เทพสงครามมังกรเทวะ

    ปลดผนึก

    เมื่อเฟยหรงหันหลังกลับไปในพระราชวังพร้อมกับเหล่าภรรยาของเขาแล้วนั้น ตระกูลจื่อที่เหลือรอดและเหล่าผู้อาวุโสพากันถอนหายใจและเดินลอยกลับนาวาบรรพกาลไป แน่นอนพวกเขานั้นล้วนแต่เสียดายที่ได้ทำผิดพลาดครั้งใหญ่ในเวลานี้ หากไม่ใช่เพราะหยิ่งผยองในอำนาจของตระกูลมีหรือเรื่องราวจะจบลงอย่างนี้ได้

     

    หากย้อนเวลากลับไปได้แน่นอนพวกเขาจะไม่ทำเช่นนี้อย่างเด็ดขาดและจะมาเยี่ยงสุภาพชน แต่ทว่าน่าเสียดายนักที่คำว่า 'หาก' ใช้กับสถานการณ์นี้ไม่ได้ อีกทั้งการย้อนเวลาก็ไม่มีอยู่จริง ตระกูลจื่อจึงต้องก้มหน้ายอมรับความสูญเสียและหันหลังกลับอย่างช่วยไม่ได้ นี่คือผลของการกระทำที่พวกเขาได้ทำทั้งสิ้น ไม่สามารถโทษใครได้เลยแม้แต่น้อย

     

    ในขณะนี้เหนือห้วงนภากาศมีเพียงแค่สามคนเท่านั้นที่ยืนอยู่ หนึ่งคือเสี่ยวเฟิง สองคือจื่อเหยียน และสามคือจื่อหยวน บรรยากาศในเวลานี้ช่างเงียบเชียบราวหลุดเข้าไปในมิติส่วนตัว ไม่มีแม้แต่เสียงนกร้องและแมลงมารบกวนพวกเขาแต่อย่างใด

     

    "พวกท่านกลับไปเสียเถอะ"เสี่ยวเฟิงเตรียมหันตัวกลับไป ใบหน้าของเขาเต็มไปด้วยความเศร้าสร้อย เห็นได้ชัดในใจหาได้ปรงตกอย่างที่เขาเคยกล่าวกับลูกเขยไม่ ย้อนกลับไปในขณะที่เฟยหรงกำลังจะลงมือสังหารทุกคนในเวลานั้นจิตใจของเขาก็พลันรู้สึกเจ็บปวดราวกับจะขาดใจ ร่างกายบินทะยานออกมาเองโดยอัตโนมัติอย่างมิอาจห้ามได้ แท้จริงแล้วเสี่ยวเฟิงไม่สามารถปรงตกได้ตั้งแต่แรกแล้วเพียงแค่แสร้งทำให้เฟยหรงสบายก็ใจเท่านั้นเอง

     

    "ดะ เดี๋ยว!!"จื่อหยวนเมื่อเห็นว่าชายหนุ่มกำลังจะจากไป เขาก็กล่าวหยุดเอาไว้ก่อนแต่ยังก้มหน้าก้มตาอยู่เช่นเดิม แต่ก็ทำให้ทั้งลูกสาวของเขาและเสี่ยวเฟิงอดประหลาดใจไม่ได้ที่จื่อหยวนกล่าวหยุดเขาเช่นนี้

     

    "ท่านมีอะไรอีก??"

     

    "ข้ารู้ว่า ความผิดของข้าเกินให้อภัยแต่ได้โปรดให้นางอยู่ที่นี่ได้หรือไม่ อย่างน้อยก็ให้นางได้อยู่ใกล้ๆลูกสาวของนาง"เสี่ยวเฟิงหันไปทางจื่อเหยียนในทันทีแววตาของเขาสั่นไหวอย่างเห็นได้ชัด แน่นอนหากเป็นเขาเมื่อก่อนคงจะยอมรับอย่างไม่มีเงื่อนไข แต่ทว่าในเวลานี้เขาได้เปลี่ยนไปจากเดิมแล้ว แม้จะมีความรักให้นางดังเดิมแต่ทว่าในใจเขาเองก็มีความโกรธเช่นเดียวกัน โกรธที่เมื่อยี่สิบปีก่อนนั้นนางทิ้งเขาและลูกเอาไว้โดยไม่จากลา โกรธที่นางทำเป็นเย็นชาราวกับตัวเขานั้นไร้ตัวตน

     

    "อยู่ที่นี่?? อยู่ที่นี่แล้วจะมีประโยชน์อะไร ทวีประดับต่ำของเราเหมาะกับแค่พวกบ้านนอกเช่นข้าเท่านั้นไม่เหมาะกับคนสูงส่งเช่นท่านหรอก อีกทั้งเซียนเซียนก็จะกลับไปยังหอกระบี่ดาวตกแล้วพวกท่านอยู่ที่นี่ไปก็ไร้ประโยชน์"เสี่ยวเฟิงส่ายหัวก่อนจะกล่าว ซึ่งแน่นอนมันเป็นความจริงทุกประการ หากนางต้องการจะอยู่กับลูกจริงก็ควรไปที่หอกระบี่ดาวตกไม่ใช่ที่นี่

     

    "ข้าจะอยู่ที่นี่!"ในขณะที่เสี่ยวเฟิงค่อยๆลอยจากไปนั้นเสียงของจื่อเหยียนพลันดังขึ้นมา

     

    "ดื้อดึง!"เสียวเฟิงหันสายตามามองหญิงสาวก่อนจะหันกายกลับพระราชวังไป ในเวลานี้จื่อหยวนเดินเข้าไปหาบุตรสาวของตัวเองก่อนจะพยุงนางลุกขึ้นมาช้าๆพร้อมลูบหัวอย่างแพ่วเบา บาปกรรมนี้เป็นเขาที่ก่อขึ้นแต่ทว่าคนที่รับกลับเป็นบุตรสาวของเขา ในใจเต็มไปด้วยความรู้สึกผิดขึ้นมาอย่างช่วยไม่ได้ การกระทำในครั้งนี้เป็นเหมือนตราบาปในใจของเขาไปชั่วนิรันทร์

     

    "เหยียนเอ๋อพ่อขอโทษ"จื่อหยวนกล่าวด้วยน้ำเสียงเศร้าสร้อย จื่อเหยียนส่ายหัวไปมา "ไม่เป็นไรเจ้าค่ะ แม้จะไม่มีเรื่องราวที่ท่านหลอกให้ข้าบ่มเพาะพลัง แต่การที่ข้าทิ้งพวกเขามาก็เป็นเรื่องจริงที่หลีกหนีไม่ได้ หากวันนั้นไม่ใช่เพราะข้ามีความโกรธแค้นเจ้าพวกคนที่ทำร้ายข้ามากเกินไปทุกอย่างคงไม่เป็นเช่นนี้"

     

    "ท่านพ่อกลับไปก่อนเถอะนะเจ้าคะ ประเดี๋ยวที่เหลือข้าจะหาทางเอง"จื่อเหยียนกล่าวขึ้นพร้อมหายไปจากบริเวณนั้นในทันที จื่อหยวนที่ได้ยินก็ถอนหายใจออกมา เป็นเพราะความโลภแท้ๆทำให้เกิดเหตุการณ์เช่นนี้ เขาหันหลังกลับเข้านาวาบรรพกาลไปในทันที และได้จากไปพร้อมกับตระกูลจื่อและนายน้อยของตระกูลไป๋ที่ตอนนี้กำลังอกสั่นขวัญแขวน

     

    ทางด้านในพระราชวัง เสี่ยวเซียนกลับเข้าห้องของตัวเองไปแล้วบอกกับเฟยหรงว่าอยากอยู่ในเดียว ส่วนเสี่ยวเฟิงนั้นเดินกลับเข้ามานั่งอยู่เงียบไม่ได้กล่าวอะไร เฟยหรงแม้จะเป็นห่วงมากเพียงใดแต่ในเวลานี้ก็ทำอะไรไม่ได้แม้แต่น้อยจึงได้ปล่อยให้เวลาทำหน้าที่ของมัน ส่วนตัวของเขาและเสวียเหม่ยนั้นแน่นอนว่าย่อมรับรู้ถึงตัวตนของจื่อเหยียนที่คงซ่อนอยู่อย่างเงียบๆแต่ก็ไม่ได้เปิดเผยอะไร

     

    "แล้วเราจะเอาอย่างไรต่อไปดี"เสวียเหม่ยผู้เป็นภรรยากล่าวขึ้น ในเวลานี้จะออกเดินทางกลับก็ยังไงๆอยู่ เสี่ยวเซียนก็ขังตัวเองอยู่ในห้องไม่ได้ออกแม้แต่น้อย

     

    "ข้าว่าเราควรเสริมกำลังให้กับท่านพ่อตาเสียหน่อย"เฟยหรงกล่าวพร้อมยกยิ้มขึ้น ในมือของเขาปรากฏขวดหยกสองขวดที่ด้านในบรรจุ เลือดของทั้งพยัคฆ์สวรรค์และจักรพรรดิมังกรทองเอาไว้ เสวียเหม่ยเมื่อเห็นเช่นนี้ก็เอามือป้องปากและหัวเราะในทันใดดูเหมือนสามีคนนี้คิดจะทำให้บรรดาครอบครัวของเขากลายเป็นสายเลือดสัตว์เทพกันหมดเลยทีเดียว อีกทั้งสายเลือดทั้งสองนี้ยังถูกยกระดับเป็นสายเลือดระดับมหาเทวะอีกนี่มันยิ่งกว่าเสริมกำลังด้วยซ้ำ แต่เป็นการมอบพรสวรรค์ให้เลยมากกว่า

     

    เฟยหรงเมื่อกล่าวจบก็ไม่รอช้าเขารีบนำเอาสายเลือดมาให้กับทั้งสองคนในทันที ซึ่งทั้งจ้าวหยางและเสี่ยวเฟิงที่ได้ยินถึงสรรพคุณและความล้ำค่าของมันก็อดไม่ได้ที่จะกลืนน้ำลายอึกใหญ่ สิ่งของสองชิ้นนี้มีค่าเกินไป แต่เมื่อพวกเขาปฏิเสธก็โดนเฟยหรงขัดในทันที ดังนั้นพวกเขาจึงรับมาด้วยความเต็มใจและเริ่มผสานสายเลือดกันในทันที โดยที่เสี่ยวเฟิงเลือกสายเลือดมังกรทอง ส่วนจ้าวหยางนั้นเลือกสายเลือดพยัคฆ์สวรรค์ไป

     

    ทางด้านผู้ติดตามคนสนิทในวัยเด็กของเขาอย่างเฟยหลินกับเฟยเหลียงนั้นเฟยหรงก็ไม่ลืมเช่นกันและได้มอบสายเลือดพยัคฆ์สวรรค์ให้กับพวกเขาไป เฟยหรงคาดหวังเอาไว้เมื่อสายเลือดพยัคฆ์สวรรค์บวกกับเส้นลมปราณวายุอัสนีและเพลิงอัสนีของพวกเขาแล้วมันจะเกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งยิ่งใหญ่และมอบโชควาสนาให้กับทั้งสองคน เฟยหลินและเฟยเหลียงนั้นจึงรับมาและรีบไปผสานสายเลือดกันด้วยความตื่นเต้นราวกับได้กลับไปเป็นเด็กอีกครั้งอย่างไรอย่างนั้นเลยทีเดียว

     

    "ได้เวลาแล้วสินะ"เมื่อแจกจ่ายสายเลือดเป็นที่เรียบร้อย เฟยหรงก็ลอยไปบนท้องฟ้า มงกุฏสีทองปรากฏออกมาพร้อมกับภูติแห่งแสงตัวน้อย เฟยหรงวาดมือไปด้านหน้าเบาๆภูมิแห่งแสงค่อยๆสยายปีกของนางออกมาทันใดนั้นสิ่งที่ดุเหมือนกับวงเวทย์สีทองขนาดใหญ่ที่ปกคลุมไปทั้งทวีปค่อยๆปรากฏขึ้นก่อนที่มันจะค่อยๆกลายเป็นละอองแสงและหายไปช้าๆ

     

    ในเวลาที่มันค่อยๆหายไปนั้นเองพลังปราณที่หนาแน่นก็แผ่พุ่งจากพื้นดินอย่างฉับพลัน ด้วยความหนาแน่นนั้นทำให้คนที่มีพลังปราณน้อยได้รับผลกระทบที่ยิ่งใหญ่นั่นคือหายใจไม่ออกและสลบลงไป แต่เมื่อเวลาผ่านไปและพวกเขาฟื้นขึ้นมากับพบว่าพลังปราณของเขาเพิ่มขึ้นอย่างผิดหูผิดตา เสียงฮือฮาเกิขึ้นมาไม่ขาดสาย

     

    "นี่มันเกิดอะไรขึ้นพลังปราณมันเทียบเท่ากับทวีประดับกลางแล้วนะ แถมยังเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ"เสวียเหม่ยลอยขึ้นมาพร้อมกับภรรยาคนอื่นๆเฟยหรงยกยิ้มและกล่าวเพื่อให้ความกระจ่างแก่พวกนาง "นี่คือลมปราณที่แท้จริงของทวีปนี้ มันถูกบัลลังก์แห่งแสงสะกดเอาไว้เมื่อข้าได้ถือครองมันข้าจึงได้ปลดอำนาจสะกดนี้ออก ภายในครึ่งปีข้ารับรองทวีปนี้จะมีพลังปราณเทียบเท่ากับทวีประดับสูงอย่างแน่นอน"

     

    "แบบนี้นี่เอง นั่นคือเหตุผลที่ว่าทำไมเจ้าถึงได้แจกจ่ายสายเลือดใหักับพวกเขาสินะ"เสวียเหม่ยกล่าว

     

    "นั่นก็แค่ส่วนหนึ่ง สายเลือดนั้นคือของขวัญที่ข้านำมาให้พวกเขาอยู่แล้วแต่ทว่ากระแสลมปราณนี้คือผลพลอยได้เท่านั้น และถ้าหากพวกเขาไม่แข็งแกร่งขึ้นในเร็ววันการปลดผนึกทวีปนี้จะนำไปสู่หายนะอย่างแน่นอน ดังนั้นข้าถึงบอกไงว่าให้ขอไปสักระยะ"เฟยหรงกล่าวขึ้น

     

    เนื่องจากทวีปนี้ถูกปลดผนึกลมปราณเป็นที่เรียบร้อยต่อไปจะเรียกว่าทวีประดับต่ำไม่ได้อีกแล้ว แต่ทวีปนี้จะเป็นทวีประดับสูงอีกทวีปหนึ่งเลยทีเดียว

     

     

    คล้ายกับเรื่องเทพสงครามมังกรเทวะ ที่คุณอ่าน