ผู้ร่วงหล่น

    บทที่ 57 ป่าแห่งความเงียบ.

    แจ๊คดูดซับพลังจากซุปเสร็จแล้วลืมตาขึ้นมา แจ๊คไม่คิดเลยว่าการกินอาหารจะช่วยให้ร่างกายและจิตใจสดชื่นขึ้นมา พลังจากซุปถูกย่อยสลายมาเป็นพลังงานให้กับเซลล์ร่างกายแทนแม้ว่ามันจะเล็กน้อยทว่าถ้ากินทุกวันมันจะน่ากลัวขนาดไหน ซุปหมู91เครื่องเทศมันแค่เมนูง่าย ๆ เท่านั้น

    สมแล้วที่ขึ้นชื่อว่ารสชาติที่ไม่เคยลืมของเซฟซอรุนา ในหนังสือของเซฟทองคำซอรุนาได้เขียนถึงวิธีการปรุงอาหาร ส่วนของอาหารและการผสมอาหารแค่นี้ ทว่ามันมีขั้นตอนการเตรียมอาหารที่เยอะมาก ๆ และคนที่ไม่ได้มีความแม่นยำสูงจะไม่สามารถทำอาหารจากที่อธิบายเอาไว้ได้ สิ่งที่ทำให้รสชาติอาหารออกมาอร่อยได้คือ ทุกขั้นตอนต้องใช้พลังลมปราณเท่านั้น แจ๊คยังไม่มีลมปราณจึงใช้พลังจิตแทนจะต้องใช้พลังลมปราณหรือพลังจิตในการดึงรสชาติและคุณประโยชน์ของวัตถุดิบออกมาหมด เวลาหันวัตถุดิบต้องไม่เอาเนื้อกับเลือดมากเกินไปไม่นั้นจะทำให้อาหารเสียรสทั้งหมด ขั้นตอนการทำซุปหมู91เครื่องเทศมันมีถึง 105 ขั้นตอนคนธรรมดาคงไม่เสียเวลาทำแน่นอน แต่น่าเสียดายอย่างหนึ่งที่ว่าหู่เสวียบอกว่าวิธีการทำอาหารแบบนี้ในดวงดาวขนาดกลางกลับมีเยอะแยะไปและขั้นตอนการปรุงมันน้อยกว่านี้มากนัก

    แจ๊คคงทำอะไรไม่ได้นอกจากทำตามขั้นตอนในหนังสือเซฟซอรุนาแทน แจ๊คยังไม่อยากเสียแต้มแลกของที่มันยังหาได้ในดวงดาวขนาดเล็กแห่งนี้ หลังจากย่อยสารอาหารเสร็จแล้วแจ๊คยังไม่อยากเดินทางไปต่อจึงได้หยิบหนังสือเล่นแร่แปรธาตุฝึกหัดออกมาอ่านพอเปิดหน้าแรกเท่านั้นละ ปวดหัวขึ้นมาทันทีมันใช้อย่างที่เขาคิดเอาไว้เลย มันคือหลักวิทยาศาสตร์ทว่าพออ่านไปสักพักปรากฏตัวตัวแจ๊คสามารถเข้าใจได้อย่างน่าเหลือเชื่อ

    พออ่านไปอ่านมาแล้วรู้สึกอยากจะอ่านไปให้จบเล่มแต่ว่าเสียงของหู่เสวียมาเตือนสติของแจ๊คก่อน

    “นายตอนนี้มีสิ่งที่สำคัญต้องหาก่อน หนังสืออ่านตอนมีเวลาว่างก็ได้ เล่นแร่แปรธาตุมันเป็นหนังสือที่มีความหมายลึกซึ้งมากแค่นายอ่านมันวันเดียวไม่เข้าใจทั้งหมดหรอก”

    แจ๊คได้สติขึ้นมาก่อนจะเก็บหนังสือเข้าไปในชุดก่อนถามหู่เสวียว่า

    “ฉันอ่านหนังสือไปกี่ชั่วโมง”

    “3ชั่วโมงหลังจากที่นายดูดซับพลังจากซุปไป”

    แจ๊คตกใจมากที่ใช้เวลาอ่านไปนานขนาดนี้ เขาพึ่งอ่านไปแค่ 5 หน้าเองและแจ๊คก็เข้าใจสิ่งที่หู่เสวียบอกว่าถ้าเขาเอาแต่อ่านหนังสือมันจะเสียเวลาไปมากกว่านี้สิ่งที่เขาต้องทำให้ได้ก่อนเลยคือรีบเพิ่มความแข็งแกร่งก่อนที่เจตนารมณ์แห่งสวรรค์มันฟื้นตัว

    แจ๊คเอาน้ำออกมาชุดแห่งความว่างเปล่าแล้วล้างชุดเครื่องครัวก่อนจะเก็บเข้าไปในชุดแห่งความว่างเปล่าพร้อมออกเดินทาง

    ตอนนี้แจ๊คได้อยู่ห่างกับป่าแห่งความเงียบไม่มากนัก แจ๊คยังไม่เข้าไปเพราะต้องรักษาตัวก่อนและมันถูกเรียกชื่อว่าความเงียบเพราะฉะนั้นแจ๊คต้องหาความหมายมันก่อนว่าหมายถึงอะไร

    แจ๊คเดินทางมาถึงหน้าทางเข้าป่าแห่งความเงียบก็ค่ำแล้ว วันนี้ไม่มีสัตว์เลยห่างจากป่าแห่งความเงียบ1-3กิโลเมตรจะไม่มีสัตว์หรือแมลงอะไรแม้แต่นิดเดียวราวกับเป็นความเงียบที่แสนนิรันดร์

    ป่าแห่งความเงียบเหมือนกับป่าทั่วไปทว่าสิ่งที่ไม่เหมือนคือความเงียบที่น่าขนลุกแม้แต่เสียงลมยังไม่ผ่านเข้าไปหรือออกมา แจ๊คหาต้นไม้สูงบริเวณรอบก่อนจะปีนขึ้นไปและเอาขนมที่ซื้อมาจากเมืองออกมากิน

    ในคืนนี้แจ๊คไม่ได้นอนได้แต่สังเกตป่าแห่งความเงียบแต่มันไม่มีอะไรเกิดขึ้นเลย ในที่สุดตอนเช้าแจ๊คก็ทนไม่ไหวจึงเดินเข้าไปในป่าแห่งความเงียบ

    แจ๊คเดินไปจับต้นไม้ที่อยู่ในป่าแห่งความเงียบ พอจับแล้วส่งพลังจิตตรวจสอบก็ได้พบว่ามันมีชีวิตก่อนจะหยุดตรงหน้าต้นไม้อันนี้และต่อยออกมาสุดแรง

    ปัง

    ก๊ากกกกกกกกกกกกกกกกกกก

    ปรากฏว่าต้นไม้ที่แจ๊คต่อยไปนั้นมันมีชีวิตขึ้นมาทันทีและต้นไม้มันพยายามจะใช้กิ่งไม้บนตัวมันทิ่มแทงมาที่แจ๊คแต่แจ๊คไม่ให้โอกาสจึงแจ๊คต่อยไปซ้ำที่เดิม

    ปัง

    ต้นไม้นี้ได้ดิ้นอยู่สักพักก่อนจะตายลงไป แจ๊คแปลกใจมากที่เลือดของมันมีสีเขียวและมีกลิ่นเหม็นออกมา แจ๊คกระโดดถอยห่างก่อนจะถามกับหู่เสวียว่า

    “หู่เสวียมันคืออะไรกัน”

    หู่เสวียมองไปที่ซากต้นไม้ที่ตอนนี้กำลังจะสลายไปราวกับว่าถูกดูดพลังชีวิตออกไป

    “สิ่งนี้คือสิ่งที่ถูกสร้างขึ้นมาจากการเล่นแร่แปรธาตุ”

    พอได้ยินคำว่าเล่นแร่แปรธาตุแจ๊คตกใจมาก

    “อะไรกัน อย่าบอกนะมันคือโฮมุนครุส”

    หู่เสวียมองแจ๊คก่อนจะพูดออกไป

    “นายคิดว่าโฮมุนครุสสร้างง่ายขนาดนั้นเลยหรือ การสร้างโฮมุนครุสนั้นยากมาก ๆ ในประวัติศาสตร์การจะสร้างโฮมุนครุสต้องสังเวยชีวิตที่มากมายนัก ถ้าจะสร้างโฮมุนครุสขึ้นมาได้ แต่ทว่าการสร้างโฮมุนครุสมีหลายรูปแบบการสร้างที่ต้องสังเวยชีวิตนั้นเป็นสิ่งต้องห้ามและทำยากมาก ๆ แต่ถ้าทำสำเร็จโฮมุนครุสที่เกิดจากการสังเวยจะมีพลังชีวิตราวกับเป็นอมตะ”

    พอแจ๊คได้ยินคำว่าอมตะจึงตกใจขึ้นมา

    “อะไรนะ อมตะหรือมันมีจริงหรือ”

    หู่เสวียมองไปที่แจ๊คก่อนจะพูดขึ้นมาว่า

    “อมตะในที่นี้หมายถึงว่ามีพลังชีวิตที่น่าเหลือเชื่อเท่านั้น ความเป็นอมตะที่เกิดจากการสร้างขึ้นมาเป็นเรื่องไร้สาระ”

    แจ๊คเข้าใจว่าการสร้างความอมตะขึ้นมา มันเป็นเรื่องที่โง่มากมีแต่การฝึกฝนเท่านั้นถึงจะเป็นอมตะที่แท้จริง

    “แล้วต้นไม้นี้มันคืออะไร”

    หู่เสวียอธิบายให้ฟังว่า

    “การจะสร้างชีวิตขึ้นมานั้น มีหลายรูปแบบแต่การสังเวยเป็นรูปแบบที่สำเร็จมากที่สุดแต่แน่นอนว่าไม่ใช่ว่ารูปแบบอื่นจะสร้างโฮมุนครุสออกมาไม่ได้แต่เปอร์เซ็นต์มันน้อยมาก การสร้างสิ่งมีชีวิตขึ้นมา โฮมุนครุสจะเป็นขั้นสูงของการเล่นแร่แปรธาตุ มีนักเวทหลายคนพยายามที่จะสร้างโฮมุนครุสขึ้นมาเพื่อที่จะป้องกันตนเองหรือจะหลอมรวมร่างกายเข้ากับโฮมุนครุส”

    แจ๊คได้ความรู้เกี่ยวกับการเล่นแร่แปรธาตุที่ขั้นสูงแม้ตอนนี้เขาจะยังไม่เข้าใจแต่ในอนาคตไม่แน่ แจ๊คหันไปมองหู่เสวียแล้วพูดขึ้นมาว่า

    “ที่บอกว่านักเวท หมายถึงเธอก็สร้างโฮมุนครุสขึ้นมานะสิ”

    หู่เสวียได้ยินคำถามของแจ๊คก่อนจะพูดไปว่า

    “ฉันไม่ได้เลือกสายเล่นแร่แปรธาตุ แต่เป็นสายปรุงยา”

    แจ๊คได้ยินว่าปรุงยาถึงพูดออกไป

    “เธอบอกว่าสายปรุงยาแต่เธอไม่เคยปรุงยาให้ฉันเลย”

    “นายไม่มีค่าพอ”

    “ฉันไม่มีค่าพอได้ไง พวกเราอยู่ด้วยกันจนจะกลายเป็นคู่รักแล้วนะ”

    พอได้ยินคำว่าคู่รักออกมา ออร่าแห่งความเย็นที่สามารถแช่แข็งทั่วทั้งร่างกายและวิญญาณได้แช่แข็งต้นไม้บริเวณรอบ ๆ แจ๊คสั่นไม่ใช่เพราะความกลัวแต่เป็นความหนาวเย็นที่ถูกหู่เสวียแช่แข็งไป

    “เขาขอโทษ”

    แม้ว่าแจ๊คจะขอโทษแล้วแต่ไอเย็นยังอยู่ต้องรอสักพักก่อนจะหายไป ต้นไม้ที่มีชีวิตรอบ ๆ ได้แตกสลายไปด้วยจากป่าที่อุดมสมบรูณ์กลายมาเป็นพื้นที่โล่งจากพลังของหู่เสวีย

    “การสร้างสิ่งมีชีวิตมีด้วยกัน 3 ขั้น 1คือข้อผิดพลาดตัวที่ถูกจากมาแล้วผิดพลาดมันจะไม่สามารถขยับร่างกายตนเองได้และไม่มีแม้แต่สัญชาตญาณสิ่งที่มันทำได้คือป้องกันตัวเองเท่านั้น ที่นายเจอคือขั้นนี้ 2คือภาชนะขั้นนี้เป็นสิ่งที่เยอะมากที่สุดเพราะมันมีสัญชาตญาณออกหากิน สัญชาตญาณล่าเหยื่อและอื่น ๆ อีกมากมายแต่ไม่มีสติปัญญา 3คือโฮมุนครุส ขั้นนี้ข้อมูลน้อยมาก ๆ ถ้าไม่ใช้นักเวทที่เล่นแร่แปรธาตุจะไม่สามารถเข้าถึงข้อมูลนี้ได้ แต่สิ่งที่รู้คือมันมีสติปัญญาเทียบเท่ากับสิ่งมีชีวิตที่มีสติปัญญาระดับสูง สิ่งที่น่ากลัวของมันคือการเรียนรู้ที่รวดเร็วมาก ๆ มีแค่นี้นายจงเข้าไปอาจจะเจอกับศูนย์วิจัยโฮมุนครุสก็ได้”

    พอพูดจบหู่เสวียได้หายตัวไป ส่วนแจ๊คได้แต่เกาหัวก่อนจะพูดกับตนเองว่า

    “งอลอีกแล้ว”

    แจ๊คเดินเข้าไปในป่าแห่งความเงียบเพราะบริเวณนอกโดนน้ำแข็งของหู่เสวียทำลายไปจนหมดแล้ว

    หู่เสวียได้ลอยตัวขึ้นสูงกว่าเมฆและมองแจ๊คจากด้านบน ก่อนจะมองบริเวณป่าแห่งความเงียบปรากฏตัวมันมีเนื้อที่มากขึ้น 20,000กิโลเมตรถือว่าเยอะมาก ๆ ถ้าแจ๊คเดินตลอดแน่นอนว่า 3-5ปีถึงจะสำรวจป่าแห่งนี้ได้หมดและศูนย์วิจัยไม่รู้ว่ามันอยู่ที่ไหนด้วย

    แจ๊คเดินมาเจอกับต้นไม้อีกรอบหนึ่ง แจ๊คจะเรียกพวกต้นไม้พวกนี้ว่าต้นไม้ที่ผิดพลาด แจ๊คอัดอากาศเป็นกำปั้น 5 อันก่อนจะพุ่งต่อยไปที่ต้นไม้ที่ผิดพลาดไป 5ต้นข้างหน้า

    ก๊ากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก

    มันไม่มีสัญชาตญาณจริง ๆ เพราะมันไม่ได้หลบเลยแจ๊คต้องโจมตีมันก่อนเหมือนกับมอนสเตอร์ในเกมMMORPGที่เวลน้อย

    ต้นไม้ที่ผิดพลาดไม่สามารถขยับตัวได้มันจึงใช้ใบไม้ในตัวหรือกิ่งไม้ทิ่มแทงมาทางแจ๊ค แจ๊คได้อัดอากาศให้กลายเป็นกงจักรขึ้นมา 5 อันก่อนจะปาออกไป ต้นไม้ที่ผิดพลาดนี้ระดับมันแค่ปีศาจน้อยกับปีศาจฝึกฝนเท่านั้น แจ๊คสามารถฆ่ามันได้สบายมาก

    ฉัวะ ฉัวะ ฉัวะ

    กงจักรได้ผ่าต้นไม้ที่ผิดพลาดจนมันได้ตายในที่สุด หลังจากตายไม่กี่วินาทีร่างกายของมันได้สลายไป แจ๊คไม่รู้เลยว่าทำไมมันถึงสลายไปก่อนจะไม่สนใจ

    แจ๊คเดินทางและฆ่าต้นไม้ไปเรื่อย ๆ แจ๊คไม่รู้ว่ามันเป็น1ใน5ป่าต้องห้ามได้อย่างไร ในเมื่อต้นไม้พวกนี้มันฆ่าง่ายจะตาย สิ่งที่แจ๊คไม่รู้คือบนพื้นดินนอกจากใบไม้แล้วยังมีหนอนสีเขียวอยู่ หนอนตัวนี้ได้จ้องแจ๊คตลอดเวลาราวกับมีเวทมนตร์ปดปิดสัมผัสทำให้แจ๊คไม่รู้ตัว

    แจ๊ครำคาญมาก พวกต้นไม้ที่ผิดพลาดมันเยอะเอามาก ๆ ฆ่าไปเท่าไรก็ไม่หมดแจ๊คไม่กล้าที่จะพักด้วยแม้จะค่ำแล้วก็ตาม

    แจ๊คได้ฆ่าต้นไม้ที่ผิดพลาดบริเวณรอบตัว 1 กิโลเมตรก่อนที่จะเอาขนมออกมากินพอตกค่ำในป่าได้มีเสียงร้องของลิงออกมา

    โฮกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก

    และมีเสียงลิงอีกมากมายได้ตอบกลับมา แจ๊คได้ยินเสียงร้องจึงเตรียมตัวขึ้นมา

    “เรื่องมาแล้วไง”

    เสียงต่อมาทำให้แจ๊คหน้าซีดเพราะว่ามันคือเสียงแผ่นดินไหวพร้อมกับดินใต้ต้นไม้ที่ผิดพลาดยกตัวสูงขึ้นมาก่อนจะลอยมาทางแจ๊คพร้อมกับลิงอีกนับไม่ถ้วน

    “ไม่เข้าใจทำไมมันถึงเรียกว่าป่าแห่งความเงียบ ทั้ง ๆ ที่แม่งมีกันเยอะขนาดนี้”

    ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………