เตาหลอมราชันมาร

    บทที่ 41 ผู้ใดจะช่วยเจ้าได้?

    บทที่ 41 ผู้ใดจะช่วยเจ้าได้?


    "เหตุใดไม่กล่าวแต่แรกเล่า หากข้ารู้ว่าตนเองแข็งแกร่งเพียงนี้ ข้ายังจะเกรงกลัวเหล่าปลาเล็กพวกนี้อีกหรือ"


    ซูฝานต่อสู้อย่างบ้าคลั่ง


    แท้จริงแล้วที่เขาสามารถสังหารอย่างป่าเถื่อนเช่นนี้ได้ มิใช่เพียงเจตจำนงศึกเท่านั้น


    หากยังมีก้อนอิฐอีกด้วย!


    แม้ก้อนอิฐนี้จะไม่ใช่ศาสตราวิญญาณ แต่ความแข็งแกร่งมิได้ต่างจากศาสตราวิญญาณเลย ร่างกายที่เป็นเนื้อหนังจะทนต่อการโจมตีของศาสคราวิญญาณได้อย่างไร


    แต่กระนั้น! 


    แม้จะมีก้อนอิฐวิเศษ แม้จะมีเจตจำนงศึกที่แข็งแกร่ง แต่มีผู้กล่าวไว้ว่า “ฝูงชนย่อมยากจะต้านทาน”


    จำนวนคู่ต่อสู้ของเขามากเกินไป


    บาดแผลบนร่างกายของซูฝาน ก็ยิ่งหนักขึ้นทุกที


    ในที่สุด!


    เขาก็ดูราวกับมนุษย์โลหิต!


    ถึงกระนั้น แม้ทั่วร่างจะมีบาดแผลนับสิบ เขาก็ยังมิได้ล้มลง ดุจดั่งแมลงสาบที่ไม่มีวันตาย


    อิฐในมือของเขา ก็ย้อมไปด้วยสีโลหิต แผ่ซ่านกลิ่นอายแห่งความอำมหิตออกมาอย่างแผ่วเบา


    "อ๊าก..."


    สุดท้าย!


    คนสุดท้ายก็ล้มลงในทะเลโลหิต สิ้นลมหายใจ


    ซูฝานยืนตระหง่านอย่างโอหัง


    เลือดเปรอะเต็มตัว เต็มใบหน้าราวกับเทพสงครามหวนมา อำมหิตราวกับอสูรกำลังเกรี้ยวกราด


    "ช่างบ้าคลั่งเสียจริง!"


    “ผู้ที่อยู่ในขอบเขตหลอมกายาขั้นบริบูรณ์ถึงยี่สิบสามคน กลับต้องมาตายด้วยน้ำมือของเขา!”


    เหล่าศิษย์ที่ทยอยเข้ามาในถ้ำหมื่นอสูรเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ


    ไม่มิมีใครยกเว้น เมื่อมองไปยังซูฝานที่ยืนอยู่ท่ามกลางซากศพจิตใจก็ราวกับคลื่นที่โหมกระหน่ำ


    จะใช้ปีศาจมาบรรยายถึงคนผู้นี้ ก็ยังไม่นับว่าเกินจริง


    สวีเจียวเจียวถึงกับหวาดกลัวจนขวัญหนีดีฝ่อ ใบหน้าซีดเผือด ตัวสั่นเทา


    ไม่คาดคิดเลยว่า เหล่าศิษย์พี่ศิษย์น้องมากมายจะถูกไอ้ขยะนี่ สังหารไปจนหมดสิ้น!


    เขายังเป็นมนุษย์อยู่หรือ?


    หรือจะเป็นปีศาจกันแน่?


    หวังลี่และจ้าวอวี่ก็เช่นกัน ถึงกับหยุดฝีเท้าโดยมิรู้ตัว เงยหน้าขึ้นมองไปยังซูฝาน


    สวรรค์!


    ต่อไปนี้ หากผู้ใดกล้ากล่าวหาคนผู้นี้ว่าเป็นขยะ ข้าจะสู้ตายกับมัน!


    ขยะจะสามารถสังหารศัตรูข้ามบระดับได้?


    ขยะที่ไหนเล่าจะสามารถบรรลุขอบเขตหลอมกายาขั้นบริบูรณ์ได้ในเวลาเพียงสองเดือน?


    หากซูฝานเป็นขยะ แล้วพวกเขาล่ะเป็นอะไร?


    "ไร้ค่ายิ่งกว่าขยะหรือ?"


    "ฮ่า ๆ!"


    ซูฝานยิ้มยิงฟัน แม้แต่ฟันก็ยังเปื้อนไปด้วยเลือด ก้าวเดินไปยังสวีเจียวเจียว


    แท้จริงแล้ว เขานั้นอ่อนแรงยิ่งนัก แม้แต่จะก้าวเดินยังแทบไร้เรี่ยวแรง


    อาศัยเพียงความมุ่งมั่นอันน่าทึ่งเท่านั้น จึงยังมิได้ล้มลง


    แต่สวีเจียวเจียวมิได้ล่วงรู้ นางคิดว่าซูฝานยังมีพลังเหลือ ร่างกายจึงสั่นเทิ้ม จนถึงกับทรุดตัวนั่งลงกับพื้น


    จากนี้จะเห็นได้ชัด


    บัดนี้ในใจของนางนั้น หวาดกลัวเพียงใด?


    ซูฝานยิ้มเยาะแล้วพูดว่า "ราชินีแห่งการเลีย เจ้าไม่ชอบเลียหรอกหรือ บัดนี้รีบมาเลียให้ข้าสักที บางทีข้าอารมณ์ดี อาจไม่ฆ่าเจ้าก็ได้"


    "อย่า... อย่าฆ่าข้า..."


    สวีเจียวเจียวถอยหลังอย่างตกใจ หันไปมองยังจ้าวอวี่ตะโกนว่า "ศิษย์พี่จ้าวอวี่ช่วยข้าด้วย!"


    จ้าวอวี่ตะโกนว่า “หวังลี่ ข้าจะถ่วงเวลาเหลิ่งเยว่ไว้ เจ้าจงรีบสังหารซูฝาน!”


    ไอ้ร่างวิญญาณไร้ค่านี้ มิอาจปล่อยไว้ได้!


    ดวงตาของหวังลี่ฉายแววเย็นเยียบ


    ง้างธนูขึ้นใส่ลูกธนู ชั่วพริบตาเดียวก็สำเร็จ


    ฟิ้ว!


    ลูกธนูสีดำนั้นทะยานผ่าห้วงอากาศในทันที พุ่งไปยังซูฝานด้วยความโกรธเกรี้ยว


    ซูฝานมิได้สนใจแต่อย่างใด


    เพราะเขารู้ดี ว่าศิษย์พี่ใหญ่จะออกมือ


    เป็นดังคาด!


    พร้อมกับเสียงกระบี่คำราม กระบี่น้ำแข็งก็หลุดจากมือปลดปล่อยแสงอันเจิดจ้า พุ่งเข้าสกัดกั้นลูกธนูสีดำ


    "เจ้าช่วยมันไม่ได้หรอก!!"


    จ้าวอวี่ตะโกนอย่างดุดัน


    หอกทองคำ พุ่งเข้าใส่กระบี่น้ำแข็ง


    “เจ้าจงดูแลตัวเองก่อนเถิด!”



    เหลิ่งเยว่กล่าวอย่างเย็นชา พลังบ่มเพาะที่กดไว้ก็พลันระเบิดออก นางก้าวเท้าเข้าไปคว้าหอกทองคำไว้ กำลังแขนก็สั่นสะเทือน พลังอันน่าสะพรึงกลัวก็พุ่งออกไปอย่างรุนแรง


    สีหน้าของจ้าวอวี่แปรเปลี่ยน กระอักเลือดออกมาคำใหญ่ ร่างทั้งร่างก็กระเด็นออกไปในทันที


    ในเวลาเดียวกัน


    กระบี่น้ำแข็งกระบี่ก็สกัดลูกธนูสีดำเอาไว้ได้


    "เป็นไปได้อย่างไร?"


    หวังลี่คว้าลูกธนูสีดำที่บินกลับมาได้ แล้วหันไปมองไปที่จ้าวอวี่ที่กำลังชนเข้ากับต้นไม้ใหญ่ ดวงตาเต็มไปด้วยความไม่อยากเชื่อ


    "กลิ่นอายนี้..."


    “ศิษย์พี่เหลิ่งเยว่ ดูเหมือนจะทะลวงสู่ขอบเขตขยายเส้นลมปราณขั้นกลางแล้ว?"


    ทุกคนต่างตกตะลึง


    หวังลี่เร่งรีบหันกลับไปมองไปที่เหลิ่งเยว่และสั่นสะท้านไปทั้งกายและใจโดยไม่รู้ตัว


    ถูกต้องแล้ว!


    พลังปราณที่เหลิ่งเยว่ปลดปล่อยออกมาในยามนี้ ก็คือขอบเขตขยายเส้นลมปราณขั้นกลาง!


    สตรีผู้นี้ทะลวงได้อีกแล้วงั้นหรือ?


    "เป็นไปไม่ได้!"


    "เป็นไปไม่ได้เด็ดขาด!"


    จ้าวอวี่ลุกขึ้นมาจากพื้น มองเหลิ่งเยว่อย่างไม่วางตา


    “สมกับเป็นศิษย์ของเซวียฉางซาน แม้แต่คำว่า ‘เป็นไปไม่ได้’ ยังกล่าวออกมาได้เฉกเช่นคนเสียสติ”


    มุมปากของซูฝานยกขึ้น


    เพราะเซวียฉางซานและจ้าวอวี่ ทำให้ตอนนี้เขารู้สึกเบื่อหน่ายที่สุดเมื่อได้ยินสองคำนี้ “เป็นไปไม่ได้” และ “เป็นไปไม่ได้เด็ดขาด”


    "ไม่มีอะไรที่เป็นไปไม่ได้"


    เหลิ่งเยว่มองจ้าวอวี่และหวังลี่ด้วยสายตาเฉยชา ปราณน้ำแข็งจากทั่วทุกสารทิศ ก็ไหลมารวมกันดังกระแสน้ำ


    ต้นไม้และหญ้าพลันถูกแช่แข็งในพริบตา!


    พื้นที่แห่งนี้ก็พลันเข้าสู่ฤดูหนาวในชั่วพริบตา ผู้คนที่อยู่ในที่นั้นต่างสั่นสะท้านด้วยความหนาว


    ดวงตาของจ้าวอวี่สั่นระริก แม้แต่หอกทองคำก็ยังไม่เอา หันหลังวิ่งหนีไปในทันที


    เห็นดังนั้น


    หวังลี่ก็สะดุ้ง รีบหันหลังวิ่งหนีตามไปอย่างไม่คิดชีวิต


    “นี่พวกมันหนีไปแล้วงั้นหรือ?”


    “พูดจาเหลวไหล หากไม่หนีจะรอให้ตายรึ?”


    "คิดว่าทุกคนเหมือนซูฝานสามารถฆ่าศัตรูข้ามระดับได้หรือ?"


    มองดูร่างอันน่าเวทนาของจ้าวอวี่และหวังลี่ ทุกคนต่างถอนหายใจด้วยความรู้สึกเศร้าใจ


    ไม่คิดเลยว่าสถานการณ์จะพลิกผันมาถึงจุดนี้


    เหล่าศิษย์ยี่สิบคนจากยอดเขาที่หนึ่งและยอดเขาที่เก้า ถูกซูฝานสังหารทั้งหมด และศิษย์พี่ใหญ่สองคนอย่างหวังลี่และจ้าวอวี่บัดนี้ก็กำลังหนีอย่างหัวซุกหัวซุน


    บทสรุปเช่นนี้ ช่างน่าประหลาดใจยิ่งนัก


    เหลิ่งเยว่จะปล่อยให้พวกเขาหนีไปได้อย่างไรกัน


    แน่นอนว่าไม่มีทาง!


    ตั้งแต่ครั้งอยู่ตำหนักทรัพยากร เหลิ่งเยว่ก็ประสงค์จะสังหารจ้าวอวี่แล้ว


    องคุลีมังกรผงาด!


    นางยกแขนขึ้น แล้วชี้นิ้วชี้ลงไปในอากาศ


    ปราณน้ำแข็งโดยรอบ แปรเปลี่ยนเป็นมังกรน้ำแข็ง พัดพาเอาความหนาวเย็นไปคำรามใส่ทั้งสองคน


    ในดวงตาของจ้าวอวี่ฉายแววอำมหิต เขาฉวยโอกาสที่หวังลี่เผลอ หันกลับมากดมือทั้งสองลงบนหน้าอกของหวังลี่ แล้วผลักออกไปอย่างแรง


    "จ้าวอวี่!"


    หวังลี่คำรามอย่างโกรธเกรี้ยว ร่างทั้งร่างก็ถูกมังกรน้ำแข็งพัดกระเด็นไป


    “เจ้าตายคนเดียว ดีกว่าพวกเราตายทั้งคู่ วางใจเถิด ข้าจะล้างแค้นให้เจ้าเอง”


    จ้าวอวี่แสยะยิ้ม แล้วหันหลังวิ่งหนีเข้าป่าไปโดยไม่หันหลังกลับมา


    "จ้าวอวี่แม้ตายเป็นผีข้าก็จะไม่ปล่อยเจ้าเด็ดขาด..."


    พร้อมกับเสียงร้องโหยหวนอย่างสิ้นหวัง มังกรน้ำแข็งก็สังหารมาถึง ครึ่งร่างของหวังลี่ก็พลันระเบิดออกในความว่างเปล่า เลือดเนื้อกระจัดกระจาย


    ยังคงเหลือเพียงศีรษะ


    ดวงตาคู่หนึ่งเต็มไปด้วยความแค้น มิอจหลับลงได้!


    ส่วนจ้าวอวี่ ก็ฉวยโอกาสหายเข้าไปในป่า


    "หวังลี่มาเพื่อช่วยมัน แต่เมื่อยามเผชิญอันตราย มันกลับมิได้ช่วยหวังลี่ แต่กลับใช้หวังลี่เป็นเครื่องสังเวย!”


    "จ้าวอวี่ผู้นี้ ช่างโหดร้ายนัก!"


    การกระทำเช่นนี้ของจ้าวอวี่บรรดาผู้คนที่อยู่ในที่นั้นต่างพากันแสดงสีหน้ารังเกียจออกมา


    ซูฝานเองก็ยังตะลึงงัน


    โลกการบำเพ็ญเพียรนี้ โหดร้ายถึงเพียงนี้เชียวหรือ?


    เมื่อครู่ยังร่วมต่อสู้กันอยู่ บัดนี้กลับหักหลังกันได้? ช่างไร้หัวใจเสียจริง


    เหลิ่งเยว่กลับดูเหมือนจะคุ้นชินกับสิ่งนี้แล้ว จิตใจอันสงบนิ่ง ไม่มีคลื่นใด ๆ ก่อตัวขึ้น


    นางก้าวเท้าเตรียมไล่ฆ่าจ้าวอวี่


    เมื่อเห็นซูฝานที่เต็มไปด้วยบาดแผล นางก็ลังเลเพียงเล็กน้อย ก่อนจะหยุดลง หยิบหอกทองยาวที่อยู่บนพื้นขึ้นมา แล้วเดินไปหาซูฝาน


    "สาวน้อยผู้นี้ดีนะ เยือกเย็นและมีเหตุผล"


    ต้าเฮยโก่วพยักหน้าในใจ


    หากหากหากเหลิ่งเยว่ไปไล่ฆ่าจ้าวอวี่ซูฝานก็จะต้องเผชิญกับปัญหาใหญ่แน่


    เพราะในหมู่ผู้คนที่ยืนดูอยู่นั้น ยังมีศิษย์จากยอดเขาที่หนึ่งและยอดเขาที่เก้าซ่อนตัวอยู่ไม่น้อย


    เมื่อเหลิ่งเยว่จากไป พวกนี้ย่อมรออกโอกาสโจมตีอย่างแน่นอน


    และมิใช่เพียงศิษย์จากยอดเขาที่หนึ่งและยอดเขาที่เก้าเท่านั้น 


    ศิษย์จากยอดเขาอื่น ๆ ก็จะลงมือสังหารซูฝานเช่นกัน 


    เพราะความเร็วในการบำเพ็ญเพียรของซูฝานนั้นรวดเร็วเกินไป 


    บนตัวเขาต้องมีของวิเศษซ่อนอยู่แน่


    เพราะใจมนุษย์นั้นโลภมาก


    ดังนั้น เพียงเหลิ่งเยว่ไปตามล่าฆ่าจ้าวอวี่พวกคนเหล่านี้ ก็จะเกิดความคิดที่จะฆ่าและแย่งชิงของล้ำค่าเป็นแน่


    "ไม่เป็นไรกระมัง!"


    เหลิ่งเยว่เดินไปหาซูฝานสีหน้ายังคงเย็นชาเช่นเดิม แต่หากไม่ใช่คนตาบอด ก็สามารถมองเห็นได้ว่านางกำลังเป็นห่วงซูฝาน


    "ยังไม่ตายขอรับ"


    ซูฝานกัดฟัน ก้มหน้ามองไปที่สวีเจียวเจียวหัวเราะเยาะพลางกล่าวว่า "ราชินีสุนัขเลีย ท่านศิษย์พี่ผู้ยิ่งใหญ่ที่ยอมอ่อนข้อและหนีไปแล้ว ข้าใคร่อยากจะรู้ว่าบัดนี้ผู้ใดจะมาช่วยเจ้าได้?"



    คล้ายกับเรื่องเตาหลอมราชันมาร ที่คุณอ่าน

    ยุทธจักรเทพยุทธ์ (แปลจบแล้ว)

    ยุทธจักรเทพยุทธ์ (แปลจบแล้ว)

    นิยาย แฟนตาซี
    4.58M 3380
    หมื่นอสุราสยบฟ้า หนึ่งมรรคานิจนิรันดร์

    หมื่นอสุราสยบฟ้า หนึ่งมรรคานิจนิรันดร์

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    1.44M 2988
    เกิดใหม่ครั้งนี้ จะสร้างประเทศที่ดีได้ไหมนะ ?

    เกิดใหม่ครั้งนี้ จะสร้างประเทศที่ดีได้ไหมนะ ?

    นิยาย แฟนตาซี
    106K 139
    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    223K 810
    [นิยายแปล] อภินิหาร หนึ่งราชันหมื่นอัตลักษณ์ Absolute Resonance

    [นิยายแปล] อภินิหาร หนึ่งราชันหมื่นอัตลักษณ์ Absolute Resonance

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    2.77M 1648
    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    18K 258
    เหนือพิภพ สยบสวรรค์ (ภาค 2 สยบสวรรค์)

    เหนือพิภพ สยบสวรรค์ (ภาค 2 สยบสวรรค์)

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    1.13M 1288
    สำนักเถื่อนเดือดปฐพี [แปลจบแล้ว]

    สำนักเถื่อนเดือดปฐพี [แปลจบแล้ว]

    นิยาย แฟนตาซี
    791K 1635
    ความโกรธแค้นของชูร่า

    ความโกรธแค้นของชูร่า

    นิยาย เกมออนไลน์
    2.39M 852
    พลิกฟ้าคืนชีวาชายาอนุ [แปลจบแล้ว]

    พลิกฟ้าคืนชีวาชายาอนุ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    295K 786