ยวขึ้นจากนั้นออกแรงกดไปยังกริชที่อยู่ในมือให้จมลึกลงไปยังภายในลำคอของเย่ชิงขวงอย่างหนักหน่วง

            ฟิ้ว!

            ต่อให้เย่ชิงหานจะรวดเร็วแค่ไหนก็ตามแต่คนที่ลอบโจมตีเขาเป็นถึงผู้มีพลังฝีมือระดับขอบเขตราชาจักรพรรดิแค่บรรลุถึงระดับขอบเขตเยี่ยมยุทธ์ก็สามารถปล่อยพลังปราณรบออกมาภายนอกได้แล้วแต่ตอนนี้เขาต้องเผชิญหน้ากับผู้มีพลังฝีมือในระดับขอบเขตราชาจักรพรรดิตั้งมากมายแล้วยังกล้าเผลอสติอีก? ในตอนที่เย่ชิงหานหันหน้าไปเย่เจี้ยนก็เริ่มปล่อยพลังปราณรบออกมาแล้ว เพื่อไม่ให้เกิดข้อผิดพลาดเย่เจี้ยนปล่อยพลังปราณรบออกมาเพียงแค่นิดเดียวแล้วเปลี่ยนมันให้เป็นเข็มขนาดเล็กโจมตีไปยังแขนข้างที่ถือกริชของเย่ชิงหานอย่างไร้สุ้มเสียง

            เข็มขนาดเล็กนั้นแทงทะลุจุดชีพจรบนแขนของเย่ชิงหานอย่างแม่นยำทันใดแขนของเขาพลันไร้ความรู้สึกปราศจากการตอบสนองไปในทันทีเมื่อแขนไม่มีแรงที่จะกุมกริชไว้มันจึงร่วงหล่นลงสู่พื้นไปโดยอัตโนมัติเย่ชิงหานเซถอยหลังไปหนึ่งก้าวด้วยความเจ็บปวด ใบหน้าเริ่มเปลี่ยนสีจากนั้นจึงยกแขนอีกข้างที่ยังใช้การได้ขึ้นแล้วฟาดออกไปยังแผ่นหลังของเย่ชิงขวงอย่างสุดกำลังเพียงแต่ว่าเข็มพลังปราณรบเล่มนั้นรวดเร็วมากเกินไปมันหมุนวนอยู่กลางอากาศรอบหนึ่งแล้วพุ่งไปยังแขนข้างซ้ายของเขาอย่างรวดเร็วต่อจากนั้นก็พุ่งทะลวงไปตามจุดชีพจรตำแหน่งต่างๆทั่วทั้งร่างของเย่ชิงหานอีกรอบหนึ่ง

            เคร้ง!

            ไม่เพียงแค่กริชเท่านั้นที่ร่วงลงสู่พื้นร่างของเย่ชิงหานก็ร่วงลงสู่พื้นเช่นเดียวกันระดับขอบเขตราชาจักรพรรดิแข็งแกร่งจนเกินไปเพียงไม่กี่วินาทีทั้งร่างของเย่ชิงหานถูกแทงจนทะลุไปหลายสิบแผลจุดชีพจรส่วนมากถูกทะลวงจนหมดสิ้น เส้นเอ็นมือเท้าล้วนฉีกขาด ดั่งคำที่เขาว่าเดินหมากผิดตาเดียวแพ้ทั้งกระดาน

            “ไม่! ท่านพี่!”เย่ชิงอวี่ที่ร่วงลงสู่พื้นพร้อมกับพี่ชายนางร้องขึ้นด้วยความหวาดกลัวกับหัวใจที่แตกสลายเมื่อมองเห็นร่างของพี่ชายที่ราวกับแมลงเลื้อยคลานที่อ่อนระทวยกองลงไปกับพื้น

            “ข้าขอเสนอให้คุมตัวเย่ชิงหานไว้ทำการสอบสวนเรื่องราวที่เกิดขึ้นให้ละเอียด จากนั้นให้สมาชิกผู้อาวุโสทั้งหมดตัดสินลงโทษร่วมกัน”เย่เชียงได้แต่ทอดถอนใจในขณะที่เย่ชิงหานหันหน้ากลับไปเขารู้ได้ทันทีว่าต้องเกิดเรื่องแน่เนื่องจากสมาชิกผู้อาวุโสล้วนอยู่กันในที่แห่งนี้ตนเองจะลำเอียงเข้าข้างมากไปก็คงไม่ได้ตอนนี้ทำได้เพียงลองยืดเวลาต่อชีวิตให้เขาเท่านั้น

            “ไม่จำเป็นแล้ว!”

            เย่เจี้ยนปล่อยพลังปราณรบออกไปอีกครั้งครั้งนี้เปลี่ยนเป็นฝ่ามือขนาดใหญ่จับเอาเย่ชิงขวงดึงเข้ามาแล้วโยนไปให้ผู้อาวุโสท่านหนึ่งที่อยู่ข้างๆส่งสัญญาณบอกให้รีบทำการรักษาจากนั้นค่อยหันหน้ามามองเย่ชิงหานที่นอนหมอบอยู่บนพื้นด้วยสายตาที่เย็นชาพร้อมกับเอ่ยขึ้น“สมาชิกผู้อาวุโสทั้งหมดล้วนอยู่ที่นี่ความผิดที่เย่ชิงหานกระทำทุกคนล้วนมองเห็นด้วยกันทั้งหมดตอนนี้มาเริ่มการตัดสินโทษกันเถอะข้าคิดว่าบุคคลที่ชั่วช้าและโอหังอวดดีจนเกินจะเยียวยาผู้นี้ควรรีบตัดสินประหารโดยทันทีและข้าขอลงมือเอง”

            เย่หรงแสยะยิ้มขึ้นที่มุมปากที่มีรอยแผลเป็นอันน่ารังเกียจนั้นเขามองดูเย่ชิงหานอย่างเยาะเย้ยพร้อมกับพูดสำทับขึ้น “ข้าเห็นด้วยและข้าขอเสนอให้นำร่างของมันไปแขวนไว้เป็นเวลาสามวันเพื่อไม่ให้ผู้อื่นกระทำเอาเป็นเยี่ยงอย่าง!”

            “ข้าเห็นด้วย!”

            “ข้าสละสิทธิ์!”

            “ข้าไม่เห็นด้วย”

            “ข้าเห็นด้วย!”

            .................................

            เมื่อเห็นความโกรธเดือดดาลของเย่เจี้ยนและเย่หรงผู้อาวุโสทั้งหลายล้วนพากันแสดงความเห็นออกมาไม่ขาดแม้ว่าสิ่งที่เย่ชิงหานแสดงออกมาในวันนี้จะกลับตาลปัตรกับภาพเดิมๆที่ทางตระกูลเคยมีต่อเขา หลายคนชื่นชมในความกล้าหาญและจิตใจของเขาแต่สำหรับนายน้อยตกอับที่กลายเป็นคนพิการและยังทำความผิดมหันต์เช่นนี้อีกทั้งยังจ้องเผชิญหน้ากับอารมณ์โกรธแค้นเดือดดาลของว่าที่หัวหน้าตระกูลคนต่อไปอย่างเย่เจี้ยนอีก หลายคนจึงทำได้เพียงแค่นิ่งเงียบหรือสละสิทธิ์เท่านั้น

            ผลของคำตัดสินจากสมาชิกผู้อาวุโสคือ เย่ชิงหาน...โทษประหารชีวิต!

            “ข้าไม่ยอมรับข้าจะพบหัวหน้าตระกูล!”

            เรื่องราวไม่ได้เป็นไปอย่างที่ตนเองคาดเอาไว้เย่ชิงหานภายในใจถูกความขมขื่นและความอับจนปัญญาเข้าปกคลุมร้องตะโกนออกมาด้วยความสิ้นหวัง

            เป็นตนเองที่ประมาทเผชิญหน้ากับผู้มีพลังฝีมือระดับขอบเขตราชาจักรพรรดิที่จ้องรอจังหวะอยู่สิบกว่าคนตนเองกลับกล้าประมาท ผลของความประมาทก็คือความตาย ตนเองตายนั้นไม่เท่าไรเพราะเคยตายมาแล้วครั้งหนึ่งแต่กลับทำให้น้องสาวต้องมาพลอยเดือดร้อนไปด้วย

            “ชิงอวี่เป็นพี่ที่ทำให้เจ้าพลอยเดือดร้อนไปด้วย ชาติหน้าขอให้เราเกิดมาเป็นพี่น้องกันอีก”

            มองเห็นเหล่าผู้อาวุโสเมินเฉยต่อคำร้องขอของตนเย่ชิงหานรู้ได้ในทันทีว่าวันนี้ตนเองต้องตายอย่างแน่นอนอารมณ์ในตอนนี้กลับรู้สึกผ่อนคลายลงหันหน้ากลับไปมองน้องสาวด้วยรอยยิ้มแล้วพูดออกมาด้วยน้ำเสียงที่อ่อนโยน

            “ไม่...ท่านพี่ ท่านจะไม่ต้องไม่ตายและข้าก็ไม่อยากเป็นพี่น้องกับท่าน...” ดวงตาทั้งสองของเย่ชิงอวี่เต็มไปด้วยน้ำตาพูดออกมาพร้อมกับส่ายหัวไปมาไม่หยุด“ความจริงข้าคิดมาตลอดว่าอยากจะเป็นภรรยาท่านอยากมีลูกที่อ้วนน่ารักกับท่านสักคน...”

            “ฮะ? ภรรยา?” ได้ยินคำพูดของเย่ชิงอวี่ ในใจของเย่ชิงหานตกตะลึงขึ้นมาภรรยา? น้องสาวอยากจะแต่งงานกับตนเองมาโดยตลอด?

            เย่ชิงอวี่ผงกหัวรับอย่างหนักหน่วงพร้อมกับพูดออกมาอย่างจริงจัง“ท่านพี่นับตั้งแต่ท่านพ่อเก็บข้ามาเลี้ยงข้าก็คิดไว้แล้วว่าชั่วชีวิตนี้จะแต่งกับท่านคนเดียวและจะเป็นของท่านพี่คนเดียวเพียงแต่ว่าตอนนี้ชิงอวี่คงไม่มีบุญวาสนานั้นแล้ว...ท่านพี่ถ้าหากชาติหน้ามีจริงท่านจะแต่งข้าเป็นภรรยาไหม?”

            “ท่านพี่ข้าขอถามท่านสักอย่างสมมติว่า...ข้าหมายถึงสมมติข้าอยากให้ท่านพาข้าหนีไปให้ไกลจากตระกูลเย่หาที่สงบห่างไกลในชนบทแล้วพวกเราใช้ชีวิตปกติธรรมดาไปด้วยกันตลอดทั้งชีวิตท่านจะยินยอมไหม?”

            หวนนึกไปถึงเหตุการณ์หลังจากที่มารดาตายน้องสาวนำของที่บิดาเหลือทิ้งไว้มาให้ นางเคยพูดประโยคนี้ออกมาถึงตอนนี้เขาจึงได้เข้าใจว่าความจริงแล้วน้องสาวอยากจะแต่งกับตนเองอยากจะเป็นภรรยาของตนเองมาโดยตลอดอยากจะอยู่กับตนเองในเมืองเล็กๆ ที่ไหนสักแห่งใช้ชีวิตไปด้วยกัน

            เพียงแต่...เป็นเขาเองที่ไม่รู้จักหวงแหนมันไว้เย่ชิงหานรู้สึกว่าตนเองได้ทำเรื่องผิดพลาดอย่างร้ายแรงลงไปนึกได้ตอนนี้ก็ไม่มีโอกาสชดเชยสิ่งที่ทำพลาดไปแล้ว เขาหลับตาลงอย่างเจ็บปวดพยักหน้าแล้วพูดออกมาไม่หยุด “ข้ายินดี ข้ายินดี! ชิงอวี่ ข้าขอโทษ ข้าขอโทษ...”

            “ท่านพี่ไม่ต้องพูดขอโทษ ท่านต้องรับปากข้า ต้องมีชีวิตอยู่ต่อไป...” เย่ชิงอวี่ส่ายหัวเบาๆ ใบหน้าไม่ได้มีอาการร้องไห้อีกต่อไปจะมีก็เพียงแต่ไอพลังศักดิ์สิทธิ์สายหนึ่งปรากฏขึ้นมาแทน ดวงตาที่เต็มไปด้วยอารมณ์อ่อนโยนของนางมองดูเย่ชิงหานพร้อมกับรอยยิ้มที่น่าหลงใหล

            “พวกเจ้าทั้งสองคนคงจะสั่งเสียกันเสร็จแล้วสินะ”เย่หรงเริ่มอารมณ์หงุดหงิด เดินมาด้วยความเย็นชากำลังจะตัดเชือกที่มัดไว้ที่ด้านหลังของเย่ชิงหานเพื่อแยกเย่ชิงอวี่ออกมาเพื่อให้เย่เจี้ยนฆ่าเย่ชิงหานได้อย่างสะดวกกว่าเดิม

            “มีชีวิตต่อไป?” เย่ชิงหานมองดูไอพลังศักดิ์สิทธิ์ที่แผ่ซ่านออกมาจากใบหน้าของน้องสาวได้ยินคำพูดที่แปลกประหลาดที่น้องสาวพูดออกมา รู้สึกใจหวิวขึ้นมาอย่างแปลกประหลาดเขารีบร้องตะโกนออกมาด้วยเสียงอันดัง

            “ชิงอวี่ เจ้าจะทำอะไร? อย่า! เย่หรงรีบหยุดนางไว้เดี๋ยวนี้!”

            “เย่หรงรีบหยุดนางเด็กคนนั้นเร็ว!”

            เย่เจี้ยนที่อยู่ห่างไกลออกไปก็สัมผัสได้ถึงกลิ่นอายอันตรายที่จะเกิดขึ้นจึงรีบร้องบอกออกไปจากนั้นเขาปล่อยพลังปราณรบออกมาเปลี่ยนเป็นกระบี่สีทองเล่มใหญ่พุ่งตรงไปยังเย่ชิงอวี่ในทันที

            เย่หรงเองก็สัมผัสได้ถึงสิ่งผิดปกติรีบยื่นมือออกไปจับเย่ชิงอวี่ในทันที

            เพียงแต่วินาทีต่อมาเหตุการณ์แปลกประหลาดพลันเกิดขึ้น

    คล้ายกับเรื่องอสูรทลายสวรรค์ [แปลจบแล้ว] ที่คุณอ่าน