ศีลไม่เสมอ

    บทที่ 4

            กลับมาที่สถานการณ์ปัจจุบัน

            อมเรศเดินไปเข้าแถวของห้อง ม.2/D

            เขาไม่ได้ทักทายเพื่อนข้าง ๆเช่นเดียวกับที่เพื่อนข้าง ๆ ก็ไม่ได้ทักทายเขา

            ครูพิธีกรหน้าเสาธงดำเนินรายการไปร้องเพลงชาติ สวดมนต์ นั่งสมาธิผู้อำนวยการกล่าวให้โอวาทเนื่องในการเปิดภาคเรียนใหม่รองผู้อำนวยการฝ่ายกิจการนักเรียนขึ้นไปกวดขันเรื่องระเบียบการแต่งกายทรงผมที่แสนน่าเบื่อและอยู่ในกรอบ

            เขาไม่ได้สนใจฟังเรื่องเหล่านี้มากนักจนกระทั่งครูพิธีกรหน้าเสาธงเสียงใสแจ๋วสไตล์โฆษกคนนั้นพูดว่า “จะแนะนำครูใหม่ให้พวกเธอรู้จัก”

            สายตาสีดำของอมเรศเหลือบขึ้นจากพื้นสนามทันทีเป็นจังหวะเดียวกับครูที่เป็นโฆษกคนนั้นพูดต่อ

            "อาจารย์กฤตธีรา--ท่านเคยสอนที่โรงเรียนเราเมื่อนานมาแล้วแต่ย้ายไปปฏิบัติราชการที่อื่นตอนนี้ท่านย้ายกลับมาที่นี่ ยินดีต้อนรับนะคะ"

            แปะ ๆๆ

            เสียงปรบมือดังขึ้นตามครูพิธีกรหน้าเสาธงคนนั้นอมเรศตาค้าง ตอนที่มองเห็นหน้าครูหนุ่มคนนั้น

            'นี่…'

            เขาจำได้ครูคนนั้นที่อยู่ในห้องหมวดภาษาต่างประเทศตอนที่แม่ของเขาเข้าไปหาครูที่ชื่อจรัสรัสตอนที่เขายังเด็กมาก ๆ

            คน ๆ นั้นก็คือคน ๆ นี้เหรอเนี่ย !?

            อมเรศเพิ่งได้เห็นหน้าชัด ๆ หล่อมากไม่สิ สวยมาก จะพูดว่ายังไงดี เขารู้สึกสับสนงงงวยกับคำที่ตัวเองพยายามหามาจำกัดความ

            อาจารย์กฤตธีราคนนั้นพูดแนะนำตัวอะไรนิดหน่อยต่อจากนั้นเขาเพิ่งได้ยินเสียงพูด ...แค่เสียงก็เพราะแล้ว

            อมเรศไม่เคยรู้สึกตื่นเต้นกับใครเท่านี้เขาอยากรู้จัก อยากรู้อยากเห็นเรื่องอีกฝ่าย

                …

                ..

                .

            วันนี้ทั้งวันเขาเรียนไม่มีสมาธิเลยเพราะตอนที่นั่งอยู่ในห้องในคาบโฮมรูม อาจารย์กฤตธีราเดินผ่านไปคาดว่าคงจะเดินไปห้องซาวด์แลปของหมวดภาษาต่างประเทศ อมเรศมองโดยตั้งใจเป็นโชคของเขาหรือไม่ที่นั่งอยู่ริมประตู เขาตั้งใจมองหน้าชายคนนั้น ไม่รู้ไปเอาความกล้ามาจากไหนทั้งที่ไม่ใช่วิสัยของเขาแท้ๆ

            และมันก็บังเอิญ (?)...

            เมื่อกฤตธีรามองตอบกลับมา…

            ถ้าเป็นคนอื่นจะทำอย่างไรรีบยกมือไหว้สวัสดีครับหรือยังไง แต่นั่นไม่ใช่เขาซึ่งมือหนักอีกล่ะเขามองฝ่ายนั้นจนลับตา ดีที่ไม่มีใครสังเกตเห็น

            เอ๊ะ แต่ก็แปลก

            ถ้าจะไปห้องปฏิบัติการทางภาษาก็ขึ้นบันไดจากฝั่งหมวดภาษาต่างประเทศเลยก็ได้แท้ ๆไม่เห็นมีความจำเป็นจะต้องขึ้นบันไดทางด้านหมวดสังคมศึกษาฝั่งนี้และเดินอ้อมตรงนี้เลยนี่นา