พริบตาเดียวก็ผ่านไปครึ่งเดือน
กริมรีปเปอร์มุ่งหน้าไปอย่างไร้ทิศทาง
ในทุกๆวัน ทุกๆคนจะต้องจับคู่ฝึกซ้อมเพื่อเพิ่มพูนประสบการณ์ในการต่อสู้ให้มากยิ่งขึ้น ซึ่งบางวันไลท์ก็จะเป็นคนลงไปฝึกฝนให้ด้วยตัวเอง
ไลท์ที่นอนชมวิวบนดาดฟ้าเรือก็เริ่มรู้สึกร้อนๆขึ้นมา เขาจึงลุกขึ้นมาดูก็พบว่าพื้นที่โดยรอบเป็นทะเลทราย
“ ไม่แปลกใจเลยที่จะร้อนแบบนี้ ” ไลท์ถอนหายใจจากนั้นเขาก็นึกอะไรบางอย่างออก
“ เบเรียลมานี้หน่อย ” ไลท์ตะโกนเรียก
เบเรียลที่กำลังฝึกดาบกับเดซี่ก็วิ่งขึ้นมาทันที
“ ว่าไงไลท์? ” เบเรียลสงสัย
“ เธอช่วยสร้างกำแพงน้ำแข็งแถวๆนี้หน่อยสิ ” ไลท์พูดขึ้นพร้อมกับชี้ไปยังตำแหน่งที่เขาต้องการ
แต่เมื่อเธอรู้เหตุผลที่ไลท์เรียกเธอขึ้นมาก็ถลึงตามองไลท์ด้วยความไม่พอใจ จากนั้นเธอก็ลงมือสร้างกำแพงน้ำแข็งขึ้นมาแต่มันไม่ใช่กำแพงน้ำแข็งอย่างที่ไลท์ต้องการแต่เป็นคุกน้ำแข็งที่ขังไลท์ไว้ด้านใน
“ ถ้าหากนายกล้าทำลายคุกน้ำแข็งล่ะก็ฉันจะจัดการนายแน่ ” เบเรียลพูดด้วยน้ำเสียงเย็นชา
“ เอาน่าเบเรียลมันก็เป็นการฝึกควบคุมน้ำแข็งไง นี้ฉันช่วยเธอเลยนะ ” ไลท์พยายามแถ
“ คิดว่าฉันโง่หรอไลท์ ” เบเรียลถลึงตาใส่ก่อนที่จะส่ายหน้าและยกเลิกคุกน้ำแข็งก่อนที่จะสร้างกำแพงน้ำแข็งอย่างที่ไลท์ต้องการ
“ ฮี่ฮี่ ขอบคุณมากเบเรียล ฉันรู้อยู่แล้วว่าเธอไม่ทำกับฉันแบบนั้นหรอก ”ไลท์ยิ้ม
เบเรียลแค่นเสียงเล็กน้อยก่อนที่จะเดินลงไปข้างล่าง
ไลท์กลับมานอนบนเก้าอี้นอนอีกครั้งพร้อมกับดื่มเหล้าไปด้วย
ทันใดนั้นเวโรนิก้าก็ตะโกนขึ้นมาว่า “ หัวหน้าค่ะมีคำขอมาจากเมืองฟาร์เนียค่ะ ”
“ เกิดอะไรขึ้นหรอเวโรนิก้า ” ไลท์ถามขึ้น
“ ทางนั้นเขาขอแรงนักผจญภัยที่อยู่รอบๆเมืองฟาร์เนียเพื่อช่วยในการทำลายดันเจี้ยน ” เวโรนิก้าตะโกนขึ้น
“ ดันเจี้ยนงั้นหรอ! ” ไลท์แสดงสีหน้าตื่นเต้น เพราะตั้งแต่เข้ามาในหอคอยแห่งนิรันดร์เป็นเวลานานเขาก็ยังไม่เคยเจอดันเจี้ยนแม้แต่ดันเจี้ยนเดียว
ว่ากันว่าภายในดันเจี้ยนมีทรัพยากรจำนวนมากสามารถขายได้ในราคาแพง นอกจากนี้มอนเตอร์ภายในดันเจี้ยนเมื่อตายไปแล้วก็จะสลายกลายเป็นไอเทมอีกด้วยซึ่งมันก็เหมือนกับในเกมส์เลย ผิดกับพวกสัตว์เวทย์หรือเผ่าพันธุ์ปีศาจด้านนอกนี้ที่ตายไปแล้วสภาพศพก็ยังคงอยู่
“ งั้นพวกเราก็รีบไปกันเถอะ ” ไลท์ตะโกนขึ้นด้วยความตื่นเต้น
ไม่นานกริมรีปเปอร์ก็มุ่งหน้าไปที่เมืองฟาร์เนีย
เมืองฟาร์เนียเป็นเมืองเล็กๆอยู่ไม่ไกลจากจุดที่ไลท์อยู่มากนักเพียงแค่เดินทางประมาณสองชั่วโมงก็ถึง
ไม่นานก็มีเรือยนต์อีกสองลำที่กำลังเทียบท่าอยู่ด้วย
“ หัวหน้าพวกเราไปที่ลานกว้างของเมืองกันเถอะ ” เวโรนิก้าพูดขึ้น เมื่อกี้เธอไปถามเจ้าหน้าที่มาแล้วว่าเจ้าเมืองเรียกรวมตัวกันที่ไหน ซึ่งก็คือลานกว้างของเมือง
หลังจากที่จอดกริมรีปเปอร์แล้วทั้งหมดก็มุ่งหน้าไปยังที่ลานกว้างของเมืองทันที
เวลานี้ที่ลานกว้างเต็มไปด้วยผู้คนจำนวนมาก ไม่ว่าจะเป็นทหาร จอมเวทย์และนักผจญภัย
ทหารของเมืองฟาร์เนียสวมเสื้อเกาะสีเงินพร้อมในมือถือหอกยาวยืนอยู่รอบๆลานกว้างเพื่อป้องกันอันตราย
ห่างอออกไปไม่ไกลมีเต็นท์ขนาดใหญ่ตั้งอยู่ ซึ่งน่าจะเป็นที่พวกระดับสูงปรึกษาหารือเกี่ยวกับดันเจี้ยน
ไลท์เดินไปที่ทางเข้าลานกว้าง พวกเขาก็ถูกขวางโดยเจ้าหน้าที่สองคน
“ ขอดูหลักฐานด้วยครับ ” เจ้าหน้าที่คนหนึ่งพูดขึ้น หลักฐานที่ว่าก็คือบัตรประจำตัวของแต่ละคนไม่ว่าจะเป็นจอมเวทย์หรือนักผจญภัยก็จะมีบัตรประจำตัว
ไลก้าเดินไปด้านหน้าพร้อมกับหยิบบัตรนักผจญภัยของเขาให้กับเจ้าหน้าทีดู
เมื่อเจ้าหน้าที่เห็นว่าไลก้าเป็นนักผจญภัยระดับAก็รีบเปิดทางให้ทันที
“ เชิญครับท่านไลก้า ” เจ้าหน้าที่พูดขึ้น ก่อนที่จะปิดทางไม่ให้พวกไลท์เดินมา
“ คนพวกนี้ก็เป็นกลุ่มนักผจญภัยเดียวกันฉันไม่ต้องเป็นห่วง ” ไลก้าพูดขึ้นพร้อมกับหรี่ตาลง
เจ้าหน้าที่ทั้งสองมองหน้ากันก่อนที่จะเปิดทางให้กับพวกไลท์เดินเข้ามา
“ ไปที่เต็นท์นั้นกันเถอะ ” ไลท์พูดขึ้น
เพียงแต่ในขณะที่พวกเขากำลังเดินไปที่เต็นท์ก็ถูกกลุ่มคนหลายคนล้อมเอาไว้
ผุ้ชายทั้งหลายต่างก็มองมาที่เบเรียลด้วยแววตาหื่นกระหาย เนื่องจากความงามของเบเรียลนับได้ว่าเป็นความงามในระดับล่มเมืองได้เลย
ไลท์มองดูก็รู้ว่าเจ้าพวกนี้เป็นนักผจญภัยแต่ความแข็งแกร่งของพวกมันอยู่ในระดับCเท่านั้น มีระดับBแค่สองคนเท่านั้น
“ ฉันจะนับหนึ่งถึงสามถ้าหากพวกแกไม่หลบไป พวกแกได้นอนพื้นแน่ ” ไลก้าพูดด้วยน้ำเสียงเย็นชา
“ ฮ่าฮ่า อย่างแกเนี้ยนะจะอัดพวกฉันลงพื้น แค่คิดก็ขำแล้วไอหนู ” ชายร่างใหญ่พูดด้วยความเย้ยหยัน ส่วนคนอื่นๆก็หัวเราะกัน
“ ไลก้าจัดการเลย ” ไลท์พูดขึ้นด้วยน้ำเสียงสบายๆ
“ ได้เลยลูกพี่ ” ไลก้าหัวเราะขึ้นพร้อมกับเรียกไม้พลองเหล็กออกมา
ไม้พลองเหล็กเป็นอาวุธที่ใช้ในการฝึกซ้อมกับคนอื่นบนเรือ มันไม่มีความคมจึงทำให้สามารถต่อสู้ได้อย่างเต็มที่ เพียงแต่ไม้พลองเหล็กอันเดียวก็หนักไม่ต่ำกว่าห้าสิบกิโลกรัมแล้ว
ไม่ถึงห้านาทีนักผจญภัยกว่าสิบคนก็ลงไปนอนร้องโอดครวญบนพื้น
ทุกๆคนในลานกว้างต่างก็มองมาที่ไลก้าด้วยความตกใจ บ้างก็ให้ความสนใจขึ้น
แม้ว่าเจ้าพวกนักผจญภัยเหล่านี้จะไม่ได้แข็งแกร่งมากนักแต่สำหรับ ออร์ซิมและปานาโม่ ทั้งสองคนเป็นนักผจญภัยระดับBที่มีชื่อเสียงอันดับต้นๆของเมืองแต่ถูกจัดการในเวลาไม่กี่นาที
ไลท์เดินผ่านพวกที่ล้มอยู่บนพื้นอย่างไม่สนใจและมุ่งหน้าไปยังเต็นท์ด้านหลัง
เพียงแต่ก็มีเจ้าหน้าที่ด้านนอกเต็นท์ได้ขวางทางไว้อีกครั้ง
“ คนที่จะเข้าไปในเต้นท์ได้จะต้องเป็นนักผจญภัยระดับAเท่านั้น ” เจ้าหน้าที่คนหนึ่งบอก
ไลก้าไม่พูดอะไรก่อนที่จะหยิบบัตรนักผจญภัยออกมาให้เจ้าหน้าที่ดู
“ เชิญครับ ” เจ้าหน้าที่ตอบ
“ คนเหล่านี้ก็เป็นนักผจญภัยระดับAเหมือนกัน ไม่ต้องตรวจบัตรไปหรอก ” ไลก้าพูดขึ้น
เจ้าหน้าที่ส่ายหน้าพร้อมกับพูดขึ้นว่า “ ครั้งนี้เป็นปฏิบัติการพิเศษแถมด้านในก็ยังมีคนของสภาจอมเวทย์ ถ้าหากพวกเขารู้ว่าพวกเราไม่ทำตามหน้าที่ก็อาจจะโดนลงโทษได้ ”
ไลก้ามองมาที่ไลท์ทันที
“ ตามที่เจ้าหน้าที่บอกนั่นแหละ ” ไลท์พูดขึ้นก่อนที่คนอื่นๆจะหยิบบัตรนักผจญภัยให้เจ้าหน้าที่ดู
ทางด้านเบเรียลเองความแข็งแกร่งของเธอก็อยู่ในระดับAเพราะฉะนั้นเธอจึงสามารถออกบัตรนักผจญภัยระดับAได้อย่างไม่มีปัญหา ส่วนทางด้านคอลรุยแม้ว่าความแข็งแกร่งของเขาจะยังอยู่ในระดับB แต่ไลท์ขอให้ทางสมาคมนักผจญภัยออกบัตรระดับAให้กับคอลรุย
ในฐานะที่ไลท์เป็นนักผจญภัยระดับS เขาจึงร้องขอเรื่องนี้ให้กับคอลรุยได้ แน่นอนว่าอีกไม่นานคอลรุยก็จะแข็งแกร่งในระดับAแน่นอน เพราะฉะนั้นไลท์จึงไม่ได้โกหกต่อสมาคมนักผจญภัยแต่อย่างใด
เหลือเพียงแค่ไลท์คนเดียวที่ไม่ได้ยื่นให้
“ แค่นี้ก็น่าจะพอแล้วนะ ” ไลก้าเป็นคนพูด
เจ้าหน้าที่สองคนมองหน้ากันก่อนที่จะเห็นถึงความลังเลของกันและกัน
“ ไม่ต้องห่วงหรอก ชายคนนี้คือหัวหน้าของพวกเรา เขาแข็งแกร่งกว่าพวกเราทุกคนในกลุ่มเสียอีก ” ไลก้าเป็นคนพูด
เมื่อได้ยินดังนั่นเจ้าหน้าที่ก็ให้ทุกๆคนเข้าไปด้านในทันที
เมื่อทุกคนเข้ามาในเต็นท์ก็พบว่าเต็นท์นี้คือเต็นท์เวทย์มนต์ ซึ่งภายในเต็นท์จะมีขนาดใหญ่กว่าด้านนอกที่เห็นถึงสามเท่า แถมยังลงเวทย์ความเย็นเอาไว้เพื่อทำให้บรรยากาศในเต็นท์เย็นสบายกว่าข้างนอกมาก
ไลท์มองดูด้านหน้าก็พบว่ามีกลุ่มคนสี่คนกำลังนั่งพูดคุยหารือกันอยู่
คนที่นั่งตรงกลางเป็นชายอายุประมาณสามสิบกลางๆ เขาสวมชุดของสภาจอมเวทย์จึงทำให้เขาได้นั่งอยู่ที่นั่งตรงกลาง ส่วนคนอื่นๆก็นั่งรอบๆตัวเขา
“ คนมาใหม่หรอ? ” ชายวัยกลางคนรูปร่างใหญ่ใบหน้ามีหนวดเคราสีแดง เขาคือเจ้าเมืองฟาร์เนีย ชื่อว่าไนท์ทอส แต่เมื่อเขาเห็นว่าคนมาใหม่มีมากถึงหกคนก็ตกใจทันที
“ เจ้าพวกนั้นไม่ได้ตรวจสอบก่อนที่จะปล่อยเข้ามาหรือไง? ” ไนท์ทอสบ่นเจ้าหน้าที่ด้านนอกด้วยความไม่พอใจ
คนอื่นๆก็มองมาที่พวกไลท์ด้วยแววตาไม่พอใจเช่นกัน แต่ทันใดนั้นเจ้าหน้าที่ของสภาจอมเวทย์ที่ตอนแรกไม่ได้สนใจแต่พอเงยหน้าขึ้นมาดู ดวงตาของเขาก็หดเล็กลงก่อนที่จะเบิกกว้างด้วยความตกใจ
“ ใครใช้ให้พวกแกเข้ามาข้างใน ที่นี้ไม่ใช่สถานที่ที่ให้เด็กอย่างพวกแกมาวิ่งเล่นหรอกนะ ” ชายวัยกลางคนในชุดจอมเวทย์สีเทาพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงไม่พอใจ เขาคือลูสเจอร์หัวหน้ากิดล์จอมเวทย์ที่แข็งแกร่งที่สุดในเมืองฟาร์เนีย
“ ทำไมฉันจะเข้ามาไม่ได้ล่ะก็ในเมื่อฉันเป็นนักผจญภัยระดับAเหมือนกัน ” ไลก้าหัวเราะก่อนที่จะหยิบบัตรนักผจญภัยโยนใส่ลูสเจอร์ทันที
ในตอนแรกลูสเจอร์ที่กำลังเอื่อมมือไปรับแต่ทันใดนั้นแววตาของเขาก็กลายเป็นตกใจก่อนที่จะรีบหลบบัตรนักผจญภัยของไลก้าทันที
บัตรนักผจญภัยของไลก้าที่กำลังจะทะลุออกนอกเต็นท์ก็หยุดอยู่กับที่ก่อนที่จะลอยกลับมาอยู่ในมือของไลก้าเหมือนเดิม
“ แค่นี้ก็น่าจะพิสูจน์ได้แล้วนะ ” ไลก้าแสยะยิ้มด้วยแววตาเย้ยหยัน
หึ
ลูสเจอร์แค่นเสียงเย็นชาและยิ่งไม่พอใจมากกว่าเดิม
ส่วนคนอื่นๆในเต็นท์ก็มองมาที่ไลก้าด้วยแววตาจริงจังการที่ทำให้ลูสเจอร์ถึงกับพ่ายแพ้ไปได้นี้ต้องไม่ใช่คนธรรมดาแน่ๆ
ทันใดนั้นเจ้าหน้าที่ของสภาจอมเวทย์ก็รีบวิ่งมาที่ด้านหน้าของไลท์และโค้งตัวให้กับไลท์เล็กน้อย
“ ท่านไลท์ ผมชื่อบายเนียร์ เป็นเกียรต์อย่างยิ่งที่วันนี้ผมได้พบกับท่าน ” บายเนียร์เป็นชายอายุสามสิบหกใบหน้าดูดุดัน รูปร่างสูงเล็กน้อย เส้นผมสีน้ำเงิน เขาเป็นแฟนตัวยงของไลท์เลยทีเดียวและเมื่อเขาเห็นไลท์ก็รู้สึกตื่นเต้นอย่างมาก
ทุกๆคนในเต็นท์ถึงกับตกใจ เพราะว่าบายเนียร์เป็นถึงผู้ตรวจการของสภาจอมเวทย์และยังเป็นคนที่แข็งแกร่งกว่าทุกๆคนในเต็นท์นี้อีกด้วย แต่คนระดับนี้กลับโค้งให้กับชายหนุ่มที่ดูอายุน้อยที่สุด
ชายคนนี้เป็นใครกันแน่
“ ท่านบายเนียร์พวกเขาคือ? ” ไนท์ทอสถามขึ้นด้วยความสงสัย
“ เอาละในเมื่อท่านไลท์อยู่ที่นี้พวกเราก็ไม่ต้องเป็นห่วงเรื่องดันเจี้ยนแล้วล่ะ ” บายเนียร์พูดขึ้นพร้อมกับยิ้มสบายๆ
“ ท่านไลท์? ” ไนท์ทอสและคนอื่นๆพากันสงสัย
“ หรือว่า..จะเป็นท่านไลท์คนนั้น ” นัคเคิลผู้ดูแลสมาคมนักผจญภัยสาขาเมืองฟาร์เนียตะโกนขึ้น
ต่อจากนัคเคิลก็เป็นลูสเจอร์ ไนท์ทอสที่คิดอะไรบางอย่างออก ทันใดนั้นดวงตาของพวกเขาก็เบิกกว้างก่อนที่จะกลายเป็นตื่นเต้น
“ ท่านไลท์นักผจญภัยระดับSคนนั้นใช่ไหม ส่วนคนเหล่านี้ก็คือกลุ่มนักผจญภัยเดธปาร์ตี้แน่ๆ มิน่าพวกเขาถึงได้แข็งแกร่งขนาดนี้ ” นัคเคิลพูดขึ้น ตอนนี้พวกเขาไม่ตกใจแล้วว่าทำไมลูสเจอร์ถึงได้พ่ายแพ้ให้กับคนเหล่านี้
ไลท์ยิ้มก่อนที่จะเดินไปหาที่นั่งทันที
“ ท่านไลท์ครับเชิญนั่งตรงนี้เลย” บายเนียร์ยกที่นั่งของตัวเองให้กับไลท์ทันที
“ ขอบคุณ ” ไลท์ไม่ได้เกรงใจอยู่แล้ว เขาจึงนั่งลงทันที
ส่วนคนอื่นๆก็นั่งตามที่ของตัวเอง
“ ท่านไลท์ดันเจี้ยนคราวนี้คือดันเจี้ยนระดับA ซึ่งเพิ่งเกิดได้เมื่อสองวันก่อนครับ มันตั้งอยู่ห่างจากเมืองฟาร์เนียไปประมาณสิบห้ากิโลเมตร พวกเรากำลังจัดคนที่จะลงไปภายในดันเจี้ยนอยู่โชคดีที่ได้ท่านไลท์มาช่วยทำให้งานนี้พวกเราน่าจะจัดการดันเจี้ยนได้สบายๆ ” บายเนียร์พูดขึ้น
ไม่แปลกที่พวกเขาต้องการคนเพิ่ม เพราะดันเจี้ยนระดับA ต้องมีตัวตนระดับAอย่างน้อยห้าถึงสิบคนจึงจะฆ่าบอสของดันเจี้ยนได้และยังต้องใช้กองทัพประมาณห้าร้อยถึงหนึ่งพันคนในการเอาชนะลูกน้องของบอส
“ ในเมื่อท่านไลท์มาแล้วพวกเราก็รีบจัดการกันเถอะแล้วก็ฉันจะให้ท่านไลท์เป็นผู้บัญชาการสูงสุดพวกคุณคิดว่าไง? ” บายเนียร์พูดขึ้น
แน่นอนว่าใครจะไปกล้าปฏิเสธกับการที่ให้ท่านไลท์เป็นผู้บัญชาการ ทุกๆคนตอบตกลงแบบไม่ต้องคิดเลยทีเดียว
“ เอาละงั้นก็พักอีกหนึ่งวันพวกเราค่อยไปที่ดันเจี้ยนกัน ” บายเนียร์พูดขึ้นส่วนคนอื่นๆก็เห็นด้วย
“ ท่านไลท์ครับเดี๋ยวผมขอเป็นเจ้ามือเลี้ยงท่านไลท์และกลุ่มนักผจญภัยของท่านได้ไหมครับ? ” บายเนียร์พูดขึ้น
“ ได้สิ ” ไลท์ตอบรับ
“ ตกลงครับตอนเย็นพวกเรามาเจอกันที่ร้านอาหารบัตเตอร์ฟรีนะครับ ” บายเนียร์พูดขึ้น
หลังจากที่ออกมาจากเต็นท์แล้วพวกไลท์ก็ไปหาที่พักก่อนที่จะเดินเล่นรอบเมือง
ส่วนทางด้านทหาร จอมเวทย์และนักผจญภัยเมื่อรู้ว่ายมฑูตสีทองจะมาเป็นผู้นำในการบุกดันเจี้ยนครั้งนี้ก็ทำให้พวกเขายิ่งมีกำลังใจมากขึ้น
ทุกคนเขาได้ยินเกี่ยวกับข่าวของยมฑูตสีทองไลท์มามากมายและในครั้งนี้พวกเขาจะได้เห็นการต่อสู้ของไลท์กับตาก็ยิ่งทำให้พวกเขาตื่นเต้นจนนอนไม่หลับ และก็มีบางคนที่จำพวกไลท์ได้ทันทีว่าเป็นกลุ่มนักผจญภัยที่เดินเข้าในไปเต็นท์เป็นกลุ่มสุดท้าย
วันรุ่งขึ้น
ไลท์และคนอื่นๆต่างก็นั่งเรือยนต์ของเมืองฟาร์เนียมาที่ดันเจี้ยน
ไลท์และนักผจญภัยเดธปาร์ตี้ยืนอยู่บนดาดฟ้าก็กลายเป็นเป้าสายตาของทุกๆคน
ไม่นานก็มาถึงดันเจี้ยน