ตอนที่ 42 ข่าวดีจากแรมโบ้กับวิลเลี่ยม
ความจริงแล้วในวันนั้นไม่ได้มีสายสืบแค่สองคนเท่านั้นที่ถูกลอลิสังหารไปยังมีสายสืบอีกกว่าสิบคนที่แฝงตัวอยู่ตามสถานที่ต่างๆ โชคดีที่สายสืบเหล่านั้นไม่อาจที่จะเข้าไปในกำแพงชั้นที่หนึ่งได้เพราะกฎที่ได้ตั้งเอาไว้ว่าห้ามคนนอกที่ไม่ได้รับอนุญาตเข้า......
นอกจากสายสืบในมือแล้วเจนนี่ที่รับหน้าที่อยู่ด้านนอกเองก็ได้สังหารหน่วยสอดแนมที่มาสอดแนมไปอีกกว่าสิบคนเช่นกันและก็ในการปะทะกับหน่วยสอดแนมเหล่านั้นมันได้ทำให้เจนนี่ได้รับบาดเจ็บเล็กน้อยและมีนักฆ่าในทีมของเธอตายไปหนึ่งคนด้วย......
ถึงแม้นักฆ่าที่ตายไปจะเป็นนักฆ่าที่ถูกว่าจ้างมากแต่พวกเขาก็เป็นนักฆ่าที่ได้รับความไว้วางใจจากเจนนี่และลอลิไม่น้อยเลยเพราะพวกเขาร่วมกันปฏิบัติภารกิจมาด้วยกันต่างมาก.......
.................................
ณ หอสังเกตการณ์กลางเมือง......
“เรียนฝ่าบาทมีข่าวจากท่านแรมโบ้และท่านวิลเลี่ยมของรับ”ในขณะที่อากอร์นกำลังยืนชมวิวของเมืองเซนต์จูนี่ที่ขนาดใหญ่ขึ้นนั้นเสียงของทหารนายหนึ่งก็ดังขึ้น.....
หือ...?
“ว่ามา มีอะไร?!” อากอร์นถามกลับทหารคนนั้นในทันทีว่ามีข่าวอะไร......
“ท่านแรมโบ้กับท่านวิลเลี่ยมได้ฝ่ายให้ข้าน้อยมารายงานฝ่าบาทว่าท่านทั้งสองสามารถจัดการกองโจรขนาดใหญ่ได้หนึ่งแห่งแล้วแต่ก็เสียกำลังพลไปไม่น้อยเช่นกัน” ทหารนายนั้นกล่าวรายงานอยู่ภาคภูมิใจกับผลงานที่พวกเขาทำได้ในสงครามครั้งนี้......
“อื้ม! ดีมากเจ้ากลับไปบอกให้ทั้งสองคนถอนกำลังกลับมาก่อนรังโจรแห่งสุดท้ายนั้นยากเกินไปที่พวกเขาจะสู้ด้วยได้”อากอร์นรู้สึกพอใจกับรายงานนี้มาก ถึงแม้ว่าจะเสียกำลังพลไปในการต่อสู้ครั้งนี้แต่มันก็คุ้มค่ากับสิ่งที่ได้มา.......
ขอรับฝ่าบาท!!
“อะ! เดียวก่อน.......ใครบอกให้เจ้าเรียกข้าว่าฝ่าบาท?”อากอร์นรู้สึกสงสัยตั้งแต่แรกแล้วว่าเหตุใดทหารนายนี้ถึงเรียกเขาว่าฝ่าบาท.....
“เรียนฝ่าบาท ไม่มีใครบอกข้าน้อยของรับแต่พวกเขาบ้านต่างก็เรียกท่านว่าฝ่าบาททั้งนั้น แม้แต่ท่านเจมส์วิชและท่านเรเว่นยังเรียกท่านว่าฝ่าบาทต่อหน้าทหารทั้งหลายเลยขอรับ”ทหารนายนั้นรีบกล่าวอธิบายทันทีพร้อมกับยิ้มให้อากอร์นอย่างชื่นชมและเคารพนับถือ......
“อิอิ ฝ่าบาทหม่อมฉันบอกแล้วว่าท่านนั้นเหมาะสมที่จะขึ้นเป็นราชาของที่นี่ และสมควรถูกเรียกว่าฝ่าบาท ไม่งั้นทหารนายนี้คงไม่เรียกท่านเช่นนั้นแน่แม้แต่ชาวบ้านเองก็อยากที่จะเรียกท่านเช่นนั้นเหมือนกันเพราะท่านทำให้ทุกคนที่นี่มีชีวิตที่เปลี่ยนไป” เจสสิก้าที่อยู่ข้างๆกับอากอร์นได้ส่งเสียงหัวเราะอย่างมีความสุขและสะใจออกมาเมื่อเห็นสีหน้าของอากอร์นที่ดูอมทุกข์เล็กน้อย......
เฮ้อ!!
“เอาละ เจ้ากลับไปได้แล้ว คืนนี้พักผ่อนให้เต็มที่ในวันพรุ่งนี้ข้าจะให้เจมส์วิชพากำลังส่วนหนึ่งไปกับเจ้าด้วย เพราะช่วยทหารของเราที่ได้รับบาดเจ็บและขนข้าวของของพวกโจรเหล่านั้น”อากอร์นถอนหายใจยาวออกมาอย่างช่วยไม่ได้ ก่อนจะบอกให้ทหารนายนี้ไปพักได้และในวันพรุ่งนี้เขาจะให้เจมส์วิชพาทหารหนึ่งพันคนออกไปช่วยแรมโบ้และวิลเลี่ยมเก็บกวาดสิ่งของ......
ขอรับฝ่าบาท!!
หลังจากที่ทหารนายนั้นไปแล้วอากอร์นก็หันมามองที่บ้านเรือนและกำแพงเมืองรวมถึงสิ่งต่างๆภายในเมืองเซนต์จูรี่อีกครั้งแววตาของเขาเต็มไปด้วยความรู้สึกมากมายที่ซ้อนอยู่ในนั้นเขาไม่เคยคิดเลยว่าเขาจะเดินมาไกลถึงขนาดนี้ได้และเมื่อนึกย้อนกลับไปในตอนแรกที่เขาต้องใช้ชีวิตดิ้นรนกับการต่อสู้เพื่อเอาตัวรอดนั้นตอนนี้เขารู้สึกราวกับว่ามันพึ่งผ่านไปเพียงไม่กี่วันเอง......
“ในเมื่อข้าได้เป็นเจ้าเมืองแล้วข้าก็ต้องไปให้สูงกว่านี้ เมื่อทุกคนอยากให้ข้าเป็นราชาข้าก็จะเป็นราชาตามที่ทุกคนต้องการ และข้าจะเป็นราชาเหนือราชา จะเป็นกษัตริย์เหนือกว่าอกษัตริย์ทั้งปวงอีกด้วย.......เจาสิก้าเจ้าว่าข้าคิดถูกแล้วใช่ไหม?”หลังจากที่อากอร์นพูดจบเขาก็หันไปถามเจสสิก้าที่ยืนอยู่ข้างๆเขาด้วยสีหน้าเรียบนิ่งแต่แฝงไปด้วยความสง่าและน่านับถือ......
“ฝ่าบาทตัดสินใจถูกแล้วและหม่อมฉันเองก็จะใช้ทุกอย่างที่มีเพื่อช่วยให้ฝ่าบาทได้บรรลุถึงผลสำเร็จนั้นด้วยแต่ตอนนี้กำลังของเรายังอ่อนแอก่อนไปในวันพรุ่งนี้หม่อมฉันจะลองติดต่อกลับไปที่สมาคมนักเวทย์ติดต่อหาพวกเพื่อนของหม่อมฉันดู ดูว่าจะมีใครพอที่จะมาช่วยพวกเราได้บ้างแต่หม่อมฉันบอกเลยว่าอย่าพึ่งคาดหวังกับผลของมันมาก”
เจสสิก้าไม่มีเรื่องอะไรที่เธอจะไม่เห็นด้วยกับเรื่องนี้แถมเธอยังคิดที่จะส่งจดหมายกลับไปที่สมาคมนักเวทย์เพื่อติดต่อกับเพื่อนเก่าของเธอด้วยแต่เธอเองก็ไม่รู้ว่าจะมีใครยอมตอบรับเธอไหมเพราะนักเวทย์ส่วนใหญ่แล้วมักจะเลือกอยู่กับขุมอำนาจใหญ่ ไม่ก็อยู่กับพวกขุนนางยศสูงๆไม่มีใครอยากที่จะมาอยู่ที่เมืองแสนห่างไกลความเจริญแบบนี้แน่ๆ ......
“เรื่องนั้นไม่เป็นไร หากเรามีนักเวทย์เพิ่มอีกสักคนมันก็จะทำให้ความแข็งแกร่งของเราเพิ่มขึ้นมาอีกไม่น้อยเลยหากต้องสู้กับกองทัพที่มีจำนวนมาก อ้า! เจสสิก้า ก่อนหน้านี้ข้าได้รับจดหมายมาฉบับหนึ่งจากทางโบสถ์ศักดิ์สิทธิ์พวกเขาอยากที่จะมาก่อตั้งโบสถ์ที่เมืองเรา และข้าคิดว่าพวกเขาน่าจะมาในอาทิตย์หน้าข้าอยากให้เจ้าจัดการเรื่องการก่อสร้างโบสถ์ให้กับพวกเขาที”
โบสถ์ศักดิ์สิทธิ์?!
“ไอ้พวกบ้าศาสนานั้นนะเหรอฝ่าบาท? เป็นไปได้ยังไงที่พวกนั้นจะมาอยู่ที่เมืองของพวกเราที่ในสถานที่ห่างใกล้เช่นนี้แล้วทำไมพวกมันไม่ไปอีกห้าเมืองที่อยู่มาตั้งนานก่อนพวกเราละ?” เจสสิก้ารู้สึกสงสัยเป็นอย่างมากกับเรื่องนี้เพราะปกติแล้วพวกนักบวชจากโบสถ์ศักดิ์สิทธิ์นั้นมักเลือกแต่เมืองใหญ่ๆหรือเมืองที่ให้ผลประโยชน์กับพวกมันมากๆ เท่านั้น......
คนอื่นอาจจะมองว่านักบวชจากโบสถ์ศักดิ์สิทธิ์นั้นข่าวสะอาดแต่สำหรับเจสสิก้าแล้วเธอไม่คิดอย่างนั้นเพราะเธอเคยเห็นด้านลบของพวกนักบวชมากตัณหาและอัศวินศักดิ์สิทธิ์เหล่านั้นมาก่อนแล้วเธอจึงรู้สึกไม่ชอบใจต่อคนจากโบสถ์ศักดิ์สิทธิ์นัก......
“ข้าเองก็ไม่รู้เหตุผลเช่นกันแต่พวกเราไม่อาจที่จะปฏิเสธพวกนั้นได้ ขนาดเมืองหลวงปารีสยังต้องยอมต่อพวกมันแล้วเมืองขนาดเล็กอย่างเราจะเอาอะไรไปสู้ละ? ดังนั้นแล้วข้าจึงอยากให้เจ้าดำเนินการเรื่องการสร้างโบสถ์ให้ทีเอาเท่าที่สามารถทำได้ก็พอ” อากอร์นเองก็เห็นด้วยแต่กำลังของเขาในตอนนี้มันยังไม่มากพอที่เขาจะต่อต้านโบสถ์ศักดิ์สิทธิ์ได้......
“หม่อมฉันเข้าใจแล้วเพค่ะหม่อมฉันจะรีบจัดการเรื่องนี้ให้เสร็จก่อนที่พวกนั้นจะมา”เจสสิก้าตอบรับคำสั่งของอากอร์นก่อนที่นางจะลงจากหอสั่งเกตการณ์ไปแล้วไปสั่งการเรื่องการสร้างโบสถ์ในทันทีโดยพื้นที่ที่ใช้สร้างโบสถ์นั้นจะอยู่ในพื้นที่กำแพงชั้นที่สองเพราะที่นี่มีพื้นที่ว่างอยู่......
................................
วันเวลามักผ่านไปเร็วเสมอ เพียงพริบตาเดียวสามวันก็ผ่านไปและวันที่สามนี้กองกำลังที่ออกไปจัดการรังโจรก็ได้กลับมาถึงเมืองแล้วพร้อมกับรถม้าบรรทุกของจำนวนมากกว่าห้าสิบคันที่ขนของจากรังโจรกลับมาแต่ภายในรถม้าบรรทุกเหล่านี้ไม่มีคันไหนเลยที่บรรทุกเงินและสมบัติล้ำค่าเอาไว้เลยนอกจากอาวุธชุดเกราะ เสื้อผ้า ขนสัตว์และของต่างๆ ทั่วๆ ไปเท่านั้นที่อยู่บนรถม้าพวกนี้.....
ที่เป็นแบบนั้นเพราะว่าอากอร์นได้เอามันเก็บเข้าไปในแหวนมิติของเขาหมดแล้วก่อนที่ขบวนทัพจะมาถึงเมืองและในการบุกรังโจรในครั้งนี้อากอร์นได้รับเงินมาจำนวนมากกว่าห้าล้านเหรียญเงินและอีกหนึ่งแสนเหรียญทองนอกจากเงินแล้วยังมีอัญมณีมีค่าอีกจำนวนมากที่มีค่าเป็นเงินเท่ากับเงินจำนวนสี่ถึงห้าล้านเหรียญเงินติดมาด้วย......
แต่อากอร์นรู้ว่าของเหล่านี้มันยังไม่ใช่ของทั้งหมดที่พวกโจรมีเขารู้ว่าพวกมันต้องมีสมบัติมากกว่านี้อย่างแน่นอนแต่ที่เขาให้แรมโบ้กับวิลเลี่ยมกลับมาก่อนนั้นก็เพราะเขาไม่อยากเสี่ยงกับการที่กลุ่มโจรขนาดใหญ่อีกกลุ่มจะแอบมาโจมตีพวกเขาในจังหวะที่กำลังหาที่ซ่อนสมบัติอยู่เอาไว้เขาจะออกไปค้นหามันด้วยตัวเองในคราวหน้าเพราะยังไงเขาก็รู้ตำแหน่งของรังโจรที่ว่านั้นแล้ว......
ณ ห้องโถงประชุมในอาคารชั่วคราว.......
ตุบ!! ตุบ!! ตุบ!!
“ฝ่าบาท!”
อัศวินทั้งสามต่างก็คุกเข่าลงหนึ่งข้างพร้อมๆ กันพร้อมกับกล่าวคำทักทายอากอร์น.....
“พวกเจ้าลุกขึ้นเถอะ”อากอร์นโบกมือให้อัศวินทั้งสามแรมโบ้ วิลเลี่ยมและเจมส์วิชลุกขึ้นยืนทำตัวตามสบายได้.....
“ขอบพระทัยฝ่าบาท”
“การต่อสู้ครั้งนี้พวกเจ้าคงจะเหนื่อยมากดูจากบาดแผลที่เจ้าทั้งสองคนได้มาแล้ว อีกฝ่ายคงแข็งแกร่งไม่แพ้กันซินะ?” อากอร์นกล่าวถามอัศวินทั้งสองของเขาอย่างเป็นห่วง......
“ไม่เลยขอรับฝ่าบาท พวกเรานั้นไม่รู้สึกเหนื่อยเลยกลับกัน พวกเราทั้งสองกับรู้สึกดีซะอีก!” แรมโบ้เป็นคนแรกที่พูดขึ้นเขายังคงยิ้มอย่างมีความสุขกับการได้ต่อสู้ในครั้งนี้เพราะมันทำให้พลังของเขาเพิ่มขึ้นสูงกว่าเดิมมาก......
“ถูกอย่างที่เจ้าบ้าแรมโบ้พูดขอรับพวกเราได้อะไรหลายอย่างในการต่อสู้ครั้งนี้ดังนั้นพวกเราเลยไม่คิดว่าการต่อสู้ครั้งนี้มันเหนื่อยเลยขอรับฝ่าบาท”วิลเลี่ยมเองก็มีความคิดเช่นเดียวกันกับแรมโบ้เขาเองก็ได้เพิ่มพลังขึ้นไปมากเช่นกันกับการต่อสู้นี้......
ส่วนบาดแผลที่พวกเขาได้รับมานั้นก็เพราะหัวหน้ากลุ่มโจรที่มีความแข็งแกร่งเป็นอย่างมากมากขนาดที่แรมโบ้กับวิลเลี่ยมต้องร่วมมือกันเพื่อที่จะเอาชนะหัวหน้ากลุ่มโจรกลุ่มนี้หากพวกเขาไม่ร่วมมือกันละก็ พวกเขาคงตายไปนานแล้ว.......
“ดี! พวกเจ้าทั้งสองควรได้รับรางวัลรวมถึงทหารทั้งสองพันนายที่ออกไปสู้กับพวกเจ้าด้วย ส่วนคนที่ตายในครั้งนี้ให้มอบเงินให้กับครอบครัวของพวกเขาคนละหนึ่งหมื่นเหรียญเงินเพื่อเป็นข้าชดเชยให้กับทหารที่กล้าที่ตายไป”อากอร์นพยักหน้าอย่างพึงพอใจก่อนจะมอบรางวัลให้กับทั้งสองคนและทหารทั้งหมดที่ออกไปรบในครั้งนี้รวมถึงครอบครัวของทหารที่ตายไปด้วย.....
“ขอรับฝ่าบาท!!”
แรมโบ้และวิลเลี่ยมนั้นไม่ได้ต้องการรางวัลใดๆ จากอากอร์นเพราะทุกอย่างที่พวกได้มาในทุกวันนี้มันก็มากเกินพอแล้วแต่พวกเขารู้ดีถึงนิสัยของอากอร์น พวกเขาจึงไม่อาจที่จะปฏิเสธการให้ของอากอร์นได้ต้องรับเอารางวัลนั้นมาแต่โดยดี และพวกเขาจะเอารางวัลที่ได้มานี้ไปมอบให้กับทหารที่ไปกับพวกเขาแทนเพื่อทำให้ทหารทุกคนมีกำลังใจมากยิ่งขึ้น......