จางิอ่านจดหมายเสร็จแล้วเขาก็นำมาเผาที่กองไฟหน้าลานบ้านเื่แบบนี้ไม่ควรถูกเปิดเผยออกไป ดังนั้นทำลายให้สิ้นซากคือทางออกที่ดีที่สุด
แม้เขาจะไม่ใช่เ้าของร่างกายนี้อย่างแท้จริงแต่ความทรงจำต่างๆของร่างนี้ก็แจ่มชัดในใจของเขาดูก็รู้ว่าลายมือนี้ไม่ใช่ทั้งของคุณแม่และของคุณพ่อ
แต่คาดว่าหัวหน้าหมู่บ้านและภรรยาคงไม่คิดจะสอบสวนทวนความให้กระช่างชัดพวกเขาเลือกที่จะประจานพ่อกับแม่ของเขาในทันทีเื่นี้ดูก็รู้ว่ามีความขัดแย้งหรืออาจจะไม่พอใจกันก่อนหน้าพอสบโอกาสก็เลยวิพากษ์วิจารณ์และประจานให้พ่อกับแม่ของเขาเสียหายและเสียหน้ากลายเป็ความไม่ลงรอยกันั้แ่นั้นมา
เื่นี้น่าจะเกิดขึ้นเป็สิบกว่าปีแล้วและตอนนั้นเขาเองก็ยังเด็กอยู่มาก แต่ไม่ใช่ว่าเป็เด็กแล้วจะจำไม่ได้เสียหน่อย
เอาไว้ถ้าเขาเอาตัวรอดได้แล้วเขาจะสืบเื่นี้ในภายหลังให้คนทั้งหมู่บ้านได้รู้ว่าพ่อกับแม่ของเขานั้นไม่ได้เป็อย่างที่พวกเขากล่าวหา
ข้อกล่าวหาที่ว่านั่นก็คือพวกเขากล่าวหาว่าพ่อกับแม่ของเขาแอบลักลอบขายสินค้าในตลาดมืดถ้านับย้อนหลังไปแล้วนั่นมันก็เป็่ยุค 80 แล้วแต่ชาวนาตามชนบทก็ยังมีอคติกับพ่อค้าแม่ค้า
ทว่าเมื่อเ้าหน้าที่ไม่ได้เอาผิดพวกเขาก็เลยเลือกที่จะประจานพ่อกับแม่ของเขาตามความคิดเห็นของคนหมู่มากกันเองทั้งที่พ่อกับแม่ของเขาก็ไม่ได้ทำการค้าอะไรเลยสักอย่างเดียว
ถ้าพวกท่านทำการค้าจริงป่านนี้ก็คงจะร่ำรวยไปนานแล้วไม่รอให้อดอยากจนต้องเสียชีวิตไปอย่างน่าเวทนาแบบนั้นหรอก
ไม่รู้ว่าจางิคิดวนเวียนอยู่กับเื่นี้นานเท่าไหร่มารู้ตัวอีกทีก็เป็ตอนที่ท้องร้องโครกครากเพราะความหิวอีกครั้ง
“ผัดกุ้งัน้อยดีไหมนะเครื่องปรุงไม่พอเลย” พูดกับตัวเองพลางก็หยิบเอากิ่งสนวางลงไปในกองไฟอีกหลายกิ่งจากนั้นก็ลุกขึ้นแล้วเดินไปที่ห้องครัว
พอเข้าห้องครัวมาเขาก็ต้องยกมือขึ้นตบหน้าผากตัวเอง“น้ำหมดแล้ว ต้องไปตักน้ำอีกแล้วสินะ” พูดพลางก็หันซ้ายแลขวาอย่างหวาดๆแต่ก็ยังดีที่ตอนนี้มันเป็เวลากลางวันได้แต่หวังว่าจะไม่เจอกับเื่เหนือธรรมชาติเหมือนตอนเช้าอีก
คิดได้แล้วก็รีบฉวยเอาถังน้ำมาแล้วก็เดินดุ่มๆออกจากบ้านมุ่งหน้าสู่บ่อน้ำสาธารณะของหมู่บ้านครั้งนี้ไม่มีอะไรผิดปกติเลยทำให้จางิสบายใจขึ้นมาเล็กน้อย
เขาตักน้ำกลับมาที่บ้านก่อนหนึ่งถังจัดการทำความสะอาดกุ้งัน้อยทั้งสิบตัวแล้วก็มาก่อไฟที่เตา พอทุกอย่างพร้อมแล้วเขาก็ลงมือผัดกุ้งัน้อยแม้จะเคยเห็นและจำได้ว่าพ่อครัวแม่ครัวในยุคปัจจุบันผัดพวกมันอย่างไรมาก่อนแต่พอลงมือทำเองมันก็ไม่ใช่เื่ง่ายสำหรับเขาเลย
ด้วยความทุลักทุเลและไม่เป็มืออาชีพของเขาทำให้กุ้งัน้อยที่ผัดเสร็จแล้วค่อนข้างเค็มและเผ็ดเกินไปแต่ชายหนุ่มก็เพียงไหวไหล่น้อยๆเท่านั้น เพราะยังดีกว่าไม่มีอะไรให้กินเลย
พอมีอาหารแล้วเขาก็ตักข้าวใส่ถ้วยใบเล็กถือจานผัดกุ้งัน้อยและถ้วยข้าวไปนั่งที่โต๊ะกินข้าวแล้วก็เริ่มลงมือทันทีแม้จะเค็มและเผ็ดไปบ้าง แต่ด้วยความหิวทำให้เพียงไม่นานทั้งข้าวและผัดกุ้งัน้อยก็หมดลงอย่างรวดเร็ว
ชายหนุ่มลูบท้องที่แบนราบจนแทบจะติดกระดูกสันหลังของตัวเองเบาๆร่างกายนี้ป่วยออดๆแอดๆมานาน คงต้องใช้เวลาบำรุงอีกสักระยะถึงจะฟื้นฟูกลับมาได้
หลังจากนั้นเขาก็เก็บจานชามไปวางเอาไว้ในห้องครัวแล้วก็หิ้วถังน้ำออกจากบ้านอีกครั้งเพื่อตักน้ำมาเติมอ่างหินในบ้าน
กลางดึกจางิเหมือนฝันถึงใครบางคนแต่พอเขาสะดุ้งตื่นขึ้นมากลับจำความฝันนั้นไม่ได้เลยแม้แต่นิดเดียวพอนอนไม่หลับแล้ว ชายหนุ่มจึงได้เดินออกมาดูปลารมควันที่หน้าลานบ้าน
เชื้อไฟในกองเริ่มมอดดับไปแล้วเขาเติมฟืนเข้าไปพร้อมกับกิ่งสนอีกหลายกิ่ง จากนั้นก็เดินกลับเข้าห้องนอนอีกครั้ง
พอเข้าห้องมาได้แล้วเขาไม่ได้ล้มตัวลงนอนบนเตียงเตาแต่เขากลับเดินไปเปิดประตูตู้ไม้ตัวเตี้ยที่อยู่ข้างหัวเตียงแทน
“สมุดบันทึกของใครกัน”เขารีบหยิบสมุดเล่มหนาที่ปกเก่าคร่ำคร่าออกมาจากตู้ แล้วก็ถือมันไปที่โต๊ะตัวเล็กที่มีตะเกียงตั้งอยู่“ไม่มีชื่ออะไรเลย”
บนหน้าปกไม่มีตัวหนังสือหรือสัญลักษณ์อะไรทั้งสิ้นเขาจึงเปิดเข้าไปดูเนื้อหาข้างใน แต่ก็เหมือนว่ามันจะเป็เพียงสมุดเก่าที่ไม่มีร่องรอยขีดเขียนใดๆเพราะแม้แต่เส้นบรรทัดก็ยังเริ่มจางไปตามกาลเวลา
“แปลกจริงๆในความทรงจำของร่างนี้ก็ไม่มีสมุดบันทึกเล่มนี้เลยแล้วมันมาจากไหน อ๊ะ!!”ปลายนิ้วของเขามีเืไหลออกมาอีกแล้วและสมุดเล่มเก่านี้ก็ดูดซับเืของเขาไปจนหมด แล้วก็มีเพียงความว่างเปล่าไม่เกิดอะไรทั้งสิ้น“เฮ้อ! เป็เหมือนตอนนั้นอีกแล้วสงสัยว่าฉันเพียงแค่ทะลุมิติมาบริจาคเืแน่ๆ”พูดแบบนั้นแล้วเขาก็วางสมุดเอาไว้ตามเดิมแล้วก็เดินออกไปดูปลารมควันที่หน้าลานบ้านโดยที่จางิไม่รู้เลยว่าสมุดบันทึกเล่มเก่านั้นได้หายเข้าไปอยู่ในภาพวาดโบราณที่ติดตัวเขามาั้แ่เริ่มต้น
ตอนสายของวันต่อมาจางิก็เตรียมจะไปตกปลามาเก็บเอาไว้ที่บ่อหินข้างห้องครัวอีกครั้งแต่พอเขาเปิดประตูบ้านออกไปก็เจอว่าหลินอ้ายถงมายืนอยู่ตรงหน้าของเขาแล้ว
“ไง อาินายกำลังจะไปไหนเหรอ”หลินอ้ายถงถามพลางก็ปรายตามองไปยังปลาที่ยังรมควันอยู่หน้าลานบ้านแต่เพียงครู่เธอก็หมดความสนใจเพราะมันมีอยู่เพียงน้อยนิดเท่านั้นเมื่อเทียบกับอาหารในแหวนหยกของเธอ
“ฉันกำลังจะไปตกปลามาทำปลารมควันเพิ่มน่ะสหายหลิน”จางิแม้จะรู้สึกดีใจไม่น้อยที่แฟนสาวมาหาเขา แต่พอมองเห็นพี่ชายทั้งสองและน้องชายคนเล็กของเธอตามมาด้วยเขาจึงได้แต่เก็บอาการ
หลินอ้ายถงมองจางิก็รู้ว่าจิติญญาของเขาก็ตามเธอมาจริงๆเธอจึงลดเสียงลงเพื่อคุยกับเขา “เราเข้าไปคุยข้างในบ้านดีกว่านะอาิดูสิฉันเอาอาหารและผักผลไม้มาให้นายด้วยนะ” เธอยิ้มให้เขาอย่างที่คิดว่าจริงใจที่สุด
จางิเพียงแค่เห็นรอยยิ้มที่แสนคุ้นเคยก็ถึงกับลืมความสงสัยมากมายก่อนหน้านี้ไปทั้งหมด“อะ อืมได้สิสหายหลิน พี่ชายกับน้องชายของเธอจะเข้ามาข้างในบ้านด้วยก็ได้นะ”
“ไม่เป็ไรหรอกพวกเขาจะรอฉันอยู่หน้าประตูบ้าน”
“ได้สิถ้าอย่างนั้นเราไปคุยกันที่ห้องโถงบ้านก็แล้วกันสหายหลิน”
“นายเดินนำเลยอาิ”
จางิเก็บซ่อนความรู้สึกไม่ให้พี่ชายและน้องชายของหลินอ้ายถงจับได้แล้วก็หันหลังกลับเดินนำหญิงสาวเข้าไปในบ้าน
“เธอนั่งลงก่อน ฉันจะไปเอาน้ำมาให้เธอดื่ม”
“ไม่ต้องหรอกอาิ ฉันรู้ว่านายมาอยู่ที่นี่ก็ได้รับความลำบากไม่น้อยทั้งร่างกายก็ยังอ่อนแอทำงานหนักไม่ได้ ฉันแค่อยากจะเอาอาหารมาให้นายเท่านั้น”ว่าแล้วก็ยื่นตะกร้าใบเล็กส่งให้เขา แล้วก็เอ่ยเพิ่มเติม“แม้ว่าพ่อของฉันจะเป็หัวหน้าหมู่บ้านแต่นายก็รู้ว่ายุคสมัยนี้คนบ้านนอกอย่างเราก็ไม่ได้ร่ำรวยอะไร ที่เอามามอบให้นายได้นี่ก็ต้องแอบเอามาดีที่พี่ชายและน้องชายร่วมมือกับฉันด้วย ไม่อย่างนั้นก็คงไม่มีหน้ามาพบนายแล้วล่ะ”
ชายหนุ่มรับเอาตะกร้าอาหารมาดูก็ยกยิ้มน้อยๆเธอยังคงเป็ห่วงเขา เท่านี้ก็ดีมากแล้วส่วนเื่ความสัมพันธ์นั้นก็ค่อยว่ากันอีกที“ขอบใจเธอมากนะอ้ายถง เดี๋ยวฉันจะเอาปลารมควันทั้งหมดให้เธอดีไหม”เขาเปลี่ยนคำเรียกจากสหายหลินเป็อ้ายถงเมื่ออยู่กันเพียงลำพัง
“ไม่เป็ไรๆ ที่บ้านของฉันก็มีเหมือนกันนายเก็บเอาไว้เถอะ” พูดออกไปแบบนี้แล้วเธอก็มองสำรวจบ้านหลังเล็กของจางิไปด้วย
“นอกจากเอาอาหารมาให้ฉันแล้วเธอมีอะไรจะถามฉันหรือเปล่าอ้ายถง” จางิถามออกไปอย่างอารมณ์ดี
“อืมมีสิฉันอยากจะถามว่าแหวนหยกอีกวงตามนายมาด้วยหรือเปล่า”เมื่อวานเธอกับพี่ชายทั้งสองคนตามหามันอยู่ตั้งนานแต่ก็ไม่พบอะไรจึงได้แต่เดินลงเขามาแล้วก็ปั่นจักรยานกลับบ้านไปอย่างผิดหวัง
หัวคิ้วของชายหนุ่มขมวดเล็กน้อยแล้วก็คลายออกอย่างรวดเร็ว“ถามแบบนี้แสดงว่าแหวนหยกวงเล็กอยู่กับเธอใช่ไหมอ้ายถง”
“อืม ฉันเก็บเอาไว้ที่ห้องนอนน่ะว่าแต่แหวนหยกของนายเถอะมีความพิเศษอะไรไหมเช่นมีความอัศจรรย์อย่างมีห้วงมิติอยู่ภายในอะไรทำนองนั้นน่ะ”
จางิหยิบแหวนหยกออกมาจากอกเสื้อพร้อมกับส่ายหน้า“ฉันลองดูหมดทุกวิธีแล้วมันไม่มีมิติหรอกก็เลยเก็บเอาไว้ดูต่างหน้าเวลาคิดถึงพ่อกับแม่เท่านั้น”
“ไม่มีจริงๆเหรอ ฉันขอดูหน่อยได้ไหม”พูดออกไปแล้วก็ยื่นมือออกไปขอแหวนหยกจากชายหนุ่มด้วยหน้าตาที่ใสซื่อ
จางิเริ่มรู้สึกตงิดอยู่ในใจแต่ก็ยังยินดีส่งแหวนหยกให้หญิงสาวได้เอาไปพิจารณา “ลองดูก็แล้วกันฉันลองทดสอบเกือบหมดทุกวิธีแล้ว แต่มันก็ไม่มีอะไรเกิดขึ้นน่าเสียดายจริงๆได้โอกาสทะลุมิติมาทั้งทีก็ยังต้องมาลำบากแล้วก็ไม่มีตัวช่วยเลยสักนิด”
หลินอ้ายถงเพียงมองเขายิ้มๆแล้วก็เริ่มพิจารณาแหวนหยกวงใหญ่อีกครั้ง “นายลองหยดเืลงไปหรือยัง”
คำถามนี้ทำให้จางิฉุกคิดได้ แล้วเขาก็รีบส่ายหน้าทันที“เธอก็รู้ว่าร่างกายนี้อ่อนแอั้แ่เด็ก ฉันก็เลยไม่กล้าจะกรีดเืออกมาแม้แต่หยดเดียวอีกอย่างเธอก็รู้ว่าพวกเราที่มาจากยุคที่เคยเผชิญหน้ากับโรคระบาดร้ายแรงอะไรที่เสี่ยงฉันก็ไม่อยากจะทำสักเท่าไหร่”
หลินอ้ายถงได้ยินแบบนี้ก็ตาพราวระยับเธอหยิบเอาเข็มที่พกติดตัวมาด้วยราวกับเตรียมพร้อมอยู่ตลอดเวลา แล้วก็จิ้มลงไปบนปลายนิ้วของตัวเองพอมีเืไหลออกมาเป็หยดเล็กๆที่ปลายนิ้วเธอก็จัดการป้ายมันลงไปบนแหวนหยกในมืออย่างรวดเร็ว
“หืม ไม่มีอะไรจริงๆด้วยแสดงว่าที่ฉันเคยอ่านในนิยายออนไลน์มาก็ใช้ไม่ได้น่ะสิ”ว่าแล้วเธอก็ส่งแหวนหยกที่ไร้ค่าในสายตาคืนให้จางิ
“เหมือนเธอจะชำนาญนะอ้ายถงหรือว่าแหวนหยกอีกวงจะมีมิติมหัศจรรย์อยู่ภายในนั้น”
“ไม่มีหรอกน่าฉันเองก็ลองหยดเืแบบนี้เหมือนกัน และผลลัพธ์ก็ไม่ต่างจากแหวนหยกวงนี้ของนายเลย”พูดออกไปโดยไม่กล้าสบตากับแฟนหนุ่มแล้ว เธอก็เตรียมจะกลับ
ชายหนุ่มสังเกตเห็นสายตาหลุกหลิกของแฟนสาวแล้วก็เริ่มเข้าใจอะไรบางอย่างแต่เขามีหรือที่จะอยากยอมรับ “น่าเสียดายจริงๆ พวกเราสองคนได้โอกาสมาที่ยุคสมัยนี้ทั้งทีไม่มีตัวช่วยเลยสักนิดเดียวยิ่งกลับไม่ได้ก็ยิ่งลำบาก เฮ้อ!”
“อืม จริงอย่างที่นายว่ามาอาิ เอาล่ะวันนี้ฉันคงต้องรีบกลับบ้านแล้ว เพราะต้องไปอ่านหนังสือสอบแต่วันหลังฉันคงไม่ได้มาส่งอาหารให้นายบ่อยๆนะ เพราะต้องกลับไปที่โรงเรียน”
“ไม่เป็ไรหรอกถ้าพ่อแม่ของเธอจับได้เื่มันจะวุ่นวายกว่าเดิม”
“ได้ยังไงกันฉันจะให้พี่ชายกับน้องชายเอาอาหารมาส่งให้นายบ่อยๆนะ แม้จะไม่มากแต่ก็น่าจะช่วยให้นายไม่ลำบากจนเกินไป”
จางิมองหลินอ้ายถงด้วยสีหน้ายากจะคาดเดาความรู้สึกก่อนเขาจะเอ่ยคำพูดที่ถนอมน้ำใจอีกฝ่ายออกมา“ฉันก็แค่ไม่อยากให้เธอมีปัญหากับครอบครัวเท่านั้น แต่ถ้าเธออยากจะมอบให้ฉันก็จะรับเอาไว้”
หลินอ้ายถงที่ได้รู้แล้วว่าแหวนหยกของเขาไม่มีมิติก็ไม่อยากจะเสียเวลาอยู่ต่อเธอจึงเพียงพยักหน้าและยิ้มน้อยๆแล้วก็เดินออกไปสมทบกับพี่ชายทั้งสองคนและน้องชายคนเล็ก
พี่ใหญ่ของบ้านเดินมากระซิบถามน้องสาว“เป็ยังไงบ้างอ้ายถง ได้เื่ไหม”
หลินอ้ายถงส่ายหน้าช้าๆ “แหวนหยกอยู่ที่เขาค่ะพี่ใหญ่แต่ฉันตรวจสอบแล้วมันเป็แค่แหวนหยกที่ไม่มีความพิเศษอะไรแม้แต่จะเอาไปขายก็ยังได้ราคาแค่ไม่กี่หยวนเท่านั้น ไม่คุ้มค่าหรอกค่ะ”
สีหน้าของพี่ใหญ่บ้านหลินดูก็รู้ว่าผิดหวังไม่น้อยแต่พอคิดว่าน้องสาวยังมีแหวนหยกอีกวงที่มีความพิเศษ สีหน้าของเขาก็ดูดีขึ้นมา“ถ้าอย่างนั้นเธอก็รีบกลับเถอะ ต่อไปก็ไม่ต้องมาเหยียบที่บ้านของเขาอีก”
“ฉันเข้าใจแล้ว รีบกลับกันเถอะค่ะ”
จางิเดินออกจากห้องโถงมาที่ประตูหน้าลานบ้านก็เห็นว่าคนทั้งหมดไม่อยู่แล้ว เขาจึงได้แต่ถอนหายใจออกมาภายในใจรู้สึกเงียบเหงาและอ้างว้างขึ้นมาอีกครั้งได้แต่หวังว่าหลินอ้ายถงจะไม่เป็อย่างที่เขาคิดเอาไว้เพราะถ้าเป็แบบนั้นจริงๆเขาก็คงจะไม่เหลือใครแล้วในโลกใบนี้