เปลือกตาบางลืมขึ้นพร้อมกับที่ใบหน้าเรียวช้อนมองใบหน้าคมของคนที่โอบกอดเธอไว้ตลอดทั้งคืนด้วยรอยยิ้มบางก่อนจะก้มลงด้วยความรู้สึกเขินอายเมื่อนึกถึงบทสวาทวาบหวามที่เกิดขึ้นจนเกือบเช้าจนต้องยกมือทั้งสองข้างทาบแก้มแล้วขยี้แรง ๆ ไปหลายทีพร้อมกับเม้มปากไม่ให้ยกยิ้มแล้วกรี๊ดออกมา
กว่าที่จะควบคุมตัวเองได้เธอก็ใช้เวลาไปหลายนาทีก่อนจะตัดสินใจลุกขึ้นเพื่อกลับห้องของหลานสาวทว่าขณะที่กำลังจะลุกก็มีมือหนาคว้าท่อนเอวของเธอไปจนล้มลงพร้อมกับที่เ้าตัวขยับเข้ามากอดเธอเอาไว้แน่นอีกด้วย
“ว้ายยยพี่กรปล่อยเลย รินต้องกลับไปที่ห้องหลานแล้ว”
รินเงยมองคนที่ยังหลับตาแต่กลับอมยิ้ม พร้อมร้องโวยวายให้เขาปล่อยเธอแต่เขากลับทำเหมือนไม่ได้ยินเสียงที่คนตัวเล็กเอ่ยบอก เพราะนอกจะไม่ยอมปล่อยแล้วยังใช้ขาเกยแล้วกดจูบที่ขมับของเธอแรง ๆ ไปอีกที
“ยังเช้ามืดอยู่เลยครับจะรีบไปไหน”
“ต้องรีบค่ะปล่อยน้องพริ้มไว้คนเดียวทั้งคืนแล้วเกิดตื่นขึ้นมาจะทำยังไง”
“ก่อนหน้านี้น้องพร้อมนอนคนเดียวมาตลอด แกนอนได้เชื่อพี่”
“แต่ว่า...”
“เชื่อพี่นะครับ”
“ก็ได้ค่ะ”
ฟอดดด
“เด็กดี”
ริมฝีปากบางคลี่ยิ้มออกมาพร้อมกับที่ซบใบหน้ากับแผงอกแกร่งเปลือยเปล่า ส่วนตัวกรเองก็อมยิ้มพร้อมกระชับร่างบาง เข้ามาในอ้อมกอดแล้วนอนต่อจนพระอาทิตย์โผล่พ้นขอบฟ้าขึ้นมาเขาจึงจะยอมปล่อยคนตัวบางให้ออกจากห้องอย่างที่เธอ้า
เพราะว่าวันนี้เป็วันอาทิตย์และไม่ได้มีโปรแกรมออกไปไหนกร รินและพริ้มพราวจึงตัดสินใจอยู่ที่บ้านโดยที่ตามใจกรที่ทำงานอย่างหนักด้วยการดูหนังเื่ที่เขาอยากดูทว่าสุดท้ายกลับกลายเป็ว่า เขาพ่ายแพ้ให้กับลูกสายจำต้องฉายการ์ตูนเื่ที่เธออยากดูแทน ในขณะที่ทีวีฉายการ์ตูนแนวเ้าหญิงเื่ดังคนที่นั่งข้างกรอย่างรินกลับไม่มีกระจิด กะใจสนใจตัวละครเ้าหญิงในนั้นเลยสักนิด
เพราะเอาแต่ชะเง้อมองไปทางนอกบ้านจนชายร่างสูงต้องสะกิดเธออยู่หลายครั้งเมื่อลูกสาวชวนคุยจนในที่สุดคนที่เธออยากเจอก็ปรากฏตัว
รินรีบวิ่งออกไปที่หน้าบ้านพลางมองร่างสูงใหญ่ในเชิ้ตสีเข้มและกางเกงสแล็กอย่างที่เห็นประจำกำลังก้มเข้าไปด้านในรถคาดว่าคงจะออกไปสอนพิเศษอย่างที่เขาบอกไว้เมื่อวานแน่ก่อนที่เธอจะเดินไปทางฝั่งบ้านเขา จนเข้าไปในตัวบ้านพลางมองคนตัวสูงที่ยังไม่รู้ว่าเธอเดินเข้ามาในบ้านของเขาแล้ว
“พี่พายัพค่ะ”
น้ำเสียงแ่เบาเอ่ยเรียกชื่อคนที่ช่วยเหลือเธอหลายต่อหลายครั้งด้วยความรู้สึกผิดในใจก่อนจะคลี่รอยยิ้มที่ไม่รู้ว่าแห้งขนาดไหนให้กับคนร่างใหญ่ที่หันมามองเธอด้วยรอยยิ้มกว้าง
“อ้าววรินขอโทษนะครับ พอดีพี่มัวแต่หางานเด็กจนไม่ทันสังเกตว่ารินมา”
“ไม่เป็ไรค่ะเออ..รินเข้ามารบกวนพี่หรือเปล่าคะ”
พายัพมองหญิงสาวที่ยิ้มแหยะพร้อมกับมือทั้งสองขยุ้มชุดกระโปรงตัวสวยก็ได้แต่ยิ้มออกด้วยความเอ็นดูเพราะท่าทางของเธอเวลานี้เหมือนนักศึกษาปีหนึ่งที่กำลังจะต้องพรีเซนต์งานเป็ครั้งแรกอย่างไร อย่างนั้นก่อนที่เขาจะวางมือลงบนกลุ่มผมหนาดำขลับ ที่ถักเป็เปียแล้วพาดมาทางข้างโยกไปมาอย่างที่ชอบทำ
“มีอะไรครับแล้วดูทำท่าเข้า มาหาพี่มันมีอะไรน่าตื่นเต้นกัน”
รินมองท่าทางใจดีนั้นก็ได้แต่ยิ่งรู้สึกผิดที่ครั้งหนึ่งเคยคิดอยากจะเอาเขามาเป็ตัวแทนของชายอีกคนดวงตาวูบไหวกวาดมองใบหน้าของเขาอีกครั้งก่อนจะก้มลงอย่างไม่อาจสู้หน้าก่อนที่เธอจะสูดลมหายใจเข้าเต็มปอด แล้วมองหน้าเขาด้วยท่าทางหมายมั่นแล้วพูดออกมา
“พี่พายัพค่ะเื่ที่พี่ถามรินเมื่อคืน..”
“…” ชายหนุ่มมองคนตรงหน้าด้วยความรู้สึกตื่นเต้นมือทั้งสองข้างชื้นไปด้วยเหงื่อจนต้องเอาเช็ดกับกางเกงอย่างที่หญิงสาวทำก่อนหน้าพร้อมกับจ้องมองใบหน้าน่ารักที่ชอบอย่างเฝ้ารอเขาไม่รู้เลยว่าตอนนี้แสดงสีหน้าแบบไหนออกไป แต่คิดว่าคงตลกอยู่ไม่น้อย
“รินรินให้พี่ไม่ได้จริง ๆ รินชอบพี่ แต่เป็แบบพี่ชายไม่ใช่คนรัก”นรินทร์กลั้นหายใจแล้วพูดออกไปรวดเดียว
ั์ตารีกวาดมองใบหน้าของคนที่เข้าชอบอย่างจริงจังอีกครั้งและพบว่าสีหน้าและดวงตานี้ ไม่มีแววล้อเล่นเลยสักนิดความรู้สึกตื่นเต้นที่จะได้ฟังเมื่อครู่ค่อย ๆหายไปพร้อมกับรอยยิ้มที่จางลงจนแทบไม่เหลือ
“ระริน หยอกแรงจังนะครับ เอาสะพี่เชื่อเลย” น้ำเสียงติดสั่นเอ่ยถามพร้อมจับที่ไหล่บางอย่าง้าความมั่นใจ ทว่าท่าทางของเธอกลับให้ความมั่นใจของเขาหายไปอย่างช้า ๆพร้อมกับมือทั้งสองข้างที่วางบนบ่าเล็กร่วงลงอย่างอ่อนแรง
“พี่พายัพค่ะรินขอโทษ พี่เป็พี่ชายที่ดีมาก ๆ ของรินจริง ๆ นะคะ”หญิงสาวปรี่เข้ามาคว้ามือหนาเอาไว้ พร้อมพูดออกมาอย่างเร็วด้วย้าให้เขาเชื่อในสิ่งที่เธอพูดออกไป
“รินอย่าคิดมากพี่ไม่ได้โกรธ พี่เข้าใจ เอาละนี่ก็สายมาแล้ว พะ พี่ต้องรีบไปก่อนนะไว้เจอกันไหมนะครับ”
พายัพดึงมือของตัวเองออกจากมือเล็กก่อนจะหันรี หันขวาง อย่างคนทำอะไรไม่ถูกก่อนจะเดินไปล็อกบ้าน แล้วเตรียมไปขึ้นรถ
ทว่าเมื่อหันกลับไปกลับพบร่างสูงของเพื่อนบ้านฝั่งตรงข้าม ที่กำลังโอบบ่าเล็กของคนที่มาบอกปฏิเสธเขาความสงสัยที่มีก่อนหน้าก็หายไปจนสิ้น ก่อนจะเขาจะยิ้มตามมารยาทส่งไปให้คนทั้งสองแล้วขึ้นรถขับออกไป
แต่ถึงจะขับรถออกมาแล้วดวงตาเ้ากรรมก็ยังไม่วายมองไปที่กระจกมองหลังเห็นร่างเล็กของคนที่พึ่งจะปฏิเสธเขาไปยืนกอดกับเพื่อนบ้านเขาแน่นจนเธอจมหายเข้าไปในอกกว้างนั่น
“หึเจ็บดีไหมล่ะไอพายัพ เห็นเขากอดกัน นี่สินะคนไม่ใช่ยังไงก็ไม่ใช่”เขาได้แต่ตอกย้ำตัวเองก่อนจะเร่งเครื่องออกไปจากตรงนี้
“อย่ากังวลไปเลยครับไม่นานเขาก็จะทำใจได้”
ศิวกรโอบกอดร่างเล็กแน่นพลางลูบแผ่นหลังบางเป็การปลอบประโลมขณะที่สายตาของเขายังมองตามรถยนต์สัญชาติยุโรปไปจนลับสายตาด้วยความรู้สึกเห็นใจอีกคนอยู่ไม่น้อยหน่อย
แต่จะให้เขาปล่อยเธอไปก็คงไม่ได้เขาไม่ได้คิดแย่งชิงคนตัวเล็กมาเป็ของตัวเอง.. เพราะเธอเป็ของเขาอยู่แล้วและไม่มีวันยอมให้ใครไม่ว่าหน้าไหนก็ตามมาเอาไปจากเขาเช่นกัน