บทที่ 10
ตอน พบเจอกันอีกครา
ป่าไม้ข้างทางซุ่มไปด้วยมารน้อยใหญ่จ้องมองในที่มืดบรรยายกาศเย็นะเืในยามเย็นไม่ได้ทำให้ผู้เดินทางทั้งสองคนหวาดกลัวเลยสักนิด ซื่อฝานในร่างหญิงชราเดินลากสังขารโดยมีหลิวเหว่ยคอยประคองตัวั้แ่ออกจากเมืองเจินชิวมาหลายวันซื่อฝานไม่ยอมพูดเกี่ยวกับดาบที่ตนเองพกมาแม้แต่คำเดียวและไม่ยอมเอ่ยถามด้วยว่าทำไมยายแก่อย่างตัวเองถึงยกดาบขึ้นหนำซ้ำยังง้างดาบฆ่าคนอย่างไม่สะทกสะท้าน
ซื่อฝานรู้ว่าถ้าถามหลิวเหว่ยเขาคงได้แค่คาดเดา แต่อีกใจหนึ่งซื่อฝานพอจะรู้ได้ว่ามันคงเป็เศษเสี้ยวของแม่ทัพฝูเ้าของร่างเดิม
“เฮ้อ!”
หญิงชราถอนหายใจ ทำให้หลิวเหว่ยจำต้องหยุดเดินและถามอย่างเป็ห่วง
“ท่านเมื่อยตรงไหนหรือไม่ข้าแบกท่านได้นะ”
ข้อเสนอที่เขาพูดออกมามันก็พอจะทำให้นางสนใจอยู่หรอกแต่มันเป็การเพิ่มภาระเสียมากกว่าซื่อฝานเหลือบมองคันธนูที่หลิวเหว่ยเอามาจากศพทหารฏข้างทางก่อนจะเลื่อนสายตามองแขนข้างขวาที่ไม่มีอยู่แล้ว
พอมองแขนข้างนั้นที่เขาเสียไปทีไรจิตใจในตัวของซื่อฝานก็ไม่คอยจะอยู่เป็สุขนักมองทีไรความรู้สึกเสียใจมันพุ่งนอกมาจากอกกลายเป็น้ำตาอยู่ดีหญิงชราจึงเลือกที่จะไม่มอง
“ท่าน...”
หลิวเหว่ยจับไหล่บางกำลังจะเอ่ยถาม
“ข้าไม่เป็ไรแต่ไหนๆก็ใกล้มืดแล้วเราพักกลางป่ากันอีกสักคืนจะเป็ไร”
“แต่ว่าในป่าเช่นนี้ของเผ่ามารมักจะมีมารปีศาจร่อนเร่อยู่เต็มไปหมด ท่านแน่ใจรึ?” ชายหนุ่มเป็ห่วงอย่างยิ่งว่าถ้าเกิดอะไรขึ้นมายายแก่จะลำบากได้
ซื่อฝานนั่งชันเข่าเงยหน้ามองอีกฝ่ายก่อนจะเอ่ยอย่างเหน็ดเหนื่อยหมดแรงไปว่า “เ้าก็คนข้าก็คนไม่สิเ้าและข้าต่างก็เป็มารร่อนเร่จริงหรือไม่….นอกจากเ้ากับข้าจะมีปราณมารมากพอที่จะย้ายตัวไปอยู่ที่หน้าประตูเมืองเลยซึ่งแน่นอนว่าเ้ากับข้าไม่มีปราณมารมากขนาดนั้น…ดังนั้นถ้าพวกมารร่อนเร่อยากมาหาเื่ก็ฆ่าทิ้งศพไม่ต้องฝั่งก็จบ”น้ำเสียงองอาจเหลือจะทนของหญิงชราช่างสร้างความน่าสะพรึงกลัวอยู่ไม่น้อย
หลิวเหว่ยกลืนน้ำลายพยักหน้าเข้าใจสิ่งที่นางพูดเป็อย่างดีเพราะคำพูดพวกนี้ช่างคุ้นหูเป็ที่สุด วาจาไม่กลัวตายออกรบสู้สุดใจ รักพวกพ้องคงไม่มีใครนอกจากแม่ทัพฝูซื่อฝานอีกแล้ว
ว่าแล้วชายหนุ่มก็ไม่รอช้ารีบจัดแจงที่พักของหญิงชราอย่างเป็ระเบียบเรียบร้อยก่อนตนจะไปเดินตรวจห่างออกไปไม่ไกล
ซื่อฝานนั่งพักจับดาบที่ตนพกมาไว้ในมือก่อนจะลูบมันอย่างเคยชินหญิงชราพลันขมวดคิ้วสงสัยว่าั้แ่ที่ตนดึงดาบเล่มนี้ออกจากฝักรู้สึกเหมือนมีกำลังมากขึ้นทั้งที่สังขารแทบจะร่วงได้ทุกเมื่อ “ดาบเล่มนี้ต้องมีอะไรแน่ๆแม่ทัพฝูนะแม่ทัพฝู เ้าซ่อนอะไรไว้...” ซื่อฝานอยากจะดึงดาบนั้นออกจากฝักอีกครั้งใจแทบขาดแต่คำเตือนของเจียงเหอก็ตีกลับเข้ามาในความทรงจำอีกครา นางจึงตัดสินใจไม่ดึงมันตามที่เจียงเหอบอก
สายตาสั้นยาวมองหาหลิวเหว่ยทันทีชายหนุ่มยืนอยู่ใต้ต้นไม้ที่ห่างออกไปไม่ไกลนางกวักมือเรียกเขากลับมาหลิวเหว่ยไม่ปล่อยให้ซื่อฝานรอนานเดินมาหานางพลางเอ่ยถามเสียงนุ่ม “ท่านมีอะไรให้ข้ารับใช้รึ?”
“นั่ง” นางสั่ง
หลิวเหว่ยนั่งลงอย่างฉงนพร้อมเงียบปากรับฟัง
“เ้าควรจะพักบ้าง”
หญิงชราเอ่ยเสียงเรียบก่อนจะจัดเก็บนำผ้าม้วนดาบไว้อย่างมิดชิดนางไม่ได้มองดูหน้าหลิวเหว่ยสักนิดว่ายามนี้เขามองนางอย่างแปลกใจเป็ที่สุดเพราะไม่คิดว่าซื่อฝานจะเอ่ยให้ตนมานั่งข้างๆเพื่อพักผ่อน เขารู้ว่านางมีจิตใจดีไม่น้อยทว่าเวลาอยู่กลางป่าเช่นนี้เขาต้องคอยเฝ้ายามให้นางเป็ประจำแต่ครานี้กลับไม่ใช่
“มองข้าทำไม” ซื่อฝานถามพลางเลิกคิ้ว
“ไม่มีอะไรขอรับ”หลิวเหว่ยรีบตอบ
ยายแก่มองสีหน้าแปลกใจของอีกฝ่ายออกทันทีเมื่อเขาหลบตาซื่อฝานพลันยิ้มมุมปากพลางส่ายหน้า “นอนเถิด อย่าให้ข้าต้องรู้สึกผิดไปมากกว่านี้เลย”
หลิวเหว่ยหันมองหญิงชราทันทีคนทั้งสองสบตากันจนไม่กล้าหายใจ ชายหนุ่มหนึ่งคนกับหญิงชราหนึ่งคนต่างจ้องหน้ากันเงียบๆไม่มีใครกล้าทำลายบรรยายกาศจนโสตประสาทรับรู้ได้ว่ามีฝีเท้าของบางสิ่งที่อยู่ห่างออกไปไม่ไกล “เสียงฝีเท้าม้า” หลิวเหว่ยกับซื่อฝานพูดออกปากพร้อมกัน
ซื่อฝานรีบคว้าธนูจากหลังหลิวเหว่ยมาตามสัญชาตญาณก่อนน้าวคันธนูเล็งไปยังต้นเสียงในความมืดหญิงชราพลันหลับตาเงียบเอียงหูคอยฟังเสียง ฝีเท้าอาชาศึกเหยียบย้ำพื้นดินน้ำเสียงพูดสั่งคนนั้นช่างคุ้นเคย “เป็เขา”
“เป็ใครกัน” หลิวเหว่ยกระซิบถาม
“หานอิงหลิว....”ซื่อฝานมองหน้าหลิวเหว่ยทันที “เขากำลังมาทางนี้”ว่าแล้วซื่อฝานพลันยัดธนูไปไว้ในมือหลิวเหว่ยส่วนหลิวเหว่ยก็รีบโยนธนูในมือไปไว้ข้างข้าวของทันที ทั้งคู่ทำตัวเลิ่กลั่กเหมือนพยายามเค้นสมองคิดอะไรบาง
อย่างโดยเฉพาะซื่อฝานที่เวลานี้ทำเป็ไอเหมือนคนใกล้ตายเพื่อส่งเสียงเป็สัญญาณว่าตนอยู่ตรงนี้หลิวเหว่ยรีบประสมโรงทำเป็ประคองหญิงชราพลางร้องเรียก ยายแก่ลั่นป่า
ไหวพริบดีใช่เล่นนะเนี่ยหลิวเหว่ย
หลิวเหว่ยลองกระซิบถามซื่อฝานในอีกความหนึ่งไปว่า “ถ้าเกิดว่าเขามาสังหารพวกเราล่ะยายฝู”
...ลืมคิดเื่นี้ไปเลยซวยล่ะ ทำก่อนคิดอีกแล้ว!
“เปิดไพ่เจรจา”
ซื่อฝานพูดออกมาอย่างเหม่อลอย
“หา!เจรจากับคนอย่างหานอิงหลิวเนี่ยนะ” หลิวเหว่ยสีหน้าถอดสี
“พวกเ้า!”
หานอิงหลิวลงจากหลังม้าก่อนจะเดินดิ่งมาหยุดตรงหน้ายายแก่พลางถอนหายใจเหมือนคลายเื่กังวลออกจากอกได้สักที “ท่านไม่เป็อะไรนะ”
ท่านแม่ทัพหันหน้าไปถามหญิงชราทันทีทำเอาหลิวเหว่ยเป็ธาตุอากาศในผืนป่าทันใด
ซื่อฝานยิ้มแห้ง “ข้าไม่เป็ไร”
“แล้วพวกท่านออกมาจากเมืองเจินชิวได้อย่างไร”ว่าแล้วก็สอดส่องสายตาสำรวจตรวจคนทั้งสอง “ไม่ได้รับบาดเจ็บอะไรด้วย” สังขารเช่นนี้ยายแก่อย่างนางไม่น่ารอดมาได้…หานอิงหลิวเลิกคิ้วจ้องหน้าซื่อฝานนิ่งงัน
“นั้นก็เป็เื่ที่ดีแล้วมิใช่รึ”ซื่อฝานย้อนถามพร้อมขมวดคิ้ว มองแบบนี้คิดจะให้ฉันตายอยู่ในเมืองหรืออย่างไร
หานอิงหลิวพยักหน้ายิ้มมุมปาก “เป็เื่ที่ดี...”
หลิวเหว่ยมองสังเกตคนทั้งสองบรรยายกาศในตอนนี้เหมือนทั้งคู่กำลังลองเชิงอะไรบางอย่างจนหลิวเหว่ยต้องเอ่ยถามยายแก่เพื่อเปลี่ยนเื่ “ท่านหิวหรือไม่”
หญิงชราหันไปมองหลิวเหว่ยก่อนจะพยักหน้า “หิวหิวจนจะฆ่าคนได้เลยแหละ”
“ท่านแม่ทัพ”
นายทหารบนหลังม้ารีบลงมารายงานต่อหานอิงหลิว “ในป่าแถวนี้ไม่มีผู้คนแล้วขอรับ”
ไม่มีเลย…
“ดีคืนนี้เราจะพักกันที่นี้ พรุ่งนี้เตรียมตัวกลับเมืองหลวง”
ฝ่ามือเหี่ยวพลันคว้าแขนชายหนุ่มไว้สีหน้ายายแก่เริ่มไม่สู้ดีนัก “เขาไม่ได้ตามมารึ? ท่านแม่ทัพ...ท่านได้เจอเจียงเหอชายแก่อยู่ข้างบ้านข้าหรือไม่?”
หานอิงหลิวยืนนิ่งก่อนเอ่ยตอบ “ไม่เจอว่าแต่ท่านไม่ค่อยจะชอบเขามิใช่รึอีกอย่างถ้าเขาตายท่านก็ไม่ต้องใช้หนี้ให้เขาแล้วเป็เื่ดีไม่น้อยมิใช่รึ”
“คงมีแต่คนอย่างเ้าที่คิดเช่นนั้น”ซื่อฝานหลุดปากย้อนกลับทันทีตามสัญชาตญาณ “ต่อให้เขาตายข้าก็ต้องชดใช้หนี้ให้เขาและดูเหมือนจะต้องจ่ายมากกว่าเดิม...”
หานอิงหลิวกับหลิวเหว่ยฟังคำพูดเช่นนี้ก็อดไม่ได้ที่เห็นภาพชายแก่ที่นั่งบนกิ่งไม้คอยขู่ตนยามเรียนยิ่งได้ยินอาจารย์ที่สอนตนมาเอ่ยเช่นนี้อีกทั้งสองจึงกรอกตามองบนทันที
“ข้าไม่สนว่าท่านจะต้องใช้หนี้ให้เขาเท่าไรแต่ตอนนี้ข้าสนแค่ว่าต่อจากนี้ไปท่านต้องมีที่หลับที่นอน” หานอิงหลิวรีบพูดตัดบททันใดก่อนที่นางจะพูดถึงตาแก่นั้นไปมากกว่านี้“ต่อจากนี้ท่านมาอยู่ที่จวนบ้านข้าเถิด”
ซื่อฝานรีบหันมองหลิวเหว่ยพลางยิ้มออกนอกหน้าทว่าก่อนที่จะได้พูดอะไรหานอิงหลิวกลับเอ่ยดับฝันทันที
“แค่ท่านไม่รวมเขา”
“เขาไปข้าไปเ้าไม่ให้เขาไปข้าก็ไม่ไป” ซื่อฝานกอดอก “ใครที่มาเริ่มเรียนกับข้าแล้วทุกคนต้องเรียนให้จบไม่มีการทิ้งใครไว้กลางทางนอกจากคนคนนั้นไม่เต็มใจไปเอง”
หานอิงหลิวมองหลิวเหว่ยพร้อมกัดฟันแน่น “ก็ได้ถ้าเขาไม่หาเื่ตายซะก่อน”
“เ้านะสิจะหาเื่ให้เขาตายก่อน”ซื่อฝานย้อน
“ท่านก็รู้ดีนิ”
“เด็กเมื่อวานซืน”
“ยายแก่วันยังค่ำ”
หลิวเหว่ยและทหารอีกนายยืนมองทั้งสองคนต่อปากต่อคำกันไปมาทหารนายนี้ไม่คิดว่าจะมีผู้ใดกล้าย้อนแม่ทัพใหญ่แต่เขาต้องคิดใหม่เสียแล้วส่วนหลิวเหว่ยนั้นก็อึ้งไม่ต่างกันเพราะเท่าที่ตนรู้จักแม่ทัพฝูมานางไม่เคยคิดที่จะเถียงท่านแม่ทัพใหญ่แม้แต่คำเดียว แต่ภาพตรงหน้ากลับทำให้เขาต้องมองนางใหม่จริงๆเสียแล้ว
ซื่อฝานว่า “พูดมาก”
หานอิงหลิวว่า “เถียงคำไม่ตกฟาก”