เทพอสูรกลืนตะวัน

    บทที่ 32 : อสรพิษเกล็ดดารา

    เจียงเฉินเดินเข้าไปภายในหุบเขาร้อยอสูรอย่างใจเย็นทันทีที่เจียงเฉินเดินเข้ามาในอาณาเขตของหุบเขา เจียงเฉินก็อดที่จะบ่นออกมาอย่างช่วยไม่ได้



    ''บรรยากาศไม่น่ามาเดินเล่นเอาสะเลยแหะให้ตายสิ''



    ภาระกิจที่เจียงเฉินรับมานั้นคือหนังและเขี้ยวของหมาป่า กับหัวใจ และอุ้งตีนหมี และถุงพิษของงูเขี้ยวจันทร์ เจียงเฉินไม่ค่อยให้ความสนใจกับภาระกิจค้นหาสมุนไพรเท่าไหร่นักแต่ที่เจียงเฉินรับมาเพราะคาดว่าจะพบเจอพวกมันเวลาที่เจียงเฉินอยู่ในหุบเขาร้อยอสูร 



    ''ตามที่พนักงานของตำหนักภาระกิจบอก ดูเหมือนหมาป่ากับหมีจะอยู่ในเขต 1 ของหุบเขาแหะ''



    หุบเขาร้อยอสูรนั้นถูกแบ่งออกเป็น 3 เขตตามระดับของสัตว์อสูรซึ่งสัตว์อสูรระดับแรกเริ่มถึงก่อตั้งจะอยู่ที่เขต 1 ระดับปฐพีจะอยู่เขต 2 และระดับฟ้าขึ้นไปจะอยู่ในเขต 3 เจียงเฉินเดินวนไปวนมาอยู่ในเขต 1 อยู่สักพักก็ยังไม่เห็นหมาป่า หรือหมีสักตัวจึงอดไม่ได้ที่จะบ่นออกมา



    ''ทำไมสัตว์อสูรถึงหายไปกันหมดนะแย่จริง ๆ เลย''



    เจียงเฉินยังคงเดินวนเวียนอยู่ภายในเขต 1 อยู่สักพักก่อนจะพบหมาป่า และหมีเพียงสองตัวเท่านั้นซึ่งเป็นจำนวนที่น้อยเสียเหลือเกินแต่จู่ ๆ เจียงเฉินก็ได้ยินเสียงบางอย่างกำลังใกล้เข้ามาเมื่อเจียงเฉินปลดปล่อยสัมผัสออกไปเขาก็พบกับกองทัพหมาป่ากว่า 20 ตัวกำลังวิ่งเข้ามาหาเขา



    ''ให้ตายเถอะ ! หมาป่าพวกนี้มันมาจากไหนกันเยอะแยะ ?!''



    แม้เจียงเฉินจะบ่นแต่เขาก็ไม่ได้คิดที่จะหันหนีแต่กลับกันเจียงเฉินกับวิ่งเข้าใส่ฝูงหมาป่าแทนพร้อมกับชักกระบี่ออกมาไล่ฆ่าฝูงหมาป่าทีละตัว เจียงเฉินสามารถที่จะฆ่าเหล่าหมาป่าได้อย่างง่ายดายแต่ถึงอย่างงั้นเจียงเฉินก็เริ่มรู้สึกถึงบางอย่างที่แปลกออกไป



    ''แปลกแม้ข้าจะฆ่าพวกมันไปมากแต่เหตุใดทำไมพวกมันถึงไม่ลดจำนวนลงเลย''



    แต่ถึงอย่างงั้นเจียงเฉินก็ยังไล่ฆ่าหมาป่าต่อไปหลายนาทีต่อมา เจียงเฉินก็ฆ่าหมาป่าไปกว่า 30 ตัวเจียงเฉินนั่งลงข้างต้นไม้พร้อมกับค่อย ๆ ชำแหละซากหมาป่าทีละตัวและเก็บใส่กระเป๋าที่ของตัวเอง โชคดีที่เจียงเฉินนั้นมีหัวใจแห่งพฤกษาทำให้เจียงเฉินนั้นมีมิติเก็บของเป็นของตัวเอง เพราะทางสำนักนั้นมีกฏที่ศิษย์นั้นจะต้องส่งมอบทรัพยากรทั้งหมดที่ล่าได้จากหุบเขาร้อยอสูรให้ทางสำนัก



    แต่การที่เจียงเฉินนั้นมีมิติเป็นของตัวเองทำให้เขานั้นไม่จำเป็นจะต้องส่งทรัพยากรที่นอกเหนือจากที่ในภาระกิจต้องการ เจียงเฉินเดินไปอีกสักพักก็เริ่มพบกับหมีขาวจำนวนหนึ่งซึ่งเจียงเฉินก็สามารถฆ่าพวกมันได้อย่างรวดเร็วเพราะมีจำนวนไม่มากเหมือนหมาป่า



    เจียงเฉินนั่งแล่ศพหมีขาอยู่ที่ใต้ต้นไม้พร้อมกับคิดถึงเรื่องที่เขาพึ่งพบเจอมา



    ''ปกติหมีขาว และหมาป่าจะอยู่ส่วนลึกของเขตหนึ่งเท่านั้นแต่ทำไมวันนี้ถึงพบพวกมันแถวชายแดนได้กัน ? ''



    เมื่อคิดถึงเหตุการณ์ที่เจียงเฉินพบฝูงหมาป่า และหมีขาวแถวชายแดนของเขตหนึ่งแล้วทำให้เจียงเฉินนึกถึงบางสิ่งขึ้นมาได้



    ''ถึงปกติหมาป่าจะออกล่ากันเป็นฝูงก็เถอะ แต่ปกติพวกมันมักจะมีจ่าฝูงในการคุมการออกล่าแต่เหตุใดข้าถึงไม่พบมันกัน ?''



    เจียงเฉินคิดหาเหตุผลต่าง ๆ นา ๆ ที่เขาพอจะคิดออกและก็พบอยู่ข้อหนึ่งคือการที่พวกมันจะออกมาเขตรอบนอกได้นั้นแสดงว่าพวกมันกำลังหนีบางสิ่งบางอย่างที่แข็งแกร่งมาก ๆ อยู่แต่ถึงอย่างงั้นภายในเขตหนึ่งก็ไม่น่าจะมีสัตว์อสูรประเภทใดที่จะแข็งแกร่งเกินกว่าระดับก่อตั้งได้ และต่อให้มีก็ตามพวกฝูงหมาป่าและหมีขาวก็ไม่น่าจะกลัวถึงขนาดที่จะทิ้งถิ่นของมันออกมาแบบนี้ได้



    ในระหว่างที่เจียงเฉินกำลังคิดอะไรเรื่อยเปื่อยอยู่นั้นเจียงเฉินก็รู้สึกถึงบางอย่างกำลังพุ่งเข้ามา



    ฟุบบบบ !!



    ''!''



    ตูม !!



    ..........................................................................



    ด้านนอกหุบเขาร้อยอสูร ตำหนักภาระกิจ



    ในขณะที่ตำหนักภาระกิจกำลังวุ่นวายกับเหล่าศิษย์ของสำนักอยู่นั้นจู่ ๆ ก็ได้มีศิษย์คนหนึ่งวิ่งเข้ามาด้วยสภาพเปียกโชคไปด้วยเลือดเมื่อผู้คนในตำหนักภาระกิจเห็นสภาพของศิษย์คนนั้นก็ต่างตื่นตระหนกกันทันทีพร้อมกับที่พนักงานคนหนึ่งของตำหนักวิ่งเข้าไปช่วย



    ''นี่เจ้าไปโดนอะไรมาถึงมีสภาพเช่นนี้ ?''



    ศิษย์คนนั้นพูดออกมาด้วยน้ำเสียงที่อ่อนแรง



    ''ระ... รีบไปแจ้งหัวหน้าตำหนักด่วน มะ... มีสัตว์อสูรหลุดออกมาจากเขต 3 แค๊ก ๆ''



    ทันทีที่พูดจบทั่วทั้งตำหนักภาระกิจก็แตกตื่นกันทันทีเพราะทุกคนต่างรู้กันอยู่แล้วว่าสัตว์อสูรในเขตที่ 3 ของหุบเขาร้อยอสูรนั้นแข็งแกร่งแค่ไหนเรียกได้ว่าแม้แต่ศิษย์หลักก็ยังรับมือด้วยอย่างยากลำบาก และปกติพวกมันนั้นจะถูกขังอยู่ในเขต 3 โดยค่ายอาคมที่เหล่าปรมาจารย์จากสมาคมจารึกมาช่วยกางและลงอาคมทำให้มันกลายเป็นอาคมระดับสูงจึงทำให้แทบจะเป็นไปไม่ได้เลยที่จะมีสัตว์อสูรหลุดออกมาจากเขต 3 



    แต่นี่มันกลับหลุดออกมาได้แปลว่ามันจะต้องเป็นสัตว์อสูรที่แข็งแกร่งมากแน่ ๆ ไม่นานนักหัวหน้าของตำหนักภาระกิจก็ได้ออกมาพร้อมกับพูดคุยกับศิษย์ที่บาดเจ็บ



    ''ไหนเจ้าลองพูดมาสิว่าเกิดอะไรขึ้น ?''



    ศิษย์คนนั้นก็พูดออกด้วยท่าทียากลำบาก



    ''ข้าและสหายได้ไปออกทำภาระกิจล่ากิ้งก่าเพลิงกันที่ส่วนในของเขต 2 ที่อยู่ใกล้กับเขต 3 ในระหว่างที่พวกข้ากำลังต่อสู้กันอยู่นั้นจู่ ๆ ผนึกส่วนหนึ่งของกำแพงเขตแดนก็ได้แตกออกพร้อมกับมีสัตว์อสูรโผล่ออกมาตัวหนึ่ง''



    เมื่อหัวหน้าตำหนักได้ยินก็คิ้วขมวดทันทีก่อนจะเอ่ยถาม



    ''แล้วสัตว์อสูรที่หลุดออกมานั้นเจ้าพอจะบอกข้าได้หรือไม่ว่ามันเป็นตัวอะไร ?''



    แค๊ก ๆ 



    ''มะ... มันคืออสรพิษเกล็ดดารา''



    เมื่อศิษย์คนนั้นพูดจบศิษย์คนนั้นก็ได้หมดสติไป ทันทีที่เหล่าศิษย์รอบข้างได้ยินก็แตกตื่นทันทีมีเพียงหัวหน้าตำหนักภาระกิจเท่านั้นที่แสดงสีหน้าเคร่งเคลียดก่อนจะสั่งการศิษย์คนหนึ่ง



    ''รีบไปแจ้งตำหนักคุมกฏทันทีว่ามีสัตว์อสูรระดับปราณฟ้าหลุดออกมา และรีบนำคนไปพาเหล่าศิษย์ที่ยังอยู่ในเขต 1 และ 2 กลับออกทันที และติดต่อไปยังสมาคมจารึกด้วยว่าให้มาซ่อมเขตแดนเดียวนี้เลยก่อนที่จะมีสัตว์อสูรตัวอื่นหลุดออกมาอีก''



    ''ขอรับ !''



    ...........................................................................



    ตูม !!



    เจียงเฉินกระโดดหลบการโจมตีที่พุ่งเป้ามายังเขาอย่างรวดเร็วก่อนจะชักกระบี่ออกมา



    ''เป็นแกเองสินะที่ไล่พวกหมาป่า กับหมีออกมาหน่ะ ?''



    เจียงเฉินเอ่ยถามกับสิ่งมีชีวิตที่อยู่ตรงหน้า มันคืองูยักษ์ที่มีความยาวมากกว่า 10 เมตรลำตัวของถูกปกคลุมด้วยเกล็ดสีดำแวววาวแต่ก็ยังมีจุดที่เป็นสีขาวจึงทำให้ลำตัวของมันดูราวกับท้องฟ้ายามค่ำคืนที่เต็มไปด้วยดวงดาว มันจ้องมองเจียงเฉินด้วยดวงตาคู่โตที่สวยงามของมันก่อนจะขู่ออกมา



    ฟ่อออออ !!



    เมื่อเจียงเฉินเห็นท่าทีของมันก็ได้แสดงสีหน้าแหยงเกพร้อมกับร้อยยิ้มแห้ง ๆ ออกมาอย่างช่วยไม่ได้



    ''ดูท่าแล้วแกคงจะไม่ปล่อยฉันไปใช่ไหม ?''