แฟนนี่ใเมื่อเห็นสภาพน่าสงสารของไบรอัน ขาเรียวยาวสวยงามของเธอรีบพุ่งเข้าไปหาหานซั่วทันที
“อ๊าก...”
หานซั่วส่งเสียงร้องอันเ็ปขณะที่เืไหลอาบใบหน้า เขาจ้องมองแฟนนี่และพูดตะกุกตะกัก
“อาจารย์แฟนนี่... ทะ... ท่านเหยียบมือข้า!”
แฟนนี่สายตาสั้น เธอวิ่งมาเร็วเกินไปเพราะความเร่งรีบ ไม่สนใจแม้แต่น้อยว่าอะไรอยู่ใต้เท้าของเธอ และหานซั่วซึ่งนอนกองกับพื้นโดยยืดมือออกไปข้างหน้าเพื่อให้ดูสมจริง ผลจึงออกมาเป็เช่นตอนนี้
รองเท้าของแฟนนี่เป็รองเท้าบูตทรงสูงรัดรูป ทั้งยังเป็ส้นเข็ม แฟนนี่ซึ่งวิ่งมาด้วยความเร็วสูงจึงเหยียบลงไปบนมือซ้ายของหานซั่วเต็ม ๆ ความเ็ปบนหน้าเขาไม่ใช่การเสแสร้งอีกต่อไป แต่เป็ความเจ็บที่บาดลึกไปถึงกระดูก
หานซั่วไม่ได้ทรมานกับอาการาเ็ใด ๆ ในการต่อสู้ที่ยืดเยื้อกับพวกแครี่เมื่อครู่นี้ แต่ตอนนี้กลับได้มาทรมานกับอาการเจ็บกระดูกแบบนี้แทน
“โอ ตายจริง ขอโทษนะไบรอัน ข้าไม่เห็นว่ามือของเ้ายื่นออกมา!”
แฟนนี่ใและรีบขอโทษขอโพย รองเท้าบูตที่ส้นปักอยู่บนมือซ้ายของหานซั่วรีบยกออกและย้ายตำแหน่งไปทางซ้ายอย่างรวดเร็ว ...แต่ทว่ามือขวาของหานซั่วที่วางอยู่บนพื้น กลับเป็จุดที่เท้าข้างเดิมของแฟนนี่กำลังจะเหยียบลงไปอีกครั้งพอดิบพอดี
หานซั่วใสุดขีดเมื่อเห็นส้นเข็มที่แหลมราวกับหอกกำลังปักลงบนมือขวา เขารีบหดมือกลับมาด้วยความเร็วปานสายฟ้า ปาด ‘รอยเื’ บนใบหน้า ก่อนจะชี้ไปที่กลุ่มคนซึ่งยืนทำหน้าประหลาดใจอยู่ด้านหลัง ฟ้องด้วยเสียงโอดครวญ
“พวกนั้น... พวกนั้นทำร้ายข้า!”
สีหน้าของแฟนนี่เคร่งขรึมทันที แม้ใบหน้าของแครี่และคนอื่น ๆ จะาเ็หลายแห่ง แต่พวกเขาก็รีบเช็ดรอยเืออกไปจนหมดแล้วั้แ่ได้ยินว่ามีใครกำลังมา เพราะไม่อยากถูกสอบสวน จึงใช้มือเช็ดเืออกจากใบหน้า และโยนอาวุธทิ้งไปทันที
พวกเขาวางแผนไว้แล้ว ว่าจะไม่ยอมปริปากบอกอะไรนอกจากไบรอันโชคร้ายเอง แต่ใครจะรู้ว่าหานซั่วจะชั่วร้ายถึงขั้นโยนความผิดมาให้ ทั้ง ๆ ที่ตัวเองเป็คนเล่นงานพวกเขาจนอยู่ในสภาพนี้
ดวงตางดงามของแฟนนี่ฉาบด้วยไหวพริบ เธอเพ่งมองแครี่และสหาย พบว่าเสื้อผ้าของพวกเขาหลุดลุ่ยไม่เป็ระเบียบ ใบหน้าปราศจากเื แต่กลับมีรอยเือยู่บนท่อนไม้ที่ถูกเขวี้ยงไกลออกไป
เธอมองทุกอย่างในปราดเดียว ก้มลงมองรอยเืที่หน้าและหลังของไบรอัน และได้ข้อสรุป ‘อย่างชาญฉลาด’ ว่าเกิดอะไรขึ้นที่นี่ แครี่และคนอื่น ๆ ต้องรวมตัวกันมาทำร้ายไบรอันอย่างแน่นอน รอยเืที่เปื้อนบนท่อนไม้นั่นคือหลักฐาน!
“ข้าจะรายงานเื่นี้กับฝ่ายบริหารวิทยาลัย พวกเ้าทุกคนรอรับการลงโทษได้เลย น่ารังเกียจจริง ๆ ยกพวกรุมรังแกไบรอันที่ผอมบางและอ่อนแอถึงขนาดนี้!”
แฟนนี่มองไปยังแครี่และพวกด้วยสายตาเ็า
“อาจารย์แฟนนี่ ไม่ใช่นะครับ เ้านั่นต่างหากที่ทำร้ายพวกเรา! แจ็ค เ้าเห็นทุกอย่างนี่ ไบรอันใช่ไหมที่เป็คนทำ?”
แครี่ะโอย่างตื่นใและสิ้นหวัง
แจ็คอ้วนตัวน้อยยังยืนตัวสั่นอยู่ด้านข้าง เขาทั้งกลัวและใกับการกระทำของหานซั่ว เมื่อได้ยินแครี่พูด เขาเหลือบไปเห็นหานซั่วที่กำลังนอนแผ่บนพื้น ขยิบตาส่งสัญญาณให้เขา
ความมั่นใจเพิ่มมากขึ้นทันที แจ็คสูดหายใจเข้าลึก ๆ ชี้นิ้วอ้วน ๆ ไปที่กลุ่มของแครี่และพูดด้วยน้ำเสียงอันชอบธรรม
“หยุดโกหกเสียที แครี่ ข้าไม่กลัวเ้าหรอก ในเมื่ออาจารย์แฟนนี่อยู่ที่นี่ พวกเ้าทำร้ายไบรอันแล้วยังจะให้ข้าโกหกเพื่อช่วยพวกเ้า แจ็คผู้ซื่อสัตย์คนนี้ไม่มีวันทำแบบนั้นแน่!”
แครี่และพวกพยายามจะโต้แย้ง แต่ก็ถูกขัดจังหวะ เพราะแฟนนี่ยกมือห้ามไว้ พร้อมกับพูดอย่างเ็า
“เลิกพูดจาไร้สาระแล้วก็รอการลงโทษไปเงียบ ๆ เถอะ!”
เมื่อหันกลับมา เธอมองหานซั่ว ‘ผู้น่าสงสาร’ ดึงคอเสื้อเพื่อยกตัวขึ้นมาและพูดอย่างอ่อนโยน
“มาเถอะ ข้าจะทำแผลให้เอง เ้าเป็หัวข้อค้นคว้าของข้า ข้ายอมให้เ้าเจ็บตัวบ่อย ๆ แบบนี้ไม่ได้หรอก!”
ลมหายใจสดชื่นลอยต้องจมูกของหานซั่วเมื่อเธอพูด ทำให้เขารู้สึกว่ามือที่ถูกเหยียบกลับไม่ได้เจ็บมากเท่าไร เขาหันกลับมา ส่งสายตาเป็สัญญาณให้แจ็ครีบออกไป และส่งยิ้มใสซื่อบริสุทธิ์ไปให้แครี่และพวก
คนพวกนี้เพิ่งถูกหานซั่วเล่นงานจนหมดสภาพ แถมยังถูกโยนความผิดทุกอย่างมาให้ ยิ้มซื่อบริสุทธิ์ที่พวกเขาเห็นตอนนี้ จึงถือว่าเป็รอยยิ้มที่ชั่วร้ายและน่าสะพรึงกลัวมากที่สุดในโลกก็ว่าได้
สิบนาทีต่อมา ณ ห้องทดลองของแฟนนี่
นอกจากแฟนนี่แล้ว ลิซ่าก็อยู่ในห้องทดลองของแฟนนี่ด้วยเพราะ้าถามคำถามบางอย่าง เธอมองหานซั่วด้วยสายตาแปลก ๆ ทำให้เขารู้สึกกระอักกระอ่วนไม่น้อย
แฟนนี่สั่งให้หานซั่วนอนลงบนเตียง และหยิบขวดยาขึ้นมา ขณะที่กำลังจะทายาให้หานซั่ว ลิซ่าก็หัวเราะเบา ๆ หยิบขวดมาจากมือของแฟนนี้และยิ้มอย่างร่าเริง
“อาจารย์แฟนนี่ ท่านไม่ได้ใส่แว่น ให้ข้าทำให้เถอะค่ะ” แฟนนี่ไม่ทันคิดเกี่ยวกับคำพูดของลิซ่าจึงพยักหน้ารับ
“หืม? ได้สิ ทำความสะอาดแผลเขาไปก่อนนะ ข้าจะไปหาผ้าพันแผล แต่ไม่รู้ข้าเอาไปไว้ที่ไหนเนี่ยสิ”
แฟนนี่พึมพำกับตัวเองขณะที่รื้อค้นห้องทดลองเสียกระจุยกระจาย ลิซ่าถือขวดยาในมือซ้าย และทาน้ำยาบนหลังของหานซั่วด้วยมือขวา เธอเพ่งมองร่างกายของเขาและพูดอย่างแ่เบา
“เอ๊ะ? แผลนี้ดูไม่เหมือนเพิ่งโดนมาเลยนี่นา ทำไม้าของแผลถึงตกสะเก็ดแล้วล่ะ?”
หานซั่วสะดุ้งสุดตัว และร้องอย่างสิ้นหวังอยู่ภายในใจ ดูเหมือนเขาจะประเมินความประหลาดของร่างกายตัวเองต่ำเกินไป ความสามารถในการฟื้นฟูร่างกายของเขาเพิ่มสูงขึ้นั้แ่ที่เริ่มบ่มเพาะแก่นมนตรา าแที่เพิ่งโดนเมื่อเช้าตรู่นี้ถึงได้เริ่มตกสะเก็ดแล้วทั้ง ๆ ที่เวลาผ่านไปได้ไม่นาน และโชคร้ายที่ลิซ่าดันเป็คนที่ได้มาเห็น
เขาไม่ส่งเสียงใด ๆ เพราะรู้ว่าไม่มีประโยชน์ที่จะแก้ตัว เขาอาจจะแกล้งทำตัวปัญญาอ่อนต่อไปจนจบหากลิซ่าไม่สืบสาวเอาความ เขาจึงเอาแต่ส่งเสียงครวญครางด้วยความเ็ปราวกับว่าแผลนั้นช่างสาหัสและทรมานยิ่งนัก
ตอนนั้นเองที่อยู่ดี ๆ ความเ็ปก็แผ่ซ่านไปทั่วหลัง เขาร้องโอดโอยอย่างเ็ปและรีบหันศีรษะไปมองค้อนลิซ่า แต่กลับพบแววตาปีติยินดีเมื่อเธอได้ค้นพบความลับบางอย่าง เขาเงียบเสียงทันที และหัวเราะแห้งๆ
“เจ็บนะ”
เขาหันไปหาเธออีกครั้ง
“ไบรอัน เกิดอะไรขึ้น?”
แฟนนี่ถามหลังจากได้ยินเสียงกรีดร้องอย่างทรมาน เธอยังหาผ้าพันแผลจากอีกฝั่งของห้องไม่เจอ
“เอ่อ อาจารย์แฟนนี่ ข้าแค่เผลอไปโดนแผลของเขาเข้า ไม่ใช่เื่ใหญ่อะไร ข้าจะระวังให้มากกว่าเดิมนะคะ!”
“ระวัง ๆ หน่อยก็ดีจ้า!”
แฟนนี่ตอบอย่างไม่ใส่ใจว่าจริง ๆ เกิดอะไรขึ้นกันแน่
กลิ่นหอมเย้ายวนลอยมาััจมูกของเขาพร้อมด้วยลมหายใจอุ่น ๆ พ่นอยู่ข้างหู ลิซ่ากระซิบเบาๆ
“เ้าสารเลวไบรอัน คิดว่าข้าไม่รู้หรือว่าเ้าเสแสร้ง? หืม? เ้ามาหลอกให้ข้ากลัวด้วยปลอมตัวเป็ผี แล้วยังให้สูตรผิด ๆ ให้ข้าเอาไปปรุงยา หากข้าไม่ฉลาดพอและทดลองกับแครี่และบอร์กก่อนละก็ ป่านนี้ข้าคงทรมานจนตายไปแล้ว --- เพราะเ้า
จะบอกอะไรให้ ข้ามาถึงที่ห้องทดลองก่อนแครี่ และได้ยินบทสนทนาของเ้ากับแจ็คทุกอย่างผ่านผีกูลของข้า ทั้งยังเห็นเหตุการณ์ทั้งหมดตอนที่เ้าเล่นงานแครี่ด้วย เ้าต้องปิดบังอะไรบางอย่างเอาไว้แน่ จริงไหม? เ้ารู้แม้กระทั่งการวางแผนลอบกัดคนอื่น! หึหึหึ ไม่เลวเลยนะ ไม่เลว!”
ลิซ่าทายาไปด้วยขณะพูด ความ้าแก้แค้นแฝงมาในทีเพราะแรงกดบนแผลของหานซั่วที่แรงขึ้นเรื่อย ๆ จิตใจของหานซั่วว้าวุ่นสับสน เขาไม่รู้ว่าลิซ่าวางแผนจะทำอะไร ถึงแม้จะเจ็บแผลแทบตาย แต่ก็ไม่กล้าบ่นเสียงดังนัก เขาจึงทำได้เพียงกัดฟันทนและกลั้นเสียงร้องเอาไว้
ริมฝีปากอวบอิ่มของเธอเลื่อนมาใกล้หู ขณะที่กลิ่นหอมอบอวลทั่วใบหน้าของหานซั่ว ลิซ่าเห็นว่าเขาไม่ยอมส่งเสียง จึงพูดอย่างโกรธเกรี้ยว
“ครั้งที่แล้วที่สนามฝึกซ้อม เ้าบังอาจจูบข้า และ... จับข้าตรงนั้นด้วย ข้าไม่ปล่อยเ้าไปง่าย ๆ แน่ ข้าจะรอเ้าอยู่ทีู่เาจำลองด้านหลังอาคารเรียนคืนนี้ ถ้าไม่โผล่มาละก็ เ้าตายแน่!”
เธอกดมือลงบนแผลอย่างแรงเป็ครั้งสุดท้ายหลังพูดจบ ยิ้มย่องอย่างภาคภูมิใจในการแก้แค้นเมื่อหน้าของหานซั่วบิดเบี้ยวและร้องครางเบา ๆ อย่างเ็ป เธอเดินไปหาแฟนนี่และยื่นขวดยาให้
“อาจารย์แฟนนี่คะ ข้าทายาให้เขาเสร็จแล้ว บังเอิญข้าเพิ่งนึกออกว่ามีบางอย่างต้องทำ ข้าค่อยถามมาอาจารย์พรุ่งนี้แทนนะคะ!”
“โอ้ ได้เลย ไปเถอะจ้ะ”
แฟนนี่ตอบอย่างอาย ๆ และอุทานด้วยความประหลาดใจ
“อ๋า... เจอจนได้ ข้าวางไว้ตรงนี้เอง”
ขาเรียวงามของแฟนนี่เดินตรงมาหาหานซั่วทันที และกำลังจะทำแผลให้เขาอยู่แล้วตอนที่เธอเพ่งมองแผลของเขาใกล้ ๆ และสงสัยอย่างที่สุด
“เอ๊ะ ขอบรอบนอกของแผลเริ่มตกสะเก็ดแบบนี้ได้อย่างไร!”
หานซั่วนอนคว่ำหน้าลงบนเตียงและกำลังวิตกกังวลในท่าทีของลิซ่า คิดไม่ออกว่าจะไปเผชิญหน้ากับเธอคืนนี้ได้อย่างไร และหัวใจก็ต้องหล่นวูบอีกครั้งเมื่อได้ยินที่แฟนนี่พูด พลางคิดว่า ‘ไม่ใช่แฟนนี่อีกคนนะ!’
แฟนนี่ขมวดคิ้วแต่แล้วก็คลายออกอย่างรวดเร็ว กล่าวพลางทอดถอนใจ
“อืม... แต่แผลบนหัวที่เคยโดนฟิทช์ตีเข้าคราวก่อนก็หายเร็วมากเหมือนกัน ทั้งหมดนี้เป็เพราะเ้าโดนคำสาปกรีดิญญางั้นหรือ? น่ามหัศจรรย์จริง ๆ!”
“…..”
หานซั่วนิ่งเงียบและพูดอะไรไม่ออก เมื่อได้ยินความคิดเข้าข้างตัวเองของแฟนนี่ จินตนาการของเธอจะต้องล้ำลึกแค่ไหน ถึงได้หาเหตุผลมาอธิบายเื่ราวที่แปลกพิสดารถึงเพียงนี้?
แฟนนี่ตกอยู่ในภวังค์และความสงสัยครู่หนึ่ง ก่อนจะเริ่มทำแผลให้หานซั่ว ความเคลื่อนไหวของเธอนุ่มนวลเกินบรรยาย ราวกับกลัวเหลือเกินว่าจะทำให้หานซั่วเจ็บ
หานซั่วััได้ว่าแฟนนี่นุ่มนวลกว่าลิซ่า เขากำลังจะหันไปขอบคุณแฟนนี่ แต่เหลือบไปเห็นบางอย่างตรงประตูห้องทดลองที่เปิดอยู่ผ่านด้านหลังของเธอ ร่างผอมสูงร่างหนึ่งกำลังมองหานซั่วด้วยสายตาอิจฉาริษยา และร่างนั้นก็หายไปทันทีที่รู้ตัวว่ามีคนเห็น --- ฟิทช์
**************************