หวังลี่อิงเดินทางมาถึงบริษัทเอเจนซีใน่สาย ด้วยความใจร้อน เธอตั้งใจจะมายืนรออยู่ที่หน้าสำนักงานก่อนที่ประตูสำนักงานจะเปิดเพื่อที่จะเดินเข้าสำนักงานเป็คนแรกเลยด้วยซ้ำ แต่พอคิดว่าเหอหลี่จิ้งจะต้องเปิดร้านขายอาหารอยู่คนเดียว เธอก็เลยต้องอยู่ช่วยเหอหลี่จิ้งเปิดร้านขายอาหารให้เรียบร้อยก่อน
“สวัสดีค่ะคุณลูกค้า จะติดต่อเื่การลงทะเบียนไปเที่ยวที่ประเทศ S ของเราใช่ไหมคะ ั้แ่ประเทศของเรามีการเปลี่ยนแปลงนโยบาย อีกทั้งยังมีวิดีโอโปรโมทประเทศส่งออกไปตามแพลตฟอร์มต่างๆ ทั่วโลก มีนักท่องเที่ยวสนใจที่จะไปเที่ยวที่ประเทศของเรามากมายเลยค่ะ หากคุณลูกค้าลงทะเบียนวันนี้ กำหนดการเดินทางก็จะเป็อีกสามเดือนข้างหน้านะคะ” พนักงานแจ้งรายละเอียดด้วยรอยยิ้ม เมื่อเห็นหวังลี่อิงยังไม่พูดอะไร เธอจึงพูดต่อ
“คุณลูกค้าคงคิดว่าเวลาที่รอมันนานไปใช่ไหมคะ ดิฉันขอชี้แจงทำความเข้าใจว่าประเทศ S ของเราเป็เพียงเกาะเล็กๆ จึงต้องมีการจำกัดจำนวนนักท่องเที่ยวในแต่ละวัน เพื่อจะให้นักท่องเที่ยวได้พักอยู่บนเกาะโดยไม่รู้สึกอึดอัดจนเกินไป อีกทั้งระบบสาธารณูปโภคก็ยังมีอยู่อย่างจำกัด รวมถึงอาหารที่เราต้องนำเข้าก็ต้องมีระยะเวลาขนส่ง ดังนั้นการลงทะเบียนจองคิวล่วงหน้าจึงจะช่วยให้เราจัดเตรียมความพร้อมเพื่อจะได้บริการคุณลูกค้าให้ได้รับความประทับใจสูงสุด ขอให้คุณลูกค้าโปรดเข้าใจข้อจำกัดของเราด้วยนะคะ”
“ไม่ใช่จ้ะหนู ฉันไม่ได้มาจองคิวไปเที่ยวหรอกจ้ะ ฉันมีเื่บางอย่างอยากรบกวนให้หนูช่วยสักหน่อยน่ะจ้ะ” หวังลี่อิงบอก
“คุณลูกค้ามีอะไรจะให้ดิฉันช่วยเหรอคะ”
“คือ...หลานสาวของฉันเดินทางไปเที่ยวที่ประเทศ S เมื่อสามปีที่แล้ว พอดีที่บ้านของเธอเกิดเื่ขึ้นนิดหน่อย หนูพอจะช่วยประสานให้ฉันติดต่อกับเธอหน่อยได้ไหม” หวังลี่อิงพูดอย่างขอร้อง “ฉันได้ยินว่าตอนนี้ประเทศ S มีการผ่อนปรนเื่การติดต่อสื่อสารมากขึ้นแล้ว หนูพอจะช่วยฉันได้ไหมจ๊ะ”
พนักงานถูกฝึกฝนมาอย่างดี เธอยังส่งยิ้มให้หวังลี่อิงโดยไม่มีความรำคาญ “เื่นี้ฉันไม่สามารถตัดสินใจได้ รบกวนคุณลูกค้าช่วยนั่งรอสักครู่นะคะ”
“ได้จ้ะได้ หนูจะให้ฉันรอนานเท่าไหร่ก็ได้ แต่หนูช่วยบอกหัวหน้าของหนูด้วยนะว่าฉัน้าติดต่อหลานสาวด่วนมากจริงๆ”
หวังลี่อิงนึกย้อนไปถึงตนเอง หากตอนนั้นเธอไม่ขายสิทธิ์การเดินทางต่อให้กับเหอหลี่น่าแล้วเธอตัดสินใจเดินทางไปประเทศ S ด้วยตัวเอง ระยะเวลาห้าปีที่เธอหายไป สามีกับลูกชายจะตามหาเธอไหม คำตอบที่ได้ก็คงไม่มีใครตามหาเธอ พวกเขาอาจเชิญเมียน้อยคนนั้นให้เข้ามาแทนที่เธอแล้วก็ได้ หรือบางทีสามีกับลูกชายคงไปแจ้งความคนหายหรือไม่ก็อาจจะแจ้งว่าเธอเสียชีวิตไปแล้วก็ได้
หวังลี่อิงนั่งถอนหายใจ ‘ช่างเถอะ สามีพรรค์นั้น ได้หย่าออกมาก็ดีที่สุดแล้ว ส่วนเ้าลูกชายอกตัญญูคนนั้นน่ะเหรอ เอาไว้ให้แม่เลี้ยงคนใหม่ที่เขารักนักรักหนามีน้องชายขึ้นมา วันนั้นเขาจะได้รู้ว่ามีแต่ฉันนี่ล่ะที่รักเขาที่สุด แต่กว่าจะถึงวันที่เขาสำนึกได้ ความรักที่ฉันมีให้เขาคงเปลี่ยนเป็ความเฉยชาไปแล้ว’
พนักงานคนเดิมเดินเข้ามาทันได้ยินเสียงถอนหายใจของหวังลี่อิงพอดี เธอใเพราะกลัวหวังลี่อิงจะไม่พอใจจนเกิดการร้องเรียน “ดิฉันต้องขอโทษคุณลูกค้าด้วยนะคะที่ให้รอนาน”
หวังลี่อิงสลัดความคิดฟุ้งซ่านของตัวเองออก “ไม่เป็ไรจ้ะ ฉันไม่ได้รอนานขนาดนั้นหรอก ว่าแต่เ้านายของหนูเขาว่ายังไงบ้าง เขายอมติดต่อให้ฉันได้คุยกับหลานสาวฉันหรือเปล่า”
“เมื่อครู่ดิฉันโทรติดต่อไปที่ประเทศ S แล้วค่ะ”
“หนูโทรไปแล้วเหรอ! แล้วพวกเขาบอกว่ายังไงบ้าง พวกเขาติดต่อหลานสาวฉันได้หรือเปล่า”
“ทางนั้นตอบกลับมาว่าคุณเหอหลี่น่าเดินทางกลับประเทศ C ได้เกือบหนึ่งเดือนแล้วค่ะ”
“หนูว่ายังไงนะ! หนูนาน่าเดินทางกลับมาแล้ว แล้วทำไมเธอไม่ติดต่อกลับมาหาฉันล่ะ” หวังลี่อิงรีบถามต่อ “แล้วหนูพอจะมีช่องทางติดต่อเธอไหม”
พนักงานทำหน้าลำบากใจ “ต้องขออภัยคุณลูกค้าด้วยนะคะที่เราไม่สามารถช่วยเหลือคุณในเื่นี้ได้”
หวังลี่อิงเดินออกมาจากบริษัทเอเจนซีด้วยสีหน้าหนักใจ เธออยากให้เหอหลี่น่าได้มาปรับความเข้าใจกับครอบครัวเร็วๆ เด็กสาวจะได้ไม่เอาแต่คิดว่าครอบครัวไม่้า ส่วนพี่เหอกับพี่หญิงเหอ รวมถึงเหอหลี่จิ้ง เธอรู้ว่าภายใต้รอยยิ้มที่เหมือนจะมีความสุข แต่พวกเขากลับซ่อนความเสียใจและการอดทนรอคอยใครคนหนึ่งอยู่ เธอรู้สึกว่าหากเธอไม่รีบบอกเื่นี้กับเหอหลี่น่า บางทีพี่เหอกับพี่หญิงเหออาจจะเก็บความเสียใจและความคิดถึงลูกสาวคนโตไว้ไม่ไหวจนล้มป่วยขึ้นมาจริงๆ เพราะอาการป่วยทางใจมันน่ากลัวกว่าอาการป่วยทางร่างกายมาก
ฮั่วเฉินซีกับเหอหลี่น่าเดินทางกลับมาที่เมืองกวางิทันทีที่เสร็จจากงานเลี้ยงฉลองอายุครบขวบของลูกชายของโจวิฮุ่ย ทั้งคู่ย้ายเข้าไปอยู่ด้วยกันในวิลล่ากลางเมืองซึ่งเป็วิลล่าที่แพงที่สุดในเมืองกวางิ และยังเป็วิลล่าที่มีระบบสาธารณูปโภคและระบบความปลอดภัยที่ดีที่สุดเช่นกัน ซึ่งจางฟานก็ซื้อวิลล่าหลังติดกัน
“ผมจ้างแม่บ้านมาทำความสะอาดไว้ให้พวกพี่ล่วงหน้าแล้วนะ ส่วนพวกเฟอร์นิเจอร์แล้วก็ของตกแต่ง ผมให้นักออกแบบภายในมาจัดการให้พวกพี่โดยเฉพาะ ให้พวกเขาออกแบบตามรายละเอียดที่พวกพี่ส่งเมล์มา ถ้ามีตรงไหนที่ต้องแก้ไขหรือปรับปรุง พวกพี่ก็บอกผมมาได้เลย ผมจะติดต่อไปทางบริษัทรับตกแต่งภายในให้เดี๋ยวนี้เลย” จางฟานพูดยิ้ม “ถ้าพวกพี่ไม่ตัดสินใจซื้อบ้าน ผมก็คงจะยังไม่ซื้อบ้านเหมือนกัน ตอนนี้มีบ้านแล้วก็ดี เวลาไปนัดบอดกับใครจะได้ไม่ถูกคนเขาดูถูกว่ายังไม่มีบ้าน”
“นายเคยไปนัดบอดมาด้วยเหรอ ทำไมฉันไม่เคยรู้มาก่อนเลยล่ะ” ฮั่วเฉินซีถามอย่างแปลกใจ ไม่ใช่ว่าเขากับเพื่อนสนิทคุยกันได้ทุกเื่เหรอ แล้วทำไมเื่นัดบอดของเพื่อนเขาถึงไม่รู้
“เพิ่งไปมาเมื่อวาน” จางฟานหัวเราะอย่างพอใจ “ผมอยากลองใจก็เลยบอกหล่อนไปว่าผมยังไม่มีบ้าน ผลเป็ยังไงพวกพี่รู้ไหม”
ฮั่วเฉินซีกับเหอหลี่น่าส่ายหน้าพร้อมกัน
“ผลก็คือหล่อนขอตัวไปเข้าห้องน้ำ ผมนั่งรออยู่สองชั่วโมงเต็มๆ แต่เธอก็ยังไม่กลับมา” จางฟานหัวเราะเสียงดังกว่าเดิม “แล้วพี่รู้ไหมว่าเมื่อเช้าเธอส่งข้อความมาหาผมว่าอะไร เธอบอกว่าวันนี้เธอจะไปนัดบอดกับคนอื่น และคนคนนั้นก็มีงานที่มั่นคงแถมยังมีบ้านเป็ของตัวเอง เธอขอร้องว่าไม่ให้ผมติดต่อไปหาเธออีก เพราะเธออยากลงเอยกับผู้ชายคนนั้น”
“ผู้หญิงเขาพูดมาขนาดนี้แล้วนายยังหัวเราะได้อีกเหรอ”
“ที่ผมยังหัวเราะได้เพราะผู้ชายที่เธอพูดถึงคือคนที่ผมเพิ่งไล่ออกจากบริษัทเราไปเมื่อวานนี้เอง” จางฟานหัวเราะจนพอใจแล้วพูดต่อ “หลังกลับจากประเทศ S ผมก็ต้องเข้าไปเคลียร์งานที่บริษัทเพื่อรอให้พี่กลับไปรับตำแหน่งใช่ไหม ซุนหย่งก็รีบมาบอกผมว่าต้าจวินที่ผมเพิ่งรับเข้าทำงานก่อนที่ผมจะไปทำงานที่ประเทศ S เป็คนที่ฮั่วเฉินหยวนส่งมา ยังดีที่ซุนหย่งจับสังเกตได้เร็วก็เลยไม่ได้มอบหมายงานสำคัญให้ต้าจวินทำ แต่ก่อนที่ผมจะไล่เขาออก ผมกับซุนหย่งแกล้งทำแฟลชไดรฟ์สำคัญหล่น ผมว่าไม่เกินพรุ่งนี้ ราคาหุ้นของฮั่วกรุ๊ปต้องตกลงไปมากกว่าครึ่งแน่”
“นายปล่อยไวรัสไปทำลายเซิร์ฟเวอร์พวกเขาเหรอ”
“ก็แค่เขียนโค้ดล็อกการทำงานทั้งระบบของฮั่วกรุ๊ปแค่วันเดียวเอง หลังจากนั้นพวกเขาก็จะกลับมาทำงานได้ปกติแล้ว”
“นายนี่ใจร้ายไม่เบา” ฮั่วเฉินซีส่ายหน้าก่อนจะถามถึงเื่อื่น “แล้วเื่ที่ฉันให้นายตามหาคนตระกูลเหอล่ะ นายจัดการไปถึงไหนแล้ว”
“เื่ตามหาคนผมส่งให้นักสืบเอกชนจัดการแล้ว แต่เื่ที่ว่าทำไมพวกเขาถึงบริหารงานล้มเหลวจนต้องปิดกิจการแล้วยังต้องขายทรัพย์สินทั้งหมดเพื่อใช้หนี้ แต่ถึงอย่างนั้นพวกเขาก็ยังต้องแบกรับหนี้สินอยู่อีกตั้งร้อยล้าน ผมรู้แล้วว่าเป็ฝีมือของใคร”
“เสี่ยวฟาน! คุณกำลังจะบอกว่าคุณพ่อคุณแม่ของฉันไม่ได้บริหารงานผิดพลาด แต่ที่พวกเขาต้องปิดกิจการเพราะมีคนจงใจทำให้เป็แบบนั้นใช่ไหม” เหอหลี่น่ารีบถาม
“ทั้งหมดเป็ฝีมือของโจวเชี่ยนเชี่ยนกับฮั่วเฉินหยวน” จางฟานสังเกตสีหน้าของทั้งคู่ก่อนจะพูดต่อ “ในเมื่อพวกพี่รู้จักกับคุณโจวิฮุ่ย พวกพี่ก็น่าจะรู้จักซินฟาซูเปอร์มาร์เก็ตใช่ไหม โจวเชี่ยนเชี่ยนเห็นว่าพี่ชายของเธอทำธุรกิจจนประสบความสำเร็จ เธอก็เลยอยากแสดงฝีมือให้คนในตระกูลเห็นเพื่อที่เธอจะมีโอกาสเป็ผู้สืบทอดตระกูลได้มากขึ้น เธอเลือกที่จะทำกิจการเกี่ยวกับอาหารแช่แข็ง
ที่เมืองเทียนิกับเมืองหยางิ ตอนนี้ถือว่าบริษัทของเธอเป็ั์ใหญ่ที่แทบจะไม่มีคู่แข่ง แต่ที่เมืองกวางิของเรากลับมีเหอกรุ๊ปที่เป็บริษัทใหญ่อยู่เ้าเดียว ฮั่วเฉินหยวนอยากเอาใจคนรักก็เลยเลือกวิธีเลวร้ายด้วยการจ้างแฮกเกอร์เข้าระบบของเหอกรุ๊ปแล้วปลอมเอกสารการเสียภาษีและงบการเงิน จากนั้นพวกเขาก็แจ้งไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้มาตรวจสอบ แต่พวกพี่ก็รู้ใช่ไหมว่าเื่พวกนี้การตรวจสอบจะใช้เวลานาน
ยิ่งมีซัพพลายเออร์รู้ปัญหา ซัพพลายเออร์หลายรายก็ยกเลิกความร่วมมือ เมื่อโรงงานไม่มีวัตถุดิบก็ผลิตสินค้าไม่ได้ เหอกรุ๊ปก็เริ่มมีปัญหาเกี่ยวกับเงินทุนหมุนเวียน ไหนจะต้องจัดหาวัตถุดิบจากแหล่งอื่นที่มีราคาสูง ทั้งยังมีเื่ของค่าปรับที่จัดส่งสินค้าไม่ตรงเวลา ยังไม่นับค่าปรับที่เกิดจากสินค้าไม่ตรงตามมาตรฐาน ผลลัพธ์หลังจากนั้นจะเป็ยังไง พวกพี่ก็น่าจะเดาออกแล้วนะ”
“ทำไมฉันถึงไม่รู้เื่นี้” เหอหลี่น่าหันไปมองฮั่วเฉินซี “ฉันเรียนการเงินมาโดยเฉพาะเลยนะ อีกอย่างเหอกรุ๊ปเป็บริษัทใหญ่ขนาดนั้น แล้วทำไมถึงไม่มีข่าวหลุดออกมาบ้าง”
“ถ้าเื่นี้เป็ฝีมือโจวกรุ๊ปกับฮั่วกรุ๊ปก็ไม่แปลก ไม่ว่าจะเื่อะไรพวกเขาก็ทำให้มันเงียบเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นได้ทั้งนั้น หรือไม่พวกเขาก็อาจจะใช้วิธีการที่เลวร้ายที่สุด” ฮั่วเฉินซีหน้าเครียดอย่างเห็นได้ชัด “นาน่า บางทีคุณพ่อคุณแม่รวมถึงน้องสาวของคุณอาจถูกคนเลวพวกนั้นเอาจุดอ่อนขึ้นมาขู่ก็ได้”
“เฉินซีคะ ถ้าเป็อย่างที่คุณพูดจริงๆ คุณจะช่วยฉันแก้แค้นคนพวกนั้นหรือเปล่า” เหอหลี่น่าถามด้วยน้ำเสียงเคร่งเครียดเช่นกัน
ฮั่วเฉินซีโอบไหล่ภรรยาก่อนจะพูดด้วยน้ำเสียงราบเรียบ “ที่รักครับ ตอนนี้คุณเป็คนสำคัญที่สุดในชีวิตของผมนะ ผมก็ต้องช่วยคุณอยู่แล้วสิ อีกอย่างผมกับตระกูลฮั่วไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกันแล้ว เพราะฉะนั้นก็ไม่มีเหตุผลที่ผมต้องไปเห็นใจพวกเขา”
“ถ้าอย่างนั้นคุณต้องช่วยฉันจัดการกับพวกเขานะคะ ไม่ว่าตระกูลโจวหรือตระกูลฮั่ว ฉันจะไม่ปล่อยใครไปทั้งหมด” เหอหลี่น่าโอบรอบเอวคนรักพร้อมซบไปที่ไหล่ของเขา “ขอบคุณนะคะที่รัก ขอบคุณที่คุณยอมทำเพื่อฉัน”