ทว่าขณะที่การประลองของวัยรุ่นในสุดยอดห้าสกุลกำลังจะเริ่มในเมืองสือเฉิงก็มีข่าวน่าตกใจออกมา ข่าวแรกคือผู้เข้าร่วมการประลองในครั้งนี้ของบ้านสกุลตู้มีเพียงวัยรุ่นชายคนเดียว มีนามว่าตู้เซ่าฝู่และเขาก็คือบุคคลที่มีชื่อเสียงร่ำลือมาก่อน คือคุณชายน้อยจอมทึ่มประจำเมืองสือเฉิงนั่นเอง
ข่าวที่น่าประหลาดใจอย่างที่สองคือการหมั้นของบ้านสกุลฉินคุณหนูฉินเสี่ยวลู่แห่งบ้านสกุลฉินหมั้นกับชายหนุ่มที่ชื่อว่าเฉาฉี่ไท่
ได้ยินว่าวันที่หมั้นหมาย มีอัศวินประจำแคว้นจำนวนไม่น้อยมาอารักขานอกบ้านสกุลฉินเจ้าบ้านและเจ้าเมืองต่างก็เดินทางไปที่บ้านสกุลฉินด้วยตนเองคนภายนอกแค่เห็นก็รู้ว่า ชายหนุ่มที่หมั้นกับหญิงสาวของบ้านสกุลฉินต้องมีที่มาที่ไปที่ไม่ธรรมดาแน่นอน
สิ่งที่ทำให้คนยิ่งคาดไม่ถึงคือ มีข่าวแพร่ออกมาว่าเฉาฉี่ไท่กับฉินเสี่ยวลู่หมั้นหมายกัน จึงนับว่าเขาถือว่าเป็นคนของบ้านสกุลฉินแล้วดังนั้นในการประลองของวัยรุ่นในสุดยอดห้าสกุลครั้งนี้ เฉาฉี่ไท่ก็จะเป็นตัวแทนของบ้านสกุลฉินมาเข้าร่วมด้วย
ณ อาคารแห่งหนึ่งในเมืองสือเฉิงมีหญิงสาวคนหนึ่งยืนมองออกไปทางหน้าต่าง มองไปยังภูเขาที่อยู่ห่างไกลออกไปบริเวณนั้นมีหมอกบางๆ ปกคลุม และก้อนเมฆหนาที่ล่องลอยเหนือตรงนั้นมันดูเหมือนจะใกล้แต่ก็เหมือนไกลเช่นกันอย่างไรก็ตามมันช่วยประดับนภาสีครามให้ดูสดใสยิ่งขึ้น
ฉินเสี่ยวลู่ยืนอยู่บนอาคารชั้นบนมองทิวทัศน์ไกลๆ อยู่เงียบๆ ใบหน้าอันงดงามนั้น ในดวงตาดูชุ่มชื่น เพราะมีน้ำใสๆคลอเบ้าตาอยู่
“เกลียดที่สุด!”
หลังจากนิ่งไปสักพัก ริมฝีปากของฉินเสี่ยวลู่ก็ขยับออกมาเป็นคำพูดสั้นๆประโยคหนึ่ง นางยกแขนเสื้อขึ้นมาซับน้ำตา ทุกอย่างที่เกิดขึ้น นางรู้ว่านางไม่มีทางเลือกทำได้แต่จำใจยอมรับ
“ทำไมมายืนอยู่ตรงนี้เพียงลำพัง?”
เสียงหล่อเหล่าอันสดใสของชายหนุ่มคนหนึ่งดังขึ้นมาชายคนนี้เดินเข้ามาปรากฏกายอยู่ด้านหลังของฉินเสี่ยวลู่ เขามีร่างสูงเพรียวใบหน้าหล่อเหล่า เป็นคนที่มองแล้วรู้สึกสบายตา
“เฉาฉี่ไท่ นายมาทำไม?” ฉินเสี่ยวลู่หันหน้าไปหาชายหนุ่มที่ปรากฏกายอยู่ข้างหลัง แววตาดูไม่พอใจให้ความรู้สึกว่าในใจนางมีความรู้สึกโกรธเคืองและคับแค้นใจชายคนนี้อยู่
เฉาฉี่ไท่จ้องมองฉินเสี่ยวลู่ใบหน้ายังคงยิ้มแย้มอยู่ ใบหน้าอันหล่อเหลาบวกกับรอยยิ้มนี้ของเขาสามารถทำให้หญิงสาวหลายคนใจละลายได้เขากล่าวว่า “เจ้าคือว่าที่ภรรยาของข้า ข้ามาหาเจ้าไม่ได้หรืออย่างไร?”
“เจ้าน่าจะรู้ว่าข้าทำไปเพราะไม่มีทางเลือก” ฉินเสี่ยวลู่หน้าตาบูดบึ้งไม่รู้ว่าทำไม เมื่อชายหนุ่มคนนี้ปรากฏตัว ในใจของนางจึงรู้สึกกดดันมากความกดดันนี้ทำให้นางรู้สึกไม่สบายใจ
“ข้ารู้ว่าเจ้าไม่มีทางเลือกแต่ข้าก็รู้ว่าตอนนี้เจ้าคือว่าที่ภรรยาของเฉาฉี่ไท่ ไม่ใช่หรืออย่างไร?” เฉาฉี่ไท่ยิ้มขณะที่พูด
“ข้าไม่ได้เลือกที่จะเป็นสักหน่อยข้าไปก่อนนะ ขอตัว” ฉินเสี่ยวลู่กัดฟัน อยากรีบจะหนีห่างจากเฉาฉี่ไท่ไปให้ไกล
“ว่าที่สามีเพิ่งจะมาเจ้าก็ไปแล้วหรือ หรือว่ามีอะไรไม่พอใจข้า?” เฉาฉี่ไท่ยังคงยิ้มส่งเสน่ห์ต่อไปพร้อมกับก้าวเข้าไปบังทางด้านหน้าของฉินเสี่ยวลู่ไว้
“เฉาฉี่ไท่เจ้าอย่าคิดว่าเจ้าเป็นว่าที่สามีของข้า ก็จะสามารถควบคุมข้าได้เจ้าไม่สามารถทำได้หรอกนะ!”
ฉินเสี่ยวลู่สีหน้าเคร่งเครียดมืออันเรียวสวยของนางกวาดไปมา ท่าทางราวกับงูสองตัวกำลังเริงระบำและภายในเพียงชั่วอึดใจเดียว นางก็ปล่อยพลังฝ่ามือพุ่งเข้าไปหาเฉาฉี่ไท่
“ขั้นเบิกนภาในระดับขั้นสัมผัสพลังลี้ลับถือว่าพอมีพรสวรรค์แล้วล่ะ”
ระหว่างที่พูด เฉาฉี่ไท่มีสีหน้าที่ตึงเครียดขึ้นเขากวัดแกว่งร่ายพลังฝ่ามือ มือขวาเขาสะบัดออกไปทีหนึ่ง ก็มีพลังบางๆ พุ่งออกมาดูแล้วช้า ทว่าที่จริงรวดเร็วปานสายฟ้าแลบคลื่นพลังนี้มีพลังอานุภาพร้ายแรงอยู่ไม่น้อยเพียงพริบตาเดียวก็ถูกส่งออกไปปะทะฝ่ามือของฉินเสี่ยวลู่แล้ว
“ปึง!”
สองพลังโจมตีที่รุนแรงปะทะกันทำให้อากาศบริเวณนั้นเกิดเป็นคลื่นลมหมุนร่างของฉินเสี่ยวลู่กระเด็นถอยหลังไปหลายเมตรและตกลงไปกระทบพื้นอย่างแรง
“ฟู่ด!”
ริมฝีปากบางๆ มีเลือดไหลกบออกมาหลังจากถูกโจมตีเมื่อกี้นางก็กระอักเลือดพ่นโลหิตออกมาเป็นละออง ฉินเสี่ยวลู่มองไปที่เฉาฉี่ไท่อีกครั้งแววตาของนางดูประหลาดใจอย่างมาก แววตาของนางในตอนนี้ มีทั้งความตกใจ กลัว และสับสน
“ข้าไม่ใช่ไป๋เทียนหมิงแห่งบ้านสกุลไป๋เจ้าควรตระหนักสถานะของตัวเองไว้ให้ดี ข้าหมั้นกับเจ้าไม่ว่าเจ้าจะเห็นด้วยหรือไม่ แต่มันเกิดขึ้นเพราะบ้านสกุลฉินของเจ้ามาขอบ้านสกุลเฉาของข้าเองเจ้าไม่มีทางเลือก ได้เพียงแต่ยอมรับผลที่เกิดขึ้น แต่ที่ข้าหมั้นกับเจ้า พูดตรงๆก็เพราะว่าเจ้ายังพอสวยอยู่บ้าง และบ้านสกุลฉินก็มีประโยชน์ให้กับข้าเรื่องนี้ทุกคนชัดเจนกันดี ถ้าไม่อย่างนั้น จริงๆ แล้วผู้หญิงอย่างเจ้าข้าไม่ขาดหรอกมีสตรีมาต่อแถวอยากแต่งงานกับข้าเยอะแยะ”
เฉาฉี่ไท่ยืนยืดอกท่าทางยโส เหลือบสายตาลงมามองฉินเสี่ยวลู่ที่ล้มอยู่บนพื้นสีหน้าไร้ความรู้สึกใด เขาทำเหมือนว่าที่หญิงสาวคนนี้ลอยกระเด็นล้มกระแทกพื้นไม่เกี่ยวอะไรกับเขาเลยสายตาของเขาดูเย็นชา กล่าวเบาๆ ว่า “ข้าก็รู้ว่าเจ้าสนใจอั้นหลงแห่งบ้านสกุลอั้นแต่อย่าหาว่าข้าไม่ได้บอกเจ้า หากต่อไปข้าได้ยินอะไรเรื่องเจ้าที่ไม่รื่นหูมาก็คิดถึงผลลัพธ์ที่จะตามมาให้ดี และคิดถึงบ้านสกุลฉินของเจ้าบ้างเจ้าไม่ได้ผู้หญิงโง่ ข้าเชื่อว่าเจ้ารู้ว่าควรทำอย่างไร”
ฉินเสี่ยวลู่ลุกขึ้นมายืน มองเฉาฉี่ไท่ด้วยสายตาอาฆาตร่างของนางยังคงสั่นอยู่ นางคิดในใจว่า ชายหนุ่มคนนี้คือใครกันเขาต้องเป็นปีศาจร้ายแน่ๆ ท่าทางสุภาพใจดีในตอนแรกเป็นภาพหลอกลวงที่เขาสร้างมา
“ดูท่าเจ้าจะเข้าใจแล้วนะเข้าใจก็ดีแล้ว ในเมื่อต่อไปพวกเราก็คือสามีภรรยากันพวกเราก็คือครอบครัวเดียวกันแล้ว”
สีหน้าชั่วร้ายเมื่อกี้ของเฉาฉี่ไท่หายไปเขาค่อยๆ ก้าวเข้าไปด้านหน้าฉินเสี่ยวลู่ ยกมือขึ้นมาประคองใบหน้าของนางจากนั้นยกชายแขนเสื้อของเขามาเช็ดรอยเลือดที่ปากของนางให้พูดจาด้วยคำพูดที่เป็นห่วงเป็นใยว่า “ขอโทษนะเสี่ยวลู่ ข้าลงมือรุนแรงไปหน่อยยกโทษให้ข้าด้วย ครั้งหน้าข้าจะไม่ลงมือกับเจ้าอีกแล้ว ที่ครั้งก่อนตู้เซ่าฝู่ทำร้ายร่างกายเจ้าพอถึงตอนนั้น ข้าจะช่วยคิดบัญชีล้างแค้นให้เจ้าเอง”
ฉินเสี่ยวลู่ยืนเหม่อด้วยความตะลึงในใจรู้สึกไม่สบายใจ แต่ก็ยอมให้เฉาฉี่ไท่ทำอะไรตามอำเภอใจไป สุดท้ายยังถูกเฉาฉี่ไท่ดึงเข้าไปกอดคนที่อยู่ไกลๆ มองมา คงคิดว่าเป็นคู่รักที่รักกันหวานหยดย้อย
ที่จริงแล้ว ความสัมพันธ์ของพวกเขาในตอนนี้ห่างจากคำว่าคู่รักยังอีกเยอะ
ทางบ้านสกุลตู้ ทุกวันตู้เซ่าฝู่จะออกไปแต่เช้าตรู่และกลับดึกมากๆบางครั้งก็หายหน้าไปหลายวันถึงกลับมาก็มี ในช่วงเวลาหนึ่งเดือนที่ผ่านมานี้เวลาเกือบเก้าในสิบของตู้เซ่าฝู่ เขาก็อยู่ที่เขาหลังของบ้านสกุลตู้นั่นเอง
ในเวลาเกือบหนึ่งเดือนนี้ตู้เซ่าฝู่มีพัฒนาการเพิ่มขึ้นเยอะมากไม่เพียงแต่ได้ทักษะทางด้านการฝึกสกัดยาและพลังจิตที่เข้มแข็งขึ้นทางด้านการฝึกฌานเขาก็แข็งแกร่งขึ้นจากเดิมไม่น้อย
เพียงแต่ไม่ว่าในการฝึกฌานและการฝึกเป็นนักเวทยันต์เจินชิงฉุนพยายามจะลดระดับความเร็วของการพัฒนาของตู้เซ่าฝู่
ตามที่เจินชิงฉุนบอกไม่ว่าจะเป็นผู้ฝึกฌานหรือนักเวทยันต์ รากปราณเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุดรากปราณเป็นตัวกำหนดระดับสูงสุดที่จะพัฒนาได้ในอนาคต
ตำนานว่ากันว่าทายาทที่มีความสามารถสุดยอดทายาทผู้สืบทอดของสายเลือดโบราณ คนกลุ่มนี้ต่างจะพยายามระงับการฝึกของตัวเองเอาไว้เพื่อที่จะทำให้รากปราณเข้มแข็งและสมบูรณ์พร้อมก่อนเท่าที่จะทำได้บุคคลที่มีพรสวรรค์แฝงเหล่านี้พอปรากฏตัวเองมาก็จะแข็งแกร่งจนแทบไม่มีใครเทียบเทียมได้ทำได้แม้กระทั่งฆ่าศัตรูที่อยู่ในระดับสูงกว่ายังได้
เรื่องนี้ทำให้ตู้เซ่าฝู่ประหลาดใจ ในใจของเขาเริ่มวาดฝันเรื่องราวแปลกๆไม่รู้ว่าตนจะเป็นทายาทของสายเลือดผู้มีอิทธิพลเหล่านั้นที่มีพลังแฝงในตำนานหรือเปล่าไม่แน่ว่าสุดท้ายอาจจะมาพบว่าตนเป็นทายาทของโอรสสวรรค์ก็เป็นได้
เจินชิงฉุนบอกเล่าเรื่องราวความรู้เกี่ยวกับนักเวทยันต์มากมายให้กับตู้เซ่าฝู่ทำให้ตู้เซ่าฝู่ได้ทราบเรื่องราวบนโลกนี้มากมาย ได้เปิดหูเปิดตามากขึ้น
ในบางครั้ง เจินชิงฉุนจะเล่าเรื่องภายนอกเมืองสือเฉิงให้ฟังยิ่งตู้เซ่าฝู่รู้มาก ตู้เซ่าฝู่ก็จะเข้าใจว่า ความสามารถและพละกำลังเป็นสิ่งที่สำคัญมากแค่ไหนสำหรับการดำรงอยู่บนโลกใบนี้
ตู้เซ่าฝู่เริ่มนั่งขัดสมาธิต่อบนแท่นหินฝ่ามือของเขากวาดไปมารวบรวมพลังด้วยท่าทางน่าพิศวง บริเวณรอบๆมีรัศมีแสงเปล่งออกมา พร้อมกับมีพลังงานพิเศษไหลออกมาจากบริเวณหว่างคิ้วของตู้เซ่าฝู่คลื่นพลังนี้ค่อยๆ หนาขึ้นเรื่อยๆ
“เจ้าเด็กเลวพิลึกคนนี้จะทำได้สำเร็จหรือไม่นะ?”
ร่างเงาของเจินชิงฉุนยืนอยู่ไม่ไกลเขามองไปที่ ตู้เซ่าฝู่ที่กำลังนั่งขัดสมาธิฝึกวิชาอยู่บนแท่นหินขณะนี้สีหน้าของเขาดูตื่นเต้น ท่าทางรอคอยอย่างคาดหวังมากๆ