ขณะที่หวงเยี่ยได้เดินทางออกไปจากกำแพงเมือง จนเหลือเพียงเงาดำสายหนึ่งที่มุ่งสู่ทิศเหนืออย่างไม่ลังเล
เมื่อประตูปิดสนิท เสียงกระแทกหนักอึ้งดังสะท้อนทั่วลานตรวจ ทุกอย่างดูเหมือนจะกลับเข้าสู่ภาวะปกติ เจ้าหน้าที่เดินตรวจตราตามตำแหน่งเดิม นักล่ามังกรบางกลุ่มยังคงรอคิว บางคนหัวเราะคุยกันต่อเหมือนไม่มีสิ่งใดผิดแปลก
ทว่าในความเคลื่อนไหวอันเป็นระเบียบนั้น ยังมีสายตาคู่หนึ่งที่แปรเปลี่ยนไป
เจ้าหน้าที่ผู้หนึ่งซึ่งก่อนหน้านี้ยืนตรวจบัตรอยู่ด้านข้างได้ค่อยๆถอยออกจากตำแหน่งอย่างแนบเนียน
เขาก้าวเดินผ่านระเบียงเหล็กด้านหลังอาคารสถานที่ทำการ สีหน้าเรียบเฉยดั่งคนทั่วไปที่กำลังเปลี่ยนเวร
เมื่อมาถึงห้องพักเล็กๆซึ่งอยู่ชั้นในสุดของอาคาร เขารีบเดินไปยังโต๊ะของตน เปิดลิ้นชักหยิบอุปกรณ์สื่อสารทรงสี่เหลี่ยมออกมา หน้าจอเรืองแสงสีเขียวอ่อนเมื่อถูกเปิดใช้งาน นิ้วมือของเขากดรหัสผ่านอย่างรวดเร็ว ทำให้สัญญาณเชื่อมต่อไปยังปลายทางที่ถูกบันทึกไว้
《ว่ายังไงพ่อรูปหล่อ?》
เมื่ออีกฝั่งรับสาย เขาเอนหลังพิงเก้าอี้ แววตาเปลี่ยนเป็นประกายเจ้าเล่ห์
“คนสวย! มีเหยื่ออันโอชะออกไปยังนอกกำแพงเมืองวะ”
“ใส่หน้ากากสีขาว ชุดโค้ทสีดำยาว และกำลังมุ่งหน้าไปทางเหนือ ไปยังผืนป่าโบราณคงหมิง มันจะต้องผ่านซากปรักหักพังของเมืองที่ล่มสลายอีกหลายแห่ง แถมเจ้าเด็กนี่เป็นถึงลูกศิษย์ของคณบดีหวูเหยียนจีแห่งมหาวิทยาลัยเทพอสูรอีกด้วยนะ! คนใหญ่คนโตเลยละ”
“ทว่าพลังของมันกลับเป็นแค่นักล่ามังกรระดับสองขั้นแรกเริ่มเท่านั้น!”
ริมฝีปากเหยียดยิ้มกว้างขึ้น
“แต่เจ้าเด็กเวรนี้มีทั้งพาหนะวิญญาณสองล้อ รวมถึงแหวนมิติที่สวมอยู่บนนิ้วมืออีกด้วย!”
“คาดว่ามันน่าจะมีทรัพยากรอีกไม่น้อยภายในแหวนมิติเลยละ”
คำพูดมากมายอาบด้วยความโลภที่แทบล้นทะลัก ทำให้ปลายสายเงียบไปชั่วครู่ ก่อนน้ำเสียงอันสั่นเครือจะตอบกลับมา
《จะ.. จริงเหรอ? ทั้งพาหนะวิญญาณและแหวนมิติที่สวมใส่?!》
《นี่มันเหยื่อตัวใหญ่ที่กล้าออกมานอกกำแพงเมืองเลยนี่หว่า》
เจ้าหน้าที่หัวเราะเบาๆ
“ข้าจะโกหกไปทำไมกันล่ะ”
ปลายสายพูดต่อทันที
《เข้าใจแล้ว ขอบใจที่ส่งข่าวมาให้กับกลุ่มของพวกเราเหมือนเช่นเดิม ส่วนแบ่งก็ 10% เหมือนเดิม เข้าใจไหม?》
แววตาของเจ้าหน้าที่เป็นประกายวาบ
“รับทราบ! เหยื่อในครานี้แค่ได้ส่วนนึงก็ร่ำรวยขึ้นไม่รู้ตัวแล้ว”
น้ำเสียงของเขาชัดเจนและกระตือรือร้น
หลังจากวางสาย เขาก็รีบปิดอุปกรณ์สื่อสารอย่างระมัดระวัง แล้วเก็บมันกลับลงในลิ้นชัก มือของเขาลูบหน้าเบาๆเพื่อปรับสีหน้า แววตาที่เคยเต็มไปด้วยความโลภค่อยๆกลับมาเรียบเฉย ลุกขึ้นยืน จัดเสื้อผ้าให้เรียบร้อย ปกคอเสื้อถูกดึงให้ตรง กระดุมถูกตรวจดูอีกครั้ง
เขาหยุดยืนครู่หนึ่ง ใบหน้ากลับมาเป็นสีหน้าของเจ้าหน้าที่ผู้ซื่อสัตย์ ไร้ร่องรอยของบทสนทนาเมื่อครู่
เมื่อกลับถึงพื้นที่ ชายคนนี้ก็ประจำตำแหน่งเดิมอย่างแนบเนียน สายตากวาดมองผู้คนที่เข้าออกตามปกติ ทำเหมือนว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้น
....
ขณะที่ด้านนอกของกำแพง หวงเยี่ยได้ขับพาหนะวิญญาณสองล้อของตนทะยานออกไปด้วยความเร็วสูง
ลมเย็นจากพื้นที่รกร้างพัดกระแทกเข้ากับร่างของเขาอย่างไม่ปรานี ฝุ่นทรายลอยฟุ้งตามแรงปะทะ
กลิ่นอายของดินชื้นปนกลิ่นไหม้จางๆจากสิ่งปลูกสร้างที่พังทลายลอยปะปนในอากาศ
สองฟากทางที่ทอดยาวไปสู่ทิศเหนือมิได้มีทิวทัศน์อันงดงามอย่างที่ใครบางคนเคยจินตนาการ
สิ่งที่ปรากฏอยู่เบื้องหน้า คือซากปรักหักพังของเมืองที่ถูกทำลาย โครงสร้างตึกสูงเอียงกระเท่เร่ บางแห่งพังครืนเหลือเพียงเศษคอนกรีตซ้อนทับกันอย่างยุ่งเหยิง กระจกแตกกระจายสะท้อนแสงแดดเป็นประกายเย็นเยียบ
ป้ายถนนที่ขึ้นสนิมเอนไปด้านหนึ่ง ตัวอักษรซีดจางจนแทบอ่านไม่ออก เถาวัลย์และพืชพันธุ์ไม้สีเขียวเข้มเลื้อยพันตามเสาไฟฟ้าและผนังตึก รากไม้แทงทะลุพื้นคอนกรีตที่แตกร้าว ราวกับธรรมชาติค่อยๆกลืนกินสิ่งที่มนุษย์เคยสร้างขึ้นอย่างอดทน
มันคือเมืองรกร้างที่ไร้เสียงหัวเราะ มันคืออาณาเขตอันตรายที่สัตว์อสูรมังกรใช้เป็นถิ่นอาศัย บางเงาร่างขยับไหวอยู่ในความมืดของอาคารพังทลาย บางตัวปีนป่ายบนซากโครงเหล็ก บางเสียงคำรามดังสะท้อนจากตรอกแคบที่เต็มไปด้วยเศษหิน
หวงเยี่ยจ้องมองภาพเหล่านั้นผ่านหน้ากาก สายตาแน่นิ่ง แต่หัวใจกลับหนักอึ้ง
“นี่แหละคือโลกความจริงที่แสนโหดร้าย.. ถึงตัวของข้าจะเคยเห็นมันมาแล้วครั้งหนึ่งแล้วก็เถอะ แต่พอมาได้เห็นซากปรักหักพังของเมืองพวกนี้อีกครั้ง มันก็ทำให้จิตใจเกิดความห่อเหี่ยวขึ้นได้โดยไม่รู้ตัว!”
“ครั้นหนึ่งอาณาเขตพวกนี้คือเมืองที่พวกเราเผ่าพันธุ์มนุษย์อาศัยอยู่แท้ๆ”
“ทว่าเมื่อพลังวิญญาณปรากฏ โลกเกิดการขยายตัว และสิ่งเลวร้ายอย่างไอ้พวกเผ่าพันธุ์มังกรปรากฏขึ้น”
“ประชากรนับหลายพันล้านคนกลับต้องตกตายลงอย่างน่าอนาถ! ส่วนหนึ่งเป็นเพราะอาวุธนิวเคลียร์อะนะ”
ภาพระเบิดที่ทำลายล้างทุกสิ่งปรากฏขึ้นในความคิด
“แต่อาวุธที่รุนแรงเหล่านั้นกลับไม่อาจทำร้ายได้กระทั่งเผ่าพันธุ์มังกรระดับต่ำสุด แถมดันไปเพิ่มพูนพลังให้กับพวกมันอีก!”
“จนสถานการณ์ได้แปรเปลี่ยนไปมากมาย สัตว์ป่านับไม่ถ้วนที่เคยอาศัยอยู่ในผืนป่าและทุ่งหญ้า ถูกอิทธิพลของเผ่าพันธุ์มังกรกลืนกิน กลายสภาพเป็นสัตว์อสูรมังกรที่ดุร้ายและไร้สติดวงตาสีแดงฉาน เขี้ยวคมยาว ร่างกายบิดเบี้ยวจากพลังที่ไม่ควรเป็นของพวกมัน”
หวงเยี่ยเหลือบมองเงาร่างหนึ่งที่เคลื่อนไหวอยู่บนซากสะพานถล่ม มันคำรามเสียงแหบพร่า ก่อนจะกระโดดหายเข้าไปในเงามืด
“เฮ้อ.. เป็นแบบนี้แล้ว การอยู่อาศัยภายในกำแพงเมืองและทวีปทั้งห้า สำหรับมนุษย์แล้วคงเป็นความคิดที่ดีกว่าละนะ”
ระบบกลืนกินมังกรเมื่อได้ยินคำตัดเพ้อของชายหนุ่มก็ตอบกลับ
【เรื่องปกติคะโฮสต์】
【อย่าลืมนะว่าเมื่อผ่านพ้นอาณาเขตกำแพงมาแล้ว พวกเราก็ไม่ได้อยู่ในทวีปทางเหนืออีกต่อไป แต่จะถูกเรียกว่าทวีปแห่งมังกร】
หวงเยี่ยเลิกคิ้วเล็กน้อย
“ทวีปแห่งมังกร!”
คำเรียกขานนั้นสะท้อนในใจ
【เพราะงั้นแล้ว.. โฮสต์ไม่จำเป็นต้องคิดมากไปหรอกเจ้าค่ะ】
【เผ่าพันธุ์มังกรที่อาศัยอยู่ในโลกใบนี้น่ะ มันเป็นเพียงแค่กลุ่มเม็ดทรายเล็กๆที่อยู่ภายในมหาสมุทรอันกว้างใหญ่เท่านั้น】
หวงเยี่ยนิ่งไปครู่หนึ่ง สายตาของเขากวาดมองซากเมืองที่ทอดยาวไกลสุดสายตา
【เชื่อเถอะค่ะ】
【ถ้าได้พบเจอกับความเป็นจริง จะเข้าใจเลยว่าความสิ้นหวังที่มนุษย์ต้องเผชิญมาสองร้อยปีนี้น่ะ มันเทียบไม่ได้สักเสี้ยวหนึ่งที่เหล่าเผ่าพันธุ์มนุษย์โบราณได้พบเจอ หายนะที่เกิดขึ้นระหว่างระยะเวลาที่ผ่านๆมาน่ะ มันผิดกันอย่างลิบลับเลยก็ว่าได้!】
【เพราะงั้น.. 】
ระบบเงียบไปครู่นึง ก่อนที่จะแสดงออกและถอนหายใจออกมาในทันที
【ช่างมันเถอะคะ ยังไงมันก็เป็นเรื่องที่ใกล้ตัวของโฮสต์มากเกินไป】
..
ตอนติดเหรียญจะยาวกว่าตอนปกติ2-3เท่านะงัฟ
ขอบคุณผู้อ่านที่ยังคงติดตามและสนับสนุนครับ