ตอนที่ 4: ความลับใต้ก้นครัวกับภารกิจกู้ชีพน้ำเก๊กฮวยต้มขิง
แสงแดด่สายของวันใหม่สาดส่องกระทบผืนน้ำในคลองระยิบระยับ ลมพัดโชยเอื่อยๆ หอบเอาความสดชื่นของกลิ่นไอดินและใบไม้เขียวขจีเข้ามาในศาลาไม้ริมน้ำ บรรยากาศรอบเรือนโอสถรสวันนี้ควรจะสงบเรียบร้อยและเต็มไปด้วยกลิ่นอายของการเยียวยาตามปกติ ทว่าเสียงโวยวายเล็กๆ ที่ดังมาจากมุมเตรียมวัตถุดิบหลังบ้านกลับทำลายความสงบนั้นลงอย่างสิ้นเชิง
"มินจุน! นายนี่มันตัวพ่อแห่งความพินาศจริงๆ เลยนะ! บอกให้ต้มน้ำเก๊กฮวยไฟอ่อนๆ ทำไมปล่อยให้มันเดือดพล่านจนกลิ่นไหม้เกรียมโชยไปถึงปากซอยแบบนี้เล่า!"
เสียงบ่นอุบอายของปรียา สาวภารตะผู้รักความสมบูรณ์แบบดังขึ้น พร้อมกับเ้าตัวที่กำลังยืนเท้าเอวทำหน้ามุ่ยใส่ชายหนุ่มชาวฮันกุกผู้ยืนถือทัพพีไม้เกาหัวแกรกๆ ด้วยสีหน้าสำนึกผิดปนฮาไม่ออก
มินจุนหัวเราะแห้งๆ แก้เขิน พยายามโบกมือปฏิเสธพัลวัน "โธ่ปรียา ผมไม่ได้ตั้งใจสักหน่อย พอดีมัวแต่ไปเถียงกับเ้าดีนเื่สูตรขมิ้นชันดองเกลือ ว่าตกลงใครเป็คนคิดค้นสูตรดองสามวันสุกกันแน่ เผลอแผล็บเดียวเ้าหม้อเก๊กฮวยนี่มันก็ประท้วงส่งสัญญาณควันโขมงขึ้นมาซะแล้ว ดีนะที่ไหวตัวทัน ไม่เช่นนั้นเราคงได้เปิดร้านขายถ่านไม้แทนร้านยาแน่ๆ!"
หลงเฟิงที่กำลังนั่งฝานรากบัวอยู่ใกล้ๆ เงยหน้าขึ้นมองพร้อมกับส่ายหัวเบาๆ ก่อนจะอดไม่ได้ที่จะขุดเื่เก่ามาแช่งชิงความเป็ใหญ่ในวงสนทนา "ถ่านไม้ฝีมือนายน่ะเหรอ จะสู้ตอนนายพยายามทำกิมจิหัวไชเท้าแล้วลืมใส่เกลือเมื่อเดือนก่อนได้มล่ะ วันนั้นหัวไชเท้ากลายสภาพเป็น้ำเมือกเหนียวหนืดจนเ้าธรณ์ต้องเอาไปเททิ้งให้ปลากิน ปลากhวนในคลองยังว่ายหนีแทบไม่ทันเพราะรสชาติมันประหลาดเกินบรรยาย"
เสียงหัวเราะดังลั่นศาลาทันทีเมื่อหลงเฟิงหยิบวีรกรรมสุดฮาเมื่อเดือนก่อนมาแฉกลางวง ธรณ์ นักโภชนาการหนุ่มที่กำลังนั่งเช็กตาราง IF ของลูกค้าถึงกับสำลักน้ำลายตัวเอง รีบสำลักแฮกๆ แล้วเสริมขึ้นทันทีว่า "จริงที่สุด! วันนั้นผมเกือบต้องเปิดคอร์สดีтокล้างพิษให้ปลาในคลองเพราะฝีมือการหมักดองระดับปรมาจารย์ของมินจุนนี่แหละ เล่นเอาปลาซิวปลาสร้อยว่ายน้ำเซไปเซมานึกว่าเมาสุรา"
น้ำริน หญิงสาวเ้าของเรือนเดินถือตะกร้าผักสดเข้ามาพอดี ได้ยินเสียงแซวกันสนุกสนานก็อดอมยิ้มไม่ได้ เธอก้าวเข้ามาตบไหล่มินจุนเบาๆ อย่างอารมณ์ดี "เอาล่ะๆ เลิกแซวกันได้แล้วน่า มินจุนเขาก็แค่ตั้งใจเกินเหตุไปหน่อย ดีนะที่เราไหวตัวทันช่วยกันกู้ชีพหม้อเก๊กฮวยต้มขิงนี้ไว้ได้ทัน ไม่งั้นบ่ายนี้เราไม่มีเครื่องดื่มไร้น้ำตาล่ Fading ให้ลูกค้าดื่มกันพอดี"
บรรยากาศในศาลาเต็มไปด้วยเสียงหัวเราะครื้นเครงและความเป็กันเองตามประสาแก๊งหมอเจ็ดชาติที่อยู่ร่วมกันจนสนิทสนมกลมเกลียว การหยอกล้อแซวกันเื่ความผิดพลาดเล็กๆ น้อยๆ กลายเป็สีสันประจำวันที่ช่วยคลายความเหนื่อยล้าได้เป็อย่างดี หมอศานต์ แพทย์แผนปัจจุบันสายเวชศาสตร์ป้องกัน ที่เพิ่งเดินถือแฟ้มประวัติคนไข้เข้ามาสมทบ ก็ไม่พลาดที่จะร่วมวงปล่อยมุกแป๊กตามสไตล์
"นี่ๆ พวกคุณรู้ไหมว่าทำไมหม้อเก๊กฮวยของมินจุนถึงไหม้?" หมอศานต์ทำหน้าขรึมเหมือนจะปล่อยความรู้การแพทย์ระดับโลก
ทุกคนในศาลาหันไปมองเป็ตาเดียวด้วยความอยากรู้ หลงเฟิงเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อยเชิงท้าทาย "ทำไมล่ะ หรือว่าเป็เพราะพลังชี่ติดลบในตัวนาย?"
"เปล่าหรอก" หมอศานต์ฉีกยิ้มกว้างจนเห็นฟันขาว "ก็เพราะมัน 'เก๊ก' ซะจนฮวยไงล่ะ!"
เงียบ... เสียงจิ้งจอกสมมติร้องระงมขึ้นมาในอากาศทันที ทุกคนนิ่งค้างไปสามวินาที ปรียาถึงกับเอามือกุมขมับส่ายหัวด็อกแด๊ก มินจุนหัวเราะก๊ากออกมาคนแรกแล้วตบโต๊ะดังป้าบ "โอโห หมอศานต์! มุกนี้ฝุ่นเกาะหนาเตอะั้แ่สมัยไดโนเสาร์ครองโลกแล้วมั้งเนี่ย เล่นเอาเครื่องปรุงในครัวแทบจะคว่ำหนีหมด!"
เสียงหัวingเราะดังประสานกันลั่นศาลาอีกรอบ ความฮาและมุกแป๊กแบบนี้แหละที่เป็เอกลักษณ์ของเรือนโอสถรสริมคลองแห่งนี้ ที่ไม่ว่าใครจะเครียดมาจากไหน พอได้ก้าวเท้าเข้ามาเยียบที่นี่ รับรองว่ารอยยิ้มและเสียงหัวingเราะจะต้องกลับคืนมาทุกรายไป
เมื่อเสียงหัวเราะเริ่มเบาลง น้ำรินจึงหันมาจัดการภารกิจหลักของ่สายวันนี้ "เอาล่ะครับคุณหมอทั้งหลาย มัวแต่แซ่บแต่แซวกัน เดี๋ยวลูกค้าเที่ยงนี้จะรอนาน วันนี้เรามีภารกิจต้องทำเมนูเครื่องดื่มและอาหารว่างที่ช่วยปรับสมดุลธาตุ ดับความร้อนในร่างกาย และช่วยควบคุมระดับน้ำตาลใน่เปิดหน้าต่างการกินกันต่อ"
ธรณ์พยักหน้ารับแล้วปรับโหมดเข้าสู่โหมดจริงจังทันที "ถูกต้องครับ สำหรับ่สายและบ่ายนี้ หลังจากที่เรากู้ชีพหม้อเก๊กฮวยต้มขิงสำเร็จแล้ว เราจะนำน้ำเก๊กฮวยสมุนไพรตัวนี้มาประยุกต์ทำเป็เครื่องดื่มเย็นชื่นใจที่ไม่เติมน้ำตาลทราย เพื่อช่วยดับกระหาย คลายร้อน และบำรุงสายตาสำหรับคนที่ต้องจ้องหน้าจอคอมพิวเตอร์นานๆ"
เคนตะ เชฟาุโชาวญี่ปุ่นผู้เงียบขรึมแต่ฝีมือฉกาจ ช่วยเสริมขึ้นด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล "นอกจากน้ำเก๊กฮวยต้มขิงแล้ว เราควรทำของว่างทานเล่นที่ย่อยง่ายและไม่กระตุ้นอินซูลินพุ่งสูงเกินไป เช่น 'เต้าฮวยขิงสดน้ำขิงอุ่น' หรือ 'เต้าหู้เย็นราดซอสเสาวรส' ที่ให้รสเปรี้ยวอมหวานจากธรรมชาติ ช่วยกระตุ้นน้ำลายและระบบย่อยอาหารได้ดีเยี่ยม"
การเตรียมวัตถุดิบดำเนินไปอย่างราบรื่น ท่ามกลางเสียงพูดคุยหยอกล้อและเื่เล่าขำขันสมัยที่แต่ละคนเพิ่งย้ายมารวมตัวกันใหม่ๆ มินจุนแอบเอาเื่ที่ปรียาเคยทำเกลือหกใส่หม้อแกงจนเค็มปี๋มาอำเล่น จนโดนปรียาหยิกแขนไปทีหนึ่งด้วยความหมั่นไส้ ขณะที่หลงเฟิงและน้ำรินช่วยกันตักน้ำเก๊กฮวยสีทองใสแจ๋วใส่เหยือกแก้ว พร้อมกับฝานขิงแว่นบางๆ และใส่ดอกเก๋ากี้แดงสดลงไปเพื่อเพิ่มสีสันและสรรพคุณทางยา
เมื่อถึงเวลาเที่ยงวัน ลูกค้าในชุมชนเริ่มทยอยเดินเข้ามาที่ศาลาไม้ริมน้ำ ลุงสมชาย ป้าเพ็ญ และชาวบ้านคนอื่นๆ ต่างเดินทักทายพูดคุยด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม น้ำรินต้อนรับทุกคนด้วยความอบอุ่น พร้อมกับรินน้ำเก๊กฮวยต้มขิงเย็นชื่นใจเสิร์ฟให้คนละแก้ว ตามด้วยเมนูของว่างทานเล่นฝีมือแก๊งหมอเจ็ดชาติ
"อืม... หอมกลิ่นเก๊กฮวยอ่อนๆ ตัดด้วยความเผ็ดร้อนละมุนของขิง ชื่นใจจริงๆ ดื่มแล้วตาสว่างโล่งเลยหมอน้ำริน" ป้าเพ็ญเอ่ยชมด้วยรอยยิ้มปลื้มปริ่ม หลังจากยกแก้วขึ้นดื่มจนหมดเกลี้ยง ความร้อนรุ่มจากแดดภายนอกถูกแทนที่ด้วยความเย็นสบายจากภายในอย่างลงตัว
กลุ่มแพทย์จากต่างแดนยืนมองภาพความสุขของผู้คนในชุมชนด้วยความอิ่มเอมใจ แม้เริ่มต้นวันด้วยความวุ่นวายและมุกแป๊กชวนกุมขมับของหมอศานต์ แต่มันกลับเป็จุดเริ่มต้นที่ทำให้เสียงหัวเราะและความอบอุ่นแผ่ซ่านไปทั่วทุกมุมของศาลาไม้ริมคลองแห่งนี้ และนี่คือวิถีชีวิตประจำวันที่เต็มไปด้วยรอยยิ้ม มิตรภาพ และความใส่ใจ ซึ่งหาไม่ได้จากที่ไหนอีกแล้วนอกจากที่ "เรือนโอสถรส" แห่งนี้