พลิกตำนานสามก๊ก:ตั๋งฮวง

    ตอนที่เจ็ดสิบหก Rotation is castration

    ตอนที่เจ็ดสิบหก Rotation is castration

    และกลยุทธทู่มั่วตื้นที่อันที่จริงเราก็ใช้มานานหลายพันปีแม้แต่ยุคศักดินาล้าหลังก็ยังใช้

    Rotation is castration

    การสับเปลี่ยนหมุนเวียนคือการตัดตอน

    ว่าการโยกย้ายสับเปลี่ยนตำแหน่งของขุนนางและข้าราชการเจ้าหน้าที่ของรัฐต่างๆนั้นเช่นการคบวาระแล้วแต่จะกำหนดคือการรับประกันว่าขุนนางผู้นั้นจะไม่สร้างอิทธิพลในท้องที่

    ต้องให้ขุนนางนั้นสับเปลี่ยนหมุนเวียนกระจายไปในที่ที่พวกขุนนางไม่เคยมีอิทธิพลมาก่อน

    จึงจะป้องกันขุนนางกำเริบสร้างกองกำลังของตนเองได้

    ในเรื่องเกี่ยวกับขุนนางของท่านอาจารย์กิมย้งก็บอกว่าตัวร้ายที่เป็นขุนนางแม้จะเข้าฤดูโยกย้ายสมควรจะโยกย้ายสับเปลี่ยนตำแหน่งแล้วก็ได้ทำการติดสินบนขันที เสนาบดีชั้นสูงเพื่อให้ตนเองนั้นสามารถอยู่ในตำแหน่งเดิมต่อไปได้

    ตั๋งฮวงถึงได้บอกว่าแผนการของตนเองคือทู่มั่วตื้น เพราะตั้งแต่สมัยศักดินาล้าหลังจนมาถึงสังคมสมัยใหม่

    ระบบราชการและแนวคิดของราชการนั้นหยั่งรากฝังลึกแทบจะไม่เปลี่ยนไปเลยก็ว่าได้

    เรื่องน่าสนใจคือคติที่พวกขุนนางถือกันคือ

    มังกรร้ายไม่ข่มเหงงูเจ้าถิ่น

    ว่าต่อให้มีอำนาจอิทธิพลมากแค่ไหนจากที่อื่นแต่จะไม่สามารถหาเรื่องกับเจ้าของพื้นที่ ผู้ทรงอิทธิพลของพื้นที่ได้

    หรือ

    สวรรค์อยู่สูงฮ่องเต้อยู่แสนไกล

    ว่าสวรรค์เบื้องบนมนุษย์เบื้องล่างไม่เคยเห็นเช่นเดียวกับฮ่องเต้ที่ชาวบ้านไม่เคยเห็นหน้าค่าตา

    คนที่พวกเขาฟังคือขุนนางท้องถิ่นที่เขารู้จักต่างหาก

    หากเราไม่คิดไปในทางนางร้ายกลับชาติมาเกิดมากมายนักที่เกิดใหม่กลายเป็นลูกหลานของกั๋วกงเสนาบดี แต่งงานกับท่านอ๋องปีศาจต่างๆ

    เราจะค้นพบว่าอย่าว่าแต่นายอำเภอเล็กๆผู้ใหญ่บ้านเองก็มีอำนาจมหาศาลในสายตาชาวบ้าน

    สามารถชี้เป็นชี้ตายลูกบ้านที่เป็นชาวบ้านธรรมดาได้อย่างไม่ยากนัก

    อย่าว่าแต่พวกที่เป็นข้าทาสชีวิตไม่ใช่ของตนเองที่มีค่าต่ำกว่านั้นตามระบบศักดินาล้าหลัง

    ว่าหากฆ่าชาวบ้านตาย นายอำเภอ ผู้ใหญ่บ้านอาจจะต้องลำบากปกปิดหลักฐานสร้างพยานหลักฐานเท็จเพื่อให้รูปคดีเป็นไปตามที่ตนเองต้องการ

    แต่หากเป็นข้าทาส สามารถตีข้าทาสจนตายได้ตามกฎของบ้านทันที

    นี่คือความน่ากลัวของระบบศักดินาล้าหลังและกระบวนการยุติธรรมของราชวงศ์ฮั่นนี้

    และนั่นคือสาเหตุที่ก่อนที่ใครจะทันรู้สึกตัว

    ท่านพ่อของผมตั๋งโต๊ะกินเหล้าเคล้านารีลิยูคบหาขุนนาง บัณฑิต ลิฉุย กุยกีสนใจเงินตรา ทองคำสุกปลั่ง

    ผมสนใจกระบวนการยุติธรรมของราชวงศ์ฮั่นและพยายามที่จะนำหน่วยสืบราชการลับส่วนตัวของฮ่องเต้

    องครักษ์เสื้อปัก

    ให้มาอยู่ในการควบคุมของผม...เอ๊ยราชสำนักฮั่นอีกครั้ง

    หากควบคุมรายชื่อองครักษ์เสื้อปักได้ผสมกับที่ผมเป็นหัวหน้าองครักษ์ฝ่ายขวาประจำวังหลวง

    ผมสามารถสอดแทรกอำนาจหน้าที่ในการควบคุมองครักษ์เสื้อปักให้กับผมเองได้

    เพราะทางเทคนิค ตำแหน่งพวกนี้เคยอยู่ในมือของพวกสิบขันทีนั่นเอง

    เป็นช่วงสีเทาและความสับสนที่แม้แต่ขุนนางราชสำนักอยากจะคัดค้านก็ทำไม่ได้

    พวกเขาอยากจะคัดค้านในแง่ไหน

    อยากให้ตำแหน่งพวกนี้ไปอยู่ในมือของขันทีชุดใหม่หรือ?

    ไม่ใช่ว่าคนในราชสำนักเต็มใจที่จะมอบอำนาจให้ตั๋งโต๊ะแต่เพราะไม่มีทางเลือก

    และหากผมสามารถเลื่อนยศ ปลดย้ายเอาคนของตนเองเข้าไปแทนที่

    ผมก็จะสามารถควบคุมแผ่นดินนี้ได้จากทางเบื้องหลังและปล่อยให้สงครามสามก๊กเป็นหน้าที่ของคนที่เก่งกาจกว่าผมไปทำแทน

    หากควบคุมหน่วยงานนี้หรือสร้างหน่วยงานขึ้นมาใหม่แค่ใช้ชื่อเก่า

    ผมก้จะสามารถยื่นมือมาร เอ๊ยยื่นมือของราชสำนักไปหาเรื่องขุนนางท้องถิ่นได้

    อย่างที่กล่าวพวกสิบขันทีใช้สายสืบของตนเองและลูกน้องขันทีไปรีดสินบนจากท้องถิ่น

    ทั้งที่มันควรจะเป็นเครื่องมือที่มีไว้เพื่อควบคุมท้องถิ่นให้ทำตามนโยบายของราชสำนัก

    แต่อย่างที่ว่าเอาไปหาสินบนประพฤติมิชอบในหน้าที่นั้นง่ายดายกว่าทำตามหน้าที่ของตนเองไปโดยสุจริต

    “ฟู่ เรื่องที่ต้องทำมีมากมายนักคนที่เราใช้งานได้มีมากเท่าไรก็ไม่พอ”

    นี่อคือสาเหตุที่พวกที่ครองอำนาจต้องขยายตระกุลของตนเองและจะรับคนมาไม่เลือกหน้าเพื่อเพิ่มฐานอำนาจของตนเองโดยเร็วที่สุด...ซึ่งเป้นที่มาของการฉ้อโกงและใช้อำนาจประพฤติมิชอบอีกครั้งเป็นวงจรอุบาทว์ไร้ที่สิ้นสุด