ความบ้าคลั่งในคืนวันเกิดของมุกดาเป็ดั่งภาพสะท้อนของพายุร้ายที่ตั้งเค้ามาก่อนที่แสงไฟของดิอีคลิปส์จะดับลงตลอดกาล
ยามเย็นวันนั้น ท้องฟ้าเหนือกรุงเทพมหานครถูกปกคลุมด้วยกลุ่มเมฆฝนสีเทาทึบหนาแน่น สายลมแรงพัดกรรโชกเอาฝุ่นละอองและใบไม้แห้งปลิวว่อนตามท้องถนนย่านทองหล่อ แสงนีออนจากป้ายโฆษณาต่างๆ เริ่มกะพริบวิบวับสะท้อนผิวน้ำที่เจิ่งนองบนพื้นถนนคอนกรีต เสียงบีบแตรและเสียงเครื่องยนต์ของรถยนต์ที่ติดขัดยาวเหยียดดังคลอเคียงคู่กับเสียงฟ้าร้องลั่นเป็ระยะๆ มันคือบรรยากาศแห่งความอึดอัดระทึกขวัญที่โหมโรงเข้าสู่เื่ราวสีเืในค่ำคืนนี้
ย้อนกลับไปเจ็ดวันก่อนเกิดเหตุการณ์ฆาตกรรมะเืใจ หลังจากที่ศิรินทร์ได้รับแฟลชไดรฟ์ข้อมูลลับของเสี่ยชัชจากรษา แผนการล้างแค้นทำลายล้างทุกคนที่เธอเกลียดชังก็เริ่มต้นขึ้นทันที ศิรินทร์ส่งสำเนาบัญชีธุรกรรมสีเทาและการโอนเงินฟอกเงินทั้งหมดของเสี่ยชัชไปยังหน่วยงานปราบปรามอาชญากรรมทางเศรษฐกิจอย่างลับๆ บีบให้เสี่ยชัชต้องเผชิญหน้ากับการกวาดล้างครั้งใหญ่และถูกระงับธุรกรรมทางการเงินชั่วคราว เสี่ยใหญ่โกรธแค้นจนแทบคลั่ง สั่งให้ลูกน้องกวาดล่าตัวหนอนบ่อนไส้ในคลับอย่างดุเดือด
ขณะเดียวกัน ศิรินทร์ก็เริ่มแผนการทำลายอนาวิลด้วยความเืเย็น เธอรวบรวมภาพถ่ายและวิดีโอคลิปลักลอบเล่นชู้ระหว่างเธอกับอนาวิล รวมถึงหลักฐานที่อนาวิลเคยยักยอกเงินทุนสนับสนุนภาพยนตร์บางส่วนไปใช้หนี้ส่วนตัว ส่งไปให้สปอนเซอร์และผู้จัดจำหน่ายภาพยนตร์รายใหญ่ที่อนาวิลกำลังจะเซ็นสัญญาจ้างงานก้าวสู่ผู้กำกับภาพยนตร์ฟอร์มั์ระดับประเทศ
ชั่วข้ามคืน โทรศัพท์มือถือของอนาวิลก็สั่นะเืไม่หยุด ปลายสายคือเสียงเอเยนต์หนุ่มที่ตะคอกใส่เขาด้วยความโกรธเกลี้ยวและตื่นตระหนก
"วิล! คุณทำบ้าอะไรลงไปวะ?" เสียงของเอเยนต์ดังลั่นจนลำโพงสั่น "สตูดิโอั์ใหญ่เพิ่งส่งหนังสือบอกเลิกสัญญากับคุณด่วนที่สุด และพวกเขาเตรียมจะฟ้องร้องเรียกค่าเสียหายจากคุณเป็สิบล้านเพราะทำผิดกฎศีลธรรมร้ายแรง!"
"อะไรนะ? มันจะเป้นไปได้ยังไง!" อนาวิลละล่ำละลักตอบด้วยใจที่ตกไปอยู่ที่ตาตุ่ม "ผมไม่ได้ทำอะไรเลยนะพี่!"
"แกแอบนอนกับศิรินทร์ หุ้นส่วนร่วมของแฟนแกใช่ไหมล่ะ? แถมยังมีประวัติยักยอกเงินทุนเก่าอีก รูปแบล็กเมล์ชู้สาวและประวัติยักยอกเงินของคุณถูกกระจายไปทั่วสมาคมผู้กำกับแล้ว... อนาคตคุณในวงการนี้ดับวูบและจบสิ้นแล้ว อนาวิล! ไม่มีใครกล้าจ้างงานแกอีกต่อไปแล้ว!"
อนาวิลโยนโทรศัพท์ทิ้งกระทบผนังห้องนอนแตกละเอียดเป็ชิ้นๆ เขาเบิกตากว้างกรีดร้องคำรามลั่นราวกับสัตว์ป่าาเ็ ขว้างปาข้าวของทำลายกระจกเงาบานใหญ่จนเศษกระจกบาดมือหยาบเืไหลทะลักออกมาตามซอกนิ้ว จากนั้นเขาก็รีบวิ่งลงไปที่ลานจอดรถ ขับรถฝ่าสายฝนกระหน่ำหนาทึบด้วยใจที่ร้อนรุ่มปานไฟเผา โทรศัพท์หาเพื่อนฝูงหลายคนในวงการเพื่อขอความช่วยเหลือ ทว่าทุกคนกลับกดสายทิ้งและไม่มีใครยอมคุยกับเขาเลยแม้แต่คนเดียว ความเป็เพื่อนและมิตรภาพในวงการมายากลายเป็เื่ลวงตาทันทีที่เขาหมดอนาคต อนาวิลขับรถตรงไปยังคอนโดมิเนียมหรูหราของศิรินทร์ด้วยความแค้นและอัดอั้นตันใจ
เขาผลักเปิดประตูห้องพักส่วนตัวเข้าไปอย่างบ้าคลั่ง ทว่ากลับพบศิรินทร์ที่นั่งไขว่ห้างจิบไวน์แดงอยู่บนโซฟาหนังแท้ด้วยใบหน้าที่เรียบเฉย แววตาไร้เดียงสาที่เขาเคยหลงใหลยามนี้มีเพียงความสะใจขมขื่นปนเหยียดหยามสะท้อนออกมาอย่างชัดเจน
"ศิรินทร์! คุณทำแบบนี้ทำไม? คุณส่งหลักฐานพวกนั้นทำลายชีวิตของผมทำไม!" อนาวิลตะคอกเสียงแหบแห้งบุกเข้าไปพยายามจับไหล่บางของเธอ
ศิรินทร์ยกแก้วไวน์ขึ้นดื่มแ่เบาก่อนจะส่งสายตาเย็นเยือกห้ามเขาไว้ "วิลคะ... อย่าทำตัวสถุลไร้ราคาแบบนั้นสิคะ ศิรินทร์ไม่ได้ทำลายคุณหรอกค่ะ คุณทำลายตัวเองต่างหาก... อีกอย่าง คุณคิดว่าคนอย่างฉันจะยอมคบกับผู้กำกับปลายแถวไร้อนาคตที่ไม่มีเงินแม้แต่จะจ่ายค่าเช่าห้องพักงั้นเหรอคะ? คุณมันก็แค่หมากราคาถูกชิ้นหนึ่งที่ฉันใช้เพื่อเหยียบย่ำแย่งชิงความสุข และสะใจที่ได้เหยียบย่ำหน้ามุกดาเพื่อนรักเท่านั้นแหละค่ะ บัดนี้คุณหมดประโยชน์แล้ว... ไสหัวออกไปจากห้องของฉันซะ ก่อนที่ฉันจะสั่งให้ รปภ. คอนโดมาลากคอคุณออกไปส่งตำรวจ!"
อนาวิลทรุดตัวลงคุกเข่าราบกับพื้นพรม ร้องไห้โฮออกมาด้วยความสมเพชตัวเองล้ำลึก เขาเข้าใจแจ่มแจ้งทันทีว่าความตัณหาราคะบาปในคืนพายุฝนนั้นเป็เพียงยาพิษลวงตา เขาก้าวเดินออกจากห้องพักของเธอเหมือนคนไร้จิติญญา หอบเอาความเกลียดชังและศักดิ์ศรีความเป็ชายที่แหลกเหลวไปเป็แรงผลักดันความแค้นในเงามืด
และแล้ว คืนวันเฉลิมฉลองครบรอบวันเกิดของมุกดาก็มาถึง คลับ THE ECLIPSE ตกแต่งอย่างหรูหราตระการตาด้วยลูกโป่งสีทองและดอกกุหลาบสีแดงสะพรั่ง เสียงดนตรีแจ๊สบรรเลงอย่างครื้นเครง แเื่ VIP ต่างมาร่วมอวยพรและชนแก้วแชมเปญกับมาม่าซังผู้เลอโฉมอย่างคึกคัก ทว่าบรรยากาศชื่นมื่นเบื้องหน้ากลับซ่อนาเย็นระหว่างมุกดาและศิรินทร์ไว้แ่า
ที่ห้องแต่งตัวชั้นสอง มุกดายืนจ้องกระจกเงานิ่ง ในมือเรียวถือกล่องของขวัญใบใหญ่ ข้างในคือชุดเดรสลูกไม้สีแดงสดและรองเท้าส้นสูงสีแดงที่เธอตั้งใจสั่งซื้อมาเพื่อเป็ของขวัญวันเกิดย้อนหลังให้แก่ศิรินทร์... เพื่อนรักร่วมสาบานที่เธอเคยคิดว่าจะเคียงข้างกันชั่วชีวิต ทว่ายามนี้ ของขวัญชิ้นนั้นกลับกลายเป็สิ่งสะท้อนถึงคราบเืและการหักหลัง
ประตูห้องแต่งตัวเปิดออกช้าๆ ศิรินทร์ก้าวเข้ามาด้วยใบหน้าเรียบเฉย แววตากลมโตสบสายตามุกดานิ่งๆ
"มุกดา... เรียกฉันมามีอะไรหรือเปล่า?" ศิรินทร์ถามน้ำเสียงเ็า
มุกดาหันกลับมาสบตาเพื่อนรักช้าๆ ดวงตาคู่สวยแดงก่ำจากการกักเก็บหยาดน้ำตาแห่งความปวดร้าวล้ำลึก เธอหันนึกย้อนไปถึงอดีตในวันที่แม่ของศิรินทร์เสียชีวิต มีเพียงเธอคนเดียวที่ไปช่วยจัดงานศพและโอบกอดศิรินทร์ไว้เพื่อไม่ให้เพื่อนรักต้องโดดเดี่ยว มิตรภาพยามยากช่างสวนทางกับภาพที่แสนโหดร้ายตรงหน้า มุกดาเดินตรงเข้าไปหาศิรินทร์ช้าๆ ก่อนจะฟาดกล่องของขวัญใบใหญ่ลงบนพื้นพรมแทบเท้าของศิรินทร์ส่งเสียงดังสนั่น กล่องของขวัญแตกกระจายเผยให้เห็นชุดเดรสลูกไม้สีแดงสดและรองเท้าส้นสูงสีแดงคู่หรูเกลื่อนกลาดพื้น
"ของขวัญวันเกิดย้อนหลังของเธอไงศิรินทร์..." มุกดาพูดน้ำเสียงสั่นสะท้านชี้ไปที่พื้น "ฉันตั้งใจซื้อชุดเดรสสีแดงและรองเท้าคู่นี้ให้เธอ เพราะเธอเคยบอกว่าชอบสีแดงและอยากสวมใส่มันในวันสำคัญ... แต่ตอนนี้ฉันได้รู้ความจริงหมดแล้วศิรินทร์! เธอแอบนอนกับอนาวิลแฟนของฉัน! เธอทำลายความเชื่อใจของฉันจนไม่มีเหลือ!"
ศิรินทร์สะดุ้งตัวโยนในคราแรก ทว่าเมื่อความลับถูกเปิดเผย หน้ากากแสนดีก็หลุดลอย ศิรินทร์หัวเราะเบาๆ ร้ายกาจปนริษยา "หึ... รู้แล้วงั้นเหรอ? มุกดา... เธอรู้ไหมว่าฉันต้องทนอยู่ใต้ร่มเงาของเธอมานานแค่ไหน? เธอสวยกว่า เด่นกว่า เป็มาม่าซังเบอร์หนึ่งที่ทุกคนชื่นชม ส่วนฉันเป็แค่เงาที่คอยตามล้างตามเช็ดปัญหาให้เธอ! แม้กระทั่งตอนที่เธอท้องไม่มีพ่อ โลกทั้งใบก็ยังชื่นชมและช่วยอุ้มชูเธอ... ฉันเกลียดเธอ มุกดา! ฉันเกลียดทุกอย่างที่เป็ของเธอ!"
ศิรินทร์ก้มลงหยิบชุดเดรสสีแดงและรองเท้าส้นสูงสีแดงขึ้นมาสวมใส่สะบัดปัดฝุ่นทันที แววตากลมโตสว่างวาบด้วยความบ้าคลั่งตัณหาแค้น "ในเมื่อเธอซื้อให้ฉันแล้ว... ฉันก็จะสวมใส่มันเดินออกจากร้านไปในค่ำคืนค่ำคืนนี้แหละค่ะ! และฉันจะทำให้เธอได้เห็นว่าสิ่งสะท้อนที่เธอมอบให้มันจะย้อนกลับมาทำลายตัวเธอเอง!"
ศิรินทร์ก้าวเดินออกจากห้องแต่งตัวในชุดเดรสสีแดงสว่างวาบส้นสูงสีแดงเฉี่ยว เดินออกไปทางประตูหลังร้านท่ามกลางพายุฝนภายนอกพัดโหม มุกดาที่โกรธและห่วงใยตัดสินใจตามออกไปในตรอกมืดหน้าร้านทันทีท่ามกลางสายฝนสะนั่นลั่นฟ้า
ตัดสลับมาสู่ปัจจุบันในห้องทำงานส่วนตัว
ผู้กองกานต์ยื่นรูปหน้ารถยนต์คันหนึ่งให้มุกดา แววตากานต์เครียดจัด "มีพยานเห็นคุณก้าวตามศิรินทร์ออกไปทางประตูหลังร้าน แล้วหลังจากนั้นล่ะครับ? คุณเดินตามไปฆ่าเธอที่นครนายกจริงหรือเปล่า?"
มุกดาส่ายหน้าช้าๆ ร้องไห้สะอื้น "ไม่ค่ะผู้กอง... ฉันตามออกไปเพื่อจะคุยและห้ามไม่ให้เธอทำลายตัวเองเพราะพวกมาเฟียของเสี่ยชัชกำลังล่าตัวเธอ แต่ศิรินทร์กลับหันมาผลักฉันและพยายามจะดันฉันตกบันไดหนีไฟเพื่อจะฆ่าฉันให้ตายคามือ! ฉันต้องสู้แรงดิ้นรนและวิ่งหนีเอาชีวิตรอดกลับเข้ามาในร้าน... หลังจากนั้นฉันมองลอดกระจกหน้าต่างเห็นศิรินทร์ก้าวเดินขึ้นรถตู้หรูสีดำคันใหญ่ที่มีกระจกดำสนิทคันนั้นไป และฉันไม่ได้ฆ่าเธอจริงๆ ค่ะ!"
ผู้กองกานต์จ้องมองลึกเข้าไปในดวงตาสั่นระริกคู่สวยที่เปียกชื้นของมุกดา ความเศร้าและความจริงใจที่ไร้จริตปรุงแต่งในแววตาของเธอทำให้เขายอมสยบสัญชาตญาณความหวาดระแวง และปักใจเชื่อในคำปฏิเสธของเธออย่างสมบูรณ์แบบ ทว่าแผ่นอกแกร่งของนายตำรวจหนุ่มกลับยังคงรู้สึกอึดอัดหนักหน่วงใจ เพราะพยานวัตถุรองเท้าสีแดงที่ตกหล่นและเงาปริศนาของรถตู้สีดำคันนั้น กำลังชักนำพาทุกชีวิตในดิอีคลิปส์ก้าวข้ามผ่านขีดจำกัดเข้าสู่วังวนความจริงสีเืที่เลวร้ายและสลับซับซ้อนเกินกว่าจินตนาการ และกานต์รู้ดีว่าพวกเขาต้องช่วยกันปะติดปะต่อจิ๊กซอว์มรณะนี้ให้สำเร็จ ก่อนที่เงื้อมมือของฆาตกรในเงามืดราตรีจะคืบคลานเข้าหาเหยื่อรายต่อไปเพื่อปิดปากฆ่าปิดคดี