ตอนที่ 13 กล้าจ้องข้าอีกรอบ คอยดูว่าข้าจะจัดการเ้าอย่างไร
“พวกนางหรือ?”
หลี่ซิ่วเจวียนยกยิ้ม “ในเมื่อมีพวกเ้าทำงานนี้แล้ว หลิวผิงของข้าก็ไม่จำเป็ต้องทำแล้ว คุณหนูในครอบครัวที่ร่ำรวยจะต้องอยู่กับเหย้าเฝ้ากับเรือน ได้รับการเอาอกเอาใจอย่างดี แล้วไม่มีใครบอกหรือว่าหลิวจวินของข้าจะต้องอ่านหนังสือเตรียมสอบ?”
“หากหลิวจวินของข้าสอบขุนนางได้ในปีนี้ ก็จะได้มีเกียรติ พวกนางก็จะได้เป็น้องสาวของเ้าคนนายคน ย่อมต้องได้รับการดูแลอย่างดี ส่วนพวกเ้าก็แค่ทำงานบ้านไป ได้ยินหรือไม่”
“หากพวกเ้าไม่ทำงาน ก็อย่าแม้แต่จะคิดเื่กิน ครอบครัวข้าไม่เลี้ยงคนเกียจคร้านไว้หรอก”
หลิวซานนีโมโห “ท่านช่างเก่งกาจนัก คิดว่าพวกเราทุกคนโง่หรือ? ใครจะทำก็ทำ ข้าไม่ทำ!”
“ท่านย่า ข้าไม่ได้มาที่นี่เพื่อทำงาน ท่านพูดอะไรสักอย่างสิเ้าคะ”
แม่เฒ่าหลิวมองหลิวซานนีด้วยความรังเกียจ “อาสะใภ้รองของเ้าพูดถูก”
“คนี้เีสองคนจะมาเรียกร้องอะไร หากไม่ทำงาน? ข้าบอกเลยว่าหากไม่ทำงาน ก็ไม่ต้องกินข้าว บ้านนี้ไม่สนับสนุนคนเกียจคร้าน”
“ท่านย่า ท่านโกหกพวกเรา!” สายตาของหลิวซานนีเปลี่ยนเป็สีแดงด้วยความโกรธ “หากพวกเราสองคนเกียจคร้าน แล้วหลิวผิงเล่า นางก็เกียจคร้านเช่นกัน ใช่หรือไม่? ข้า…”
“หลิวซานนี เ้าว่าอย่างไรนะ?” หลิวผิงขัดคำพูดของหลิวซานนี “เ้ากินข้าวบ้านข้า อยู่บ้านข้า ให้เ้าทำงานบ้างจะเป็อะไรไป? แม่ของข้าพูดถูก หากเ้าไม่ทำงานก็ไม่ต้องกินข้าว ครอบครัวเราไม่สนับสนุนคนเกียจคร้าน”
“เ้ายังกล้าเอาตัวเองมาเทียบกับพวกเราอีกหรือ? เ้าไม่แม้แต่จะสำเหนียกตัวเองเลยว่าพวกเ้าสองคนเป็คนที่ไม่้าแม่ของตัวเองด้วยซ้ำ หากครอบครัวของข้าไม่รับพวกเ้าเข้ามา พวกเ้าคงอดตายอยู่ข้างนอกกันหมด เหมือนเ้าหมาป่าตาขาวหลิวซื่อหลางนั่น”
หลิวซานนียกนิ้วขึ้นชี้หน้านางด้วยความโกรธ “เ้า... พวกเ้า...”
เพียะ!
หลี่ซิ่วเจวียนตบหน้านาง แล้วจ้องมองนางด้วยสายตาโเี้ “นังแพศยา ไม่รู้จักเด็กรู้จักผู้ใหญ่ ใครอนุญาตให้เ้าชี้หน้าข้า? นังหญิงชั่วหลินจิ่วเหนียงคนนั้นสอนให้พวกเ้าทำเช่นนี้หรือ?”
“กรี๊ด ท่านตบข้าอีกแล้ว!”
หลิวซานนีโกรธจัด นางจ้องหน้าหลี่ซิ่วเจวียนด้วยสายตาดุร้าย “แม่ของข้ายังไม่เคยตบข้าเลย แต่เ้ากล้าตบข้า ข้าจะสู้กับเ้า!”
หลังจากะโ หลิวซานนีก็กระโจนเข้าหาหลี่ซิ่วเจวียน
ดังคำกล่าวที่ว่าหลายคนย่อมได้เปรียบ แล้วหลิวซานนีคนเดียวจะสู้กับหลี่ซิ่วเจวียนและลูกสาวได้หรือ?
ไม่มีทาง นางถูกหลี่ซิ่วเจวียนกับลูกสาวรุมทุบตี
ส่วนหลิวอู่นีใมาก นางรีบไปซ่อนตัวขณะตัวสั่นสะท้าน น้ำตาไหลพราก แต่ไม่กล้าพูดอะไรสักคำ
จนกระทั่งสองพี่น้องหลิวต้าหลางและหลิวเอ้อร์หลางเดินเข้ามา หลี่ซิ่วเจวียนและคนอื่น ๆ จึงยอมปล่อยหลิวซานนี ที่ถูกทุบตีจนจมูกช้ำหน้าบวม
“พี่ใหญ่ พี่รอง นังผู้หญิงปากร้ายนั่นทำร้ายข้า!”
เมื่อหลิวซานนีเห็นพี่ใหญ่และพี่รองของนาง ก็ราวกับเห็นเทวดามาโปรด นางสะดุดล้ม และ้าให้พวกเขายืนหยัดเพื่อนาง
หลิวต้าหลางและหลิวเอ้อร์หลาง ขมวดคิ้วมองหลี่ซิ่วเจวียนด้วยความไม่พอใจ
หลี่ซิ่วเจวียนหัวเราะเยาะ “ว่าอย่างไร อยากจะกินข้าหรือไร?”
“พวกเ้าอาศัยอยู่ในบ้านของข้า กินในบ้านของข้า แค่บอกนางให้ทำงานบ้าง ยังกล้ามาแว้งกัดข้า ข้าจึงต้องสั่งสอนนางให้ประพฤติตัวดีขึ้น แล้วมีอันใดจะคัดค้านหรือ?”
ตอนนี้หลี่ซิ่วเจวียนหวังว่าพวกเขาจะโกรธจัด เพื่อที่นางจะได้ขับไล่พวกเขาออกไป
ไอ้สารเลวพวกนี้ี้เีและกินเยอะกว่าใคร ใครบ้างจะอยากเก็บไว้ที่นี่?
หลิวต้าหลางเหลือบมองหลิวซานนีอย่างหมดความอดทน “ซานนี เ้าเป็อะไรไป ท่านอาสะใภ้รองบอกให้เ้าทำงาน เ้าก็ต้องทำสิ จะทำตัวมากเื่ไปเพื่ออันใด?”
หลังจากพูดแล้วเขาก็รีบไปหาแม่เฒ่าหลิวอย่างไม่อดทน แล้วกระซิบคำสองสามคำข้างหูนาง
แม่เฒ่าหลิวยืนขึ้นด้วยความตื่นเต้น “จริงหรือ?”
หลิวต้าหลางเองก็มีสีหน้าตื่นเต้นเช่นกัน “ท่านย่า พวกเรารีบไปกันเถอะขอรับ นางไม่อยู่บ้าน ข้าเลยมาขอให้ท่านไปด้วยกัน”
“ไปกันเถอะ” แม่เฒ่าหลิวรีบเดินนำหลิวต้าหลางและหลิวเอ้อร์หลางออกไปข้างนอก
หลิวซานนีมองดูพวกเขาจากไปด้วยความประหลาดใจ ในไม่ช้า สายตาของนางก็เต็มไปด้วยความโกรธและความขุ่นเคือง พวกเขาไม่ได้ช่วยนางเลย แล้วยังรีบจากไปอีกหรือ?
หลี่ซิ่วเจวียนกระหยิ่มยิ้มย่อง “หลิวซานนี ตอนนี้ไม่มีใครสนับสนุนเ้าแล้ว รีบไปทำงานให้ข้าเร็วเข้า ได้ยินหรือไม่ ไปเดี๋ยวนี้!”
เมื่อนางเห็นหลิวซานนีมองนางด้วยสายตาขุ่นเคือง นางก็โมโหขึ้นมาอีกทันที จึงไปหยิบไม้กวาด แล้วเดินตรงไปหาหลิวซานนี พลางพ่นวาจาหยาบคาย
“นังแพศยา กล้าจ้องข้าอีกรอบ คอยดูแล้วกันว่าข้าจะจัดการเ้าอย่างไร”
……
หลังจากที่หลิวซื่อหลางทำความสะอาดบ้านแล้ว เขาก็เริ่มทำความสะอาดหัวหมูป่า
ก่อนที่มารดาจะออกไปข้างนอก นอกจากนางจะสั่งให้เขารีบทำความสะอาดบ้านแล้ว นางยังให้เขาจัดการขนหัวหมูอีกด้วย เพราะเมื่อกลับมา นางจะนำหัวหมูไปทำอาหารกิน
เขาพยายามออกแรงโกนอย่างระมัดระวัง และพบว่าขนหมูป่านั้นโกนออกได้ยาก จึงนึกขึ้นได้ว่าเมื่อคืนนี้แม่ของเขาใช้ไฟเผาขนก่อน แล้วค่อยโกนจึงจะสะอาด
คิดได้ดังนั้น เขาก็รีบหันหลังวิ่งไปเอาฟืนที่โรงเก็บฟืน
สิ่งที่เขาไม่รู้ก็คือหลังจากที่เขาจากไป พี่ใหญ่ พี่รองและย่าของเขาก็เดินเข้ามา เมื่อพวกเขาเห็นหัวหมูป่าสีดำวางอยู่ข้างบ่อน้ำ ดวงตาของพวกเขาก็เป็ประกายขึ้นมาทันที
“ต้าหลาง คาดไม่ถึงเลยว่าซื่อหลางจะล่าหมูป่าได้จริง ๆ เ้าดูหัวหมูป่านั่นสิ มันอ้วนอวบน่ามองยิ่งนัก” แม่เฒ่าหลิวโบกมือพร้อมรอยยิ้มบนใบหน้า
“ต้าหลาง เอ้อร์หลาง ไปยกหัวหมูป่ากลับบ้าน และให้ซื่อหลางเคารพข้าในฐานะย่าให้ได้”
หลิวต้าหลางและหลิวเอ้อร์หลางพยักหน้าอย่างมีความสุข แล้วเดินตรงไปที่หัวหมู
หัวหมูใหญ่ถึงเพียงนี้ ทำให้พวกเขาหายใจแรงด้วยความหิวกระหาย สองพี่น้องจับหูหมูป่าคนละข้าง แล้วยกขึ้นเตรียมเดินออกไป
ในเวลานี้ หลิวซื่อหลางมาถึงพร้อมฟืนในอ้อมแขน เมื่อเห็นว่าพี่ใหญ่กับพี่รองของเขากำลังจะยกหัวหมูออกไป เขาก็โยนฟืนในมือไปด้านข้าง แล้วรีบไปขวางไว้
“พี่ใหญ่ พี่รอง พวกท่านกำลังทำอะไรอยู่?”
“ซื่อหลาง ไม่เลวเลย เป็ความคิดที่ดีที่รู้จักเก็บหัวหมูไว้ให้พี่ใหญ่กับพี่รอง” หลิวต้าหลางเอื้อมมือไปตบไหล่เขา ขณะยกหัวหมูหนักอึ้งในมือขึ้น “พี่ใหญ่เช่นข้าจะรับไว้ด้วยความยินดีนะเ้าน้องชาย”
หลิวเอ้อร์หลางก็มองเขาด้วยสีหน้าพึงพอใจ “ซื่อหลาง เ้าเป็น้องชายที่ดีของเราจริง ๆ พี่รองต้องขอบใจเ้า”
ใบหน้าของหลิวซื่อหลางเต็มไปด้วยความสับสน “พี่ใหญ่ พี่รอง พวกท่านกำลังพูดถึงเื่อะไร?”
“หัว... หัวหมูตัวนี้ไม่ได้มีไว้สำหรับพวกท่าน คือ คือว่าท่านแม่อยากเก็บไว้กินเอง พวกท่านเอาไปไม่ได้นะขอรับ ถ้าเอาไปท่านแม่จะโกรธ”
สีหน้าของหลิวต้าหลางและหลิวเอ้อร์หลางกลายเป็บึ้งตึง ขณะมองหลิวซื่อหลางด้วยความไม่พอใจ
“ซื่อหลาง เ้าไปได้ของดีมา แล้วจะให้เกียรติยกหัวหมูให้พี่ใหญ่กินจะเป็อันใดไปเล่า? ข้าไม่ได้ขอหมูส่วนดี ๆ จากเ้าด้วยซ้ำ บังเอิญว่าเ้าอยู่บ้านพอดี เช่นนั้นก็รีบไปหั่นเนื้อดี ๆ มาให้เราสักสิบหรือยี่สิบชิ้นเร็วเข้า พวกเราจะได้เอากลับกิน” หลิวต้าหลางพูดด้วยสีหน้าจริงจัง
หลิวซื่อหลางจ้องมองพวกเขาอย่างตกตะลึง “พี่ใหญ่ ท่านกำลังพูดถึงอะไร?”
“คือ คือข้าไม่ได้ฆ่าหมูป่าตัวนี้ เป็ เป็ท่านแม่ที่ข้ามันเอง ข้า...”
“เอาล่ะ ต้าหลาง เอ้อร์หลาง รีบยกมันออกไปได้แล้ว ส่วนซื่อหลางจะต่อล้อต่อเถียงอันใดให้มากความ เป็น้องชายแท้ ๆ ยกหัวหมูให้พี่กินแล้วจะเป็อันใดไป?” แม่เฒ่าหลิวตวาดใส่หลิวซื่อหลางอย่างหมดความอดทน
“ว่าอย่างไรเล่า หลิวซื่อหลาง เ้าไม่เต็มใจให้หัวหมูแก่ท่านย่ากับข้ากินหรือ?”
“ยกมันออกไปเลย เอาหัวหมูกลับไปตุ๋นที่บ้าน ซื่อหลาง ทีหลังค่อยมากินข้าวที่บ้านแล้วกัน คราวนี้ย่าของเ้าจะให้เ้ากินข้าวเยอะกว่าเดิมแน่นอน”
..............................................................................................................................
สารจากผู้แปล
เหมือนกรรมตามสนอง ทำอะไรกับแม่ไว้ก็โดนอย่างนั้นแหละ
แอบมาขโมยหัวหมูแบบนี้ คิดเหรอว่าจิ่วเหนียงไม่ได้อยู่ใกล้ๆ
ไหหม่า(海馬)