ตอนที่ 3 : เ้าสาวจอมปลอม
สองปีผ่านไป
ณ เมืองหลวงต้ามู่
จวนแม่ทัพเถียนเฟิงยิ่งใหญ่ตระการตา ทว่าผู้คนในเมืองหลวงต่างรู้ดีว่า ภายใต้กำแพงสูงตระหง่านนั้นซุกซ่อนความเย็นเยียบประดุจห้องน้ำแข็งเอาไว้
ภายในห้องหนังสือที่อบอวลไปด้วยกลิ่นอำพัน เม่ยอิงในชุดฮูหยินผ้าไหมปักลายหงส์ ก้าวเดินอย่างระมัดระวังพร้อมถาดน้ำแกงตุ๋นยาจีน นางพยายามปั้นหน้ารอยยิ้มที่คิดว่างดงามที่สุด
แม้ในใจจะเต็มไปด้วยความหงุดหงิดที่ต้องคอยประจบประแจงสวามีผู้ไม่เคยแม้แต่จะชายตามองนางตลอดสองปีที่ผ่านมา
"ท่านพี่... ข้าตุ๋นโสมพันปีตังกุยมาให้ ท่านตรากตรำงานทหาร ดื่มบำรุงสักหน่อยเถิดเ้าค่ะ" นางวางถาดลงบนโต๊ะ น้ำเสียงอ่อนหวานดุจน้ำผึ้ง
เถียนเฟิง วางพู่กันในมือลง ั์ตาสีหมึกของเขามองชามน้ำแกงเพียงแวบเดียว ก่อนจะตวัดสายตาคมกริบขึ้นมองสตรีตรงหน้า แววตาของเขามีเพียงความว่างเปล่าที่แฝงด้วยการสมเพช
"โสมพันปีตังกุย" เถียนเฟิงแค่นเสียงต่ำ น้ำเสียงทุ้มลึกของเขาเ็าประดุจน้ำแข็ง
"ทหารเดินเท้าในกองทัพข้ายังรู้ดีว่า โสมพันปีมีฤทธิ์ร้อนต้านทานยาก หากบุรุษผู้ฝึกปราณธาตุไฟเช่นข้าดื่มเข้าไปโดยไม่ใส่ หญ้าเหมันต์ลงไปเพื่อปรับสมดุล ลมปราณย่อมตีกลับจนธาตุไฟแตกซ่าน"
เถียนเฟิงลุกขึ้นยืน ร่างสูงใหญ่แผ่กลิ่นอายกดดันจนเม่ยอิงต้องถอยหลังไปครึ่งก้าว
"ข้าเป็เพียงแม่ทัพจับดาบ หาใช่หมอเทวดา แต่ข้ายังรู้หลักการพื้นฐานนี้ ทว่าเ้าผู้ที่อวดอ้างตนว่าเป็ทายาทสายตรงผู้สืบทอดวิชาโอสถของตระกูลเม่ย กลับนำของแสลงมาประเคนให้ข้าถึงที่ นี่เ้าโง่เขลาหรือเจตนาจะวางยาฆ่าข้ากันแน่!"
เม่ยอิงหน้าซีดเผือด รอยยิ้มแข็งค้างอยู่บนใบหน้า ขาทั้งสองข้างพานจะอ่อนแรง นางรีบก้มหน้าซ่อนแววตาลุกลี้ลุกลัน
"ขะ... ข้าเพียงแต่... ตำราโอสถของตระกูลมีมากมายนัก ข้าอาจจะเผลอเรอจดจำมาผิดพลาด ท่านพี่โปรดอภัย..."
"เผลอเรองั้นหรือ" เถียนเฟิงก้าวเข้าไปใกล้ แววตาของเขาเย้ยหยันถึงขีดสุด
"ชื่อเสียงวิชาโอสถของตระกูลเ้า ล้วนสร้างมาจากปัญญาอันล้ำเลิศของเม่ยหลินเพียงผู้เดียว เมื่อนางตาย ก็ดูเหมือนว่าตระกูลเม่ยจะเหลือเพียงสวะที่ไร้ปัญญา ทว่าทะเยอทะยานอยากเป็ใหญ่เท่านั้น!"
คำพูดของเถียนเฟิงดุจคมดาบที่แทงทะลุและฉีกกระชากหน้ากากของนางจนไม่เหลือชิ้นดี! การถูกเปรียบเทียบว่าตระกูลนี้มีดีแค่พี่สาวคนเดียว ทำให้นางแทบกระอักเื
"จำเอาไว้เม่ยอิง ที่ข้ายอมให้เ้าอยู่ในจวนนี้ สวมชุดฮูหยินนั่งชูคอรับเบี้ยหวัด ก็เพราะราชโองการสมรสที่เ้ายึดถือไว้ ข้าจำใจรับเ้าเพื่อรักษาเกียรติของตระกูล แต่อย่าได้บังอาจนำน้ำแกงสวะที่เกิดจากความโง่เขลาของเ้า มาทำลายสุขภาพข้าอีก... ออกไป!"
เม่ยอิงกัดริมฝีปากจนห้อเื สองมือโอบถาดน้ำแกงเดินออกจากห้องไปด้วยความอัปยศอดสู
‘ท่านพี่! ข้าอุตส่าห์ฆ่านังเม่ยหลินเพื่อมาเป็ฮูหยินของท่าน แต่ท่านกลับปฏิบัติต่อข้าประดุจสุนัขตัวหนึ่ง! คอยดูเถิด เมื่อตระกูลของข้ารวบอำนาจในราชสำนักได้เมื่อใด ข้าจะทำให้ท่านต้องคุกเข่าอ้อนวอนข้า!’
ขณะที่เม่ยอิงกำลังเดินจมอยู่กับความเคียดแค้น นางหาได้รู้ไม่ว่าคนที่นางคิดว่ากลายเป็เถ้าถ่านไปแล้ว กำลังก้าวเท้าเข้าสู่เมืองหลวง
ณ ตรอกการค้าทิศตะวันตกของเมืองหลวง แหล่งรวมหอประมูลและร้านค้าสมุนไพรที่ใหญ่ที่สุด
สตรีผู้หนึ่งปรากฏตัวขึ้นท่ามกลางฝูงชน นางสวมชุดอาภรณ์สีแดงชาดดุจโลหิตที่อาบย้อมสมรภูมิ เรือนผมสีดำขลับปล่อยสยายลู่ไปตามสายลม ครึ่งหน้าบนถูกปกปิดด้วยหน้ากากไหมสีเงิน เผยให้เห็นเพียงริมฝีปากอวบอิ่มที่เหยียดตรงอย่างเ็า และดวงตาที่คมกริบดุจพญาเหยี่ยว
เม่ยหลิน กลับมาแล้ว
นางไม่ได้มุ่งหน้าไปที่จวนตระกูลเม่ย หรือจวนแม่ทัพเพื่อร้องป่าวประกาศความอยุติธรรม การกระทำเช่นนั้นมีแต่พวกไร้สมองเท่านั้นที่ทำกัน สิ่งที่นาง้าคือการบดขยี้รากฐานของพวกมันให้พินาศต่างหาก
ก้าวแรกของนางหยุดลงที่หน้า 'หอร้อยสมุนไพร' อาคารเก่าแก่สามชั้นที่กำลังประกาศขายกิจการ เถ้าแก่ร่างอ้วนท้วนกำลังยืนด่าทอลูกจ้างด้วยความหงุดหงิดที่กิจการขาดทุน
เม่ยหลินก้าวเข้าไปในร้าน ความเงียบสงัดและกลิ่นอายกดดันบางอย่างทำเอาลูกจ้างและเถ้าแก่ต้องหันมามองเป็ตาเดียว
"แม่นาง ร้านเรากำลังจะปิดกิจการ ไม่รับซื้อหรือขายยาสมุนไพรใดๆ ทั้งสิ้น" เถ้าแก่โบกมือไล่
เม่ยหลินไม่ได้เอ่ยปาก นางเพียงยกมือขึ้น วางขวดกระเบื้องเคลือบสีขาวบริสุทธิ์ลงบนโต๊ะไม้เสียงดัง
กึก
"ข้าไม่ได้มาซื้อสมุนไพร ข้ามาเพื่อซื้อหอแห่งนี้" เสียงของนางเรียบนิ่ง ทว่าทรงอำนาจ
เถ้าแก่แค่นหัวเราะ
"ซื้อหอของข้า แม่นาง หอแห่งนี้ตั้งอยู่ในทำเลทอง แม้จะขาดทุนแต่ตราสารที่ดินก็มีมูลค่าถึงห้าหมื่นตำลึงทอง เ้ามีเงิน..."
คำพูดของเถ้าแก่ถูกกลืนหายไปในลำคอ เมื่อเม่ยหลินปลายนิ้วดีดฝาขวดกระเบื้องออก
พริบตานั้น กลิ่นหอมบริสุทธิ์ของโอสถที่ควบแน่นด้วยปราณิญญาก็ะเิออกมากระแทกจมูก กลิ่นของมันทำให้เืลมที่อุดตันของเถ้าแก่วิ่งพล่าน ร่างกายที่เคยปวดเมื่อยกลับเบาสบายประดุจได้เกิดใหม่
เถ้าแก่เบิกตากว้างจนแทบถลน จ้องมองยาลูกกลอนสีทองที่ส่องประกายเรืองรองอยู่ในขวด
"นะ... นี่มันโอสถทะลวงปราณระดับปฐี! ของล้ำค่าที่สูญหายไปนับร้อยปี แม่นาง... ท่านไปได้มันมาจากที่ใด!"
เม่ยหลินมองท่าทีตะกละตะกลามของเถ้าแก่ด้วยสายตาสมเพช
"ข้าคือผู้ปรุงมันขึ้นมา ตราสารที่ดินของเ้าแลกกับโอสถเม็ดนี้ จงไปนำสัญญามาประทับตราเสีย อย่าให้ข้าต้องเสียเวลา"
"ดะ... ได้! ได้ขอรับ! ข้าน้อยจะไปเดี๋ยวนี้!" เถ้าแก่ลนลานวิ่งไปหยิบตราสารที่ดินและพู่กันมาแทบไม่ทัน
เมื่อประทับตราและส่งมอบตราสารที่ดินเรียบร้อย เม่ยหลินกวาดสายตามองอาคารสามชั้นที่บัดนี้ตกเป็ของนางโดยชอบธรรม ริมฝีปากที่ซ่อนอยู่ใต้หน้ากากไหมสีเงินขยับยิ้มเย็นเยียบ
"ั้แ่วันนี้ไป ที่นี่คือ 'หอโอสถ์'... ใครที่้าโอสถของ 'เถ้าแก่หลิน' ต้องนำความลับหรือของวิเศษมาแลกเปลี่ยนเท่านั้น ข้าไม่รับเศษเงินตราของพวกสวะ"
‘เม่ยอิง... เถียนเฟิง... พวกเ้าจงเตรียมตัวไว้ให้ดี หมากกระดานนี้... ข้าจะเป็ผู้กำหนดลมหายใจของพวกเ้าเอง!’