ผมหรี่ตาขึ้นมาปะทะแสงไฟสีขาว
ก่อนจะพบว่ามีชายผมยาวกำลังนั่งอยู่ที่ปลายเตียง
ด้วยความใสุดขีดผมจึงสะดุ้งขึ้นมาพร้อมกับอุทานว่า
“พระเ้า?”
“ไม่ใช่”
ชายคนนั้นตอบในทันที
“ที่นี่ที่ไหน?”
“วันโอวัน”
สิ้นเสียงของชายผมยาวก็มีบางอย่างจิ้มเข้ามาที่แขนขวาของผม
ด้วยความเ็ปผมจึงหันไปมองที่ต้นตอ
และนั่นยิ่งทำให้ผมใเข้าไปอีก
ชายถือเข็มที่ยืนอยู่ข้างๆ
คือผมเอง!
แม้ว่าเส้นผมของเขาจะเป็สีเทา
แต่โครงหน้า และท่าทาง
ที่ถูกคลุมอยู่ในชุดกันฝนสีดำคือผมชัดๆ
หัวใจผมเต้นแรงแต่ที่น่าแปลกคือชายคนนี้
เอามือไปจับที่หน้าอกของตัวเองก่อนพูดขึ้นมาเบาๆ
“ไม่ต้องใขนาดนั้นก็ได้”
เขารู้ได้ยังไง?
“ก็หัวใจเต้นนายเต้นถี่”
นอกจากจะหน้าเหมือนเราแล้ว
ยังอ่านใจเราได้อีก!
ในขณะที่ผมกำลังสับสนกับสิ่งที่เกิดขึ้นตรงหน้า
ชายผมยาวก็อธิบายขึ้นมาว่า
“เมื่อประมาณ 300 ปีที่แล้วมีการค้นพบความเหมือนกันของมนุษย์จากหลายถิ่นกำเนิด
ซึ่งไม่ได้มีความเกี่ยวข้องกันทางสายเื พวกเขาเรียกผู้คนเหล่านี้ว่า
Doppelganger (ดอพเพลแกงเกอร์) หรือที่เคยได้ยินกันในชื่อ “แฝดนรก”
ที่แปลกคือคนเหล่านี้ มีบุคลิกภาพ นิสัย รวมไปถึงความชอบที่คล้ายคลึงกันอย่างน่าอัศจรรย์
ด้วยความสงสัยต่อปรากฏการณ์นี้นักวิทยาศาสตร์กลุ่มหนึ่งจึงได้ก่อตั้งสถานที่เพื่อคัดกรองและรวบรวม
Doppelganger จากทั่วทุกมุมโลกเพื่อค้นหาความจริงบางอย่าง
โดยเรียกสถานที่แห่งนี้ว่า 1O1 (วันโอวัน) ”
ชายผมยาวเอามือชี้ไปที่กระดานที่มีรูปโลก
และใบหน้าของผู้คนมากมายที่คล้ายกันแปะอยู่บนนั้น
ผมหันไปมองที่ชายผมเทาคนนั้นก่อนเขาจะยกมือขึ้นมาทักทาย
“แล้วนี่จับผมมาทำไม?”
ชายผมยาวมองมาอย่างช้า ๆ
ก่อนเริ่มอธิบาย
“สาเหตุที่ประชากรกว่า 11% ของโลกเส้นเืสมองแตก
ในเวลาไล่เลี่ยกันไม่ได้เกิดจากการะเิของดาวดวงนั้นแต่อย่างใด”
ชายผมยาวหยุดพูดชั่วขณะ
“มันเกิดขึ้นจากที่นี่”
จังหวะนั้นเองหญิงชุดขาวแต่งกายคล้ายแม่ชีก็เดินเข้ามา
พร้อมกับเอกสารในมือ
“พร้อมแล้วค่ะ”
สิ้นเสียงของเธอ ชายผมยาวก็พยักหน้า
ก่อนหยิบรีโหมดขนาดเล็กชี้มาที่ผม
“ติ๊ด”
เสียงดังขึ้นในหัวก่อนที่ภาพทุกอย่างจะค่อยๆ จางหายไป...