Yume ราชันไร้บัลลังก์

    บทที่ 42 ภารกิจอัพเกรดโหลกาชาปอง

    บทที่ 42 ภารกิจอัพเกรดโหลกาชาปอง

     

                การสตรีมฝึกกระบี่ของยูเมะนั้นได้ก่อให้เกิดกระแสขึ้นมาอีกครั้งส่งผลให้ชื่อเสียงของเขาเพิ่มสูงขึ้นไปอีกระดับจนกล่าวได้ว่าเป็นจุดเปลี่ยนครั้งใหญ่ในฐานะของสตรีมเมอร์คนหนึ่ง

                หากเทียบกับก่อนหน้านี้ยูเมะในฐานะของสตรีมเมอร์นั้นเป็นได้เพียงดาวรุ่งพุ่งแรงที่เป็นกระแสแต่ยังไม่สามารถสร้างจุดขายที่แท้จริงให้กับตัวเองได้สภาพของเขาในยามนั้นไม่ต่างอะไรจาก ‘ประกายแสง’ ที่สว่างจับตา แต่ก็สามารถดับแสงลงได้ทุกขณะ

                จุดเปลี่ยนในครั้งนี้จึงเปรียบได้กับการเปลี่ยนประกายแสงให้กลายเป็นกองไฟกลายเป็นกองไฟที่ตราบใดที่ยังหมั่นเติมเชื้อไฟเข้าไป มันก็จะไม่ดับลงโดยง่าย

                ทว่าสิ่งที่ทำให้ยูเมะมีความสุขที่สุดไม่ใช่เรื่องนี้แต่เป็นการทำตามเงื่อนไขพื้นฐานในการลงทะเบียนเป็น ‘สตรีมเมอร์’ อย่างเป็นทางการของทางศูนย์ฝึกต่างหาก

                เมื่อรายได้จากทิปและจำนวนผู้ชมถึงยอดตามเป้าหมายยูเมะก็ได้รับการ ‘ทาบทาม’ จากแผนกบุคคลของศูนย์ฝึกให้ลงทะเบียนเป็นสตรีมเมอร์ของทางศูนย์ฝึกแห่งนี้

                ข้อดีข้อเสียของการลงทะเบียนเป็นสตรีมเมอร์อย่างเป็นทางการนั้นมีอยู่หลายข้อ

                แต่เมื่อเทียบกับข้อดีที่จะทำให้ยูเมะสามารถสตรีมผ่านอินเทอร์เน็ตในเว็บไซต์ของทางศูนย์ฝึกได้แล้วข้อเสียทั้งหมดก็กลายเป็นเพียงเรื่องเล็กๆ เทียบกันแล้วการสูญเสียรายได้ส่วนหนึ่งเป็นค่าธรรมเนียมและส่วนแบ่งให้กับทางศูนย์ฝึกนั้นไม่มีความหมายเลย

                เพราะถ้าเทียบกับการสตรีมอย่างจำกัดในศูนย์ฝึกสาขาเดียวแล้วการสตรีมผ่านอินเทอร์เน็ตในเว็บไซต์ของศูนย์ฝึกสามารถเข้าถึงผู้ชมได้มากกว่ากันอย่างเทียบไม่ติด

                ต่อให้คิดถึงความเป็นไปได้ที่ต่ำที่สุดที่จะได้ทิปจากผู้ชมยูเมะก็มั่นใจว่ารายได้ของเขาจะต้องเพิ่มขึ้นอย่างน้อยก็สิบเท่าตัว

                ทว่าการสตรีมผ่านอินเทอร์เน็ตก็มีข้อเสียอยู่ไม่น้อยเช่นกันตัวอย่างที่เด่นชัดที่สุดก็คือ การแข่งขันที่รุนแรงขึ้น เมื่อสตรีมผ่านอินเทอร์เน็ตจำนวนผู้ชมที่เข้าถึงได้ก็จะมีมากขึ้น แต่ในขณะเดียวกันจำนวนของ ‘คู่แข่ง’ ก็มีมากขึ้นเช่นกัน

                นอกเหนือจากนั้นก็มีปัจจัยหลายๆอย่างที่อาจจะส่งผลกระทบต่อชีวิตประจำวันของสตรีมเมอร์ได้

                อย่างในข่าวที่พบเจอกันบ่อยๆคือการเคลื่อนไหวของเหล่าแฟนคลับ ไม่ว่าจะเป็นแฟนคลับของสตรีมเมอร์เองหรือแฟนคลับของคู่แข่งทั้งหมดนี้มีความเสี่ยงที่จะส่งผลกระทบหรือมีภัยคุกคามต่อชีวิตของสตรีมเมอร์ได้ทั้งสิ้น

                แต่ถ้าเทียบกับโอกาสที่จะได้เติบโตและความท้าทายแล้วยูเมะมองว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องเล็กๆ และที่สำคัญที่สุดคือ เขาไม่กลัวเรื่องนี้เท่าไหร่นัก

                หากเทียบกับการสร้างปัญหาผ่านโลกอินเทอร์เน็ตแล้วเขากลัวปัญหาที่จะเกิดขึ้นกับชีวิตจริงมากกว่า แต่โอกาสที่จะเกิดปัญหาขึ้นในชีวิตจริงนั้นยูเมะมองว่ามีน้อยมาก ทั้งนี้ก็เพราะพวกเขาอยู่ในเมืองแห่งการศึกษาของรัฐบาลโลก

                เมืองแห่งนี้มีมาตรการรักษาความปลอดภัยที่สูงมากมีความละเอียดอ่อนในหลายๆ ด้านทำให้ยากมากที่จะเกิดปัญหาขึ้นในเมืองแห่งนี้

                ส่วนการโจมตีทางอินเทอร์เน็ตนั้นยูเมะไม่คิดว่าจะมีการโจมตีรูปแบบไหนที่จะส่งผลกระทบต่อเขาได้มากนัก

                ‘อย่างมากสุดก็คงเป็นเรื่องตัวตนของเทพอสูรอาชูร่าเท่านั้นนอกจากนั้น..ก็แค่เรื่องที่เราอ้วนเป็นหมู’

                ยูเมะเหยียดยิ้มให้กับตัวเองขณะที่จัดการลงทะเบียนเป็นสตรีมเมอร์อย่างเป็นทางผ่านการเว็บไซต์ของศูนย์ฝึกจากนั้นก็เริ่มจัดการกับ ‘ช่อง’ ของตัวเอง

                เนื่องจากความใหม่ขอเขายูเมะจึงไม่ได้จัดการกับช่องของตัวเองมากนัก นอกจากนั้นเขาก็ไม่ได้มีแนวคิดที่จะโปรโมทตัวเองมากเขายังคงรักษากิจวัตรประจำวันเอาไว้เหมือนเดิม

                สำหรับเขาการสตรีมยังเป็นวิธีการหารายได้ระยะสั้นส่วนเป้าหมายหลักของเขานั้น ยังคงเป็นการลดน้ำหนักไม่เปลี่ยนแปลง

                ด้วยเหตุนี้แม้จะลงทะเบียนเป็นสตรีมเมอร์ทางการและลงวิดีโอการฝึกฝนของตัวเองลงไปในช่องของตัวเองแล้วเขาก็ไม่ได้พยายามจัดการโปรโมทหรือพยายามเรียกผู้ชมแต่อย่างใด

                แต่ถึงจะไม่ทำแบบนั้นก็ยังมีใครบางคนทำหน้าที่นี้แทนเขา ใครบางคนที่เขาไว้ใจที่สุดซึ่งก็หนีไม่พ้นเมโลดี้ที่จัดการให้โดยที่ยูเมะไม่ต้องเอ่ยปากขอ

                ด้วยการจัดการของเมโลดี้ยอดผู้ชมก็พุ่งทะยาน แม้จะมีกระแสมากมายเกิดขึ้น แต่ก็ไม่มีปัญหาอะไรอย่างมากสุดก็แค่คำกล่าวหาว่าเป็นการแสดงเท่านั้น

                ซึ่งไม่มีใครที่เป็นสตรีมเมอร์สายนี้ที่จะไม่เจออะไรแบบนี้ในตอนแรกยูเมะเองก็ไม่สามารถหนีพ้น แต่ถ้าเทียบกับสตรีมเมอร์สายศิลปะการต่อสู้แล้วเขายังมีปัญหาน้อยกว่าบ้างในเรื่องนี้

                จะหนักกว่าคนอื่นบ้างก็เพียงแค่เรื่องของรูปลักษณ์ที่ไม่น่าดูเท่านั้นแต่ข้อเสียก็กลายเป็นจุดเด่นได้เช่นกัน ด้วยเหตุนี้ความอ้วนของเขาจึงไม่ส่งผลต่อจำนวนผู้ชมเท่าไหร่

                จุดเดียวที่น่าเสียดายก็คงมีเพียงวิดีโอเก่านั้นไม่สามารถรับทิปได้เหมือนกับการสตรีมสดดังนั้นรายได้ที่ยูเมะได้รับจึงมีจำกัดและไม่น่าสนใจเท่าไหร่นัก

                แต่หลังจากทำภารกิจหลายๆอย่างในช่วงวันหยุด ผ่านการฝึกกระบี่และดาบอย่างต่อเนื่องมาสองสามวันยูเมะก็ได้โอกาสสตรีมสดอีกครั้ง

                โดยไม่รู้ว่าเป็นเพราะหน้าต่างระบบมันบ้าจี้ตามยูเมะหรือเป็นเพราะมันมีเจตนาแบบนี้มาตั้งแต่แรกแต่มันก็ออกภารกิจที่ทำให้ยูเมะต้องยิ้มออกมาอีกครั้ง

                “ฝึกทวนและหลอมรวมวิชาทวน 10 วิชาเข้าด้วยกันนี่กะจะให้ฝึกอาวุธทุกชนิดเลยใช่ไหมเนี่ย”

                ยูเมะถึงกับหัวเราะก๊ากตอนที่เห็นภารกิจฝึกทวน แต่หลังจากหัวเราะ สีหน้าของเขาก็เปลี่ยนเป็นเคร่งขรึมเพราะถ้าเทียบกับดาบและกระบี่ที่เขารู้สึกคุ้นมืออย่างบอกไม่ถูกแล้ว

                ทวนนับเป็นอาวุธที่เขาไม่ได้ชำนาญมากนักแม้จะเคยฝึกมาบ้างในเกมออนไลน์ แต่ก็ไม่ได้มีฝีมือมากมายอะไร

                ทว่ายูเมะก็ไม่เสียเวลาคิดนานนักเพราะเขาไม่ต้องการเสียรางวัลจากภารกิจไปแม้แต่วันเดียว

                แต่เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับตัวเองและเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดความผิดพลาดจนกลายเป็นการทำลายชื่อเสียงที่เพิ่งจะสร้างขึ้นมาได้ยูเมะจึงทดลองฝึกทวนดูก่อน

                ซึ่งหลังจากเริ่มฝึกยูเมะก็ต้องตกตะลึงอยู่ในใจเมื่อเขาพบว่าความรู้สึกตอนที่เขาฝึกทวนนั้นมีส่วนคล้ายกับตอนที่เขาฝึกกระบี่อยู่ไม่น้อย

                แม้จะเทียบไม่ได้กับความรู้สึกยามใช้กระบี่ที่หลอมรวมเป็นหนึ่งได้ราวกับเป็นส่วนหนึ่งของร่างกาย

                แต่ความรู้สึกว่าใช้ได้คล่องมือและขยับได้ดั่งใจนั้นก็ยังชัดเจนในความรู้สึกจนทำให้ยูเมะเกิดความเชื่อมั่นอย่างเต็มเปี่ยม

                หลังจากซ้อมมือจนมั่นใจเขาก็เริ่มศึกษาพื้นฐานของวิชาทวน จากนั้นหาวิชาทวนที่แตกต่างกัน 10 วิชามาทดลองฝึกแล้ววางแผนแบบเดียวกับตอนที่ฝึกดาบและกระบี่

                หลังจากนั้นการสตรีมก็เริ่มขึ้นครั้งนี้มันกลายเป็นกระแสที่ใหญ่กว่าเดิมเพราะถ้าเทียบกับดาบและกระบี่แล้ว ทวนนับเป็นอาวุธที่มีชื่อเสียงมากจนกล่าวได้ว่าทวนคือ‘ราชาแห่งอาวุธ’

                มันถึงกับมีคำกล่าวที่พูดกันตั้งแต่สมัยโบราณว่าฝึกดาบ 1 ปี ฝึกกระบี่ 10 ปี แต่ทวนต้องฝึกตลอดชีวิต

                คำกล่าวนี้หมายถึงการฝึกฝนให้เชี่ยวชาญนั้นดาบต้องฝึก 1 ปี ส่วนกระบี่ต้องฝึก 10 ปี ขณะที่ทวนนั้นกลับต้องใช้เวลาทั้งชีวิตในการฝึกให้เชี่ยวชาญ

                ด้วยเหตุนี้การที่ยูเมะหยิบทวนมาฝึกต่อจากกระบี่นั้นจึงทำให้เกิดกระแสที่น่าตกตะลึงขึ้นในเว็บไซต์ของศูนย์ฝึกความสนใจของผู้ชมมากมายจึงมารวมกันอยู่ที่ยูเมะ

                แม้จะมีความคิดเห็นที่แตกต่างกันมากมายซึ่งโดยมากเป็นความคิดเห็นในเชิงปรามาส ทั้งยังรุนแรงยิ่งกว่าตอนที่ฝึกกระบี่

                ทว่ายูเมะก็ไม่หวั่นไหวเขาไม่สนใจผลลัพธ์จากการสตรีมเสียด้วยซ้ำ ในสายตาของเขาการสตรีมก็เพื่อให้ได้เงินมาจุนเจือรายได้ของครอบครัวเท่านั้น ส่วนเป้าหมายหลักนั้นคือการฝึกฝนเพื่อออกกำลังกายโดยใช้ภารกิจประจำวันจากหน้าต่างระบบเป็นแนวทางในการดำเนินการ

                ด้วยเหตุนี้จิตใจของยูเมะจึงไม่ได้รับผลกระทบใดๆจากกระแสในโลกอินเทอร์เน็ต เขาไม่หวั่นไหว ไม่สนใจ จิตใจมีแต่ทวนในมือจากนั้นจึงเริ่มฝึกฝน

                เมื่อการฝึกฝนเริ่มต้นกระแสก็ปะทุขึ้นมา คำด่ามีมากกว่าคำชม คำปรามาสแทบจะไหลทะลักท่วมจอ

                แต่เมื่อหลอมรวม1 วิชาสำเร็จ กระแสก็เริ่มเปลี่ยน จากนั้นหลอมรวม 2 วิชา 3 วิชา จนกระทั่ง 5วิชาจนเกิดเป็นเพลงทวนที่ไม่เคยมีใครพบเห็นมาก่อน

                ถึงตอนนั้นกระแสความคิดเห็นก็พลิกกลับแบบถล่มทลายจนความคิดเห็นหายไปชั่วขณะ

                ทว่ายูเมะคล้ายกับไม่ได้สนใจเขาไม่ได้มองความคิดเห็นของผู้ชมด้วยซ้ำ เขาฝึกฝนเพลงทวนอย่างเมามันระเบิดความสามารถทั้งหมดออกมาอย่างเต็มที่ จิตใจหลอมรวมกับอาวุธในมือจนเกิดเป็นสมาธิที่มั่นคง

                สภาวะทั้งหมดพุ่งทะยานขึ้นจนถึงขีดสุดจนหยาดเหงื่อชโลมกายจนกระทั่งดึงดูดสายตาของผู้ชมให้ต้องมาชมดูด้วยตาของตัวเองจากนอกห้องฝึก

                แม้กระทั่งสตริงก็ยังปรากฏตัวด้วยสีหน้าแตกตื่นมันคิดไม่ถึงเลยแม้แต่น้อยว่ายูเมะจะมีความสามารถมากขนาดนี้

                หลังจากนั้นไม่นานข้อความมากมายก็ถูกส่งมาถึงมันมีหลายคำสั่งที่บอกให้มันทาบทามยูเมะให้เข้าร่วมกับโครงการบุตรมังกรโดยเร็ว

                แต่สตริงก็ยังนิ่งเฉยมันตัดสินใจแน่แล้วว่าจะไม่ชวนยูเมะในตอนนี้ แต่ตั้งใจที่จะปล่อยให้ยูเมะฝึกฝนต่อไปอีกสักระยะเพื่อให้เขาสามารถปลดปล่อยศักยภาพออกมาได้อย่างเต็มที่

                ในความคิดของสตริงโครงการบุตรมังกรอาจจะเป็นสิ่งที่ช่วยสนับสนุนยูเมะได้ แต่ในขณะเดียวกันนั้นมันก็สามารถรบกวนเขาได้เช่นกันดังนั้นจึงตัดสินใจรอคอย รอให้ถึงเวลาที่เหมาะสมก่อนจะทาบทามยูเมะให้เข้าสู่โครงการ

                เมื่อคำตอบของสตริงถูกส่งกลับไปผู้อาวุโสของสมาคมก็เดือดดาลขึ้นมาแต่หลังจากนั้นไม่นานความไม่พอใจของเหล่าผู้อาวุโสก็สงบลงเพราะฝีมือผู้อาวุโสของตระกูลหลี่ซุน ซูและหลิว 4 ตระกูลซึ่งเป็นแกนหลักของสมาคมห้าตระกูล

                แต่หลังจากเวลาผ่านไปกระแสที่เกิดขึ้นก็ไม่ได้อ่อนโทรมลงเลย ยูเมะนั้นหลังจากฝึกทวนแล้วเขาก็ไม่จบลงง่ายๆ แต่เริ่มฝึกอาวุธที่คล้ายๆ กันเพิ่มอีกหลายอย่างเพียงแต่ไม่ได้พยายามหลอมรวมวิชาที่แตกต่างเข้าด้วยกัน

                ทั้งนี้ก็เพราะนอกจากดาบกระบี่และทวนแล้วอาวุธอื่นๆ นั้นยากที่จะหาวิชาที่แตกต่างกันได้มากถึง 10 วิชา หรือต่อให้หาได้มันก็ยากที่จะรวมเข้าด้วยกัน ทั้งนี้ก็เพราะวิชาแต่ละอย่างนั้นมีความแตกต่างกันมากจนเกินกว่าที่จะหลอมรวมกันได้

                หรือต่อให้ทำได้มันก็ยากเกินกว่าที่จะทำและไม่คุ้มกับความพยายาม การฝึกของยูเมะนั้น เป็นเพียงการฝึกเพื่อปรับปรุงความชำนาญในการใช้อาวุธเท่านั้น

                โดยไม่รู้ตัวเวลาก็ผ่านไปจนครบ1 เดือนหลังจากที่ได้หน้าต่างระบบ ค่าสถานะของยูเมะก็เพิ่มขึ้นจนถึงจุดที่น่าตกใจ

                ในตอนนี้เขาสามารถเพิ่มไปถึงค่าสถานะหลักได้แล้วและทำให้ค่าสถานะร่างกายและจิตใจเป็น 1.1

                เมื่อค่าสถานะหลัก2 ใน 3 เพิ่มเป็น 1.1 นั้น ยูเมะก็ตระหนักว่าเขากำลังพบกับขีดจำกัดเพราะหลังจากค่าสถานะเพิ่มขึ้นมาจนถึงจุดนี้ภารกิจประจำวันก็ไม่ให้รางวัลเป็นค่าสถานะอีกต่อไป

                ถึงจะไม่รู้ว่าทำไมเขาถึงไม่ได้รางวัลเป็นค่าสถานะอีกแต่ยูเมะก็ยังทำภารกิจประจำวันต่อไปและค่อยๆ พบว่าภารกิจประจำวันของเขานั้นกำลังผลักดันให้เขาก้าวไปยังขอบเขตใหม่

                แต่‘ขอบเขตใหม่’ ที่พูดถึงนั้นคืออะไรยูเมะก็ยังไม่มั่นใจนัก เขาไม่รู้ว่ามันเป็นขอบเขตในการฝึกฝน หรือเป็นขอบเขตของวิถีชีวิตกันแน่

                เหตุผลที่เขาคิดแบบนี้ก็เพราะจนถึงตอนนี้กิจวัตรประจำวันของเขาก็ยังวนเวียนอยู่แต่ที่ศูนย์ฝึกบ้านและสวนสาธารณะ เท่านั้น เขาทำราวกับโลกของเขามีเพียงสถานที่เพียง 3 แห่ง

                นอกเหนือจากนั้นก็มีเพียงร้านค้าที่ขายอาหารสดเครื่องใช้ไฟฟ้า หรือไม่ก็เสื้อผ้าที่เขาจะพาแม่กับน้องสาวไปเที่ยวในวันหยุด

                การที่สามารถพาแม่และน้องสาวไปเที่ยวห้างสรรพสินค้าในวันหยุดและเสื้อเสื้อผ้ากับของใช้ให้กับทั้งสองได้นั้นนับเป็นความสำเร็จสูงสุดในรอบ 1 เดือนของเขาเลยทีเดียว

                ส่วนเรื่องอื่นๆนั้น ยูเมะไม่ได้คิดว่ามันเป็นความสำเร็จที่น่าภูมิใจอะไรไม่ว่าจะเป็นเรื่องของรูปร่างที่ผอมลงอย่างเห็นได้ชัดหรือชื่อเสียงในฐานะของสตรีมเมอร์สายศิลปะการต่อสู้ที่เริ่มโด่งดัง

                สำหรับยูเมะชื่อเสียงในฐานะสตรีมเมอร์เพียงช่วยให้เขามีรายได้มาซื้อของใช้และเสื้อผ้าสวยๆ ให้กับแม่และน้องสาวเท่านั้น

                ส่วนเรื่องลดน้ำหนักนั้นพูดตรงๆ เขายังไม่รู้สึกว่าลดน้ำหนักสำเร็จเลยสักนิดทั้งนี้ก็เพราะน้ำหนักของเขาแทบไม่ได้ลดลงเลยและเกือบจะเพิ่มขึ้นมาด้วยซ้ำ

                สาเหตุที่เป็นแบบนี้ก็เพราะเม็ดอาหารต้นกำเนิดที่แปลกประหลาดกับอาหารเสริมที่เขากินลงไปสองสิ่งนี้ทำให้น้ำหนักตัวของเขาเพิ่มขึ้นมากกว่าการกินอาหารตามปกติเสียอีก

                แต่มันก็ดีตรงที่มันไม่ได้เพิ่มไขมันในร่างกายทำให้รูปร่างของเขาดูผอมลงและกระชับขึ้นมาก ซึ่งเขาคิดว่าหากเขาสามารถเพิ่มค่าสถานะร่างกายได้อีก0.1 หน่วย เขาก็น่าจะผอมเหมือนคนปกติแล้ว

                ‘น่าเสียดายนะ แต่ก็ช่างเถอะจะช้าจะเร็วมันก็ต้องเพิ่มขึ้นสักวัน’

                ยูเมะได้แต่ถอนหายใจด้วยความจนใจเพราะเขาไม่รู้ว่าจะต้องทำยังไงเขาถึงจะสามารถเพิ่มค่าสถานะให้มากกว่านี้ได้

                ขณะที่ยังคิดไม่ออกนั้นภารกิจประจำวันใหม่ก็ปรากฏขึ้นในช่วงเช้าของวันใหม่ ทำให้สีหน้าของยูเมะเปลี่ยนเป็นประหลาดใจหลังจากที่ไม่ได้รู้สึกอะไรกับภารกิจประจำวันมาเกือบครึ่งเดือน

                “ภารกิจหลอมเทพศาสตรา ระยะเวลา 7 วัน รางวัล เพิ่มระดับโหลกาชาปอง”

                หลังจากเห็นเนื้อหาของภารกิจและระยะเวลาที่กำหนด สีหน้าของยูเมะก็เปลี่ยนไป

                ภารกิจนี้เป็นภารกิจแรกที่กำหนดให้เขาต้องทำในเกมออนไลน์และเป็นภารกิจแรกที่มีระยะเวลาให้ทำมากกว่า1 วัน นอกจากนั้นชื่อของภารกิจก็ไม่ได้เขียนว่า ‘ภารกิจประจำวัน’ อีกด้วย

                แต่ที่สำคัญที่สุดเลยก็คือการเปิดเผยของรางวัลของภารกิจ

                ‘ไม่ง่ายซะแล้วสิ หลอมเทพศาสตรางั้นหรือน่ากลัวว่าจะทำไม่ทันแฮะ แต่ก็ยังมีโอกาส’

                แม้ว่าภารกิจนี้จะดูน่าตกใจ แต่เนื่องจากมันไม่ได้ใส่ข้อจำกัดเอาไว้ทำให้ยูเมะพอจะเบาใจได้บ้างเพราะถ้ามันไม่มีข้อจำกัดว่าต้องหลอมเทพศาสตรา ‘ใหม่’ เขาก็สามารถหลอม ‘ดาบเทพอสูร’เล่มใดเล่มหนึ่งใน 6 เล่มที่เขาเคยหลอมได้

                ด้วยสูตรการสร้างที่มีอยู่แล้วมันจึงไม่ยากที่จะสร้างขึ้นมาใหม่อีกเล่มหนึ่ง

                แต่มันก็มีปัญหาอยู่เหมือนกันทั้งนี้ก็เพราะว่าวัตถุดิบสำคัญที่ต้องใช้ในการสร้างดาบระดับเทพศาสตรานั้นไม่ใช่วัตถุดิบที่จะได้มาง่ายๆ โดยล่าบอสเพียงแค่ไม่กี่ตัว

                วัตถุดิบสำคัญที่จะหลอมเทพศาสตราขึ้นมาได้นั้นจำเป็นต้องผ่านภารกิจระดับเทพ ซึ่งต้องตะลุยเข้าไปในดินแดนเทพซึ่งมีระดับความยากที่สูงมากจำนวนมอนเตอร์ที่ต้องสู้ด้วยก็มีเยอะมาก ทั้งยังต้องต่อสู้กันนานหลายวันกว่าจะสามารถเข้าไปถึงตัวบอสสุดท้ายซึ่งอยู่ในระดับเทพเจ้าได้

                ซึ่งการจะไปถึงขั้นนั้นได้หากไม่มีสกิลระดับ ‘ปรมาจารย์’ และอาวุธระดับ ‘วีรชน’ แล้วละก็มันแทบจะเป็นไปไม่ได้เลยทีเดียว

                สำหรับยูเมะในตอนนี้ตัวละครอาชูร่าของเขามีสกิลระดับปรมาจารย์เพียงสกิลดาบเท่านั้นส่วนอาวุธระดับวีรชนนั้น เขาไม่มีอยู่เลยแม้แต่ชิ้นเดียว

                สาเหตุที่เป็นแบบนั้นก็เพราะหนทางที่จะหลอมสร้างเทพศาสตราขึ้นมานั้นจำเป็นต้องหลอมขึ้นมาจากอาวุธระดับวีรชน ส่งผลให้อาวุธระดับวีรชนทั้งหมดที่เขามีถูกนำไปใช้หลอมเป็นเทพศาสตราทั้ง6 เล่มไปแล้ว

                ‘ไม่ดีเลยแฮะ ถ้านับจากวัตถุดิบที่มีในคลัง..บางทีอาจจะหลอมได้แบบฉิวเฉียดเลยแต่ดาบเล่มเดียวจะใช้สกิลได้สักกี่สกิลกันนะ’

                คิดแล้วยูเมะก็ได้แต่ถอนหายใจ แต่หลังจากถอนหายใจออกมา รอยยิ้มของเขาก็ยกสูงขึ้นดวงตาทอประกายวาววับเต็มไปด้วยความตื่นเต้นยินดี

                ‘ถึงจะยาก แต่มันก็น่าตื่นเต้นดีจริงๆไม่ได้รู้สึกตื่นเต้นแบบนี้มานานเท่าไหร่แล้วนะ’

                หลังจากหยุดคิดไปครู่หนึ่งเขาก็เริ่มวางแผน จากนั้นส่งข้อความไปหาเพื่อนของเขาทั้งเมโลดี้ อัลเบิร์ต นิกกี้และคนสุดท้าย ชีอา

                แม้จะไม่มั่นใจนักว่าสกิลของชีอาจะพอไปไหวแต่ถ้าพูดถึงความสามารถในการต่อสู้ของเธอแล้ว ชีอานับได้ว่าเป็นคนที่มีทักษะการต่อสู้โดดเด่นไม่แพ้ใครยูเมะจึงตัดสินใจส่งข้อความไปหาเธอด้วยอีกคน

                ข้อความที่ส่งไปนั้นเป็นข้อความสั้นๆที่ชวนให้ทุกคนรวมทีมกันไปตะลุยดินแดนเทพหลังจากที่ไม่ได้ไปเสียนาน

                หลังจากส่งข้อความไปได้ไม่นานก็มีข้อความตอบกลับมา เมโลดี้นั้นตอบรับสั้นๆ เพียงคำเดียวแต่ก็ทำให้ยูเมะยิ้มกว้าง อัลเบิร์ตกับนิกกี้ก็ตอบรับกลับมาแต่ก็มีคำถามตามมาเล็กน้อยเพราะทั้งสองไม่เข้าใจว่าทำไมอยู่ๆ ถึงได้มาชวนไปดินแดนเทพ

                สุดท้ายคือชีอาที่ถามกลับมาด้วยความสงสัยว่าดินแดนเทพคืออะไรซึ่งก็ไม่ใช่เรื่องแปลกอะไรสำหรับชีอาที่เพิ่งจะเล่นเกมมาได้ไม่ถึงเดือนดี

                

    คล้ายกับเรื่องYume ราชันไร้บัลลังก์ ที่คุณอ่าน