“วิธีที่จะกระตุ้นสายเลือดของแวมไพร์ให้ทำงานได้ดีและทำให้วงศ์วานแข็งแกร่งยิ่งขึ้นไปอีก อีกอย่างมันก็มีส่วนทำให้พลังแห่งความมืดแข็งแกร่งขึ้นไปด้วย นั่นก็คือการทำแบบนี้.....”
ไอวี่จู่โจมผมแบบไม่ทันตั้งตัวอีกแล้วโดยการประกบริมฝีปากกับผมก่อนที่เธอจะใช้เส้นใยของเธอพันรัดรอบตัวของเพย์ตันกับไอริสไว้แน่นโดยที่ยังจูบกับผมอยู่ก่อนที่จะใช้เส้ยใยปาดข้อมือของตนเองแล้วสะบัดข้อมือเลือดสดๆที่ไหลออกมาก็มาโดนตัวของไอริสกับเพย์ตัน
ไอริสที่ดูกระวนกระวายที่สุดก็ตระโกนออกมาตอนนี้ตัวของเธอเต็มไปด้วยเลือดของไอวี่เป็นจุดเป็นจุดไป
“คิดจะทำอะไรกันแน่ไอวี่หยุดนะ”
ทำไมเธอถึงได้รีบบอกให้ไอวี่หยุดเพราะไอวี่ที่คิดจะทำอะไรสักอย่างก็มักจะเป็นเรื่องที่ลากคนรอบตัวมาเกี่ยวข้องเสมอและเธอก็กำลังจะกลายเป็นหนึ่งในนั้น เธอไม่สามารถดิ้นหลุดไปจากเส้นใยพวกนี้ได้เนื่องจากเส้นใยประเภทนี้จะเป็นเส้นใยที่เอาไว้จับยึดมันมีความแข็งแรงในระดับที่ต่อให้แรงค์ SS สักสามร้อยคนที่มีความสามารถก็ยังใช้เวลาถึงสามชั่วโมงในการโจมตีมันให้ขาดไปได้
เพย์ตันที่ไม่รู้อะไรก็มองไปที่ชาร์ลอตต์ที่กำลังเหมือนแสดงอาการทรมานพร้อมกับทรุดลงพื้นไปแล้ว ยิ่งทำให้คนที่ไม่รู้อะไรแบบเธอเริ่มกังวลหรือว่าไอวี่คิดจะฆ่าเธอ เธอคิดไปคิดมาว่าเคยไปทำอะไรให้ไอวี่โกรธรึเปล่าก็ไม่เคย ถ้าอย่างนั้นแล้วทำไม? เวลาผ่านไปได้ราวสิบวินาทีหลังจากที่เพย์ตันกับไอริสโดนเลือดของไอวี่ไปนั้นอารมณ์ความรู้สึกที่พวกเธอไม่เคยรับรู้มาก่อนก็เกิดขึ้นและมันก็ยังค่อยๆรุนแรงมากขึ้นเรื่อยๆ
“นี่มันอะไร ทำไมมันถึงเป็นแบบนี้”
เพย์ตันกับไอริสร้องเสียงหลงออกมาพร้อมกัน
ส่วนผมตอนนี้ก็กำลังรับมือไอวี่ที่กำลังรุกคืบเข้ามาอีกครั้ง อย่าบอกนะว่าเธอคิดจะเอาสองคนนั้นเข้าร่วมวงศ์วานด้วย
“จริงสิฉันลืมบอกนายไปอย่างหนึ่งนะ เลือดที่ใช้ไปก็คือเลือดของไอรีนที่มีคุณสมบัติของแวมไพร์ที่เป็นวงศ์วานของนายอยู่เพราะฉะนั้นไม่ว่าผู้หญิงคนไหนที่ได้กลิ่นเลือดก็จะเกิดอารมณ์ความรู้สึกขึ้นมา นายก็ลองคิดดูสิว่าถ้าเลือดไปราดที่ตัวของพวกเธอแล้วจะเกิดอะไรขึ้น.....”
“อารมณ์ความรู้สึกก็จะมากขึ้นใช่ไหมละ”
“ไม่ใช่แค่นั้นนะมันมีข้อเสียอย่างหนึ่งก็คือถ้าเลือดนั่นเป็นของแวมไพร์ผู้นำวงศ์วานคนไหนก็ต้องให้ผู้นำวงศ์วานรับพวกเธอเข้าวงศ์วานไปด้วยไม่อย่างนั้นพวกเธอก็จะขาดใจตายไปก่อนยังไงละ”
เลือดแวมไพร์มันมีคุณสมบัติอะไรแบบนี้ด้วยเหรอมันจะไม่เอาเปรียบผู้หญิงเกินไปหน่อยเหรอ ไอริสมองมาที่ไอวี่ด้วยท่าทางที่ทรมานแล้วพูดขึ้นมาอย่างยากลำบาก
“อะ...ไอวี่ เธอทำอะไรลงไป อ๊าาา...”
ไอวี่ไม่สนใจเสียงของไอริสแล้วมองไปยังอาเธน่าที่กำลังนั่งบนไหล่ของผม
“ไม่ต้องจ้องมองฉันแบบนั้น ฉันไม่ใช่ผู้หญิงอย่างที่เธอคิดเพราะฉันคือส่วนหนึ่งของเลือดมาสเตอร์อยู่แล้วตราบใดที่มาสเตอร์ไม่ตายฉันก็คงอยู่ตลอดไปและฉันก็ไม่มีความรู้สึกด้านนั้นไม่ต้องพยายามลากฉันไปด้วย”
“ฮ่า ฮ่า นั่นสินะเหล่าภูติก็ไม่มีอารมณ์ความรู้สึกแบบนี้อยู่แล้วจะไปบังคับให้เธอขยายร่างให้มีส่วนสูงขึ้นมาก็ไม่ได้เพราะถึงทำไปก็ไม่เกิดประโยชน์อะไรเนื่องจากเธอก็เป็นส่วนหนึ่งของเลือดแวมไพร์ในตัวของโรเบิร์ตอยู่แล้ว ที่สำคัญตอนนี้ก็คือ...”
ไอวี่ดีดนิ้วหนึ่งครั้ง จากนั้นเส้นใยก็นำพาร่างของชาร์ลอตต์ที่กำลังพยายามสะกดอารมณ์ความรู้สึกเอาไว้ เพย์ตันกับไอริสที่กำลังทรมานอยู่นั้นเส้นใยก็พันรัดรอบตัวพวกเธออีกครั้งพาร่างของเธอทั้งสองขึ้นไปบนเตียงนอน จากนั้นเส้นใยพวกนั้นก็กระชากชุดของพวกเธอทั้งสองรวมถึงชาร์ลอตต์จนสลายหายไปทั้งหมดเผยให้เห็นร่างกายที่สมบูรณ์แบบของทุกคน
ในเมื่อภาพพวกนั้นปรากฏตรงหน้าของผม มันก็ทำให้อารมณ์ความรู้สึกของผมก่อตัวขึ้นมาอย่างรวดเร็วจนถึงขั้นควบคุมเอาไว้แทบไม่ได้ผมอุ้มไอวี่ขึ้นไปบนเตียงที่ตอนนี้มีชาร์ลอตต์ เพย์ตัน ไอริสนอนขดตัวกันอยู่อย่างทรมาน
“ไม่ต้องรีบร้อนภายในสองวันนี้พวกเราจะได้อยู่ด้วยกันตลอดเวลาแน่นอน”
“ถ้าเป็นแบบนั้นก็ดีเลยผมจะได้สยบคุณให้ได้”
“ถึงนายไม่พยายามทำแบบนั้นฉันก็ยอมนายทุกอย่างอยู่ดี”
“ผมก็อยากทำแบบนี้กับเธอก่อนคนแรกแต่ว่าต้องทำให้อารมณ์ความรู้สึกของเพย์ตันกับไอริสคงที่ก่อน”
มือซ้ายของผมเอื้อมไปสัมผัสร่างกายของชาร์ลอตต์ ส่วนมือขวาของผมก็สัมผัสร่างกายของไอริส ส่วนคนที่จะเริ่มเป็นคนแรกก็คือเพย์ตันที่ตอนนี้กำลังอยู่ในท่าที่พร้อมที่สุดนั่นเอง ไอวี่เองก็มองดูปรากฏการณ์ที่งดงามอยู่ด้านหลังของผมอีกที
“ไม่นะ ไม่เอาแบบนี้ เจ้าเป็นสามีของชาร์ลอตต์นะจะมาทำแบบนี้กับข้าไม่ได้ ปล่อยข้าไปเถอะ”
“ผมรู้นะว่าคุณเองก็ต้องการมันเพราะฉะนั้นอย่าปฏิเสธมันเลย”
“ไม่นะ ข้าไม่ได้เป็นผู้หญิงแบบนั้นอารมณ์ความรู้สึกพวกนี้มัน...อุ๊บ”
ผมประกบริมฝีปากกับเพย์ตันก่อนที่ใช้ลิ้นสอดเข้าไปในปากเพื่อเร้าอารมณ์ความรู้สึกของเธอให้มากขึ้น จูบแรกของเพย์ตันที่ไม่เคยมอบมันให้กับใครมาก่อนก็โดนผมขโมยไปในที่สุดแต่จูบนี้มันกลับให้ความรู้สึกที่ดีมากและมันก็เป็นสิ่งที่เธอปรารถนามันมาตลอดที่จะมีใครสักคนมอบจูบด้วยความรักอันบริสุทธิ์ให้กับเธอแบบนี้
“เธอคงพร้อมแล้วสินะ”
“…..”
จากนั้นผมก็ร่วมรักกันกับเพย์ตันในทันที
“อ๊าาา...เจ็บ”
“มันก็เจ็บแค่ครั้งแรกหลังจากนั้นมันก็จะรู้สึกดีขึ้นมาเอง”
ผ่านไปได้สักพักหนึ่งด้วยการเริ่มทำอย่างอ่อนโยนของผม เพย์ตันก็โอบกอดร่างกายของผมแน่นหลังจากนั้นก็ใช้ขาทั้งสองข้างไขว่กันไว้ด้านหลังของผม ก่อนที่จะส่งเสียงร้องด้วยความสุขออกมาอารมณ์ความรู้สึกแบบนี้มันดีเกินไปแล้ว เธอต้องการมันอีกและต้องการมันมากกว่านี้ ต่อจากนั้นผมกับเธอก็ร่วมรักกันโดยที่เปลี่ยนท่าไปหลายท่าพร้อมกับบรรเลงความรักให้มันมากขึ้นไปเรื่อยๆ
เสียงครางได้อารมณ์ของเพย์ตันก็ดังขึ้นไม่หยุดทำให้ไอริสที่โดนผมสัมผัสในตอนนี้ก็เริ่มรบเร้าผมด้วยตัวของเธอเอง เพราะตอนนี้เธอทนไม่ไหวแล้วเธออยากได้มัน อยากได้แบบเพย์ตันที่ตอนนี้กำลังแสดงสีหน้าที่มีความสุขออกมาหลังจากที่ได้ทำแบบนั้นไป
ผมที่บรรเลงจังหวะรักกับเพย์ตันเสร็จไปแล้วก็เริ่มที่ไอริสต่อในทันที
“คุณคงรอผมมานานแล้วสินะ”
“อืม...เพราะฉะนั้นได้โปรดรีบทำมันเถอะฉันจะไม่ไหวแล้ว ขืนปล่อยไว้แบบนี้”
“สิ่งที่คุณต้องการผมจะทำให้เดี๋ยวนี้แหละ”
ในตอนนี้ร่างกายของผมกับไอริสก็ผสานเข้าหากันเรียบร้อย ก่อนที่ไอริสจะแสดงสีหน้าเจ็บปวดออกมา แน่นอนว่านี่ก็คือครั้งแรกของเธอด้วยเหมือนกัน ผมก็เริ่มบรรเลงมันต่ออย่างอ่อนโยนในทันทีจนกระทั่งผ่านไปห้านาทีเธอก็เริ่มหลงใหลไปกับมัน
“อ๊าาา...ขอแบบรุนแรงมากกว่านี้...ฉันต้องการมันมากกว่านี้อีก อ๊าาา…”
ในเมื่อเธอต้องการมันผมก็เร่งจังหวะให้เร็วมากยิ่งขึ้นพร้อมกับใช้มือสัมผัสก้อนเนื้อนุ่มนิ่มสองก้อนของเธอบีบคั้นมันเพื่อเพิ่มอารมณ์ความรู้สึกให้มากขึ้น ก่อนที่จะประกบริมฝีปากกับเธอต่อจากนั้นทันทีรสจูบที่สุดแสนจะโรแมนติกไปพร้อมกับอารมณ์ความรู้สึกที่มากขึ้นแบบหยุดไม่อยู่ ผมกับไอริสก็โอบรัดกันแน่นมากยิ่งขึ้นโดยที่จูบกันแบบนั้นไปด้วยก่อนที่ผมจะจัดร่างกายของตนเองกับเธอใหม่คราวนี้ก็เริ่มทำมันจากด้านหลังบ้าง
“แบบนี้แหละดี เอาอีก ฉันต้องการมันมากกว่านี้ อ๊าาา... อ๊าาา...”
หลังจากที่ผมทำให้อารมณ์ความรู้สึกของเพย์ตันกับไอริสคงที่เสร็จแล้ว ผมก็ขยับตัวเข้ามาหาไอวี่ก่อนที่จะกดเธอลงไปจากนั้นก็ประกบริมฝีปากกับเธอโดยที่ลิ้นของพวกเราทั้งคู่สัมผัสกันก่อนที่จะเกี่ยวกันไปมามือของผมก็เลื่อนขึ้นไปสัมผัสก้อนเนื้อนุ่มนิ่มของเธอแล้วใช้ทักษะระดับสูงในการบีบคั้นมัน
พวกเราสองคนจูบกันไปนานมากจนกระทั่งอารมณ์ความรู้สึกของผมกับเธอจะมากขึ้นจนหยุดไม่ไหว ผมก็ร่วมรักกับไอวี่ทันทีในคราวนี้จะไม่มีการอ่อนโยนในตอนแรกเหมือนกับเพย์ตันกับไอริสเพราะร่างกายของไอวี่ก็คือร่างกายของไอรีน ทำให้ผมเริ่มจังหวะที่ดุดันตั้งแต่แรกที่ได้ทำมัน
“อ๊าาา... ดีมากแบบนี้แหละ ฉันเข้าใจแล้วว่าทำไมไอรีนถึงได้หลงนายขนาดนี้ อ๊าาา... นั่นก็เพราะนายชำนาญเรื่องแบบนี้มากจนทำให้เหล่าสาวๆของนายปฏิเสธที่จะทำแบบนี้กับนายไม่ได้และมันก็ยิ่ง อ๊าาา... ทำให้ความรักของพวกเธอที่มีให้นายมันมากยิ่งขึ้น”
“ถึงคุณจะพูดแบบนั้นผมก็ยังไม่รู้สึกว่าสยบคุณได้แล้วเพราะฉะนั้นต่อจากนี้ผมก็เริ่มของจริงที่จะทำให้คุณต้องคิดถึงช่วงเวลานี้ไปตลอดไม่หายไปจากความทรงจำ”
“เอาสิเริ่มมันเลยสลักชื่อของนายไว้ในหัวของฉัน ทำให้ฉันคิดแต่เรื่องของนายจนบ้าตายไปเลย”
ในระหว่างที่ผมกับไอวี่ทำกันอยู่นั้นผมก็ไม่ลืมที่จะดึงตัวของชาร์ลอตต์ที่กำลังทรมานเข้ามาร่วมด้วยถึงแม้เธอจะปฏิเสธมันแต่ผมก็รุกคืบจนสามารถทำแบบนั้นกับเธอไปด้วยได้และก็ทำให้อาการทรมานของเธอหายไป ผมจึงวางใจลงก่อนที่จะเริ่มทำมันต่อกับไอวี่ไปอีกสามชั่วโมง
จากนั้นผมก็บรรเลงความรักต่อไปกับไอวี่ ชาร์ลอตต์ เพย์ตัน และไอริสพร้อมกันไปอีกสิบชั่วโมงโดยที่ชาร์ลอตต์ ไอริส และเพย์ตันก็หมดสภาพไปแล้ว จะเหลือแค่ผมกับไอวี่ที่ยังทำมันอย่างต่อเนื่องไม่หยุดด้วยอารมณ์ความรู้สึกที่ไม่มีท่าทีจะลดน้อยลงไปแต่มันกลับเพิ่มมากขึ้นชนิดที่ว่าถ้าผมกับไอวี่หยุดทำมันตอนนี้อาจขาดใจตายไปตอนนี้เลยก็ได้
เวลาสองวันผ่านไปในที่สุด ผมก็ลืมตาขึ้นมาในตอนเช้าที่แสงแดดอ่อนๆส่องผ่านหน้าต่างห้องเข้ามาผมมองไปด้านซ้ายก็พบไอวี่ที่นอนหลับสนิทไปกับชาร์ลอตต์ ส่วนด้านขวาก็เป็นเพย์ตันกับไอริส ผมเผยรอยยิ้มที่มีความสุขออกมาถึงแม้ว่าคนที่ต้องปกป้องจะมากขึ้นผมก็ไม่เคยหวั่นใจไปกับมันเพราะผมมีความสามารถมากพอที่จะดูแลพวกเธออยู่แล้ว
“มาสเตอร์ฟื้นแล้วเหรอ”
“อืม มีอะไรรึเปล่าอาเธน่า”
“มีแน่นอน เพราะตอนนี้ร่างกายของมาสเตอร์เปลี่ยนแปลงไปครั้งใหญ่หลังจากรับคนเข้าร่วมวงศ์วานถึงสองคนและพวกเธอก็ยังมีคุณสมบัติของเทพธิดาแห่งความมืดอีกด้วย ทำให้มาสเตอร์เลื่อนขั้นเผ่าไปอยู่ขั้นที่ 7 แล้ว ผลอีกอย่างมันก็ทำให้วงศ์วานของมาสเตอร์แข็งแกร่งมากขึ้นสายเลือดแวมไพร์ก็เข้มข้นมากยิ่งขึ้นไปด้วยและสุดท้ายมันก็เพิ่มพูนระดับความเข้าใจของพลังแห่งความมืดเพิ่มขึ้นไปด้วยจนไปอยู่ในระดับสูงแล้ว”
“และครั้งนี้เองมันก็ไปทำให้ระบบ “แถบสถานะ” ที่เป็นสิ่งสำคัญที่สิ่งมีชีวิตของโลกเบื้องล่างใช้ในชีวิตประจำวันหายไปและมันก็จะแทนที่ด้วยระบบใหม่ที่เรียกว่าระบบ “ความเป็นจริง” ระบบนี้ก็เป็นระบบที่ใช้กันในโลกเบื้องบนตั้งแต่ระดับต่ำไปจนถึงระดับผู้ปกครองดินแดน”
“ซึ่งใครที่ได้รับมันก็จะสามารถก้าวข้ามผ่านโลกเบื้องล่างขึ้นสู่โลกที่สูงขึ้นได้แต่ถ้าหากจะกลับมาโลกเบื้องล่างก็ทำได้แต่จะถูกกฎเกณฑ์จับตาดูตลอดเวลาเมื่อทำผิดอะไรบางอย่างที่โลกเบื้องล่างแห่งนั้น โลกแห่งนั้นก็จะปฏิเสธและกำจัดให้หายไปเพราะฉะนั้นมันก็เลยมีความสามารถที่เอามาใช้กันแพร่หลายในปัจจุบันที่โลกเบื้องล่างนั่นก็คือ ความสามารถย้ายมิติที่จะเคลื่อนย้ายสิ่งมีชีวิตหรือสิ่งของไปไหนมาไหนได้ทำให้สามารถหลบการตรวจจับการกระทำที่ผิดกฎของโลกเบื้องล่างไปได้”
หลังจากที่ได้ฟังที่อาเธน่าพูดมานั้นตัวผมในตอนนี้หลังจากที่รับเพย์ตันกับไอริสเข้าร่วมวงศ์วานก็ทำให้ผมแข็งแกร่งมากยิ่งขึ้นไปอีก และมันก็ทำให้ผมได้รู้ว่า ตัวระบบมีความเปลี่ยนแปลงไปแล้วจากระบบ “แถบสถานะ”ก็กลายมาเป็น ระบบ “ความเป็นจริง”
ตัวระบบมันสามารถพัฒนาได้ด้วยเป็นความรู้ที่แปลกใหม่ดีนะแต่มันก็ทำให้ผมได้รู้ว่ามันมีอะไรหลายๆอย่าง ยิ่งผมแข็งแกร่งขึ้นมากเท่าไหร่สิ่งที่ผมสามารถรู้ได้ก็มากยิ่งขึ้นและความรู้พวกนั้นก็มีแต่ความจริงที่น่ากลัวทั้งนั้น แสดงว่าโลกที่สูงขึ้นไปมันก็สามารถทำอะไรกับคนที่โลกเบื้องล่างได้ตลอดเวลาเลยสิ
ถึงว่าทำไมพวกมันถึงสามารถแทรกแซงอะไรต่างๆได้สบายๆ แต่ถ้าพวกที่มาบุกโลกเบื้องล่างโดยใช้ดันเจี้ยนเหมือนราชาคนเถื่อนที่ใช้สมบัติวิเศษมาด้วยแบบนั้นก็จะแฝงตัวเข้ามาได้เหมือนเป็นคนบนโลกเบื้องล่างซะเองและจะไม่โดนตรวจจับเหมือนคนที่ลงมาแบบตรงๆทำให้ทำอะไรได้สะดวกกว่าเห็นได้ชัดว่าสมบัติที่ราชาคนเถื่อนนำมามันเป็นสมบัติที่หาได้ยากอย่างแน่นอนไม่อย่างนั้นผู้คนก็จะใช้มันเพื่อมาที่โลกเบื้องล่างกันแล้ว
ถึงแม้จะยุ่งยากต้องใช้ความสามารถย้ายมิติในการทำเรื่องผิดกฎของโลกเบื้องล่างแต่คนที่ลงมาพวกนั้นก็ได้ประโยชน์มากอยู่ดีนั่นทำให้ผมต้องคิดหาวิธีที่จะยับยั้งการมาของคนที่ไม่ได้มีถิ่นกำเนิดจากโลกใบนี้ ตัวอย่างก่อนหน้านี้ก็มีให้เห็นลองคิดดูสิว่าถ้าผมไม่ได้อยู่กับชาร์ลอตต์เธอก็คงถูกฆ่าโดยเจ้าแวมไพร์นั่น ดีไม่ดีผมอาจถูกเจ้านั่นแย่งตัวของชาร์ลอตต์ไปด้วย
“ฉันเห็นว่าเธอพูดถึงวงศ์วานที่มีคุณสมบัติของเทพธิดาแห่งความมืดแล้วมันคืออะไรเหรอ”
“ระดับของวงศ์วานคือตัวตัดสินความแข็งแกร่งของเผ่าแวมไพร์มันมีทั้งหมดด้วยกัน 7 ระดับ 1.ธรรมดา 2.ดี 3.ยอดเยี่ยม 4.สมบูรณ์แบบ 5.ศักดิ์สิทธิ์ 6.ฟ้าประทาน 7.เทพธิดา ส่วนมากแล้วระดับที่เจ็ดจะถูกเรียกว่าเทพธิดาแห่งความมืด ถ้าเป็นแวมไพร์ผู้หญิงระดับที่ 7 จะถูกเรียกว่า เทพบุตร ส่วนมากก็เรียกกันอีกว่าเทพบุตรแห่งความมืด”
“อย่าบอกนะว่าพวกเธอทั้งหมดคือระดับเทพธิดา”
“ใช่แล้วมาสเตอร์ ฉันถึงได้แปลกใจยังไงละที่มาสเตอร์โชคดีมากถึงขนาดนี้ ทำให้พลังบางอย่างของมาสเตอร์เปลี่ยนไปด้วยเพราะพวกเธอที่เป็นระดับเทพธิดา”
การที่ผมได้มาพบพวกเธอที่เป็นระดับเทพธิดาแบบนี้ มันใช่เรื่องบังเอิญแน่เหรอหรือว่าเป็นพลังแห่งความมืดที่มันทำตัวเหมือนเป็นแม่เหล็กดึงผมกับพวกเธอทั้งหมดมาหากันได้ถ้าเป็นแบบนั้นแสดงว่าเจ้าพลังแห่งความมืดมันไม่ใช่แค่พลังปกติธรรมดาแล้วแต่มันมีความนึกคิดของตนเอง มันไม่ใช่แค่เหมาะสมในด้านระดับเทพธิดาแต่มันรวมถึงนิสัยของพวกเธอทุกคนที่เป็นแบบที่ผมชอบทั้งนั้นด้วย
“ตอนนี้มาสเตอร์ก็พักผ่อนเอาแรงก่อนเถอะเดี๋ยวฉันจะไปหาอะไรมาให้มาสเตอร์กับพวกเธอได้ทานกัน”
ผมสำรวจร่างกายของตนเองทั้งหมดก็พบว่ามันไม่มีพละกำลังหลงเหลืออยู่เลยทำได้มากสุดก็แค่ขยับตัวไปมาเท่านั้น ผมจึงหลับตาลงอีกครั้งเพื่อเข้าสู่การหลับใหล......... . . . ( ไรท์ตาลายแล้วเรียบร้อยไปกับตอนที่ 70 เพราะเนื้อหามันเยอะมาก )