แสงแดดยามเช้าส่องลอดหน้าต่างกระจกสีของหอศิษย์ใหม่ ทาบเงาลายฟันเฟืองบนพื้นหินเรียบอย่างสงบ หลิงเซียวลืมตาขึ้นจากสมาธิยามเช้า แววตาสงบนิ่งแต่ลึกซึ้งราวกับทะเลสาบใต้เงาจันทร์ พลังจิตที่เพิ่งตื่นขึ้นเมื่อวันก่อนยังคงไหลเวียนอย่างเสถียร ผสานกับปราณวิญญาณที่บ่มเพาะจากการฝึกปกติ จนกลายเป็นพลังผสมผสานเฉพาะตัวที่เริ่มมี “รูปแบบ” ของมันเอง
วันนี้คือวันแรกของ บทเรียนภาคเวท
…วันที่ศิษย์ใหม่ทุกคนจะได้เข้าใกล้แก่นของสำนักหมื่นกลจักรอย่างแท้จริง
เสียงระฆังกลไกจากหอคอยกลางดังขึ้นสามครั้ง
เป็นสัญญาณเรียกให้ศิษย์ใหม่ทุกคนไปรวมตัวยัง “ลานเกรียงเวท”
…
ลานเกรียงเวทคือพื้นที่เปิดโล่งกลางนครจักรกล ผืนลานทำจากโลหะผสานแร่เวทสีดำหม่นที่ดูดซับเสียงฝีเท้าได้จนหมด เส้นเวทย์และกลไกเรืองแสงสลักวนทั่วพื้นที่เป็นวงกลมซ้อนหลายชั้น ลานนี้มิใช่แค่ลานฝึก แต่มันคือแหล่งรวม ข้อมูลพลังเวทระดับต้นถึงสูงสุด ของทั้งสำนัก
เยว่อี้ยืนรออยู่กลางลาน
รอบตัวเขาเต็มไปด้วยศิษย์ใหม่หกคนที่ยืนเรียงแถวกันอย่างมีระเบียบ
“ตั้งแต่นี้เป็นต้นไป พวกเจ้าจะเข้าสู่หลักสูตรที่แยกเส้นทางระหว่างผู้ฝึกปราณ และผู้ฝึกเวท”
เขาหยุดเล็กน้อยก่อนกล่าวต่อด้วยเสียงหนักแน่น
“แต่…ในสำนักหมื่นกลจักร มีคำสอนหนึ่งที่พวกเจ้าต้องจดจำไว้”
“เวทมิใช่สิ่งตรงข้ามกับกลไก
กลไกมิใช่สิ่งตรงข้ามกับปราณ
แต่ทั้งหมดคือเส้นเดียวกัน
…ต่างกันเพียง ‘มุมมอง’ และ ‘ความเข้าใจ’ เท่านั้น”
ขณะเขากล่าว เส้นเวทย์บนลานก็ค่อย ๆ เรืองแสง ร่างเวทขนาดมหึมาปรากฏขึ้นกลางลาน—เป็นภาพจำลองของ “ต้นแบบจักรกลเวท” สูงกว่าแปดเมตร แขนขาแต่ละข้างฝังวงเวทประสานกับฟันเฟืองที่เคลื่อนไหวได้อย่างลื่นไหล
หลิงเซียวจ้องมองภาพนั้นด้วยแววตาลึกซึ้ง
เพราะสิ่งที่อยู่ตรงหน้าคือแนวคิดเดียวกับที่เขาเคยพัฒนามาแล้วในโลกก่อน
…เพียงแต่นี่คือ “เวอร์ชันดั้งเดิม” ที่ใช้เวทมนตร์เป็นฐาน ไม่ใช่วิทยาศาสตร์
เยว่อี้ยกมือขึ้นชี้ไปที่จุดศูนย์กลางของหุ่นเวท
“ที่นี่คือจุดบรรจบของพลังทั้งสาม—พลังจิต, พลังปราณ, และพลังกล
ศิษย์คนใดที่เข้าใจตำแหน่งนี้ได้ จะมีสิทธิ์ก้าวสู่ระดับ ‘จอมเวทจักรกล’ ในอนาคต”
ศิษย์หลายคนเริ่มซุบซิบ บางคนแสดงความสงสัย บ้างสีหน้าหวาดหวั่น
แต่หลิงเซียวกลับยืนนิ่ง—เขาเข้าใจดีว่าสิ่งที่อีกฝ่ายกล่าว คือความจริงที่เขา ‘เคยสร้าง’ มาแล้วในโลกก่อน
เยว่อี้หันมามองตรงที่เขาโดยไม่เอ่ยคำใด
แต่สายตานั้น…คือการท้าทายเงียบ ๆ
…
ในช่วงบ่าย ศิษย์ใหม่ถูกแยกกลุ่มเพื่อลงทะเบียนแนวทางที่ตนถนัด
กลุ่มหนึ่งเน้นฝึกปราณ กลุ่มหนึ่งเน้นเวท กลุ่มสุดท้ายคือสายผสม
หลิงเซียวเลือกอย่างไม่ลังเล—สายผสม
เขาถูกจัดให้อยู่ในกลุ่มพิเศษที่มีเพียงสองคน
อีกคนคือ “ซ่งหลี่” หญิงสาวผู้สงบนิ่งจากเมืองสำนักใหญ่
“ข้าคิดว่าเจ้าจะเลือกสายเวทเพียงอย่างเดียว” ซ่งหลี่เอ่ยเมื่อเดินข้างกัน
“ข้าไม่คิดว่าโลกจะแยกสิ่งเหล่านี้ออกจากกันได้จริง ๆ” หลิงเซียวตอบเรียบ ๆ
“มีแต่เราที่แยกมันออกจากกัน เพราะเราไม่เข้าใจมากพอ”
นางมองเขานิ่ง ก่อนพยักหน้าช้า ๆ ราวกับเพิ่งเข้าใจบางสิ่งที่ตนเคยมองข้าม
…
เมื่อสิ้นวัน เขากลับมายังห้องพัก เปิดหนังสือที่เยว่อี้แจกไว้เมื่อตอนเช้า
ภายในมีบันทึกเวทจักรเบื้องต้น ทฤษฎีสังเคราะห์พลังจิต ปราณ และวงจรกลไก
หลิงเซียวหยิบปากกากลไกขึ้น…มือของเขาไม่สั่นแม้แต่น้อย
บนหน้ากระดาษว่าง เขาเริ่มเขียนบันทึกใหม่ของตนเอง
“แบบจำลองผสานกลจักร-เวท-จิตเวท
จุดตั้งต้น: สมดุลของสามแกนพลัง
เป้าหมาย: สร้าง ‘แกนโลกเวท’ ภายในร่าง”
นี่คือจุดเริ่มของบางสิ่งที่แม้แต่สำนักหมื่นกลจักรเอง…ก็ยังไม่เคยเดินไปถึง
เพราะหลิงเซียวมิใช่เพียงศิษย์ผู้เรียนรู้
…แต่กำลังจะกลายเป็น ‘ผู้เขียนนิยามใหม่ของศาสตร์ทั้งหมด’ ด้วยตนเอง