ตอนที่ 12 หวังซินแหย่รังต่อ
ตอนที่ 12 หวังซินแหย่รังต่อ"ในประเทศมีองค์กรขนาดใหญ่ต่าง ๆ ที่ได้นำ Kingdee เข้ามาใช้ รวมถึงรัฐวิสาหกิจก็ใช้สิ่งนี้ด้วย ตอนนี้การนำ Kingdee มาใช้ ก็ถือว่าอยู่ในกระแสนิยม ไม่มีอะไรที่ไม่ดีเลย" หวังเป่าหลงเองก็ทำงานอยู่ในสถานีโทรทัศน์ ถ้ามีเทคโนโลยีขั้นสูงอะไรออกมา เขาย่อมต้องสนใจอย่างแน่นอนตอนที่ได้ยินข่าวลือมาเมื่อหลายปีก่อน เขาก็ได้ให้ความสนใจกับระบบการจัดการ Kingdee ชุดนี้ ตอนนี้ข้อมูลของสถานีโทรทัศน์ยุ่งเหยิงไปหมด เขาต้องอยากเอา Kingdee เข้ามาบริหารจัดการอย่างแน่นอนหวังซินลูบหน้าผากของตัวเองเบา ๆ แล้วมองไปที่พ่อ พร้อมกับคิดในใจว่าทำไมพ่อถึงได้ดื้อขนาดนี้?การมีผลกระทบต่อผลประโยชน์ของคนกลุ่มใหญ่ เมื่อถึงเวลานั้นก็มีแค่ตัวเองเท่านั้นที่จะถึงจุดจบ!แต่ว่าเขาเองก็ไม่มีทางที่จะเปลี่ยนความคิดของหวังเป่าหลงได้ หวังซินจึงทำได้แค่กลับไปอ่านหนังสือที่ห้องอย่างหมดกำลังเขาจ้องไปที่เพดาน นึกถึงเหตุการณ์ต่าง ๆ ที่ตัวเองทำมาทั้งหมดตั้งแต่กลับมาเกิดใหม่ ทั้งหมดนี้ก็ล้วนเป็นเพราะต้องการช่วยให้ครอบครัวรอดพ้นจากโชคชะตาอันแสนเลวร้ายในปีนั้นไม่ใช่เหรอ?ตอนนี้ไม่ง่ายเลยที่จะทำให้เหตุการณ์เป็นไปในทิศทางที่ดี สุดท้ายแล้วพ่อก็ยังวางใจไม่ได้อยู่ดีอ้างอิงตามวิธีการพูดในยุคหลังแล้ว ในที่นี่ก็คือพ่อกำลังฆ่าตัวตายอยู่"ไม่ได้การล่ะ ปล่อยให้พ่อไปฆ่าตัวตายไม่ได้!" หวังซินถอนหายใจออกมา ภายในหัวมักจะคิดหาวิธีอื่น แต่ว่าเวลานี้ก็ยังไม่มีวิธีอะไรที่จะยับยั้งพ่อได้วันต่อมา หวังซินก็ตื่นไปโรงเรียน พอเดินออกมานอกบ้าน ก็มองไปเห็นรังต่อที่อยู่บนต้นท้อในเรือนสี่ประสานที่อยู่ข้าง ๆ พอมองไปที่รังต่อก็เห็นตัวต่อที่กำลังบินวนไปวนมาไม่หยุด หวังซินจึงนึกถึงฉากที่พ่อแหย่รังต่อจนร่วงลงมา คนพวกนั้นก็ต้องเหมือนกับพวกตัวต่อเหล่านี้อย่างแน่นอน ที่คอยโจมตีคนที่มาแหย่รังของมันอยู่ตลอดเวลา“แหย่รังต่อ แหย่รังต่อ ฉันมาแหย่รังต่อของแกแล้ว!” หวังซินโกรธมาก จนไม่พูดถึงเรื่องที่ต้องไปโรงเรียน แล้วจึงหาไม้ท่อนหนึ่งที่อยู่ด้านข้าง จากนั้นก็ปีนขึ้นไปบนกำแพง เตรียมเล็งไปที่รังต่อแล้วแหย่เข้าไปความแม่นยำถือว่าใช้ได้ แต่น่าเสียดายที่รังต่อไม่ร่วงลงมารังต่อที่ถูกเขาแหย่ไปได้สักพัก ตัวต่อที่ยังอยู่ในรังก็แตกตื่นขึ้นมาทันที และก็รู้สึกได้ว่ารังของมันกำลังถูกคนแหย่ แล้วจึงรีบบินไปทางหวังซินที่เป็นตัวการทันทีมีฝูงต่อจำนวนนับไม่ถ้วน ที่บินเข้าไปต่อยหวังซิน หวังซินที่กำลังลุกลี้ลุกลนอยู่นั้น ก็ได้กระโดดเข้าไปบริเวณด้านในของกำแพง ต่อจากนั้นเขาก็ทำตามเนื้อหาในหนังสือ โดยรีบลงไปหมอบอยู่ที่พื้น ถอดเสื้อคลุมออกมา แล้วคลุมไปที่ศีรษะและแขน โดยไม่เคลื่อนไหวใด ๆเดิมทีแล้วเขาไม่ทันได้สังเกตเห็น ตอนที่ไม้ไผ่ที่ใช้แหย่รังต่อนั้นร่วงลงมา กลับร่วงลงไปในฝูงลูกไก่ที่กำลังหาอาหารอยู่บริเวณในลานบ้านพอดี ลูกไก่ที่มีแค่ขนอ่อน ๆ ขนาดเท่าฝ่ามือเหล่านั้นกลับถูกไม้ไผ่ทับตายโดยไม่รู้อีโหน่อีเหน่ไปสี่ตัว อีกสองตัวได้รับบาดเจ็บ ไม่เพียงแค่นี้ ใต้ตัวของหวังซินที่กำลังหมอบอยู่นั้น ก็ยังมีลูกไก่อีกสองตัวที่ถูกเขาทับตายเมื่อตัวต่อหาเป้าหมายไม่เจอ แล้วก็ต่อยไม่โดนหวังซิน แม้แต่ลูกไก่ที่อยู่ในบริเวณนั้นก็ยังได้รับความเดือดร้อน ภายในระยะเวลาอันสั้นลูกไก่ที่มียี่สิบกว่าตัวก็ได้ตายไปแล้วครึ่งนึง ทั้งหมดล้วนถูกตัวต่อจัดการช่วงเวลานี้เจ้าของบ้านก็พบความผิดปกติของลานบ้านพอดี จึงเดินมาดู ก็เห็นสิ่งที่ทำให้เขารู้สึกโกรธเป็นฟืนเป็นไฟลูกไก่ที่พึ่งซื้อมายี่สิบกว่าตัวตายไปแล้วสิบเจ็ดสิบแปดตัว ส่วนที่เหลืออยู่ก็ถูกตัวต่อต่อยจนไม่รู้ว่าจะเป็นหรือจะตาย แต่ก็ดูไม่น่ารอดแล้ว จากนั้นก็มองดูตัวต่อที่ยังคงบินวนเวียนไปมาในลานบ้าน เจ้าของบ้านจึงกลั้นความโกรธไว้ไม่ไหว แต่กลับไม่กล้าที่จะออกไปอยู่ดีมันไม่ง่ายเลยที่จะรอจนกว่าฝูงตัวต่อจะสงบลง เมื่อหวังซินพึ่งลุกขึ้นจากพื้น ก็ถูกมือข้างหนึ่งจับไว้ที่คอเสื้อ"เอ่อ สวัสดีตอนเช้าครับลุงหวง!" พอหันกลับไปมอง ที่แท้ก็เป็นหวงต้าเพ้านี่เองที่คว้าตัวเขาไว้ “สวัสดงสวัสดีอะไรกัน ตั้งแต่เช้าตรู่ก็ต้องมาเจอกับแกไอ้เด็กแสบคนนี้ ดูสิ่งที่แกทำลงไปสิ!”หวงต้าเพ้าคว้าหวังซินโดยไม่ปล่อย เมื่อเห็นหวังซินแล้วก็อดโมโหไม่ได้เมื่อหวังซินดูสิ่งที่ตัวเองทำ ก็รู้สึกปวดกบาลขึ้นมา เขาก็แค่อยากลองรับรู้ความรู้สึกของการแหย่รังต่อดูก็เท่านั้นเอง อีกทั้งรังต่อที่พ่อเขาต้องการจะแหย่นั้น เมื่อเทียบกับรังนี้แล้วก็ยังถือว่าร้ายแรงกว่ามาก แล้วนี่ควรจะทำอย่างไรดีล่ะ?“คุณลุงหวงครับ ผมเห็นว่าหน้าประตูนี้มีรังต่ออยู่ จะเดินผ่านไปผ่านมาก็ไม่สะดวก ผมเลยถือโอกาสแหย่ลงมาให้เลย เพื่อกำจัดความหายนะให้กับลุง” เมื่อหวังซินเห็นหวงต้าเพ้าที่จับตัวเขาอยู่ ก็รีบอธิบายขึ้นมาทันที“แหย่มันลงมานี่ฉันทำมันเองไม่ได้รึไง?หวังซิน แกนี่มันเด็กแสบจริง ๆ เลย ซนมาตั้งแต่เด็ก ครั้งนี้แกดูสิ่งที่ทำไว้กับฉันให้ดี ๆ ละกัน” หวงต้าเพ้าชี้ไปยังลูกไก่พวกนั้นที่ตายในลานบ้านของตัวเองเมื่อเห็นซากลูกไก่ที่เกลื่อนอยู่เต็มพื้น หวังซินก็ปวดกบาลขึ้นมา แล้วพูดอย่างจนปัญญาว่า :“ผมก็ไม่รู้ว่าผลมันจะออกมาเป็นแบบนี้นี่ครับ”“ให้แกเรียนดี ๆ ก็ไม่ไป ยังจะมาซนไปทั่ว ตอนนี้พ่อของแกยังไม่ได้ไปทำงานสินะ เรื่องนี้ฉันต้องบอกพ่อแกสักหน่อยแล้ว ” เมื่อหวงต้าเพ้าพูดจบ ก็ลากหวังซินมาที่ห้องรับแขกด้วยกัน แล้วหลังจากนั้นจึงต่อสายโทรศัพท์ไปยังบ้านของหวังซินเมื่อต่อสายติด หวังเป่าหลงที่กำลังเตรียมตัวไปทำงาน หวังซินก็รู้ว่าพ่อจะต้องมา ครั้งนี้สามารถถถ่วงเวลาเขาไว้ได้แน่นอน นี่ทำให้เขาโล่งใจขึ้นมานิดนึงขอเพียงแค่สามารถยืดเวลาของหวังเป่าหลงออกไปได้ ไม่ให้เขาไปแหย่รังต่อ เรื่องนี้จึงไม่มีอะไรที่ถูกหรือผิดผ่านไปครู่หนึ่ง หวังเป่าหลงก็มาถึงบ้านของหวงต้าเพ้า ซึ่งเห็นหวังซินก้มหน้าอยู่ และบนเสื้อผ้าก็ยังมีคราบเลือด โดยเข้าใจว่าลูกชายโดนตี แต่พอมองอย่างละเอียดแล้วก็เห็นไก่พวกนั้นที่ตายอยู่ตรงลานบ้าน ทันใดนั้นเขาก็กลั้นความโมโหไว้ไม่อยู่“แกนี่มันไอ้เด็กแสบ แกทำอะไรลงไป!” หวังเป่าหลงเดินมาตรงหน้าของหวังซิน แล้วด่าด้วยเสียงดังที่ดุดัน“พี่หวัง ลูกไก่พวกนี้ผมพึ่งซื้อมาเมื่อวานเอง วันนี้ลูกชายพี่ทำให้ลูกไก่ทั้งหมดของผมเหลือแต่ซาก พี่ว่าควรจะทำยังไงดีล่ะ?”หวงต้าเพ้าเหลือบตาไปมองที่หวังเป่าหลง โดยที่ไม่มีความรู้สึกดีใด ๆ ต่อหวังเป่าหลงเลยหวังเป่าหลงนวดที่หน้าผากเบา ๆ แล้วพูดว่า“พี่หวง อย่างไรก็ตามแล้วลูกไก่ก็พึ่งซื้อมา อีกสักพักผมไปซื้อที่ตลาดมาให้พี่ เด็กคนนี้มาก่อความวุ่นวาย วันนี้ผมจะต้องอบรมเขาสักยก”ไม่รอให้หวังซินได้พูดอะไร หวังซินก็ไม่กล้าที่จะพูดอะไรด้วยเช่นกัน ได้ถูกหวังเป่าหลงลากไปตียกหนึ่ง“โอ้ย เจ็บเจ็บเจ็บ พ่อครับ ครั้งหน้าผมจะไม่ซนอีกต่อไปแล้วครับ พ่อปล่อยผมไปเถอะครับ!”พูดคำนี้ ทำให้หวังซินเองรู้สึกขนลุกไปทั้งตัว ในใจของเขาตอนนี้ไม่ว่าจะเป็นอายุและประสบการณ์ที่เขาเผชิญมา เมื่อเทียบกับพ่อเรียกได้ว่าอายุมากกว่าไปแล้ว ทั้งโชกโชนกว่า แต่ว่าตอนนี้ต้องมาอ้อนวอนเหมือนกับเด็ก จึงสัมผัสได้ถึงความรู้สึกนั้นในตอนเด็กที่ถูกตี ก่อนที่จะกลับมาเกิดใหม่ อาจจะรู้สึกไม่ค่อยพอใจ แต่ว่าตอนนี้ ถึงแม้ร่างกายจะเจ็บ แต่ในใจกลับรู้สึกอบอุ่น“อะอะอะ พี่หวัง ช่างมันเถอะ เด็กมันไม่รู้เรื่อง เรื่องไก่ก็ช่างมันแล้วกัน เด็กคนนี้เดิมก็มีเจตนาดีอยู่ ก็แค่แหย่เอารังต่อนี้ลงมาเฉย ๆ รังต่อที่อยู่ในลานบ้านของผม จริง ๆ เดินผ่านไปมาก็อันตราย วันนี้ผมก็จัดการมันให้เรียบร้อย”หวงต้าเพ้าพูดอยู่ แล้วดึงหวังซินมาไว้ด้านหลังของตัวเอง คาดว่าตัวเองน่าจะทนไม่ได้ที่เห็นหวังเป่าหลงจะตีหวังซินต่อหวังซินตามหลังของสองคนนี้มาติด ๆ หลังจากนั้นก็เห็นหวงต้าเพ้าหาฟืนมากองหนึ่ง แล้วจุดไฟที่ใต้รังต่อ ตอนนี้ไม่มีลม ตอนที่กำลังจุดฟืนที่เปียกชื้น ก็มีควันขึ้นโขมง ๆ ไม่นานนักควันก็รมไปถึงรังต่อ ตัวต่อที่อยู่ในรังต่อก็เริ่มกระสับกระส่ายขึ้นมา แต่พอบินเข้าไปในควัน ก็ร่วงลงไปที่พื้นทันที ใช้เวลาประมาณสิบนาที ข้างในก็ไม่มีตัวต่อบินออกมาอีก หวงต้าเพ้าจึงหยิบท่อนไม้ไผ่ที่หวังซินใช้เมื่อครู่ แหย่เอารังต่อลงมา"รังต่อนี้จัดว่าเป็นของดี ใช้ทำยาดองก็ใช้ได้ เป็นยาโป๊วก็ได้ พี่หวังเอาสักหน่อยไหม? " หวงต้าเพ้าบิดรังต่อ มองหวังเป่าหลงแล้วพูดหวังเป่าหลงรีบปัดมือ และพูดว่า "ไม่เอา ของพวกนี้ฉันกินไม่ลงจริงๆ""ฮ่า ๆ พี่เป็นคนพิถีพิถัน แต่รังต่อนี่เป็นยาชูกำลังจริง ๆ นะ หลังจากที่ดื่มยาดองแล้ว สมรรถภาพในด้านนั้นก็ไม่เลวเลยนะ พี่จะไม่ลองจริง ๆ หรอ? " พอหวังเป่าหลงได้ยินแบบนี้แล้ว เขาก็รีบปัดมือ จากนั้นก็เหลือบมองไปยังหวังซินที่อยู่ข้าง ๆ และเด็กหนุ่มหวังซินคนนี้กำลังปิดปากและหัวเราะอยู่"ไอ้เด็กบ้า หาแต่เรื่อง " เขาตบหัวของหวังซินอีกครั้ง จากนั้นหวังเป่าหลงก็ออกจากบ้านของหวงต้าเพ้าไปพร้อมกับหวังซินเมื่อเดินออกจากประตูบ้านของหวงต้าเพ้า หวังซินก็เรียกให้พ่อหยุด แล้วพูดว่า "พ่อครับ พ่อต้องการที่จะแหย่ฝ่ายเบื้องหลังรังนี้จริงๆ เหรอครับ?”“ทำไมหรอ?” หวังเป่าหลงมองหวังซินด้วยความสงสัยหวังซินถอนหายใจเบา ๆ แล้วพูดว่า "รังต่อไม่ใช่ของที่น่าแหย่สักเท่าไหร่ ผลจากการที่ผมแหย่รังต่อมาเมื่อกี้พ่อก็เห็นแล้ว รังต่อรังนั้นที่ฝ่ายเบื้องหลังของพ่อ เมื่อเทียบกับรังนี้แล้วไม่รู้ว่าจะใหญ่กว่าแค่ไหน ตัวต่อที่อยู่ข้างในก็ไม่รู้ว่าจะร้ายกาจมากแค่ไหน ผมแหย่รังต่อรังนี้อย่างมากสุดก็แค่เจ็บตัวนิดหน่อย แต่รังต่อที่พ่อต้องการจะแหย่ทั้งหมดนั้น มีความเป็นไปได้สูงว่าอาจถึงแก่ชีวิตเลยนะครับ"เมื่อได้ยินหวังซินพูดแบบนี้แล้ว หวังเป่าหลงก็มองลูกชายตัวเองอย่างพินิจพิจารณา หลังจากที่เกิดเรื่องหลินเฟิง บางครั้งเขาก็เดาว่าเรื่องนี้จะเป็นฝีมือของหวังซินหรือไม่ ตอนนี้พอได้ยินหวังซินพูดเตือนตัวเอง อีกทั้งในด้านการคิดพิจารณาก็ค่อนข้างรอบคอบ คาดไม่ถึงว่ายิ่งนับวันจะยิ่งเชื่อการคาดเดาของตัวเองแล้วสิถ้าเป็นแบบนี้จริง ก็ไม่สามารถมองหวังซินว่ายังเป็นเด็กได้อีกต่อไป แม้ว่าทุกครั้งจะคอยเตือนตัวเองแบบนี้ แต่ทุกครั้งที่หวังซินทำผิด ก็ยังอดไม่ได้ที่จะมองเขาว่าเป็นเด็ก อย่างเช่นเรื่องการแหย่รังต่อในครั้งนี้ก็เหมือนกันเมื่อถึงรังต่อ ก็นึกถึงหวงต้าเพ้าที่ใช้ควันรมรังต่อเมื่อสักครู่นี้ หลังจากนั้นก็เอารังต่อลงมาได้อย่างง่ายดาย ทั้งยังไม่มีอันตรายใดใด เรื่องนี้ทำให้เขาฉุกคิดขึ้นมาได้“ ฉันรู้ การแหย่รังต่อจะต้องมีเทคนิค สามารถใช้วิธีการลดการปะทะ หากใช้วิธีการที่ถูกต้อง การแหย่รังต่อนั้นก็ง่ายโดยไม่ต้องออกแรงเลยช่างเถอะ แม้ว่าพ่อจะรู้จักการหาเทคนิค แต่ว่าการแหย่รังต่อนั้นเดิมทีก็นับว่าเป็นความคิดที่ผิดอยู่!คนพวกนั้นในฝ่ายเบื้องหลังใครบ้างที่ไม่ฉลาด?อยู่เบื้องหลังแอบทำเรื่องไม่ดีเยอะขนาดนั้นแถมยังไม่เคยเกิดเรื่อง ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าเบื้องหลังของพวกเขานั้นแท้จริงแล้วมีคนคอยช่วยเหลืออยู่เท่าไหร่ ถ้าว่าทำอะไรไปโดยไม่ไตร่ตรอง ผลลัพธ์ที่ตามมานั้นก็ยากที่จะจินตนาการเมื่อพบว่าพ่อได้ทำการย้ายเค้กของคนพวกนั้นที่ฝ่ายเบื้องหลัง หวังซินก็ปวดกบาลไปพักหนึ่ง “หรือว่าการหาวิธีจัดการบัญชีใหม่อีกครั้งจะทำไม่ได้งั้นหรอ?” หวังเป่าหลงมองดูสีหน้าของหวังซิน แล้วถามไปอีกรอบหนึ่งพอได้ยินพ่อพูดแบบนี้แล้ว หวังซินก็กลัดกลุ้มใจเล็กน้อยพร้อมกับนวดที่หน้าผากของตัวเอง และพูดด้วยความกลุ้มใจว่า : “พ่อครับ นั่นไม่ใช่ไม่ได้ แต่ว่าเรื่องนี้มีส่วนเกี่ยวข้องกับบัญชีเพียงเล็กน้อย คนพวกนั้นกลัวเรื่องที่อยู่เบื้องหลังของบัญชีนั่นต่างหากล่ะ! พ่อบอกว่าบัญชีเหล่านี้โดยทั่วไปไม่มีความเกี่ยวข้องกันสักเท่าไหร่ เรื่องที่อยู่เบื้องหลังนี้ต่างจะมีส่วนเกี่ยวข้อง พวกเราสามารถเปลี่ยนแนวคิดได้ไหมครับ?”เปลี่ยนแนวคิดงั้นเหรอ?หวังเป่าหลงได้ยินหวังซินพูดแบบนี้ จึงถามไปว่า : "แกมีความคิดอะไร ?"“ผมยังไม่เคยไปฝ่ายเบื้องหลังเลย ตอนนี้จะให้คิดอะไรออกครับ? ถ้างั้นไม่สู้ทำแบบที่แม่เคยบอกกับพ่อ ปล่อยมันไว้แบบนั้นเถอะครับ” หวังซินพูดหยอกขึ้นมา เมื่อหวังเป่าหลงได้ยินหวังซินพูดแบบนี้ เขาก็มองหวังซินด้วยสายตาที่ดุร้าย...