เสียงกีบเท้าดังต่อเนื่องไปตามเส้นทาง
หลังจากกลับเข้าสู่เส้นทางหลักได้
ทั้งห้าคนก็ไม่ได้มีเวลาผ่อนคลายแม้แต่น้อย
เพราะด้านหลังของพวกเขา
ยังมีคนตามมา
และครั้งนี้
ไม่ใช่เพียงกลุ่มเดียว
มาร์โกควบอัมบร้าอยู่ทางด้านหลังของขบวน
สายตาของชายหนุ่มกวาดมองผ่านพื้นที่โดยรอบ
ก่อนหน้านี้
เขาได้เรียกร่างเงาที่ส่งออกไปกลับมาแล้ว
และร่างเงาตนแรก
ก็กลับมาอยู่กับเขา
มาร์โกยังไม่คิดปล่อยมันออกไปไกลเหมือนก่อน
อย่างน้อยตอนนี้
เขารู้แล้วว่า
ตัวเองยังไม่สามารถควบคุมร่างเงาสองตนได้พร้อมกัน
การฝืนใช้มากเกินไป
อาจทำให้เขาพลาดได้
โดยเฉพาะตอนนี้
ที่ทุกคนกำลังถูกไล่ตาม
แต่ร่างเงาอีกตน
ไม่ได้หายไป
มันถูกมาร์โกส่งออกไปแล้ว
เพียงแต่ครั้งนี้
มันไม่ได้ไปอยู่ข้างหน้า
และไม่ได้ไปสำรวจเส้นทางไกล ๆ
มันอยู่กับอาเรน
มาร์โกมองไปยังด้านหน้าของขบวน
อาเรนยังคงนำทุกคนอยู่
สีหน้าของชายหนุ่มเคร่งเครียดกว่าปกติ
หลังจากบทสนทนาก่อนหน้านี้
ความสงสัยเกี่ยวกับสินค้า
เริ่มชัดเจนขึ้น
แม้อาเรนจะไม่ได้พูดออกมาตรง ๆ
แต่เขาก็ยังคงคิดเรื่องเดิมอยู่
ทำไมถึงมีคนสองกลุ่ม
ตามขบวนนี้มา?
และพวกมัน
ต้องการอะไรกันแน่?
มาร์โกไม่ได้สนใจคำตอบมากนัก
อย่างน้อย
ไม่ใช่ในตอนนี้
สิ่งที่สำคัญกว่า
คือคนที่อยู่ด้านหลัง
กำลังเร่งเข้ามา
“ยังตามมาอยู่ไหม?”
เสียงของไคดังขึ้น
มาร์โกหันกลับไปมอง
เพียงครู่เดียว
สีหน้าของเขาก็นิ่งลง
“อยู่”
อาเรนไม่ถามอะไรต่อ
เพราะเขาเองก็เห็นอยู่แล้ว
กลุ่มคนด้านหลัง
เริ่มลดระยะห่างลงเรื่อย ๆ
และไม่ได้มีเพียงกลุ่มเดียว
สองกลุ่ม
กำลังเคลื่อนตามขบวนของพวกเขามา
ในระยะที่ไม่ห่างกันมากนัก
แต่ไม่มีฝ่ายไหน
เข้าใกล้อีกฝ่ายมากเกินไป
อาเรนหันกลับไปมองเพียงครั้งเดียว
ก่อนตะโกนขึ้น
“เร่งเต็มที่!”
คำสั่งถูกส่งผ่านขบวนทันที
ไม่มีใครลังเล
ทั้งห้าคนกดสายบังคับ
สัตว์พาหนะพุ่งตัวไปข้างหน้า
เสียงกีบเท้าดังขึ้นอย่างรุนแรง
ความเร็วของขบวนเพิ่มขึ้นในพริบตา
กลุ่มคนด้านหลัง
ตอบสนองแทบจะทันที
พวกมันเร่งตาม
สองกลุ่มยังคงแยกออกจากกัน
ไม่มีฝ่ายไหนคิดรวมตัว
และไม่มีฝ่ายไหนเข้าโจมตีอีกฝ่าย
แต่เมื่อขบวนของอาเรนเร่งความเร็ว
พวกมันก็เร่งตามเช่นกัน
“พวกมันเอาจริงแล้ว!”
ไคตะโกน
“ฉันเห็น!”
รันตอบกลับ
นัทก้มตัวต่ำลงบนหลังสัตว์พาหนะ
สายลมปะทะเข้ากับใบหน้าอย่างรุนแรง
เขาหันกลับไปมอง
และเห็นคนด้านหลัง
เริ่มยกอาวุธขึ้น
หัวใจของเขากระตุกวูบ
“มาแล้ว!”
เสียงบางอย่างแหวกอากาศ
ฟิ้ว!
ลูกธนูพุ่งผ่านข้างตัวนัท
ก่อนปักลงบนพื้นด้านหน้า
อาเรนตะโกนทันที
“หลบ!”
ลูกธนูชุดที่สอง
พุ่งเข้ามา
พร้อมกับแสงจากเวทมนตร์
พื้นดินด้านข้างระเบิดขึ้น
สัตว์พาหนะของไคสะบัดตัว
เกือบทำให้เจ้าตัวเสียการทรงตัว
“เวรเอ๊ย!”
ไคสบถ
ทุกคนเริ่มหลบกันอย่างหนัก
ไม่มีใครสามารถรักษาตำแหน่งเดิมได้อีก
ขบวนทั้งห้าคนกระจายออกเล็กน้อย
สัตว์พาหนะพุ่งหลบไปคนละจังหวะ
ลูกธนู
เวทมนตร์
และการโจมตีระยะไกล
เริ่มตามมาอย่างต่อเนื่อง
อาเรนมองสถานการณ์
เพียงไม่กี่วินาที
ก่อนตัดสินใจทันที
เขาควบสัตว์พาหนะชะลอจังหวะ
ปล่อยให้รันและไค
รวมถึงนัท
ผ่านขึ้นไปก่อน
จากนั้นจึงเปลี่ยนตำแหน่ง
มาท้ายขบวน
ไม้คทาในมือของเขาถูกยกขึ้น
“อย่าหยุด!”
อาเรนตะโกน
แสงเวทมนตร์ปรากฏขึ้นตรงหน้า
ก่อนรวมตัวเป็นโล่
ตูม!
เวทมนตร์จากด้านหลังปะทะเข้ากับมัน
โล่สั่นสะเทือนอย่างรุนแรง
อาเรนกัดฟัน
แต่ยังคงประคองสัตว์พาหนะให้วิ่งต่อ
ลูกธนูอีกชุดพุ่งมา
เขายกไม้คทาขึ้นอีกครั้ง
โล่เวทปรากฏขึ้น
ป้องกันการโจมตี
เพียงชั่วขณะ
ก่อนที่อาเรนจะยกเลิกมัน
และปล่อยให้สัตว์พาหนะวิ่งเต็มความเร็วต่อไป
เขาไม่สามารถรักษาโล่เอาไว้ตลอดเวลาได้
หากทำเช่นนั้น
ทั้งความเร็ว
และพลังเวทของเขา
จะหมดลงเร็วเกินไป
“ไม่มีใครยิงกลับเหรอ!”
ไคตะโกนขึ้น
“แล้วนายมีธนูหรือไง!”
รันสวนกลับทันที
“ไม่มี!”
“งั้นก็เงียบ!”
นัทหันกลับไปมองด้านหลัง
ก่อนชะงัก
เขามองมือของตัวเอง
จากนั้นหันไปทางมาร์โก
มาร์โกเอง
กำลังมองเขาอยู่แล้ว
เพียงเสี้ยววินาที
ทั้งสองคนก็เข้าใจตรงกัน
“เอาสิ”
นัทพูดขึ้น
มาร์โกพยักหน้า
“เอา”
มือของทั้งสองเคลื่อนไปพร้อมกัน
ปืนถูกชักออกมา
เสียงการยิงดังขึ้นแทบจะทันที
ปัง!
ปัง!
ปัง!
เสียงปืนดังสนั่นไปทั่วเส้นทาง
นักล่าที่กำลังไล่ตามมา
ชะงักไปในทันที
นัทกับมาร์โก
ไม่ได้มีเวลาคิดอะไรมากนัก
ในเมื่อฝ่ายตรงข้ามยิงมา
พวกเขาก็ยิงกลับ
ปัง!
กระสุนพุ่งเข้าใส่ชายคนหนึ่ง
ร่างของเขาสะบัดอย่างรุนแรง
ก่อนจะกระเด็นตกจากสัตว์พาหนะ
คนที่อยู่ใกล้กัน
รีบหลบ
เสียงร้องดังขึ้นจากด้านหลัง
แต่เพียงไม่นาน
บางอย่างก็เปลี่ยนไป
นักล่าที่อยู่ด้านหลัง
เริ่มตอบสนอง
แสงเวทมนตร์ปรากฏขึ้น
โล่
กำแพงเวท
และชั้นป้องกันบางอย่าง
เริ่มก่อตัวขึ้นเป็นระยะ
“พวกมันป้องกันได้แล้ว!”
นัทตะโกน
“ก็ยิงต่อไป!”
มาร์โกตอบกลับ
ปัง!
ปัง!
เสียงปืนยังคงดังต่อเนื่อง
แม้ฝ่ายตรงข้ามจะเริ่มใช้เวทป้องกัน
แต่การยิงอย่างต่อเนื่อง
ก็ทำให้พวกมันไม่สามารถไล่ตามได้อย่างเต็มที่
กลุ่มนักฆ่าทั้งสองกลุ่ม
เริ่มรักษาระยะห่างมากขึ้น
ไม่มีฝ่ายไหนเข้าใกล้อีกฝ่าย
แต่ทั้งสองฝ่าย
ยังคงไล่ตามขบวนเดียวกัน
และยังคงพยายามหาโอกาสโจมตี
นัทหันกลับมายิงอีกครั้ง
ปัง!
จากนั้นเขาก็รีบก้มตัวลง
ลูกธนูพุ่งผ่านเหนือศีรษะ
“เกือบแล้ว!”
เขาตะโกน
มาร์โกเหลือบมอง
“ตั้งใจขี่”
“ผมก็ขี่อยู่!”
“เห็นอยู่”
คำพูดสั้น ๆ
ทำให้นัทแทบอยากหันไปเถียง
แต่ลูกธนูอีกดอก
ก็พุ่งมาในทันที
เขารีบก้มตัวลงอีกครั้ง
“เออ!”
นัทตะโกนตอบ
“ขี่แล้ว!”
เสียงปืน
ดังขึ้นอีกครั้ง
ดังต่อเนื่อง
จนพื้นที่โดยรอบ
ไม่เหลือความเงียบอีกต่อไป
เบื้องหน้า
กำแพงขนาดใหญ่
เริ่มปรากฏขึ้น
นัทหันไปมอง
ดวงตาของเขาเบิกกว้าง
“เมือง!”
อาเรนมองไปข้างหน้า
สีหน้าของเขาเปลี่ยนไปทันที
ในที่สุด
พวกเขาก็มาถึง
แต่ยิ่งเข้าใกล้เมือง
การโจมตีจากด้านหลัง
กลับยิ่งหนักขึ้น
เหมือนนักฆ่าทั้งสองกลุ่ม
รู้แล้วว่า
หากปล่อยให้ขบวนนี้เข้าไปถึงเมือง
โอกาสของพวกมัน
จะหมดลง
เวทมนตร์พุ่งมาอีกครั้ง
อาเรนยกไม้คทาขึ้น
โล่ปรากฏขึ้นด้านหลังขบวน
ตูม!
แรงระเบิดทำให้สัตว์พาหนะของเขาสะบัดตัว
แต่ยังไม่หยุด
“ไปต่อ!”
อาเรนตะโกน
ในเวลาเดียวกัน
ภายในเมือง
ทหารที่ประจำการอยู่ใกล้กำแพง
เริ่มได้ยินเสียงบางอย่าง
เสียงที่ไม่เหมือนอาวุธทั่วไป
ปัง!
ปัง!
ปัง!
ทหารหลายคนหันมองไปยังทิศทางเดียวกัน
ก่อนหน้านี้
ข่าวเรื่องขบวนที่กำลังถูกไล่ล่า
ถูกส่งมาถึงเมืองแล้ว
และตอนนี้
เสียงการต่อสู้
ทำให้พวกเขารู้ทันทีว่า
ขบวนนั้นมาถึงแล้ว
“เปิดทาง!”
คำสั่งดังขึ้น
ทหารกลุ่มหนึ่ง
เริ่มเคลื่อนออกจากประตูเมือง
มุ่งหน้าไปยังเส้นทางด้านนอก
อาเรนเป็นคนแรกที่เห็นพวกเขา
“ทหาร!”
คำพูดนั้น
ทำให้ทุกคนหันไปมอง
และเมื่อกลุ่มนักฆ่าด้านหลัง
เห็นทหารของเมืองเช่นกัน
สถานการณ์ก็เปลี่ยนไปทันที
ไม่มีฝ่ายไหนคิดเข้าปะทะ
พวกมันชะลอความเร็ว
จากนั้นเริ่มถอนตัว
กลุ่มแรก
เปลี่ยนทิศทางออกไปด้านข้าง
อีกกลุ่ม
ทำเช่นเดียวกัน
แม้จะยังมองขบวนของอาเรนอยู่
แต่ไม่มีใครคิดเสี่ยง
ปะทะกับทหารของเมือง
“พวกมันถอยแล้ว!”
ไคตะโกน
นัทหันกลับไปมอง
สองกลุ่มที่ไล่ตามมา
เริ่มหายออกไปจากเส้นทาง
ความกดดันที่กดทับอยู่ตลอดเวลา
เหมือนถูกยกออกไป
แต่ไม่มีใครหยุด
จนกระทั่ง
ทหารของเมือง
เข้ามาถึง
“อาวุธลง!”
เสียงตะโกนดังขึ้น
อาเรนยกมือขึ้นทันที
“พวกเดียวกัน!”
ทหารหลายคนเข้าประจำตำแหน่ง
แต่ไม่ได้เข้าจับกุม
พวกเขาเพียงล้อมขบวนทั้งห้า
แล้วหันกลับไปมองเส้นทาง
ที่นักฆ่าทั้งสองกลุ่ม
เพิ่งถอนตัวไป
“ตามพวกมันไหม?”
ทหารคนหนึ่งถาม
หัวหน้ากลุ่มส่ายหน้า
“ไม่”
สายตาของเขาหันกลับมายังทั้งห้าคน
“พาพวกเขาเข้าเมือง”
ประตูเมืองขนาดใหญ่
ค่อย ๆ เปิดออก
และเมื่อขบวนของทั้งห้าคน
เคลื่อนผ่านเข้าไป
ทุกคนก็เห็นภาพตรงหน้าอย่างชัดเจน
เมืองนี้
ใหญ่กว่าเมืองแรก
อย่างเทียบกันไม่ได้
ถนนกว้าง
อาคารสูง
ผู้คนจำนวนมาก
และพื้นที่ภายในกำแพง
ทอดยาวออกไปไกล
จนแทบมองไม่เห็นจุดสิ้นสุด
นัทมองไปรอบตัว
แม้จะเพิ่งผ่านการไล่ล่ามา
แต่เขาก็อดมองไม่ได้
“ใหญ่กว่าที่คิดเยอะเลยนะครับ”
ไคมองไปรอบตัวเช่นกัน
“นี่แหละ”
เขาพูดเบา ๆ
“เมืองที่สอง”
อาเรนมองไปตามถนน
เขารู้จักเมืองนี้ดี
อย่างน้อย
มากกว่าเมืองแรกที่พวกนัทเคยเดินทางผ่านมา
เมืองแห่งนี้
คือเมืองที่ใหญ่ที่สุด
ที่ทั้งกลุ่มเคยพบตั้งแต่มาถึงโลกที่สอง
ทั้งขนาด
จำนวนประชากร
และความสำคัญ
ล้วนเหนือกว่าเมืองแรกอย่างชัดเจน
นัทมองไปข้างหน้า
“แล้วกิลด์อยู่ทางไหนครับ?”
ทหารที่นำทาง
ไม่ได้ตอบทันที
เขาเพียงหันมามองนัท
ก่อนพูดขึ้น
“พวกคุณไม่ได้ไปกิลด์”
นัทชะงัก
“ครับ?”
ทหารหันกลับไป
ชี้ไปยังถนนสายหนึ่ง
“มีคำสั่งให้พาพวกคุณไปอีกที่”
ขบวนทั้งห้า
มองหน้ากัน
แม้แต่มาร์โก
ก็ขมวดคิ้วเล็กน้อย
อาเรนถามทันที
“ที่ไหน?”
ทหารตอบด้วยน้ำเสียงเรียบ
“พระราชวัง”
ทั้งขบวน
เงียบลงทันที
นัทมองมาร์โก
ไคมองรัน
ส่วนอาเรน
ไม่ได้พูดอะไร
เพราะพวกเขาเพิ่งหนีการตามล่า
จากนักฆ่าสองกลุ่ม
และตอนนี้
แทนที่จะถูกพาไปยังกิลด์
สถานที่ที่ควรเป็นจุดหมายแรก
พวกเขากลับถูกพา
ไปยังพระราชวังของเมือง
มาร์โกควบอัมบร้าตามขบวนทหาร
สายตาของเขามองไปยังอาเรนที่อยู่ด้านหน้า
ขณะเดียวกัน
ภายในเงาที่อยู่กับอาเรน
ร่างเงาของเขา
ยังคงอยู่เงียบ ๆ
ความสงสัยเกี่ยวกับสินค้า
ไม่ได้หายไปไหน
ตรงกันข้าม
หลังจากเหตุการณ์วันนี้
มันกลับยิ่งชัดเจนกว่าเดิม
ถ้าสินค้านั้น
ไม่มีความสำคัญจริง
คงไม่มีนักฆ่าสองกลุ่ม
ตามล่าพวกเขามาถึงขนาดนี้
และตอนนี้
แม้แต่เมือง
ก็ไม่ได้ส่งพวกเขาไปยังกิลด์
แต่กำลังพาพวกเขาไปยังพระราชวัง
ทหาร
ไม่ได้พาทั้งห้าคน
ไปยังส่วนหลัก
ของพระราชวัง
แต่พาพวกเขา
เดินผ่านทางเดินยาว
เข้าไปยังด้านใน
ยิ่งเดินเข้าไปลึก
บรรยากาศ
ก็ยิ่งเงียบลง
นัทมองไปรอบตัว
ด้วยความสนใจ
นี่เป็นครั้งแรก
ที่เขาได้เข้ามา
ในสถานที่แบบนี้
ส่วนมาร์โก
ยังคงมองทุกอย่าง
อย่างเงียบ ๆ
แต่สายตา
ไม่ได้หยุดอยู่ที่ความหรูหรา
ของพระราชวัง
เขากำลังสังเกต
คนที่เดินผ่านไปมา
และทางเข้าออก
ของพื้นที่โดยรอบ
“พี่”
นัทพูดเบา ๆ
มาร์โกหันมอง
“อะไร?”
“พระราชวังนะ”
“ฉันเห็น”
“ไม่ตื่นเต้นหน่อยเหรอ?”
มาร์โกมองไปรอบตัว
ก่อนตอบ
“ก็ตึกใหญ่ดี”
นัทเงียบไป
“แค่นั้น?”
“แล้วจะให้พูดอะไรอีก?”
นัทส่ายหน้าเบา ๆ
ก่อนเดินต่อ
ไม่นานนัก
ทั้งหมดก็มาหยุด
อยู่หน้าประตูบานใหญ่
ทหารที่นำทางมา
เดินเข้าไปพูดคุยกับเจ้าหน้าที่
ที่ยืนอยู่ด้านหน้า
เพียงครู่เดียว
ประตูก็ค่อย ๆ เปิดออก
ภายใน
เป็นห้องขนาดใหญ่
แต่ไม่ได้มีลักษณะ
เหมือนห้องรับรองทั่วไป
ตรงกลางห้อง
มีโต๊ะยาว
วางอยู่
ด้านข้าง
มีชั้นเอกสาร
และอุปกรณ์บางอย่าง
ที่นัทไม่รู้จัก
ชายสองคน
กำลังยืนรออยู่ด้านใน
คนแรก
เป็นชายวัยกลางคน
แต่งกายอย่างเรียบร้อย
ท่าทางของเขา
ดูสงบ
แต่ก็มีบางอย่าง
ที่ทำให้ทุกคนรู้ทันที
ว่าอีกฝ่าย
ไม่ใช่คนธรรมดา
ส่วนอีกคน
ยืนอยู่ข้างกัน
อาเรน
เป็นคนแรก
ที่ก้าวออกไปข้างหน้า
“ท่านลอร์ด”
ชายคนนั้น
พยักหน้าเล็กน้อย
สายตาของเขา
มองผ่านอาเรน
ไปยังสมาชิกคนอื่น
“เดินทางมาถึงจนได้”
น้ำเสียงของเขา
ไม่ได้ดังมาก
แต่ทุกคน
ได้ยินอย่างชัดเจน
อาเรนพยักหน้า
“ครับ”
ชายคนนั้น
มองไปยังสภาพของพวกเขา
“ระหว่างทาง”
“มีปัญหา?”
อาเรนเงียบไปเล็กน้อย
ก่อนตอบ
“มีคนตามมา”
สีหน้าของชายทั้งสอง
เปลี่ยนไปเล็กน้อย
“กี่กลุ่ม?”
อาเรนตอบทันที
“สองกลุ่ม”
ห้องทั้งห้อง
เงียบลง
นัทสังเกตเห็นว่า
ชายที่ยืนอยู่ข้างลอร์ด
ขมวดคิ้วทันที
“สองกลุ่ม?”
เขาพูดขึ้น
อาเรนพยักหน้า
“ใช่”
“และพวกมัน”
“เริ่มโจมตีจริง”
ชายคนนั้น
หันไปมองลอร์ด
ก่อนหันกลับมา
“แล้วสินค้า?”
คำถามนั้น
ทำให้นัทกับมาร์โก
มองหน้ากันเล็กน้อย
อาเรนตอบ
“ยังอยู่ครบ”
ชายทั้งสอง
ดูเหมือนผ่อนคลายลง
เพียงเล็กน้อย
“ดี”
ลอร์ดพูดขึ้น
จากนั้น
เขาจึงหันมองทุกคน
อย่างเป็นทางการ
“ข้ายังไม่ได้แนะนำตัว”
ชายวัยกลางคน
กล่าวขึ้น
“ข้าชื่อวาเลน”
“ลอร์ดวาเลน แห่งอาร์คาเดีย ”
“ผู้ดูแลเมืองแห่งนี้”
นัทกับมาร์โก
มองเขาอย่างตั้งใจ
นัทพยักหน้า
“นัทครับ”
ก่อนหันไปด้านข้าง
“นี่มาร์โก”
มาร์โกพยักหน้า
เล็กน้อย
ไคกับรัน
ก็แนะนำตัวตามลำดับ
ชายอีกคน
เดินออกมาข้างหน้า
“ส่วนข้า”
“ฮาเดน”
เขาพูดด้วยน้ำเสียงเรียบ
“ผู้ดูแล กิลด์ แห่งอาร์คาเดีย”
นัทพยักหน้า
เล็กน้อย
ฮาเดนมองไปยังอาเรน
ก่อนพูดต่อ
“ข้าได้รับรายงานเรื่องการเดินทาง”
“แต่ไม่ได้รับรายงานว่า”
“จะมีคนตามมาถึงสองกลุ่ม”
อาเรนตอบ
“ตอนออกเดินทาง”
“ก็ไม่มีใครรู้ครับ”
ฮาเดนเงียบไป
จากนั้น
สายตาของเขา
ก็หันกลับมาที่นัท
“อาวุธที่พวกเจ้าใช้ระหว่างทาง”
นัทชะงักเล็กน้อย
“ครับ?”
ฮาเดนมองตรงมา
“ปืน”
นัทนิ่งไป
ก่อนมองมาร์โก
มาร์โกตอบแทน
“อาวุธส่วนตัว”
ฮาเดนพยักหน้า
ไม่ได้ถามต่อ
“เข้าใจแล้ว”
นัทมองมาร์โก
เล็กน้อย
ก่อนถอนหายใจ
เหมือนโล่งใจ
ที่อีกฝ่าย
ไม่ได้ถามรายละเอียด
มากกว่านั้น
ลอร์ดวาเลน
หันกลับไปมองอาเรน
“เอาละ”
“ในเมื่อทุกคนมาถึงแล้ว”
“นำสินค้าออกมาได้”
อาเรนพยักหน้า
ก่อนหันมองนัท
“นัท”
นัทชะงัก
“ครับ?”
อาเรนมองเขา
“เอาหีบออกมา”
นัทมองไปรอบตัว
เล็กน้อย
ก่อนถาม
“ตรงนี้เลย?”
“ตรงนี้”
นัทพยักหน้า
มือของเขา
ขยับเล็กน้อย
ทันใดนั้น
แสงจากหน้าจอระบบ
ก็ปรากฏขึ้น
ตรงหน้า
ฮาเดน
และลอร์ดวาเลน
มองการเคลื่อนไหว
อย่างเงียบ ๆ
จากนั้น
นัทก็เลือก
สิ่งของชิ้นหนึ่ง
วูบ
หีบขนาดใหญ่
ปรากฏขึ้น
ตรงหน้าทุกคน
นัทกับไค
ช่วยกันรับมัน
ก่อนค่อย ๆ วางลง
บนพื้น
อย่างระมัดระวัง