บทที่ 5 เป็แม่เลี้ยงไม่ใช่เื่ง่าย
เมื่อเย็นตอนทำอาหารได้จุดเตาไฟไว้ เตียงเตาจึงยังอุ่นมาก การนอนบนเตียงทำให้ร่างกายอุ่นจากหัวจรดเท้า รู้สึกสบายมาก
ในศตวรรษที่ 21 นางเคยนอนบนที่นอนสปริง ไม่คิดว่าในสมัยโบราณจะได้นอนบนเตียงเตา แม้จะแข็งไปหน่อย แต่ความอบอุ่นก็ทำให้นางรู้สึกดีมาก!
ยุคโบราณใช้ตะเกียงน้ำมันก๊าดส่องแสงสว่าง แต่บ้านหลังนี้ยากจนเสียจนซื้อน้ำมันก๊าดไม่ได้ มีเพียงตะเกียงเปล่า ๆ หนึ่งอันวางเดียวดายอยู่บนโต๊ะ
แสงสว่างที่มีคือแสงจันทร์ที่ส่องผ่านหน้าต่างเข้ามาเท่านั้น
ข้างกายมีเสียงกรนเบา ๆ ของเ้าตัวน้อยทั้งสองดังแว่วมา
ในสถานที่ใหม่ นางยังนอนไม่ค่อยหลับ พลิกตัวไปมาพลางคิดคำนวณว่าจะหาเงินได้อย่างไร
เมื่อถึงยามเช้าฉู่ชิงเฉินฉวยโอกาสตอนที่เด็กน้อยยังไม่ตื่น ลุกขึ้นเดินไปที่ห้องครัว ต้มน้ำหม้อหนึ่ง
หลังจากน้ำเดือดแล้ว นางก็ตักน้ำมาหนึ่งกระบวย ผสมกับน้ำเย็นในอ่างล้างหน้า แล้วล้างหน้า
ในบ้านไม่มีข้าวสารเหลือแม้แต่เม็ดเดียว เพื่อแก้ปัญหาอาหารเช้าให้กับเด็กทั้งสอง นางจำใจต้องใช้พลังจิต หยิบบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปสามกล่องออกมาจากมิติ
บะหมี่กึ่งสำเร็จรูปนี้ เป็ของที่นางเก็บสะสมไว้ในวิลล่า นึกไม่ถึงเลยว่าจะได้นำมาใช้ประโยชน์
ฉู่ชิงเฉินเปิดฝากล่องบะหมี่ฯ ทั้งสามตามลำดับ ตักน้ำร้อนใส่ลงไป แล้วปิดฝาแช่ไว้สักสองสามนาที
ในระหว่างนั้น นางเตรียมจะไปปลุกเด็กน้อยทั้งสองคนให้มากินข้าว เพราะถ้าบะหมี่แช่น้ำนานเกินไปก็จะไม่อร่อย
"ถวนเป่า หยวนเป่า อย่ามัวแต่นอนเลย พระอาทิตย์ส่องก้นแล้ว ลุกขึ้นมากินข้าวเร็ว"
"ท่านแม่ หยวนเป่าไม่ได้ตั้งใจนอนตื่นสายนะ เตียงเตามันอุ่นสบายมาก เลยเผลอหลับเพลินไปหน่อย ข้าจะรีบลุกเดี๋ยวนี้ ท่านอย่าตีข้านะ"
หยวนเป่ายังไม่ทันเปิดตา ก็รีบลุกขึ้นมาสวมเสื้อผ้าอย่างเร่งรีบ
"แม่พูดหลายครั้งแล้วว่า ต่อไปจะไม่ตีพวกเ้าอีก ถ้าเ้ายังพูดเื่นี้อยู่อีก แม่จะโกรธจริง ๆ นะ"
ฉู่ชิงเฉินได้แต่ถอนหายใจอย่างจนปัญญา ไม่เข้าใจว่าทำไมเด็กหญิงตัวน้อยถึงคิดเสมอว่านางจะตี
"หยวนเป่าจะไม่พูดแบบนี้อีกแล้ว"
"แบบนี้สิ ถึงจะว่านอนสอนง่าย"
ฉู่ชิงเฉินลูบหัวของนาง แล้วอุ้มเด็กหญิงลงจากเตียง
หางตาของนางเห็นถวนเป่าที่กำลังใส่เสื้อผ้าอยู่ บนตัวเขาเต็มไปด้วยรอยแผล น่าะเืใจยิ่งนัก รอยแผลเก่าเริ่มตกสะเก็ดแล้ว แต่ยังมีแผลใหม่ที่ยังมีเืและน้ำเหลืองไหลออกมา
เ้าของร่างเดิมเป็แม่เลี้ยงใจร้ายจริง ๆ ทำร้ายเด็กอายุห้าขวบจนเป็แบบนี้ ไม่แปลกที่จะโดนฟ้าผ่าตาย
ความแค้นของเ้าของร่างเดิม ดูเหมือนจะรับรู้ความคิดของนาง และเริ่มปั่นป่วนขึ้นมาในร่างอีกครั้ง
ฉู่ชิงเฉินไม่สนใจแรงพยาบาทเลยแม้แต่น้อย เพียงแค่นางท่องคาถาชำระจิตออกมา ก็สามารถระงับแรงพยาบาทได้ทันที
นางสัญญากับเ้าของร่างเดิมว่า จะตามหาคนที่ทำให้อีกฝ่ายตาย เพื่อให้ดวงิญญาได้สงบ และไปผุดไปเกิดอย่างราบรื่น ดังนั้น นางจะต้องทำให้ได้ แต่นางรังเกียจวิธีการทารุณเด็กของเ้าของร่างเดิม
าแของถวนเป่า หากไม่ได้รับการรักษาจะเกิดหนองและติดเชื้อ ถ้ารักษาไม่ดีก็อาจมีไข้ ซึ่งเป็อันตรายถึงชีวิต
นางสอดมือเข้าไปในแขนเสื้อ แต่จริง ๆ แล้วกำลังหยิบสำลีทางการแพทย์และน้ำยาฆ่าเชื้อออกมาจากมิติ
ยารักษาที่ใช้บ่อย ๆ เหล่านี้ เป็ของที่นางเตรียมไว้นานแล้ว
หญิงสาวใช้มือข้างหนึ่งจับข้อมือของถวนเป่าไว้ เพราะกลัวว่าเขาจะดิ้น ส่วนมืออีกข้างถือสำลีชุบน้ำยาฆ่าเชื้อ เช็ดแผลของเขาเบา ๆ เพื่อฆ่าเชื้อโรค
"ผู้หญิงใจร้าย ท่านจะทำร้ายข้าอีกแล้วใช่ไหม? เอาอะไรดำ ๆ มาทาบนตัวข้ากัน?"
ถวนเป่าไม่รู้ว่าเหตุใดผู้หญิงคนนี้ถึงมีแรงเยอะนัก ถูกนางจับข้อมือไว้จนขยับไม่ได้ พอเห็นนางเอาอะไรบางอย่างมาทาบนแผลก็คิดว่าเป็ของที่จะทำร้ายตน ในใจจึงหวาดกลัวมาก
"อย่าดิ้นสิ แม่ทำเพื่อดีกับเ้าทั้งนั้น ถ้าแผลนี้ไม่รีบรักษาั้แ่ตอนที่ยังไม่หนัก ระวังจะเป็แผลเป็ แล้วโตขึ้นมาจะหาภรรยาไม่ได้นะ"
ฉู่ชิงเฉินขู่เขา แล้วเด็กน้อยก็เริ่มเชื่อฟังอย่างเห็นได้ชัด เพียงไม่นาน นางก็ดูแลาแเสร็จเรียบร้อย
"ถวนเป่า ใส่เสื้อผ้าให้เรียบร้อย แล้วพาน้องสาวไปล้างหน้าล้างมือมากินอาหารเช้า"
ถวนเป่าค่อนข้างเชื่อฟังอย่างหาได้ยาก เขาไม่ได้พูดอะไรมาก แค่ใส่เสื้อผ้าเรียบร้อย แล้วจูงมือน้องสาวไปล้างหน้า
ฉู่ชิงเฉินเดินไปที่โต๊ะอาหาร เปิดฝาบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปออก ทันใดนั้น กลิ่นหอมเข้มข้นของเนื้อวัวผสมกับไอร้อนก็โชยมากระทบจมูก
นางสูดดมแรง ๆ นี่แหละคือกลิ่นที่ใช่
"ท่านแม่ บะหมี่อะไรถึงหอมขนาดนี้หรือ?"
หยวนเป่ามองจากระยะไกล กลิ่นหอมยั่วยวนจนน้ำลายไหล ก้นยังนั่งไม่ทันนิ่งดี ก็อดใจไม่ไหวลงมือกินทันที
"ท่านแม่ไปหาบะหมี่มาจากที่ไหน อร่อยมากเลย"
ฉู่ชิงเฉินที่กินอิ่มแล้ว มองดูเ้าตัวน้อยทั้งสองก้มหน้าก้มตากินอาหาร พวกเขาไม่ยอมเงยหน้าขึ้นเลยสักครั้ง สุดท้ายก็ดื่มน้ำแกงจนหมด ไม่เหลือแม้แต่หยดเดียว แทบจะกินถ้วยบะหมี่ฯ เข้าไปด้วย
ท่าทางแบบนี้ ทำให้หัวใจนางละลายเลยทีเดียว
"บะหมี่กับแตงเหลืองเหล่านี้ เป็ของขวัญจากซานตาคลอสส่งมาให้"
ฉู่ชิงเฉินปดหน้าตาย นางคงบอกไม่ได้หรอกว่า เอาออกมาจากมิติ
เด็ก ๆ ปากไม่แข็งแรง หากเผลอพูดออกไป นางคงไม่พ้นถูกกล่าวหาว่าเป็ปีศาจ แล้วโดนจับไปศึกษาวิจัย
"ท่านแม่ ซานตาคลอสเป็ใครหรือ? ทำไมถึงใจดีส่งของกินมาให้พวกเรา?"
หยวนเป่าถามด้วยความสงสัยเต็มใบหน้า ั้แ่มารดาเปลี่ยนไปเป็คนดี นางก็อยากใกล้ชิดกับท่านแม่มากขึ้น เด็กน้อยกะพริบตาโตที่สว่างยิ่งกว่าดวงดาว รอคอยคำตอบด้วยความคาดหวัง
"ซานตาคลอสก็คือท่านตาใจดีคนหนึ่ง เขาจะมอบของขวัญให้กับเด็ก ๆ ที่ไม่ร้องไห้ ไม่โวยวาย และประพฤติตัวดี ถ้าหยวนเป่าเป็เด็กดีและเชื่อฟังคำแม่ ซานตาคลอสก็จะมามอบของขวัญให้อีก"
"ท่านแม่ ข้าจะเป็เด็กดี"
หยวนเป่าฟังอย่างตั้งใจ ไม่รู้สึกว่าคำพูดของมารดามีอะไรผิดปกติเลยสักนิด
ผิดกับถวนเป่าที่อยู่ข้าง ๆ ที่ดูเหมือนจะครุ่นคิดอะไรบางอย่าง
ฉู่ชิงเฉินเห็นเด็กทั้งสองเชื่อคำพูดของนาง มุมปากจึงปรากฏรอยยิ้มน้อย ๆ... เด็กนี่หลอกง่ายจริง ๆ
"ข้าวสารบ้านเราหมดแล้ว แม่ต้องไปเก็บสมุนไพรที่หลังเขาเพื่อเอาไปแลกเงินในเมือง มีเงินแล้วถึงจะซื้อข้าวกลับมาได้ ไม่อย่างนั้น พวกเราจะต้องหิวแน่ ถวนเป่า เดี๋ยวเอากล่องบะหมี่ไปยัดในช่องเตาไฟ อย่าให้คนอื่นเห็นนะ ไม่อย่างนั้นจะอธิบายลำบาก ดูแลน้องสาวให้ดี แม่จะรีบกลับมา"
ฉู่ชิงเฉินกำชับลูกชายเสร็จแล้ว ถึงได้วางใจออกจากบ้าน
นางพบตะกร้าสะพายหลังเก่า ๆ อันหนึ่งในลานบ้าน จึงก้มหยิบขึ้นมา แล้วเด็ดหญ้าที่ติดอยู่ที่ตะกร้า พร้อมทั้งสะบัดฝุ่นออก แล้วสะพายไว้ที่หลัง ใช้แก้ขัดไปก่อน รอมีเงินค่อยซื้อใบใหม่
นางเดินวนรอบลานบ้านหนึ่งรอบ แต่ก็ไม่พบเคียว พลั่ว หรือเครื่องมืออื่น ๆ ที่จำเป็ต้องใช้บนูเา
จากความทรงจำของเ้าของร่างเดิม พี่สะใภ้จางบ้านข้าง ๆ เป็คนใจดีมีน้ำใจ ปกติเมื่อเ้าของร่างเดิมไม่อยู่ พี่สะใภ้จางมักจะช่วยดูแลเด็ก ๆ และส่งเสบียงมาให้เสมอ
ฉู่ชิงเฉินคิดว่าจะไปยืมเครื่องมือจากพี่สะใภ้จางดู คงไม่ถูกปฏิเสธกระมัง?
นางกระแอมเบา ๆ แล้วะโข้ามรั้วลานบ้านไปยังบ้านข้าง ๆ เพราะชาติก่อนนางไม่เคยขอยืมของใครเลย จึงรู้สึกตื่นเต้นเล็กน้อย
"พี่สะใภ้จาง อยู่บ้านไหม? ข้าขอยืมของหน่อย!"
ไม่นานก็มีชายร่างผอมเดินออกมาจากในบ้าน ไม่ใช่พี่สะใภ้จาง แต่เป็สามีของนางนามว่าเหล่าหลี่
"เ้านี่มันไร้ยางอายจริง ๆ เดือนที่แล้วยืมเงินไปยี่สิบอีแปะยังไม่คืนเลย แล้วยังจะมาขอยืมอีก ยืมไปก็ไม่ได้เอาไปใช้อะไรให้เป็เื่ ปล่อยให้ลูกสองคนอยู่บ้านไม่ดูแลไม่สนใจ แต่ตัวเองเอาเงินที่ยืมไปเที่ยวเตร่ข้างนอก บ้านข้าเองยังกินไม่อิ่มเลย จะมีเงินเหลือที่ไหนให้เ้าไปผลาญเล่น รีบไสหัวไปซะ!"
ใบหน้าของเหล่าหลี่เต็มไปด้วยความโกรธจัด และไล่นางด้วยท่าทีไม่พอใจ เขาเห็นผู้หญิงคนนี้แล้วไม่เคยรู้สึกดีเลย เพราะมักจะเห็นนางตีลูกอยู่บ่อย ๆ
"ข้าแค่มายืมเคียวกับพลั่วเท่านั้น ที่บ้านไม่มีอะไรกินแล้ว อยากจะขึ้นเขาไปหาสมุนไพรมาขาย ไม่ให้ยืมก็ไม่ให้ยืม แต่ทำไมต้องด่าข้าทันทีที่เปิดปากด้วย เงินยี่สิบอีแปะที่ติดค้างท่านไว้ ท่านวางใจได้ ข้าจะคืนให้ทุกอีแปะไม่ขาดแม้แต่อีแปะเดียว"
ฉู่ชิงเฉินก็ไม่พอใจมาก ถ้าไม่ใช่เพราะเห็นว่าชายตรงหน้าเป็คนใจดี เพียงแต่เขาทนพฤติกรรมของเ้าของร่างเดิมไม่ได้ ถึงได้มีความประทับใจที่ไม่ดีต่อนาง หากเป็นางในเมื่อก่อน ถ้ามีคนกล้าด่าให้นางไสหัวไป นางคงตบสั่งสอนไปแล้ว ไม่ปล่อยไว้หรอก
แม้ว่าเงินยี่สิบอีแปะนั้นจะเป็เงินที่เ้าของร่างเดิมยืมไป แต่ในเมื่อนางได้ร่างกายของเ้าของร่างเดิมแล้ว นางย่อมไม่คิดจะเบี้ยวหนี้
"เอ่อ... เ้าไม่ได้จะมายืมเงินหรอกหรือ?"
พอเหล่าหลี่ได้ยินนางพูดแบบนั้น ท่าทีของเขาก็อ่อนลง และไม่ดุดันเหมือนเมื่อครู่อีก