โคตรมวยไทยถล่มโลกเซียน

    ตอนที่ 61 อสรพิษน้อย

    ปีศาจเถาหนามเห็นทาสวิญญาณสู้ไม่ได้ มันก็อ้าปากกลืนกินวิญญาณลูกน้องของมันทั้งหมด แล้วร่างของมันก็กลายเป็นมนุษย์ แต่แขนและขาของมัน กลายเป็นเถาหนามแหลมคม ยังกับพวกปลาหมึก มันยังคงใช้หนามฟาดใส่ขจรอย่างต่อเนื่อง

    แต่ทว่ายักษ์ขจรกลับจับแขนของมันเอาไว้ แล้วฟาดลงกับพื้น ร่างยักษ์ของมันเหมือนกับปลาหมึกยักษ์ ถูกยักษ์ขจร ทุบฟาดไปกับพื้นหลายสิบที จนร่างต้นปีศาจเถาหนาม ถึงกับกลายเป็นซากเละเทะ ไม่อาจฟื้นคืนได้อีก เงาร่างสีเขียวกลายเป็นควันลอยอยู่กลางอากาศ และประกาศก้องว่า

    “ ฝากไว้ก่อน ข้าจะกลับมาคิดบัญชีกับแก ไอ้มนุษย์”

    ขจรคิดจะตามไป แต่ก็ตามไม่ทัน เลยได้แต่หันมาดูซากต้นเถาหนาม   ตอนนี้แต่ละคนเริ่มที่จะฟื้นตัว  ยักษ์ขจรกลับคืนสู่ร่าง ขจรต่ามเดิม เงาวิญญาณนับร้อย เข้ามาขอบคุณที่ขจรได้ช่วยพวกเขาไว้ แต่ไม่ทันไร ร่างของพวกเขาก็ค่อยๆ สลายไปจนหมดไม่มีเหลือ

    “ ทิพย์ เจ้ายังอยู่หรือไม่”

    “ ข้ายังอยู่”

    “ ข้าจะปล่อยให้เจ้าไปเกิดใหม่นะ”

    “ เดี๋ยวก่อน ปีศาจเถาหนามยังไม่ตาย ท่านต้องรีบไปจัดการกับมันก่อน มิเช่นนั้น หากมันหลุดไปที่ดินแดนมนุษย์ได้ ต้องมีคนต้องตายเพราะมันอีกแน่”

    “ ข้าไม่รู้ว่า มันหนีไปไหน แล้วจะไปตามมันได้อย่างไร”

    “ ข้ารู้ว่ามันไปไหน ข้าจะพาไป”

    ขจรกำลังคิดจะไป แต่ว่า ต้องรีบไปช่วยแอลกับม่อนก่อน พอช่วยคนจนฟื้นตัวหมดแล้ว แอลกับม่อนก็ดีใจ ที่เห็นขจร รีบเข้ามากอดขจรแน่น

    “ นี่ พี่ยังยืนอยู่ตรงนี้นะ”  พงศธรบอกทั้งสองสาว

    “ พี่มาได้ไงเนี่ย”

    “ ไม่ต้องถาม กลับบ้านกันได้แล้ว ต่อไปห้ามทำอะไรเสี่ยงแบบนี้อีก”

    พรานเดช กับ ส่างตา เข้ามาหาขจร แล้วถามว่า

    “ พวกเราจะกลับกันอย่างไรดี เดินออกไปตรงทางที่เข้ามาเลยได้ไหม”

    “ ไม่ได้ ไปรอที่ประตูทางเข้า ขอผมทำธุระก่อนแล้วผมจะตามไป”

    ขจรออกเดินทางไปตามที่วิญญาณทิพย์บอก แล้วไม่นาน ก็มาถึงถ้ำแห่งหนึ่ง

    “ ในถ้ำมีอะไร?”

    “ มันเป็นที่อยู่ของ ปีศาจอสรพิษเขี้ยวเงิน”

    “ หืม แล้ว เจ้าปีศาจเถาหนามมันมาที่นี่ทำไม”

    “ ข้ารู้ว่า ลูกของปีศาจอสรพิษ กำลังจะฟักตัว หากว่าเจ้าปีศาจเถาหนามได้กินไข่งูเข้าไป มันจะมีพลังมากขึ้นอีกหลายเท่า ข้าอยากให้ท่านขัดขวางมัน”

    ขจรพยักหน้าแล้วก็เข้าไปในถ้ำขนาดใหญ่ทันที พอเข้าไปยังไม่ถึงส่วนในของถ้ำ

    ก็ได้ยินเสียงต่อสู้กัน พอเข้าไปดู ก็พบว่า จอมปีศาจเถาหนาม กำลังใช้หนามอันแหลมคมของมัน รัดร่างของ ปีศาจอสรพิษเขี้ยวเงินเอาไว้แน่ เลือดของมันไหลออกมาเต็มพื้นถ้ำไปหมด สุดท้ายร่างอสรพิษยักษ์ก็ไม่อาจต้านทานพลังของปีศาจเถาหนามได้ ร่างของมันค่อยๆ ไหลลงกองกับพื้น ได้แต่มองไข่ของลูกมันที่มีอยู่ห้าฟอง ถูกจอมปีศาจเถาหนามกลืนกินเข้าไปลำต้นของมันทีละฟอง

    น้ำตาของมันถึงกับไหลออกมาราวกับก๊อกน้ำแตก

    เหลืออีกฟอง หนึ่ง ขจรก็ปามีดเสือบิน พุ่งเข้าเจาะที่ลำต้นของมัน จนมันถึงกับร้องแล้วปล่อยไข่งูฟองสุดท้ายออกมา

    “ แกอีกแล้วหรือนี่  ข้ากินไข่อสรพิษไปแล้ว 5 ฟอง คราวนี้พลังของข้าเพิ่มมากขึ้นแล้ว เจ้าไม่ใช่คู่ต่อสู้กับข้าอีกแล้ว”

    “ งั้นรึ?”

    คราวนี้ขจรท่องคาถาเปลี่ยนร่างอีกครั้ง คราวนี้ หินเจ้าปัญญาแนะนำเขาให้เปลี่ยนเป็น นกฟินิกซ์ไฟ  พอเขาเปลี่ยนร่างเป็นนกฟินิกซ์ ก็อ้าปากกว้าง ปล่อยพลังเพลิงออกมาทันที 

    จอมปีศาจเถาหนาม เห็นดังนั้น ก็ตกใจยิ่งนัก เพราะว่า ร่างต้นไม้ของมัน มีจุดอ่อนก็คือ ไฟ ตอนนี้เพลิงที่ปล่อยออกมาจาก ปากของนกฟินิกซ์ ซึ่งมีอานุภาพร้อนยิ่งกว่าไฟทั่วไป ทำให้ร่างต้นไม้กับวิญญาณของมันถูกไฟเผาผลาญจนกลายเป็นขี้เถ้าไม่เหลือแม้แต่วิญญาณ

    ขจรเห็น เจ้างูยักษ์พยายามคลานเข้ามาหาไข่ของมัน โดยที่ในปากของมันคาบกล้วยไม้สีฟ้า มาต้นหนึ่ง แล้วทันใดนั้นเอง ก็มีเสียงปืนกลยิงเข้ามารัวๆ กระสุนนับร้อย พุ่งเข้าเจาะร่างของแม่งูยักษ์จนร่างพรุนไปหมด มันพยายามเอาตัวบังกระสุนปืนเอาไว้ไม่ให้ลูกของมันได้รับอันตราย ขจรในร่างของ นกฟินิกซ์หันกลับไปดู

    ก็พบว่า พวกมันคือทหารรับจ้าง มีผู้พันไทเกอร์ เป็นหัวหน้า มีทหารตามมา 10 คน

    “ ไปหยิบกล้วยไม้วิญญาณมา คราวนี้พวกเรารวยกันแล้ว”

    ขจรอยู่ในที่มืดทำให้มันไม่เห็นร่างของเขา 

    “ พวกแกนี่มันสมควรตายจริงๆ”

    ขจรในร่างนกฟินิกซ์ บินโฉบลงมาจากที่สูง แล้วอ้าปากพ่นไฟใส่ทหารรับจ้าง

    พวกมันกลายเป็นขี้เถ้าไปในทันที ผู้พันไทเกอร์อ้าปากค้าง ไม่ทันที่จะทำอะไร

    นกฟินิกซ์ ก็พ่นไฟออกไปใส่ ร่างของผู้พันไทเกอร์ก็กลายเป็นขึ้เถ้า ทุกคนตายกันเกลี้ยง

    ขจรกลับเป็นร่างของมนุษย์ รีบเข้าไปดูอาการเจ้างูยักษ์ แต่ว่ามันสิ้นใจเสียแล้ว

    ไข่ฟองสุดท้าย ก็มีงูน้อยสีทองโผล่ออกมาจากไข่พอดี

    “ รีบเอากล้วยไม้วิญญาณให้มันกินเร็ว” หินเจ้าปัญญาเอ่ยออกมา

    ขจรคว้ากล้วยไม้วิญญาณยืนให้งูน้อยตัวน้อยเท่านิ้วแม่มือ มันมองดูขจรด้วยดวงตากลมโต ดมกลิ่นกล้วยไม้วิญญาณนิดหนึ่ง แล้วมันอ้าปากกลืนกิน กล้วยไม้วิญญาณ เข้าไปจนหมด แล้วมันก็พุ่งตัวเข้ามาคลอเคลียกับ ขจร แล้วเลื้อยไปรอบๆ ตัวของเขาคงนึกว่า ขจรเป็นแม่ของมันไปแล้ว โดยไม่สนใจ แม่ของมันที่นอนตายอยู่ตรงหน้า

    วิญญาณของทิพย์ถูกปล่อยออกมา แล้วก็บอกว่า

    “ ขอบใจท่านมาก หากชาติหน้ามีจริง ข้าขอให้ได้ครองคู่กับท่านตลอดไป”

    วิญญาณของทิพย์เอ่ยจบก็ค่อยๆ แตกสลายกลายเป็นสะเก็ดดาวลอยขึ้นไปบนฟ้า

    “ แอลไม่ใช่ทิพย์ในชาติก่อน แล้วเธอเป็นใครกัน” ขจรสงสัย แต่งูน้อยก็เข้ามาเคลียคลอที่ข้างแก้มของเขา

    “ ไปเอากล้วยไม้ข้างในกลับไป เจ้างูน้อยตัวนี้ มันยังคงต้องการกล้วยไม้วิญญาณอีกมาก แล้วเจ้าเอาซากแม่มันกลับไปไว้ใน แผ่นหนังมิติด้วย เขี้ยวเงินของมันจะเป็นอาวุธ ที่ร้ายกาจให้เจ้าในอนาคต”

    ขจรใช้มือกวาดทีเดียว ร่างงูยักษ์ก็หายเข้าไปใน แผ่นหนังมิติ แล้วก็ไปขุดต้นกล้วยไม้ที่มีอยู่เป็นแปลง เอาไปทั้งหมด

    ขจรมาถึงประตูทางออก ก็พบแต่ทหารรับจ้างสองคน กับ พงศธร แอล ม่อน และ พี่อ้วน พรานทั้งสองคน

    “ นายเห็นผู้พันไทเกอร์ไหม ผมเห็นพวกเขารีบตามนายไป ผมเป็นห่วงแทบแย่”

    ส่างตาเอ่ยกระซิบบอกกับขจรเบาๆ

    “ ผมไม่เป็นไร  พวกเราออกไปกันได้แล้ว”

    “ เดี๋ยว แล้วผู้พันอยู่ที่ไหน?”

    “ พวกเขาเข้าไปในถ้ำงูยักษ์ เพื่อจะเอาต้นอะไรไม่รู้ ผมห้ามแล้ว พวกเขาไม่ฟัง

    สุดท้าย โดนงูยักษ์ฆ่าตายไปจนหมด หากไม่เชื่อ พวกคุณก็ไปดูด้วยตาของพวกคุณเองซิ” ขจรเอ่ยอย่างไม่สนใจเท่าไร ทหารรับจ้างสองคน มองหน้ากัน แล้ว ก็สำรวจที่ร่างของขจรที่ไม่ได้มีกระเป๋าหรือ อะไรที่จะซุกซ่อน กล้วยไม้ได้เลย

    จึงไม่ติดใจอะไร เดินทางกลับไป โดยที่มีขจรนำทางกลับไปเหมือนเดิม

    “ นายไม่กลัวเลยเหรอ?”  แอลเข้ามาถามขจรเบาๆ

    “ ชีวิตคุณสำคัญกว่า”

    “ ทำไมต้องดีกับฉันขนาดนี้”

    “ เราเป็นเพื่อนกันนี่” ขจรเอ่ยด้วยรอยยิ้ม เพราะเขาคิดว่า แอลเป็นเพื่อนของเขาเท่านั้นจริง

    “ ขอบคุณนะ”

    “ อืม”

    ขจรกลับมาถึงโรงแรมก็ขึ้นไปอาบน้ำ พบว่า ผีจ๋อมยืนรออยู่ก่อนแล้ว

    “ ไปไหนมา ฉันตื่นขึ้นมาก็ไม่เจอคุณแล้ว ไม่รู้จะติดต่อคุณได้ยังไง ฉันเป็นห่วงคุณมากรู้ไหม”

    ผีจ๋อมยื่นหน้าเข้ามาใกล้ๆ ขจร แต่ว่า ขจรไม่สนใจ

    “ ผมเป็นมนุษย์ ก็ต้องมีธุระของมนุษย์ แล้วมันเกี่ยวอะไรกับผีอย่างคุณเล่า”

    “ เกี่ยวซิ ฉันรู้แล้วว่าฉันเป็นใคร ฉันยังไม่ตายนะ คุณต้องช่วยฉันด้วย”

    ขจรใช้มือดันร่างของ ผีจ๋อมให้ออกไป เพราะเขากำลังจะไปหา ท่านชายภาสกรที่กำลังรอให้เขาไปเล่าเรื่องที่ เทือกเขาตะนาวศรี

    “ ผมกำลังยุ่ง คืนนี้ค่อยคุยกันนะ”

    “ นี่คุณ ฉันยังไม่ตายนะ” ผีจ๋อมทำหน้าบึ้งที่ขจรไม่ให้ความสำคัญกับเธอเลย

    ขจรมาถึง ท่านชายก็สั่งอาหารมารอ อยู่แล้ว ขจรก็เล่าเรื่องทั้งหมดให้ฟัง แต่ไม่ได้เล่าเรื่อง ที่นำงู และ กล้วยไม้วิญญาณ กลับมาด้วย

    “ ไม่อยากจะเชื่อเลย ว่าโลกจะมีเรื่องแบบนี้ หากฉันหนุ่มกว่านี้ ฉันคงต้องเดินทางไปกับเธอแน่ๆ”

    ขจรเองก็ได้แต่ยิ้ม แล้วท่านชายก็เอ่ยออกมาว่า

    “ ตอนนี้ทางผู้จัดการชินเขาได้นัดเวลาให้เธอไปประชุมกับ ผู้บริหารโรงน้ำปลาของเธอพรุ่งนี้ ฉันว่า เธอควรไปดูด้วยตัวเองก็ดีนะ ที่ดินแปลงนี้สวย หากได้มาทำคอนโดจะทำกำไรให้เธอมาก หากจะทำโรงแรม ก็จะถึงจุดคุ้มทุนได้เร็วกว่าที่อื่นนะ”

    “ ครับ แล้วผมจะไปดู” ขจรเองไม่อยากทำอะไรกับที่ดินแปลงนี้เท่าไร เพราะคิดว่าบางที คุณเหม่ยอิง อาจหาเงินมาซื้อคืนกลับไป

    พอกลับขึ้นมาห้องนอน ก็ไม่เห็นจ๋อมแล้ว

    “ ยัยผีนี่ ไปไหนเสียแล้ว?”

    ขจรไม่สนใจ เข้าไปในแผ่นหนังมิติ พบเจ้างูสีทองตัวน้อย พุ่งเข้ามาหาเขาอย่างดีใจ

    “ เจ้ารีบไปปลูก ต้นกล้วยไม้วิญญาณ ทางด้านนี้เสียก่อน”

    ขจรเริ่มทำการปลูกต้นกล้วยไหม้วิญญาณตามที่ หินเจ้าปัญญาบอก เจ้างูน้อยก็ได้แต่เข้ามาคลอเคลีย มันกินกล้วยไม้ไปตั้งแต่วันนั้น มันก็ไม่หิวอีกเลย

    ขจรเลยสงสัยยิ่ง

    “ ตอนนี้มันยังเล็ก ถึงเวลามันจะกินได้มากกว่านี้เอง ตอนนี้ต้นกล้วยไม้วิญญาณต้องกินวิญญาณเป็นอาหาร ตอนนี้มีวิญญาณของเจ้างูยักษ์ตัวนี้ ก็จะสามารถ ช่วยให้กล้วยไม้วิญญาณพวกนี้ เติบโตขึ้นมาได้ โดยไม่ต้องหาวิญญาณมาให้อาหารมัน  ตอนนี้เจ้าอยู่ในขั้นพลังปราณเทพยุทธ์ ขั้นสูงสุดแล้ว ดังนั้นก่อนที่จะข้ามขั้นพลังขั้นนี้ ต้องฝึกวิชาพลังปราณสยบฟ้า เพื่อให้ผ่านข้ามระดับไปเข้าสู่ขั้นวิญญาณ ในวิชาปราณสยบฟ้านี้ เป็นการฝึกฝนพลังปราณภายในเท่านั้น หาใช่ท่าร่างไม่ เจ้าสามารถนำพลังปราณสยบฟ้า ไปใช้กับท่ามวยไทยของเจ้า จำทำให้มีประสิทธิภาพมากกว่าท่าร่างแบบเดิมๆ เจ้าเริ่มฝึกพลังปราณสยบฟ้าได้เลย”

    แล้วหินเจ้าปัญญาก็ส่งแสงวาบเข้ามาในหัวของขจร พอเขารับข้อมูลเข้าไป ก็ลองเดินพลังตามแนวทางการเดินลมปราณ ขจรพอทบทวน ไปสองรอบ พลังปราณในร่างของเขาก็เกิดพลังแปลกๆ ขึ้นมาในจุดที่เก็บพลัง เขาไม่สามารถอั้นพลังนี้เอาไว้ จึงปล่อยออกมา พลังที่ปลดปล่อยออกมานี้ ทำให้เสื้อผ้าของเขาต้องขาดกระเด็นไป เหลือแต่กางเกงชั้นในตัวเดียว เขาเดินออกมาด้านนอก แล้วชกลมไปสองสามที แล้วเต้นฟุตเวิร์คไปมา แล้วปล่อยหมัดออกไป ที่ต้นไม้ด้านหน้า

    ตูม !!  ต้นไม้ใหญ่กลายเป็นรูเบ้อเร่อ ขจรพุ่งตัวล่อยปราณออกไป แต่คราวนี้ไม่ได้ออกไปทางหมัด แต่ออกไปทางเข่า

    ตูม !!

    ต้นไม้ใหญ่ ถึงกับโค่นล้มไปในทันที

    “ ดีใจด้วย เจ้าเข้าสู่ขั้นพลังวิญญาณเทพยุทธ์ ระดับต้นแล้ว” หินเจ้าปัญญาเอ่ย

    ขจรออกมาจากมิติแผ่นหนัง มองไปที่เตียงก็ไม่เห็นผีจ๋อม ก็รู้สึกผิดปกติ แล้วก็มีเสียงสัญญาณมือถือของเขาดังขึ้น ในตอนเกือบห้าทุ่มแล้ว

    “ จร เกิดเรื่องใหญ่แล้ว” กิ๊ฟโทรเข้ามาด้วยน้ำเสียงร้อนรน

    “ เกิดอะไรขึ้น”

    “ มีคนวางระเบิด งานวันเกิดเจ้าสัวหลี่ ตอนนี้มีคนบาดเจ็บหลายคน กรกันต์เข้าไปช่วยเจ้าสัวหลี่ ถูกแรงระเบิดเข้าไป  ตอนนี้ทั้งสองคนถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลกรุงเทพชัยปราการแล้ว จรเรารู้สึกใจคอไม่ดีเลย”

    วันนี้ขจรเพิ่งจะกลับมาเลยไม่ได้ไปงานวันเกิด แต่ไม่ว่าอย่างไร กรกันต์ก็เป็นเพื่อนเขา ไม่ว่าอย่างไรก็ต้องไปเยี่ยม

    “ เราจะไปที่โรงพยาบาลก่อน”

    “ ตอนนี้พ่อสั่งให้เรากลับบ้านก่อน  กลัวคนร้ายรู้ว่า เจ้าสัวหลี่ยังไม่ตาย พวกมันจะบุกเข้าไปทำร้ายซ้ำอีก”

    “ ดีแล้ว พรุ่งนี้ค่อยเจอกัน”

    ขจรลงมาพบกับท่านชายภาสกร กำลังยืนดูข่าวระเบิดบ้านเจ้าสัวหลี่อยู่

    “ ผมต้องไปเยี่ยมเพื่อนที่โรงพยาบาลก่อนครับ”

    “ อืม ไปเถอะ ระวังตัวด้วย คนร้ายมันต้องไม่หยุดแค่นี้แน่” คุณชายภาสกรเตือน

    ขจรมาถึงโรงพยาบาล ก็พบว่า ตำรวจได้เข้ามาคุมพื้นที่โรงพยาบาลเอาไว้หมดแล้ว ดีที่เจอกับ จ่าแบล็ค เลยเข้ามาในโรงพยาบาลสดวกขึ้น

    แต่ยังไม่ได้เข้าไปในตัวอาคาร ก็ได้ยินเสียง วี๊ด.. มาแต่ไกล เป็นจรวดขีปนาวุธพุ่งเข้ามาทีเดียวสามลูก โดนเข้าอาคารแรกที่ส่วนใหญ่เป็นผู้ป่วยฉุกเฉิน

    ตูม !!  ตูม !! ตูม !!

    อาคาร 10 ชั้น มีผู้ป่วยนับร้อย  ร่วงมากองกับพื้นเป็นชั้นเดียว คนนับร้อยไม่มีใครรอดชีวิต ขจรยืนห่างที่เกิดเหตุไม่ถึง 20 เมตร รีบวิ่งเข้าไปพยายามจะช่วยคนเจ็บ แต่ว่าถูกตำรวจช่วยกันลากตัวออกมา ขจรสะบัดมือพวกเขาสุดแรง จนตำรวจกระเด็นไปคนละทิศละทาง  ขจรรีบยกแผ่นปูนขนาดใหญ่ที่ทับร่างของเด็กน้อยที่เขาได้ยิน แต่ทว่าเด็กน้อยนั้นร่างแหลกเหลว สิ่งที่เขาได้ยิน คือเสียงของวิญญาณที่ร่ำร้องออกมา

    ขจจเหวี่ยงแผ่นปูนออกไปไกล แล้วนั่งคุกเข่าลงไปกับพื้น ได้ยินเสียงร้องโหยหวน ร่ำไห้ ผสมปนเป กันไปหมด ทั้งคนตาย และ คนเป็น

    เขาไม่อาจช่วยใครได้เลย เขาลุกขึ้นยืน แล้วมองไปทางทิศที่ ขีปนาวุธยิงมา

    ขจรวิ่งฝ่าความมืดไป แล้วแปลงกายเป็น นกเหยี่ยวดำ พุ่งขึ้นฟ้า มองหาคนร้ายที่มันต้องการล่าในคืนนี้.

    คล้ายกับเรื่องโคตรมวยไทยถล่มโลกเซียน ที่คุณอ่าน