ผกายฤกษ์ฟื้นขึ้นมา พบว่าตัวเองนอนอยู่ที่โรงพยาบาล พยาบาลเห็นว่าเธอฟื้นแล้ว เลยรีบไปตามหมอมาดูอาการทันที หลังจากที่หมอตรวจอาการผกายฤกษ์และสอบถามประวัติคร่าวๆ ก็พบว่าเธอเป็ปกติดีแล้ว แต่ตอนนี้ผกายฤกษ์ยังคงกังวลเกี่ยวกับอำมรินทร์
“คุณหมอคะ แล้วคุณอำมรินทร์ล่ะคะ เขาเป็อย่างไรบ้าง” ผกายฤกษ์รีบถาม
“คุณหมายถึงผู้ชายที่นอนสลบที่ชายฝั่งเหมือนกับคุณใช่มั้ยครับ” นายแพทย์กล่าว
“ใช่ค่ะ เขาปลอดภัยดีใช่มั้ยคะ”
“ตอนนี้เขาปลอดภัยดีครับ แต่ศีรษะถูกกระแทก ต้องรอให้เขาฟื้น เพื่อรอดูอาการอีกทีครับ”
“ฉันขอไปเยี่ยมเขาจะได้มั้ยคะ”
“ได้ครับ เดี๋ยวผมจะให้นางพยาบาลพาคุณไปก็แล้วกันครับ”
“ขอบคุณคุณมากค่ะหมอ”
เมื่อผกายฤกษ์ได้เข้าเยี่ยมอำมรินทร์ เห็นตอนนี้เขายังคงนอนสลบอยู่ มีผ้าพันที่ศีรษะและหัวไหล่ขวา เธอรู้สึกโล่งใจที่เห็นเขาปลอดภัย ดังนั้นจึงรีบติดต่อที่ปรึกษาคนสนิทของอำมรินทร์ทันที
สองวันต่อมาผกายฤกษ์สามารถกลับบ้านได้ ในขณะที่อำมรินทร์ยังคงนอนที่โรงพยาบาลเพราะยังคงไม่ฟื้น ดังนั้นหนึ่งสัปดาห์ที่ผ่านมา ผกายฤกษ์ได้ลาออกจากการเป็ตำรวจและไปฝึกทำงานแทนอำมรินทร์ เธอเรียนรู้งานทุกอย่างเพื่อทำงานแทนเขาไปก่อนในระหว่างที่เขายังไม่ฟื้น เพื่อตอบแทนบุญคุณที่เขาช่วยชีวิตเธอไว้ ผกายฤกษ์ทำงานหนักมาก ทำให้เธอต้องตื่นแต่เช้าและกลับดึกทุกวันเช่นกัน
สองสัปดาห์ต่อมา ทางโรงพยาบาลโทรแจ้งมาว่าในตอนนี้อำมรินทร์ฟื้นขึ้นมาแล้ว ผกายฤกษ์จึงฝากงานให้ที่ปรึกษาทำแทนไปก่อน แล้วรีบไปเยี่ยมอำมรินทร์ทันที เมื่อผกายฤกษ์มาถึง
“อำมรินทร์ คุณเป็อย่างไรบ้าง คุณหายดีแล้วใช่มั้ยคะ” ผกายฤกษ์ถามด้วยความดีใจ
“คุณเป็ใครครับ ผมไม่เห็นจะรู้จักคุณเลย” อำมรินทร์มีสีหน้างงๆ
“หมายความว่ายังไงคะ คุณจำฉันไม่ได้งั้นหรือ” ผกายฤกษ์สงสัย
“ใช่ครับ ผมจำไม่ได้ เหมือนผมไม่เคยเห็นคุณเสียด้วยซ้ำ” อำมรินทร์พยายามนึกแต่นึกไม่ออก
“ฉันคือ…………..” ผกายฤกษ์พูดไม่จบ
“อำมรินทร์คะ ซินดี้กลับมาแล้วค่ะ” แล้วซินดี้แฟนเก่าของอำมรินทร์ก็เข้าไปกอดและหอมแก้มเขาทันที ซึ่งอำมรินทร์เองก็กอดและหอมแก้มตอบอย่างกับคนรักกัน
“ผมคิดถึงคุณจังเลยครับซินดี้” อำมรินทร์ยิ้มอย่างดีใจ
ตอนนี้ผกายฤกษ์กลายเป็ส่วนเกิน และเธอก็โกรธเขามาก จนกระทั่งที่ปรึกษาก็ตามมาที่โรงพยาบาลด้วย
“คุณมาศครับ คุณจำเป็ต้องเซนเอกสารนี้ครับ ผมเลยรีบตามมา” ที่ปรึกษากล่าว
ผกายฤกษ์พยายามตั้งสติ หันกลับไปเซนเอกสารให้แล้วเดินออกไปทันทีด้วยความน้อยใจ
“อ้าว คุณพล ทำไมต้องให้ผู้หญิงคนนั้นเซนเอกสารด้วยล่ะครับ” อำมรินทร์สงสัย
“คุณอำมรินทร์ นี่คุณจำคุณมาศไม่ได้หรอครับ เธอเป็ภรรยาของคุณนะครับ ตอนนี้เธอก็ทำงานแทนคุณอยู่ด้วย” ที่ปรึกษากล่าว
“อะไรนะครับ ผมมีภรรยาแล้วงั้นหรอ ก็ผมจำได้ว่าผมยังเป็แฟนของซินดี้อยู่นี่ครับ” อำมรินทร์กล่าว
ที่ปรึกษาพลเห็นว่าอำมรินทร์มีความผิดปกติ เลยไปพบแพทย์ประจำตัวเ้านายทันที
“เ้านายผมเป็อะไรไปครับ ทำไมถึงจำเหตุการณ์ในปัจจุบันไม่ได้เลยล่ะครับ” ที่ปรึกษาถาม
“เขาสูญเสียความทรงจำเมื่อห้าปีที่ผ่านมาไปน่ะสิครับ ตอนนี้เขาจำเหตุการณ์ได้ถึงเพียงแค่ห้าปีที่แล้วเองครับ” นายแพทย์กล่าว
“มีวิธีรักษามั้ยครับ” ที่ปรึกษาถาม
“คงต้องค่อยเป็ค่อยไปครับ เดี๋ยวความทรงจำของเขาก็จะกลับมาเองครับ”
ที่ปรึกษาจึงบอกอาการป่วยของอำมรินทร์ให้ผกายฤกษ์รับทราบไว้ ซึ่งเธอก็เข้าใจ แต่ทว่าซินดี้แฟนเก่าของอำมรินทร์ ได้ขอพักที่บ้านของเธอด้วย และวันถัดมาผกายฤกษ์และซินดี้ก็ไปรับอำมรินทร์กลับบ้านด้วยกัน
อำมรินทร์เข้าไปกอดซินดี้อย่างคิดถึง ทำให้ในตอนนี้ผกายฤกษ์เหมือนคนแปลกหน้าในสายตาของอำมรินทร์
เมื่อมาถึงบ้านของพ่อเขา อำมรินทร์ก็แปลกใจเพราะเขาจำได้ว่าเขาพักที่รีสอร์ทส่วนตัว แต่ที่ปรึกษาก็ได้อธิบายให้อำมรินทร์ฟัง ถึงเื่ที่พ่อของเขาตายและมอบมรดกยกบ้านหลังนี้ให้ ข่าวการเสียชีวิตของพ่อทำให้อำมรินทร์รู้สึกเศร้ามาก
ในตอนนี้อำมรินทร์รู้สึกไม่สะดวกใจ จึงขอนอนแยกห้องกับผกายฤกษ์ ทำให้ตอนนี้ผกายฤกษ์รู้สึกน้อยใจอย่างมาก เพราะเขาให้ความสำคัญกับซินดี้ และสวีทกับซินดี้โดยที่ไม่เกรงใจเธอเลยสักนิด
ผกายฤกษ์รู้สึกเ็ปที่เห็นภาพนั้น แต่เธอก็มุ่งแต่ทำงานอย่างเดียว เธอเลยกลายเป็คนเ็า และคิดแต่เพียงว่าทำไปเพื่อตอบแทนบุญคุณที่อำมรินทร์ช่วยชีวิตของเธอไว้ และถ้าเขาแข็งแรงเมื่อไหร่ ก็จะขอหย่าขาดจากเขาและไปจากที่นี่ทันที เพราะความเป็จริงแล้วเขาและเธอก็ไม่มีความเกี่ยวข้องกันเลย
ระหว่างที่อำมรินทร์อยู่ที่บ้าน ซินดี้ก็ใส่ไข่ใส่สี เล่าเื่ของภาณุมาศว่า เธอเคยเป็แม่เลี้ยงของอำมรินทร์มาก่อน แต่ที่ต้องแต่งงานกับอำมรินทร์ก็เพราะต้องทำตามพินัยกรรมเพื่อที่จะได้มรดกของพ่อ ทำให้อำมรินทร์รู้สึกอคติต่อเธอเป็อย่างมาก
เมื่อผกายฤกษ์กลับมาถึงบ้านด้วยความเหนื่อยล้า เธอตั้งใจจะรีบไปอาบน้ำและไปนอนพักผ่อน แต่แล้ว
“ผมไม่ยักรู้ว่าคุณเป็แม่เลี้ยงของผมมาก่อน และยอมเป็ภรรยาของผมก็เพื่อ้าสมบัติ” อำมรินทร์มาดักรอถาม
“ใครบอกคุณงั้นหรอคะ” ผกายฤกษ์พูดอย่างเหนื่อยๆ
“มันเป็ความจริง แล้วทำไมต้องถามว่าใครบอกด้วยล่ะครับ” อำมรินทร์กล่าว
ผกายฤกษ์ถอนหายใจ เธอเหนื่อยจนไม่มีแรงจะเถียงกับเขาอีก เลยว่า “ตอนนี้ฉันเหนื่อยมากเลยค่ะ ไว้ค่อยคุยกันพรุ่งนี้เช้านะคะ แต่ถ้าคุณจะหย่าก็ค่อยว่ากันอีกที ตอนนี้ฉันขอตัวก่อน” ผกายฤกษ์ไม่รอคำตอบรีบเดินหนีเข้าไปในห้องนอนทันที
ในขณะที่อำมรินทร์รู้สึกแปลกใจกับตัวเองว่า โดยผิวเผินเขารู้สึกรังเกียจภาณุมาศ แต่พอได้ยินว่าเธอจะคุยเื่หย่า ทำไมเขาถึงรู้สึกเศร้าแบบนี้ นี่หมายความว่ายังไงกันแน่