เทพสงครามมังกรเทวะ

    เฟิงหยาลี่รุกหนัก

    หลังจากที่ได้รับวงแหวนเทพประทานและอาวุธเทพต่างๆมาเฟยหรงก็ไม่ได้รั้งอยู่นานนัก เขาเดินไปกับขุมกำลังเทพสมุทรท่ามกลางสายตาของขุมกำลังต่างๆที่ตอนนี้มีแต่ความหวาดกลัวในตัวของชายหนุ่ม แน่นอนพลังของเฟยหรงเป็นที่ประจักษ์แล้ว ในหมู่ราชันเทวะด้วยกันไม่ใครในที่นี้กล้าหาเรื่องเขาอย่างแน่นอน

     

    ในทางกลับกันขุมกำลังระดับสูงกลับมองไปที่ชายหนุ่มด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยหลากหลาย ขุมกำลังจักรพรรดิมังกรมองมาที่เขาด้วยความรู้สึกเคียดแค้น ขุมกำลังวิหคเพลิงมองเขาด้วยความเคารพทั้งหัวหน้าของพวกเขายังมองเฟยหรงประดุจอยากจะกลืนกิน นายน้อยกระเรียนขาวในเวลานี้มองไปที่เฟยหรงอย่างหวาดกลัว ส่วนตำหนักอาญาสวรรค์ทุกคนยกเว้นเซี่ยจูชิงมองไปที่ชายหนุ่มด้วยความอิจฉา แต่แน่นอนว่าไม่มีใครกล้าที่จะท้าทายอำนาจของชายหนุ่ม เนื่องจากเขาได้สังหารจักรพรรดิเทวะขั้นต้นได้อย่างง่ายดาย คงไม่มีใครที่จะโง่ไปมีปัญหากับเฟยหรงในตอนนี้ พวกเขาเพียงเต็มเก็บงำความรู้สึกเอาไว้ในใจและนำเรื่องนี้ไปกล่าวรายงานให้ขุมกำลังของตนเองเพื่อหาทางจัดการต่อไป

     

    โดยเฉพาะเผ่าพันธุ์จักรพรรดิมังกร กายเทพมังกรนิรันทร์กาลนั้นนับว่ายั่วยวนจิตใจของพวกเขามากเกินไป และแน่นอนว่าพวกเขาไม่ได้ต้องการเป้นมิตรกับชายหนุ่มแต่จะจับเขาไปเป็นทาสต่างหาก

     

    "เป่ยหาน นี่คือแหวนมิติที่ข้ารวบรวมทรัพยากรณ์มาได้ส่วนหนึ่ง พวกเจ้านำเอาไปใช้และรีบกลับไปยังทะเลดวงดาวให้เร็วที่สุด ที่นี่ไม่ใช่สถานที่ๆพวกเจ้ารับมือได้ ดังนั้นอย่ามาตายโดยเปล่าประโยชน์"เฟยหรงโยนแหวนมิติให้เป่ยหาน หนึ่งวงในทันที นี่คือสิ่งที่ดีที่สุดที่เขาจะให้กับพวกเขาได้แล้ว สถานที่แห่งนี้อันตรายเกินไป หากพวกเขาแยกตัวกันและพบเจอบททดสอบอาชูร่านี้อีกมีหวังพวกเป่ยหานได้ตายกันหมดเป็นแน่แท้และนั่นไม่ใช่สิ่งที่เขาต้องการ เพราะถึงอย่างไรในกายก็มีสายเลือดเทพสมุทรเหมือนกัน

     

    "ขอบคุณมาก ท่านเฟยหรงข้าจะทำตามที่ท่านกล่าว"เป่ยหานกล่าวตอบรับแต่โดยดี เพราะเขาเองก็รับรู้ได้ดีถึงจุดประสงค์ของเฟยหรง และนี่ไม่ใช่เพื่อใครที่ไหนแต่เป็นเพื่อตัวพวกเขาเอง เฟยหรงไปส่งพวกเขาที่ทางแยกมิติที่ติดต่อกับทะเลดวงดาวในเวลานั้นเขาคิดจะก้าวข้ามไปด้วยแต่เห็นได้ชัดเลยว่าอำนาจมิติไม่ให้เขาก้ามข้ามไปแต่อย่างใด เหมือนกับว่าตอนนี้เขาสามารถไปได้แค่รอยแยกของโลกตนเองและเดินแดนแห่งนี้เพียงเท่านั้น

     

    เฟยหรงเมื่อเห็นว่าเป็นเช่นนั้นเขาจึงกล่าวลาและพุ่งทยานต่อไปเพื่อหาโชคลาภและแน่นอนว่าไม่มีบดทดสอบของเจ้าบัลลังก์อีกต่อไปแต่กลับกลายเป็นว่ามันมีบดทดสอบของเทพอมตะคนอื่นๆอยู่กระจายกันเต็มไปหมด เฟยหรงนั้นไม่ได้รีบร้อนหาสมบัติแต่อย่างใดแต่เขากลับหาที่เงียบสงบทะลวงขั้นเป็นจักรพรรดิเทวะในทันทีเพราะในเวลานี้เขาสะกดข่มพลังไม่ได้อีกต่อไปแล้ว

     

    เขาพบเจอถ้ำๆหนึ่งเฟยหรงรีบเข้าไปและกางม่านพลังในทันทีและนั่งลงเพื่อทำการเลื่อนระดับพลังแต่ดูเหมือนมันจะไม่ง่ายอย่างที่คิดแน่นอนว่าไม่ใช่เขาเกรงกลัวทัณฑ์สวรรค์แต่อย่างใดแต่ด้วยพรสวรรค์ที่มากเกินไปของเขามันทำให้มิติเกิดปรากฏการณ์ประหลาดเกิดขึ้นในทันที

     

    จนในเวลาทุกคนต่างสังเกตุเห็นมัน และนั่นไม่ใช่อะไรนอกจากร่างเงาขนาดใหญ่ของเทพสมุทรและเทพเจ้ามังกรที่ยิ่งใหญ่จนแทบจะปิดฟ้าได้นั่นเอง

     

    "ตูม!! จักรพรรดิเทวะขั้นต้น!"เฟยหรงไม่อยากให้ตัวเองเป็นเป้าสายตามากนักเมื่อบรรลุขั้นระดับจักรพรรดิเทวะเรียบร้อยใช้เร่งใช้บัลลังก์ราชันของตนเองดูดกลืนสายฟ้าสวรรค์ในทันทีพร้อมกับใช้วงแหวนเทพประทานทั้งเจ็ดด้านหลังของเขาดูดร่างพลังงานของตนเองกลับมาอย่างรวดเร็วและบินจากไปอย่างเร่งร้อน แน่นอนชายหนุ่มไม่ได้เกรงกลัวใครแต่การเปิดเผยตัวตนมากเกินไปมันจะเป็นปัญหาเอาได้ และเขาไม่ได้อยากให้ตัวเองอยู่ในที่แจ้งมากเกินไปก็เท่านั้น

     

    "บัดซบ!!ไม่ใช่ปรากฏการณ์เกิดสมบัติสวรรค์ แต่มีคนที่ทรงพลังเลื่อนขั้น"เหล่าคนที่พากันกรูเข้ามาเพราะคิดจุดนี้เกิดสมบัติสวรรค์พากันทำสีหน้าแตกตื่น ที่แห่งนี้มีคนที่ทรงพลังถึงขนาดทำให้เกิดนิมิตสวรรคืเกิดขึ้นเช่นนี้จะไม่ให้พวกเขาตื่นตระหนกได้อย่างไร หากคนผู้นั้นไม่สุงสิงกับใครและตามหาโชคลาภธรรมดาก็นับว่าดีไป แต่หากเขาเป็นฝ่ายมารละชีวิตของพวกเขาจะเหมือนยืนอยู่บนเส้นด้ายในทันที

     

    แม้ตัวตนของเฟยหรงจะเป็นปริศนาแต่ก็ใช่ว่าจะไม่มีผู้ใดรับรู้ อย่างน้อยก็มีสี่ขุมกำลังด้วยกันที่รุ้ว่าใครเป็นคนทำให้เกิดปรากฏการณ์เช่นนี้ นั่นคือ จักรพรรดิมังกร วิหคเพลิง กระเรียนขาว และอาญาสวรรค์ พวกเขาเมื่อเห็นร่างพลังงานของเทพสมุทรและเทพเจ้ามังกรนั้นก็เทียบจะรู้ได้ในทันทีและพากันแตกตื่น ฝั่งจักรพรรดิมังกรด้วยไปมีเรื่องกับชายหนุ่มมาพวกมันรีบหนีกลับโลกของมันในทันที ส่วนเฟิงหยาลี่นั้นมองไปที่ร่างพลังงานนั้นในใจเต็มไปด้วยความตื่นเต้นจนถึงกับปฏิญานในใจว่าชายคนนี้ต้องเป็นของนางและพุ่งทยานออกไปโดยไม่รั้งรอเหล่าลูกน้อยเลยแม้แต่น้อย ส่วนทางด้านอาญาสวรรค์นั้นบอกตามตรงนางรู้สึกผงะไปชั่วครู่ก่อนจะทำท่าทีไม่สนใจและพุ่งออกไปหาสมับติตามเดิม

     

    ตัดกลับมาที่ทางด้านของเฟยหรงเมื่อเขาพุ่งทะยานออกมาสักระยะเขารีบปรับพลังตัวเองให้อยู่ในราชันเทวะขั้นปลายทันทีเพราะไม่อยากให้โดดเด่นจนเกินไป แม้การเลื่อนขั้นจะมีอยู่หลายสิบคนแล้วก็ตามแต่มันก็ยังเป็นส่วนน้อยอยู่ดี

     

    ชายหนุ่มเดินทางมาถึงใจกลางของดินแดนแห่งนี้เบื้องหน้าของเขากลับเป็นสิ่งที่เฟยหรงคือทะเลสาบขนาดใหญ่ที่มีป้ายหินขนาดมหึมาอยู่ตรงกลางสลักชื่อเอาไว้ว่า 'ทะเลสาบแห่งราชัน' และไม่ได้มีเพียงแต่เฟยหรงเท่านั้นที่อยู่ที่นี่ แต่กลับมีขุมกำลังอื่นๆอีกมากมาย ซึ่งพวกเขาไม่ได้ก้าวเข้าสู่ทะเลสาบแห่งราชันแต่อย่างใดและทำเหมือนกำลังยืนรออะไรบางอย่างเท่านั้น เฟยหรงเมื่อกวาดสายตาออกไปก็พลันมองเห็นขุมกำลังของตำหนักรัตติกาลที่ตอนนี้กำลังอยู่ริมฝั่งของทะเลสาบเช่นกัน

     

    "เหอะ ที่แท้ก็มาอยู่นี่เอง จักรพรรดิเทวะขึ้นต้นเหมือนกันดูเหมือนโชควาสนาของนางก็จะดีไม่ใช่น้อย"เฟยหรงกล่าวขึ้น สายตาจับจ้องไปที่หญิงสาวปกปิดใบหน้า ก่อนที่ตนจะนั่งลงที่กิ่งไม้ไม่ไกลนักเพื่อคอยดูสถานการณ์ต่อไปว่าจะเกิดอะไรขึ้น

     

    ทันใดนั้นเองเสียงคนพุ่งทะยานแหวกอากาศมาจากทางด้านหลังของเฟยหรงพร้อมร่างร่างหญิงสาวที่ปรากฏขึ้นที่กอ่งไม้ด้านหลังจนทำให้เฟยหรงสะดุ้งแทบตกต้นไม้เนื่องจากเขากำลังใช้สมาธิในการมองดูสถานการ์อยู่นั่นเอง

     

    "เห้อ! นึกว่าใครที่แท้ก็ท่านนี่เอง ทำไม!! คิดถึงข้าปานนั้นเชียวหรือ"เฟยหรงหันไปหาหญิงสาวพร้อมกับกล่าวขึ้นมา หญิงสาวนางนั้นไม่ใช่ใครที่ไหนนอกจากเฟิงหยาลี่ที่ตามเฟยหรงมานั่นเอง

     

    "หุหุ ก็น้องชายยังไม่ตอบพี่สาวเลยนี่น่าว่าจะไปดื่มน้ำชาด้วยกันหรือไม่ พี่สาวก็ต้องตามหาเป็นธรรมดา"นางนั่งลงข้างๆเฟยหรงพร้อมเอ่ยเสียงหวาน เฟยหรงอดไม่ได้ที่จะชำเรื่องรางกายอันสมบูรณ์แบบของนางทั้งตอนนี้นางยังแต่งชุดที่ดูเย้ายวนชวนฝัน เปิดเผยเนินภูเขาอันใหญ่โตของนางเฟยหรงอดไม่ได้ที่จะกลืนน้ำลายอึกใหญ่

     

    "ให้ตายสิ สายเลือดวิหคเพลิงรุกหนักแบบนี้กันหมดทุกคนหรืออย่างไรนะ"เขาอุทานออกมาอย่างช่วยไม่ได้ หยิงสาวได้ยินแม้จะส่งสัยแต่ในคำพูดแต่นางไม่ได้กล่าวถามอะไร และเพียงป้องปากหัวเราะออกมาเบาๆเท่านั้น

     

    "นี่ พี่สาว หากท่านยังเล่นแบบนี้ข้าเกรงว่าข้าอาจจะทนไม่ไหวก็ได้นะ ข้าว่าท่านเลิกเล่นแบบนี้เถอะ"เฟยหรงว่ากล่าวพร้อมเบือนหน้าหนี เฟิงหยาลี่ได้ยินดังนั้นแทนที่จะจะหยุดการกระทำกลับกันนางยิ่งรุกหนักเข้าไปใหญ่ นางขยับกายอันเย้ายวนเข้ามาหาชายหนุ่มก่อนที่จะอิงแอบแนบข้าง ทันใดนั้นเลือดลมของเฟยหรงสูบฉีดในทันที และมีปีศาจหื่นกามเข้าสิง พร้อมที่จะขย่ำหญิงสาวข้างกายได้ทุกเมื่อแต่ทันใดนั้นเอง เสียงระเบิดดังขึ้นจากทะเลสาบแห่งราชัน เฟยหรงจึงได้สติแล้วหันไปมองในทันที

     

    เวลานี้มีผู้ที่ไม่สามารถทนได้อีกต่อไปและพุ่งไปยังใจกลางทะเลสาบแต่เพียงเขาก้าวไปไม่ถึงสิบจั้งสัตว์อสูรรูปแบบปลาก็ปลากฏตัวขึ้นและพุ่งเข้าไปฉีกกระชากชายคนที่พุ่งไปไม่เหลือชิ้นดี อีกทั้งเหล่าขุมกำลังของชายคนนั้นพยายามที่จะช่วยแต่ดูเหมือนจะไม่เป็นผลแม้แต่น้อย

     

    "พี่สาวข้าว่าตอนนี้พักเรื่องนี้ไปก่อนนะ!"

     

    "อ๊ะ!.....ตะ แต่..."

     

    "ท่านไม่ต้องกังวลหลังจากจบเรื่องนี้หากท่านยังไม่เปลี่ยนใจ ข้ารับรองได้ว่าข้าเองก็ไม่ปล่อยให้ท่านหลุดมือไปแน่"เฟยหรงว่ากล่าวอย่างเอ็นดู เฟิงหยาลี่ทำหน้ามุ้ยเล็กน้อย นางกระชับอาภรณ์ของนางให้กลับมามิดชิดดังเดิมก่อนจะหันไปหาเฟยหรง "รับปากข้าแล้วนะ"

     

    ชายหนุ่มที่ได้ยินถึงกับอึ้งไปในทันที หญิงสาวคนนี้เอาจริงงั้นหรือ พระเจ้า ความใจกล้าของหญิงสาวที่มีสายเลือดวิหคเพลิงนี้มันมากมายเพียงใดกัน

     

    เฟยหรงพยักหน้าอย่างยินดี ก่อนที่ทั้งสองจะทะยานออกไปและลงมาหยุดที่ริมชายฝั่งของทะเลสาบแห่งราชันในทันใด ความหล่อเหล่าและงดงามของทั้งเฟยหรงและเฟิงหยาลี่นั้นดึงดูดความสนใจของทุกขุมกำลังในทันที เวลานี้ไม่มีขุมกำลังใดที่ไม่มองไปหาทั้งสองคน

     

    คล้ายกับเรื่องเทพสงครามมังกรเทวะ ที่คุณอ่าน