【Perfect Life】

    53 – แก้ไขปัญหา ②

    53 – แก้ไขปัญหา ②

     

            “ถ้ายังไงเรามาเริ่มการเจรจากันเลยดีกว่านะคะว่าด้วยเรื่องของ... [วงแหวนต้องห้าม] นี้จะเป็นของใคร”

            พริสทีนเปิดประเด็นการสนทนา ทั้งสองเผ่าที่รักตัวกลัวตายตัวอันตรายทั้งสองคนจึงจำเป็นต้องสงบศึกสงบปากสงบคำเดินอ้อมวงแหวนต้องห้ามเพื่อมาปรึกษาหารือพูดคุยเกี่ยวกับเรื่องครั้งนี้

            แค่พริสทีนกับเดฟไกส์ยังกลัวขนาดนี้

            ถ้าหากทามาโมะโผล่มาไม่สั่นเป็นเจ้าเข้าตลอดการพูดคุยเลยงั้นรึ? อายาโกะแอบคิดเช่นนั้นก่อนลูบดาบของตนไปมา

            “ก่อนอื่นที่จะเปิดประเดิมการพูดคุยครั้งนี้ ถ้ายังไงขอแนะนำตัวอีกครั้งนะคะ”สาวผมเงินยิ้มก่อนจะถอนสายบัวอย่างนอบน้อม “ดิฉันชื่อ พริสทีนเทพธิดาผู้ถูกคุมขังค่ะเอาจริงจากสีผมนี้ท่านคงรู้จักจากข่าวลือเป็นที่เรียบร้อยแล้วล่ะเนอะ”

            “.....ดาร์ช หัวหน้าดาร์คเอลฟ์”เขาตอบอย่างไม่พอใจเท่าไหร่

            “เอลรอนด์ หัวหน้าไลท์เอลฟ์ครับ”

            “ในฐานะของเทพธิดาผู้ได้รับบัญชามาจากพระเจ้าท่านขอสาบานว่าจะให้ความเป็นธรรมแก่ทั้งสองฝ่ายค่ะจะไม่มีการเข้าข้างฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งทั้งสิ้น เพราะงั้นช่วยตอบความจริงด้วยนะคะ งั้นเรามาเริ่มที่ประเด็นแรกก่อนอย่างเช่น...[เรื่องขององค์หญิงไลท์เอลฟ์] ”

            “ข้าเหรอ?”

            “อื้อ สเตลล่านั่นแหล่ะ” ยิ้มให้เพื่อน“จากที่ลีลีน่าสเตลล่าได้รับพรมาจากราชันย์ไลแคนสีครามรุ่นก่อนและราชินีของเหล่าดรายแอดคุณดาร์ช....ก็เลยคิดจะใช้พลังนั้นในการก้าวเข้าวงแหวนต้องห้ามสินะคะ”

            “....ใช่” “ในฐานะของผู้ออกมาจากอาณาเขตต้องห้ามบอกเลยค่ะว่า ไม่มีทางเป็นไปได้อย่างแน่นอน”

            ตอบกลับในทันทีจนสร้างความฮือฮาให้แก่ทุกคนในห้องอย่างเห็นได้ชัด

            เพราะในเมื่อบอกว่าไม่มีความเป็นไปได้

            สิ่งที่พวกเขาทำมาตลอดเพื่ออะไร?

            “โกหก!!!” บุตรของดาร์ชคนหนึ่งโพล่งออกมา“นี่รึที่บอกว่าจะให้ความเป็นธรรม สุดท้ายเจ้าก็เข้าข้างพวกไลท์เอลฟ์อยู่ดี!!!”

            “ไม่ได้โกหกนะคะ”

            “งั้นก็พิสูจน์ซะสิว่านางเข้าไปใกล้ไม่ได้จริงน่ะ!!”

            “....ได้ค่ะ” ยิ้มบางให้ แต่รอยยิ้มนั่น...เริ่มแผ่รังสีกดดัน“ถ้ายังไงขอพูดต่อ... ได้ใช่ไหมคะ”

            ด้วยความที่พอจะอธิบายอะไรก็มักจะถูกขัดตลอดจนเริ่มหงุดหงิดเดฟไกส์เองก็ได้แต่ถอนหายใจในใจอีกครั้ง และยังคงยืนยันว่าพวกดาร์คเอลฟ์ชอบใช้ปากหาเรื่องให้ตนเองมีปัญหาเหมือนเดิม...

            “เงียบซะ” ดาร์ชพูดขึ้นลูกชายตนถึงยอมหยุดชะงักก่อนจะพูดอะไรต่อไป “อธิบายได้รึไม่ว่าทำไมถึงเข้าไม่ได้”

            “ได้แน่นอนค่ะคุณดาร์ชนั่นก็เพราะว่าสเตลล่าไม่ได้เกิดในอาณาเขตต้องห้ามค่ะ”

            “หมายความว่าผู้ที่จะเหยียบย่ำเข้าเขตต้องห้ามได้มีเพียงผู้ที่ถือกำเนิดภายในเขตต้องห้ามรึครับ?”

            “ถูกแล้วค่ะคุณเอลรอนด์ดังนั้นถึงจะได้พรมาและมีความสามารถแค่ไหนก็ไม่สามารถเหยียบย่ำเข้าไปภายในอาณาเขตต้องห้ามได้อย่างแน่นอนลองคิดดูสิคะ... ขนาดเ— ท่านไลแคนสีครามยังเข้าไม่ได้ แล้วเรื่องอะไรที่สเตลล่าเธอจะเข้าไปได้จริงไหมคะ?”

            เกือบหลุดเรียกชื่อเดฟไกส์แทบทุกครั้งด้วยความเคยชิน

            “จริงรึครับท่านไลแคนสีคราม...?”

            ‘อืม เจ้าอาณาเขตต้องห้ามในมหาพงไพรวีลิธข้าเองก็เหยียบเข้าไปไม่ได้เช่นกัน แค่เข้าไปใกล้ยังไม่ได้ด้วยซ้ำไป’

            คำตอบยืนยันของพริสทีนจากไลแคนสีครามไม่มีใครกล้าเถียงอะไรทั้งสิ้นบุตรของดาร์ชทุกคนและพวกดาร์คเอลฟ์ตอนนี้ดูสิ้นหวังอย่างเห็นได้ชัดรวมถึงดาร์ชที่นั่งหน้านิ่วคิ้วขมวดอย่างเห็นได้ชัด

            ความพยายามตลอดหลายปีในการตามหาสเตลล่าเพื่อยึดวงแหวนต้องห้ามมาเป็นของพวกตน

            ถูกทำสิ้นสุดลงภายในเวลาสั้นๆ....

            “งั้นเราจะมาเริ่มพิสูจน์กันเลยดีกว่าเนอะ”พริสทีนยิ้ม

            สาวผมเงินก้าวเข้าไปในวงแหวนต้องห้าม ตามด้วยอายาโกะทั้งคู่ต่างไม่แสดงอาการอะไรออกมา

            พริสทีนยื่นมือออกนอกวงแหวน

            “มาสิสเตลล่า”

            เอลฟ์สาวเพื่อนสนิทลังเลเล็กน้อยแอบกลืนน้ำลายด้วยความประหม่า เธอวางมือลงบนมือของพริสทีน จังหวะนั้น... วู้ม—เหมือนรอบกายเรืองแสงเล็กน้อยซะจนเพื่อนสาวสะดุ้งโหยง

            “ไม่เป็นไร ฉันแค่กาง [บาเรีย] ให้น่ะ”

            › ไนกี • ทำการวิเคราะห์ • คำตอบ: จากการสอบถามพระเจ้าและตรวจสอบสภาพร่างกายของเอลฟ์สาวตรงหน้าแล้วโอกาสที่จะยืนอยู่ในวงแหวนต้องห้ามมีเพียง 5 นาทีเท่านั้นหากยังดื้อดึงที่จะอยู่ร่างของนางจะ....

            ....5 นาทีก็พอแล้วล่ะ ยังไงก็ช่วยเตือนอีกครั้งทีนะไนกี...

            › ไนกี • ทำการวิเคราะห์ • คำตอบ: รับคำสั่งค่ะ

            “อะไรกัน... คราวหลังบอกหน่อยสิ ข้าตกใจหมดเลย” ทำแก้มป่องดูน่ารัก

            “ฮะๆ ขอโทษนะ เอาเป็นว่า....นี่คือการพิสูจน์นะคะว่าถึงแม้จะใช้พลังของฉันแล้วเธอจะยังคงเข้ามาได้รึไม่ให้เห็นกันชัดๆไปเลย มาเถอะสเตลล่า”

            “จ...จ้ะ”

            สเตลล่ามองพื้น หากก้าวเพียงก้าวเดียวก็จะเข้าไปยังในวงแหวนต้องห้าม...สถานที่ที่คล้ายคลึงกับพริสทีนอยู่

            หากแต่อันตรายกว่าหลายเท่าตัวนัก...

            กลัว...

            แต่ก็ต้องใจแข็งไว้เพราะยังไงศักดิ์ศรีของนักผจญภัยระดับS และฐานะใหม่ที่พึ่งได้รับมาอย่างเจ้าหญิง

            เธอต้องทำ

            ฟุ่บ! หลับตาแน่นก้าวเท้าเข้าไปหาเพื่อนสาวท่ามกลางสายตาของคนทั้งสองเผ่าลีลีน่าแสดงอาการเป็นห่วงอย่างเห็นได้ชัด

            1 นาทีผ่านไปไม่มีปัญหา...

            2 นาทีผ่านไปเอลรอนด์เริ่มแสดงความกังวล...

            3 นาทีผ่านไปยังไม่มีปัญหาจนพวกดาร์คเอลฟ์เริ่มยิ้ม...

            4 นาทีผ่านไปรอยยิ้มพวกนั้นหายไป... สเตลล่าเริ่มหอบหายใจ..ยกมือข้างที่ว่างกุมอกแน่น ลูเธียนเริ่มออกอาการเป็นห่วงอย่างเห็นได้ชัด

            “เฮ้!! แค่นั้นก็น่าจะพอแล้วมั้งนางเริ่มดูทรมานแล้วนะพริสทีน!!!!”เขาตะโกน

            สาวผมเงินเองก็ไม่ใช่ว่าเป็นห่วงเธอกังวลแต่ก็ต้องทำเป็นปกติไว้ ยกมือลูบหัวเพื่อนสาวเชิงปลอบไปมา

            “อีกนิดนะสเตลล่า...”

            “อ....อื้อ....”

            .

            .

            .

            5 นาทีต่อมา...

            › ไนกี • ทำการวิเคราะห์ • คำตอบ: ท่านพริสทีน กระแสเวทย์ในร่างนางเริ่มปั่นป่วนแล้วค่ะ!!!

            “!!! ทุกคน รับ!!!”

            “ท่านสเตลล่า!!!”

            รีบผลักเอลฟ์สาวออกจากวงแหวนนั่นทันทีทันใด ลูเธียนรีบวิ่งมารับร่างของแฟนสาวที่หมดสติก่อนจะล้มลงไปกองกับพื้นลีลีน่ากับเอลรอนด์ก็รีบวิ่งมาดูอย่างไว

            เมื่อสัมผัสร่างของสเตลล่าร่างของเธอเริ่มเย็นและใจเต้นแรงยิ่งกว่าครั้งไหนๆ สีผิวเริ่มซีดลง...

            ใบหน้าซีดเผือกผุดไปด้วยเหงื่อ แสดงถึงความทรมาน

            กระแสพลังเวทย์ในร่างปั่นป่วน

            หากอยู่นานกว่านี้คง....

            พริสทีนรีบวิ่งออกมานอกวงแหวน “ [Recovery (ฟื้นฟู)]

            วู้ม—

            “!! แค่ก!!! แค่ก!!!!!”

            ร่ายเวทย์รักษาให้เพื่อนสาวคนสนิท เธอสะดุ้งตื่นขึ้นพร้อมไอออกมาไม่หยุดหย่อนสีผิวกลับมาเป็นปกติเหมือนเดิม แก้มใสเริ่มมีเลือดฝาดอีกครั้ง...

            “สเตลล่า... ร่างกายเป็นยังไงบ้าง”

            “ไม่บาดเจ็บใช่มั้ยคะท่านสเตลล่า!! ม มีตรงไหนยังทรมานอยู่รึเปล่าคะ!?”

            “ม ไม่ค่ะ... ข้า... ย ยังไหวอยู่...”

            “สเตลล่า ขอโทษนะ” สาวผมเงินจ๋อยลงอย่างเห็นได้ชัด

            หากพลาดไปนิดเดียว...

            ตนได้ทำเพื่อนตายเป็นแน่...

            เอลฟ์สาวมองเพื่อนสนิทที่นั่งก้มหน้าสลด

            ก่อนยื่นมือมา...

            หยิกแก้มของพริสทีนแล้วยืด—

            “โอ๊ย! หยิกทำไมเนี่ย—!”

            “ก็โทษฐานทำให้เจ็บไง”

            “อ...ขอโทษ”

            “ไม่เอาแบบนี้แล้วนะรอบหน้า...”

            “อื้อ... ไม่ทำแล้วล่ะ”

            ทั้งที่ผ่านประสบการณ์เฉียดตายมาเมื่อครู่ ก็ยังคงยิ้มให้เพื่อนอย่างไรซะก็โกรธเพื่อนคนนี้ไม่ลง “ไว้จะเรียกร้องเรื่องผลตอบแทนอีกรอบนะคะ”

            “.......เอ๊ะ? แค่นั้นเองเหรอ?”

            “อื้อ แค่นี้แหล่ะ”

            เห็นแบบนั้นจึงยิ้มตอบเช่นกัน... “งั้นก็อย่ามากเกินไปล่ะ”

            “ไม่รับประกันนะ~”

            ขณะสองสาวหัวเราะคิกคักปรับความเข้าใจกัน เธอก็ช่วยเช็กสภาพร่างกายสเตลล่าต่อเดฟไกส์กับอายาโกะจึงจำเป็นต้องรับหน้าแทน

            ‘นั่นคงเป็นการพิสูจน์ที่เห็นชัด ขนาดเด็กคนนั้นได้รับความคุ้มครองจากเทพธิดายังปางตายแล้วพวกเจ้าล่ะยังจะอยากเสี่ยงชีวิตลงไปอีกไหม?’

            “ล แล้วทำไมนางถึงเข้าไปได้!!” 1 ในบุตรของดาร์ชชี้อายาโกะ

            “แหม... ก็ช่วยไม่ได้นี่คะ ข้าเป็นคนของอาณาเขตต้องห้ามเหมือนกับพริสทีนเลยไม่มีปัญหาอะไรอยู่แล้ว” ว่าพลางหมุนตัวไปมาและลูบดาบเบาๆ

            ....ไม่เป็นไรใช่ไหมทามาโมะ...

            ‘อืม... ข้าเป็นคนของโลกเก่า เพราะงั้นไม่แสดงอาการหรือทรมานหรอก...’

            ...ดีแล้วล่ะ ค่อยยังชั่ว...

            “หรือว่าอยากลองพิสูจน์อีกล่ะ แต่ครั้งนี้พวกคุณต้องเข้ามาโดยไม่ได้รับการคุ้มครองนะจะได้รู้...ว่าความทรมานและความตายที่รออยู่เป็นยังไง...”

            “อึก!!!”

            ไร้การขัดขืนอย่างเห็นได้ชัด ดาร์ชแสดงสีหน้าไม่พอใจแต่ก็ต้องยอมรับผลตรงหน้าเหตุการณ์ในอดีตที่เขาเผชิญย้อนกลับมาในสมอง ภาพของอดีตผู้นำซึ่งเป็นพ่อของตนบ้าดีเดือนก้าวเข้าวงแหวนเผื่อหวังจะได้สิ่งที่ซ่อนอยู่ภายในนั้นมาครอบครอง...

            จนโดนวงแหวนต้องห้ามกลืนกินไม่เหลือแม้แต่โครงกระดูกตรงหน้าของเขา...

            “งั้นเราก็จบประเด็นแรกได้แล้วสินะคะ”พริสทีนเดินมาหา “คุณดาร์ชยอมรับผลการพิสูจน์นี้หรือไม่คะ?”

            “กรอด....” กัดฟันแน่น “ได้ ข้ายอมรับ!!”

            คำตอบนั่นทำให้พวกไลท์เอลฟ์โห่ร้องด้วยความดีใจเอลรอนด์เองก็โล่งอกไม่น้อย ในที่สุดลูกสาวของตนก็จะไม่ถูกหมายหัวอีก ขณะที่ลีลีน่าทนไม่ไหวกอดองค์หญิงตัวน้อยของเธอแน่นแล้วร้องไห้ออกมาจนสเตลล่าต้องปลอบซะตรงนั้น

            ‘งั้นเข้าประเด็นที่สองเลยพริสทีน’

            “อื้อ! ประเด็นที่สอง [วงแหวนต้องห้ามไม่ใช่สถานที่ที่สมควรอยู่]ถ้าจะให้อธิบายอย่างชัดเจน... คือฉันได้รับคำสั่งมาจากพระเจ้าท่านว่าให้มาทำลายที่นี่ทิ้งซะ”

            “ทำลาย!?”

            “ใช่ค่ะ ทำลายทิ้งเพราะสิ่งที่อยู่ข้างในนั้นไม่ใช่สิ่งที่พวกคุณควรครอบครองมัน”

            “เรื่องนั้นคงยอมรับไม่ได้ง่ายๆหรอกนะท่านเทพธิดาจู่ๆท่านก็โผล่มาแล้วบอกว่าจะช่วยแล้วจู่ๆมาทำลายสิ่งที่พวกข้าเฝ้ามองมันมาตลอดอย่างง่ายๆแบบนี้มันจะไม่เอาแต่ใจไปหน่อยรึไง!?”

            “วงแหวนต้องห้ามนั่นอยู่เคียงคู่อาณาจักรเอลฟ์มาหลายชั่วอายุคนเลยนะครับท่านพริสทีนถือเป็นจุดสังเกตของอาณาเขตระหว่างสองเผ่า ถ้าหากทำลายทิ้งคงส่งผลกระทบต่อการคงอยู่ของพวกเราเป็นแน่ ไม่มีวิธีอื่นรึครับ...?”

            พูดอีกก็ถูกอีก...

            “เอ่อ... จะว่าไงดีล่ะคะ”

            “แล้วพวกคุณจะให้ทำยังไงล่ะคะ?” อายาโกะยิ้มหวาน“ในเมื่อไม่ให้ทำลายทิ้ง จะให้พวกเราทำอะไรกับมันล่ะคะ?”

            หัวหน้าทั้งสองเผ่านิ่งก่อนครุ่นคิดให้ดี

            ระหว่างนั้นพริสทีนก็นึกวิธีรับมือกับคำถามนั่น

            หน้าที่ของเธอคือทำลายแต่เจ้าถิ่นไม่ยอมให้ทำเช่นนั้น เธอจะฝืนทำหรือเจรจาให้ผ่าน...

            ‘สิ่งมีชีวิตแปลกประหลาด...’

            ไลแคนสีครามเอ่ยขึ้นเรียกความสนใจให้แก่ทุกตน

            “เมื่อกี้พูดอะไรนะคะ?”

            ไลแคนสีครามก้มลงมองพริสทีนและคนอื่นที่มองมาตามกัน

            ‘สิ่งมีชีวิตแปลกประหลาดที่ไม่เคยเห็นมาก่อนน่าจะเป็นช่วงที่ข้ายังไม่เจอกับเจ้ากระมัง ข้าเคยเห็นผ่านๆก่อนมันหายไปในน้ำ’

            “เอ๋? ในน้ำเหรอคะ??”

            ‘ใช่ถ้าให้เปรียบลักษณะภายนอกมันดูคล้ายเจ้าเซซิลแต่มันก็มีบางส่วนที่งอกออกมาแถมตัวมันก็เล็กกว่าหลายเท่า’

            ....ไหงฉันไม่เคยเห็นเจ้าตัวนั่นมาก่อนเลยล่ะ!?...

            ขนาดตอนดำน้ำลงไปยังห้องทดลองใต้น้ำนั่นเธอก็ยังไม่เจอตัวประหลาดนอกจากฝูงปลาเท่านั้น

            ‘และหลังจากที่ข้าเจอเจ้า ก็ไม่เคยเห็นมันอีกเลย’

            › ไนกี • ทำการวิเคราะห์ • คำตอบ:จากการตรวจสอบแอ่งน้ำในอาณาเขตต้องห้ามของท่านพริสทีนเจอโครงกระดูกของสิ่งมีชีวิตนั้นอยู่ที่ก้นบ่อค่ะ

            อ้าว... ตายแล้วเหรอ ตายได้ไง!?กะจะกลับไปค้นหาอีกรอบแท้ๆนะเนี่ย!

            › ไนกี • ทำการวิเคราะห์ • คำตอบ:จากการคาดเดาคงเป็นตัวทดลอง NS-89726 ที่ถูกสร้างขึ้นเพื่อเฝ้าปากทางเข้าโบราณสถานหรือห้องทดลองเท่านั้นค่ะจากการตรวจสอบข้าคิดว่าสาเหตุที่ตายเพราะมันไม่สามารถปรับตัวกับสภาพภายนอกที่ต่างจากในห้องทดลองนั่นได้จึงค่อยๆอ่อนแอลงเรื่อยๆจนตาย

            เรียกได้ว่าเป็นโชคดีก็ว่าได้

            หากมันยังอยู่ป่านนี้การจะได้เข้าถ้ำใต้น้ำเธอคงได้เสียเวลานานขึ้นกว่าเดิมหลายเท่าแน่

            “ถูกอย่างที่ท่านไลแคนสีครามพูดค่ะสิ่งมีชีวิตแปลกประหลาดนั่นอาศัยอยู่ในอาณาเขตต้องห้าม...พวกมันมีหน้าที่ปกป้องผู้คนที่คิดจะล่วงล้ำเข้าไปข้างใน ลองคิดดูนะคะ...ระดับความอันตรายของพวกมันอยู่ที่ SSและหากมันขึ้นมาข้างบนเข้าสักวันหนึ่ง.... ทั้งสองเผ่าจะเป็นอย่างไร....”

            สิ้นคำหัวหน้าทั้งสองคนเงียบไม่ตอบอะไร

            หน้าของทั้งคู่...ทุกคนในห้องต่างก็ซีดเผือกอย่างเห็นได้ชัด...

            “ระดับ... SS” เอลรอนด์ทวนซ้ำอีกครั้ง

            “บ้าไปแล้ว... ระดับขนาดนั้นมัน....”

            จากการเป็นนักผจญภัยมา นักผจญภัยทุกคนแทบจะหลีกเลี่ยงไม่ขอยุ่งเกี่ยวกับพวกมอนสเตอร์ระดับS ทว่านี่ถึงระดับ SS หากมันขึ้นมาข้างบนได้จริง

            สิ่งที่รออยู่คงไม่พ้น.......ความตาย

            “ว่าไงคะ จะยังปล่อยให้วงแหวนต้องห้ามอยู่หรือ...ให้ฉันทำลายทิ้งคะ?”

            เอลรอนด์นิ่งไปสักพักใหญ่มองลีลีน่าและลูกน้องตนเองที่พยักหน้าให้เขา “เข้าใจแล้วครับในฐานะหัวหน้าของไลท์เอลฟ์ พวกเรายินยอมให้ท่านทำลายวงแหวนต้องห้ามนั่น...”

            “แล้วคุณหัวหน้าดาร์คเอลฟ์ล่ะคะจะว่ายังไง”อายาโกะมองอีกฝ่ายที่ยังคงคิดอยู่

            “ข้าตกลงถ้าจะทำให้คนของข้าปลอดภัยก็ทำลายมันซะเถอะ”

            “งั้นถือว่ายินยอมให้ฉันทำลายนะคะ~”

            ค่อนข้างโล่งอกที่จบปัญหาได้ง่ายๆโดยไม่ต้องทำการกดดัน(?)ขู่เข็ญ(?) หรือบังคับ(?)

            “ถ้างั้น... ระหว่างนี้ฉันจะขอลงไปทำลายก่อน ถ้าเป็นไปได้ก็อยากให้ช่วยคุ้มกันจากภายนอกด้วยได้รึเปล่าคะ?”

            “คุ้มกันเหรอครับ? ...! หรือว่า หมายถึงมอนสเตอร์ระดับSS!?”

            เอลรอนด์พูดจบทุกคนแตกตื่นกันยกใหญ่

            “ไม่ๆๆ ไม่ใช่ค่ะ!! พวกระดับนั้นพวกเราจะจัดการให้ค่ะแค่อยากให้ช่วยดูความเปลี่ยนแปลงภายนอกเท่านั้นเองค่ะ”

            อธิบายเสร็จถึงได้กลับมาสงบอีกครั้ง...

            “งั้น ฝากดูข้างบนนี้ด้วยนะคะ...ท่านไลแคนสีคราม”

            ‘เจ้าเองก็ระวังตัวด้วยล่ะ’

            พริสทีนยิ้มหวานให้อีกฝ่ายในร่างไลแคน

            จริงอยู่ที่พระเจ้าบอกว่าสามารถพาอีกฝ่ายลงไปได้แล้วหลังอธิบายความจริงให้ฟังทว่าพวกเธอบอกไปแล้วว่าเขาลงไปไม่ได้ ก็จำต้องให้อยู่ข้างบนแทน

            “วี้ดวิ้ว~” มิโกะสาวไม่วายผิวปากแซวทั้งคู่อีกรอบ

            ‘แซวแบบนี้เจ้ายังไม่เข็ดรึไงห๊ะ!!!!!!!!!’

            คำรามเสียงดังใส่จนสองสาวหัวเราะในขณะที่คนอื่นหน้าซีดเหงื่อตกกันยกใหญ่

            คงเพราะเป็นตัวตนพิเศษจากอาณาเขตต้องห้ามถึงกล้าล้อเล่นกับไลแคนสีครามซึ่งเป็นผู้ส่งสาสน์ของพระเจ้างั้นเหรอ!?

            พริสทีนและอายาโกะเดินมายืนอยู่หน้าทางเข้า

            “แค่พิษก็คงพอล่ะนะ”

            ว่าจบสาวผมเงินก็สร้างบอลพิษร้ายแรงอันเล็กขึ้นมาก่อนปาใส่กองหินที่วางสุมกันปิดทางจนมันหลอมละลายไม่เหลือซากพื้นบางส่วนโดนกัดกร่อนแต่เธอก็ช่วยฟื้นฟูด้วยเวทย์พฤกษา

            “พร้อมมั้ยคะอายาโกะ?”

            “พร้อมซะยิ่งกว่าพร้อมเลยล่ะจ้ะ” ยิ้มให้เพื่อนก่อนมองทางลงไปยังเบื้องล่าง“เอาล่ะ.. ไปกันเลย~”

             

             

             

    *************************

    แก้แล้วแก้อีก แก้แล้วแก้อีกจนล่วงเลยมา 8 วันขออภัยด้วยค่ะ //กราบงามๆ

    ช่วงนี้สมองตันเรื่องเก่าแต่คิดเรื่องใหม่ออกรัวๆฮื้อออออออ