บทที่๑ ปฐมกาล
นับั้แ่จักรวาลอุบัตินับล้านปีที่ผ่านมา ดวงดาวมากมายหล่อหลอมก่อกำเนิดสิ่งมีชีวิตจำนวนนอบล้านๆล้วนไขว่คว้าหาพลังเพื่อดำรงค์อยู่ในจุดสูงสุดนับั้แ่ยุคาก่อกำเนิดจวบจนถึงปัจจุบันทว่าทั่วทั้งจักรวาลอันประเมิณสิ้นสุดมิได้นี้สรรพชีวิตหวาดกลัวอยู่เพียงเจ็ดผู้คนเจ็ดผู้คนเหล่านี้ถูกกล่าวขวัญว่า >เจ็ดจักรพรรดิเหนือราชัน< ทว่าเมื่อนับแสนปีก่อนจักรพรรดิ ‘หลงชิง’ ผู้อยู่เหนือสุดของเจ็ดจักรพรรดิกลับหายสาบสูญไร้ร่องลอย
ณดวงดาวที่ห่างไกล
เด็กน้อยผู้หนึ่งกับคนร่มอันหนึ่งกำลังเดินทอดน่องตัดข้ามริมถนนใหญ่เข้าสู่เมืองเล็กๆที่นี่รู้จักรกันในชื่อเมืองยวู่เชิง ตลอดทั้งปีมีมากกว่าแปดส่วนที่ฝนจะตกด้วยเหตุนี้ผู้คนที่นี่ทุกคนล้วนมีร่มคันหนึ่งติดตัวอยู่เสมอๆ
“หนิงหลงวันนี้เ้ากลับเร็วคล้ายกับตกปลาได้พอแล้ว”เสียงแหบๆเสียงหนึ่งตัดมาจากด้านหลังของมัน เมื่อมองกลับไปก็เห็นเป็ชายแห่อายุราวเจ็ดสิบผู้หนึ่งกำลังนั่งเทียบคุมเกวียนควายสองตัวอย่างยากลำบากทักทายมาใบหน้ามันยิ้มยิงฟันดำที่จะหลุดแหล่มิหลุดแหล่ออกมาอย่างอารมณ์ดียังดีที่ว่าเทียบควายตัวนี้ยังพอมีที่กั้นฝนอยู่บ้างไม่เช่นนั้นสภาพของชายแก่ตอนนี้คงได้แต่หนาวตาย
“ผู้าุโฮุ่ยเหตุใดวันนี้ออกมานั่งควายเล่น อ่า...นี่ท่านลักลอบออกไปที่ไร่อีกแล้วใช่หรือไม่ไม่รักตัวเองเสียเลยนะผู้เฒ่า”หนิงหลงกล่าวตอบพร้อมกับหันหน้ามาสบตาชายแก่อย่างคุ้นเคย ชายหนุมใบหน้ากระจ่างคิ้วเข้มตาคม ั์ตาสีสนิมเหล็กตัดกับจมูกที่คมขึ้นเป็สันอย่างได้รูปริมฝีปากของมันยิ้มมุมปากเล็กน้อยอันเป็นิสัยนับว่าเป็หนุ่มน้อยที่รูปงามคนหนึ่ง ทว่าสัดส่วนร่างกายและบุคลิคท่วงท่าดูแล้วองอาจยิ่งเสริมส่งบารมี ทำให้ไม่ว่าใครเห็นต้องรู้สึกสะท้านคราหนึ่ง ยิ่งถ้าเป็สตรีแล้วนั้น...
“ไหนเลยเราผู้เฒ่าจะอยู่เฉยๆได้อายุแค่นี้เองจะให้อยู่แต่ในบ้านในเรือน นับว่าเ้ามองข้าฮุ่ยเม่ยเป็คนแก่ไร้กำลัง” ฮุ่ยเม่ยตอบพร้อมหุบยิ้มหันหน้าจากไปอย่างไม่สบอารมณ์
“ไหนเลยผู้น้อยจะคิดเช่นนั้น”หนิงหลงตอบพร้อมยิ้มขึ้นกว้างก่อนจะะโทีหนึ่งขึ้นมาบนเทียมเกวียของฮุ่ยเม่ยและเก็บร่มลง“ระยะทางอีกหลายลี้กว่าจะถึงประตูเมืองเราเด็กน้อยไร้กำลังได้แต่พึ่งพาผู้าุโไม่เช่นนั้นแล้วกว่าจะเดินถึงประตูเมืองคงต้องป่วยหนักจับไข้ไป” เดิมทีฮุ่ยเม่ยก็ตึงมือสำหรับดึงรั้งควายสองตัวแต่นี้มีเด็กหนุ่มเพิ่มเติมเข้ามาได้แต่กัดฟันสู้ทนหน้าแดงหน้าดำในใจตอนนี้ด่าทอหนิงหลคราหนึ่ง
“ให้ตายเถอะเ้าหนิงหลงนี่บังอาจหลอกลวงล้อเล่นกับข้า”ชายแก่นึกก่อนจะอ้าปากเหมือนจะเอ่ยวาจา
“ผู้เฒ่าแข็งแรงปานนี้แน่นอนว่าย่อมไม่ปฏิเสธ ข้าหนิงหลงทราบซึ้งใจยิ่งนัก”ชายหนุ่มพูดตัดพร้อมก้มหัวลงคารวะไปที ชายแก่เงียบไปหน้าแดงหน้าดำไม่อาจจะเอ่ยคำ
ตลอดทั้งสองข้างทางระหว่างเข้าเมืองยวู่เชิงต้นไม้สีเขียวสูงใหญ่สอดแทรกสลับกับที่นากว้างตลอดทางขบวนเกวียนความหลายสิบต่างสัญจรไปมานับได้ว่าคึกคักเป็อย่างมากเช่นนี้ก็อาจจะเพราะว่าที่นี้เป็ที่ที่มีหญ้าสายฝนอันทรงคุณค่าสำหรับการใช้เป็ตัวยารักษาอยู่ชุกชุมจึงเป็หนึ่งในจุดมุ่งหมายของต่างแดน
ทั้งสองเดินทางมาชั่วธูปไหม้หมดด้ามก็ปรากฏเงาสองสสายกำลังเหาะเหินเดินทางมาด้วยความเร็วพลังปราณของมันสะท้อนไอฝนที่มีจนไม่อาจสำผัสตัวนับว่าเป็ผู้ที่มีพลังอยู่ในชั้นฟ้าเป็อย่างน้อย
“ผู้สูงส่งด้านวรยุทธมาที่เมืองยวู่เชิงงั้นหรือนี้” ชายแก่อุทานขึ้นอย่างสงสัย
หนิงหลงที่นอนเอกขเนกอยู่ด้านหลังหลี่ตามองเงาของผู้สูงส่งเ่าั้ลอยลิ้วไปอย่างไม่ค่อยสนใจนักอย่างไรเสียคนอย่างมันก็ไม่ค่อยให้ความสนใจกับเื่ราวเหล่านี้มากมายเสียเท่าไหร่หนิงหลงหลบตามองไปอีกด้านที่เป็ยอดเขาสูงเสียดทะลุแมฆที่อยู่ห่างไปพนลี้อย่างไร้อารมณ์
ทั้งสองเดินทางต่อมาจนเกือบค่ำก็บรรลุถึงด้านหน้าประตูเมืองเมืองยวู่เชิงเป็เมืองขนาดเล็กๆตั้งอยู่ในทวีปัทั้งเมืองมีผู้คนอาศัยอยู่ไม่กี่หมื่นคน ส่วนมากทำอาชีพนักสมุนไพรและการเกษตร แต่ถึงอย่างนั้นก็มีเหล่าชาวยุทธอาศัยอยู่เล็กน้อยซึ่งโดยส่วนมากขึ้นตรงกับตระกูลเหวินทั้งหมด
“หนิงหลงเ้าจะให้เราผู้เฒ่าควบเกวียนไปจนถึงหน้าบ้านเ้าเลยหรืออย่างไรนี่ก็จวบจะถึงประตูเมืองอยู่แล้ว” ฮุ่ยเม่ยสบถอย่างเหนื่อยล้าในใจบังเกิดความรู้สึกอยากทุบอกเ้าหนุ่มแห่งเมืองสายฝนสั่งสอนสามสี่ทีหนิงหลงค่อยๆยันกายขึ้นพร้อมบิดตัวี้เีขับไล่ความเหนื่อยล้าก่อนเอ่ยวาจา
“รบกวนผู้เฒ่านับว่าลำบากใจแล้ว” ว่าแล้วชายหนุ่มก็ะโลงโบกมือเป็เชิงว่าลาจากกันฮุ่ยเม่ยขบฟันทีหนึ่งก่อนควบเ้าควายมุ่งหน้าไป ชายหนุ่มเองก็ค่อยๆเดินเข้าไปประตูเมืองอย่างช้าๆพร้อมกับสายฝนที่ค่อยๆซาลง
ที่พักของหนิงหลงเป็กระท่อมน้อยๆที่อยู่ด้านหลังของเมืองมันเป็กระท่อมน้อยที่สร้างจากไม้และฝางชายหนุ่มอาศัยอยู่ที่นี้มานานหลายปีตอนนี้ก็เข้าสู่่อายุสิบเจ็ดปีเรียบร้อยแล้วหนิงหลงจัดวางสัมภาระต่างๆไว้ที่ของมันก่อนจะเดินไปยังเตียงนอนพร้อมที่จะล้มตัวลง
“หนิงหลงท่านเ้าตึกตามตัวแก” เสียงหนึ่งร้องเรียกขึ้นมันเป็เสียงของเส้าเทียน บุตรคนที่สี่ของตระกูลเส้าแห่งเมืองยวู่เชิงมันร้องเรียกชายหนุ่มอยู่สามสี่ครั้งก่อตจะมีเสียงปาหินใส่ฝาพนังอย่างรุกราน
“เ้าไข่เน่ารีบออกมาไม่เช่นนั้นข้าส่งทุบตีเ้าให้ไปหามารดาที่ปรโลก!” เสียงหนึ่งแทรกขึ้นพร้อมกับอีกผู้หนึ่งเสริมต่อ
“ให้ตายเถอะสงสัยต้องขึ้นไปสั่งสอนมันเสียหน่อยแล้วนายน้อย” ว่าแล้วเสียงเท้ายันก็ดังขึ้นหน้าประตูหนิงหลงถอนหายใจอย่างเบื่อหน่ายก่อนจะเดินไปเปิดประตูเมื่อเปิดประตูก็พบว่าเป็ชายหนุ่มใส่ชุดแดงคนหนึ่งยืนท่าทางสง่าด้านขางมีชายหนุ่มร่างกายกำยำแข็งแรงอยู่สามคนคนที่ตัวใหญ่ที่สุดยืนอยู่ด้านหน้าเพราะมันเป็คนที่ยันประตู
“ออกมาแล้วหรือเ้าไข่เน่า!” คนตัวใหญ่คำรามดังพร้อมหมายจะเข้ามาเอาเื่ แต่ยังดีที่ชายชุดแดงเอ่ยวาจาห้ามไว้ก่อนจะกล่าวต่อ
“หนิงหลงเร่งรีบไปให้เร็ว” เส้าเทียนพูดนิ่งเรียบมันสอดสายตามองหนิงหลงั้แ่หัวจรดเท้ารอบหนึ่งก็พูดต่อ “ให้ตายเถอะนี่ข้าต้องเสียเวลามาตามตัวแกเนี้ยนะ”ว่าแล้วมันก็หมุนตัวเดินจากไปอย่างหัวเสีย ชายตัวใหญ่ก่อนจะชี้นิ้วมาที่หนิงหลงทีหนึ่งพร้อมยิงฟัน
“ระวังไว้เ้าไข่เน่าสักวันจะไม่มีใครคุมกะลาหัวเ้า แล้ววันนั้นข้าเส้าเจียงจะเชือดเ้าเป็คนแรก เฮอะ!”
“…”
หนิงหลงเดินตามพวกมันทั้งสี่มาเรื่อยๆก็เข้ามาสู่ตึกใหญ่หลังหนึ่งด้านหน้ามีบ่อปลาสวยงาม มีชาวยุทธหลายคนเดินตรวจตราไม้ที่สร้างรวมทั้งลายประดับนับว่าสวยงามอย่างที่สุดด้านข้างประตูหน้าตึกมีอักษรสีทองสลักอย่างโอ้อ้าผ่าเผย “หมัดทองตระกูลเส้า”ด้านในเมื่อเข้ามาก็พบว่ามีชายวัยกลางคนและแก่ชรานั่งสนทนากันอยู่สี่คน
“ท่านเ้าตึกท่านาุโใหญ่ทั้งสี่” หนิงหลงยกมือโน้มกายคารวะชายวัยกลางคนส่งสายตาเยียบเย็นมันครู่หนึ่งก่อนจะรับคำ
“หนิงหลงอาการาเ็ของเ้าเป็เช่นไรหลายวันมานี้ข้าเห็นเ้าออกไปเที่ยวเดินอยู่กลางสายฝนบ่อยๆระวังประเดี๋ยวจะไม่สะบาย” เ้าตึกเอ่ยเรียบๆ
“เื่นี้ไม่ต้องเป็กังวลขอรับหลายวันมานี้ข้าเองดื่มกินสมุนไพรที่ท่านเ้าตึกมอบให้ไม่เว้นไม่ขาดร่างกายฟื้นฟูขึ้นเรื่อยๆ คิดว่าคงไม่นานก็จะสามารถกลับมาฝึกปรือได้”
“ฝึกปรืออะไร!เ้ายังจะหวังกลับมาฝึกยุทธอีกอย่างงั้นหรือให้ตายเถอะลมปราณแตกซ่านเช่นเ้าไม่ต่างอะไรจากคนพิการด้วยซ้ำยังจะหวังสูงอีก” ผู้าุโคนหนึ่งสบถลั่นออกมา มันมีใบหน้าสีแดงหนวดดำรุงรังนามคือ ‘เส้าถัง’ เป็ท่านตาโดยตรงของเส้าเทียน ‘เส้าชิงหง’ขมวดคิ้วเล็กน้อยจ้องตอบไปที่เส้าถังก่อนจะเปรยขึ้น
“ท่านพ่อตาระงับวาจาของท่านด้วย”
“…”
“หนิงหลงแม้ท่านผู้าุโสี่จะกล่าวไม่น่าฟัง แต่ท่านก็มีเหตุผลอยู่บ้างเส้นชีพจรของเ้าแตกสลาย ลมปราณขาดสะบั้น อย่าว่าแต่ฝึกยุทธเลยการมีชีวิตอยู่ก็นับว่าเป็บุญหนักหนาแล้วข้าเกรงว่าหากมัวแต่สนใจเื่ฝึกยุทธฝึกฝีมืออาจจะทำให้จิตใจฟุ้งซ่านก่อเกิดจิตมารเข้าแทรก เป็อันตรายต่อชีวิตเ้าได้”
“เื่นี้ข้าเข้าใจดีท่านเ้าตึกข้าหนิงหลงจะลดทอนการขบคิดเื่นี้ลง”หนิงหลงรับคำอย่างว่าง่าย สี่ผู้าุโต่างมองหน้ากันอย่างพอใจเส้าชิงผมเผยยิ้มบางๆพูดต่อ
“พรุ่งนี้จะมีผู้สูงส่งด้านวรยุทธจากสำนักัซ่อนจากเมืองหลวงเข้ามาเ้าอย่าได้ออกมาเดินเล่นด้านตึกหน้า ผู้สูงส่งพวกนี้บางครั้งมักลองวิชากับสำนักอื่นๆข้าเกรงว่าคนที่ลมปราณแตกซ่านเช่นเ้าจะเป็อันตราย เช่นนี้แล้วพรุ่งนี้ให้เ้าอ่านหนังสือแต่ด้านหลัง ตั้งใจสอบราชกาลให้ได้สมดังแม่เ้าหวังไว้”
หนิงหลงโค้งรับเล็กน้อยเมื่อกล่าวถึงมารดาของมันในใจบังเกิดความรู้สึกหนึ่งดังไฟสุม มันกำหมัดแน่นขนัดอย่างมีอารมณ์อย่างไรเสียสี่ผู้าุโและเส้าชิงหงต่างคิดว่ามันเกิดประกาย้าสอบเทียบให้ได้ดังใจทว่าเื่ราวนั้นต่างกลับกันโดยสิ้นเชิง
“เอาละเ้ากลับไปได้แล้ว” เส้าชิงหงเอ่ยต่อ “เส้าเทียน! พาตัวหนิงหลงกลับไป” สิ้นคำเส้าเทียนก็เดินก้าวเข้าประตูมา
หนิงหลงแท้จริงแล้วหาได้เป็คนของตระกูลเส้าทว่าสิบเจ็ดปีก่อนมารดาของมันที่ตั้งท้องและาเ็ได้ซมซานจนมาถึงด้านตะวันออกของยวู่เซิงที่นั่นนางได้พบกับตระกูลเส้า ตระกูลเส้าตอนนั้นเป็เพียงเกษตรกรโง่งมแต่ด้วยอะไรบางอย่าง หลังจากนั้นอีกสองปีคนในตระกูลกลับมีฝีมือสูงส่งขึ้นอย่างรวดเร็วพวกมันทะยานจากล่างสุดของห่วงโซ่ขึ้นเป็หนึ่งในตระกูลที่ยอดเยี่ยมและเข้มแข็งที่สุดสามอันดับแรกของยวู่เซิงส่วนหนิงหลง หลังจากมันเกิดขึ้นมาได้เพียงสี่ปีมารดาของมันก็ถูกพิษร้ายตายจากไปเส้าชิงหงผู้เป็เ้าตึกตระกูลจัดการพิธีศพของนางอย่างใหญ่หลวงว่ากันว่านางเป็อาจารย์ของมันและตระกูลเส้าทั้งหมดด้วยเหตุนี้หนิงหลงจึงได้รับการเลี้ยงดูจากเส้าชิงหงเพื่อทดแทนบุญคุณตลอดมาหนิงหลงเป็คนหนุ่มที่ชาญฉลาดขั้นอัจฉริยะ ด้วยวัยสิบหกปีมันทะยานขึ้นถึงชั้นลมปราณชั้นก่อตั้งขั้นหกอย่างไรเสียในการประลองยุทธประจำสำนักเมื่อครึ่งปีก่อนหนิงหลงถูก ‘เส้าจูิ’ บุตรชายคนโตของเส้าชิงหงทำร้ายจนลมปราณแตกสลายไปวรยุทธของมันลดทอนต่ำลงอย่างถึงที่สุด ตอนนี้แม้แต่ลมปราณชั้นก่อตั้งขั้นสองก็ลืมไปได้เลยสภาพของมันตอนนี้นับว่าคงได้แต่อยู่ที่ลมปราณก่อตั้งขั้นหนึ่งไปจนชั่วชีวิต
เส้าจูิหลังจากที่ทำร้ายหนิงหลงมันก็ถูกขับไสออกไปให้นั่งสำนึกผิดที่ภูผาลงทัณฑ์เป็เวลาห้าปีส่วนหนิงหลงเมื่อมันไร้ฝีมืออย่างเก่าก่อน วรยุทธทั้งหมดย้อนกลับไปจุดเริ่มต้นของชนชั้นลมปราณสถานะของมันก็เปลี่ยนไป ตระกูลเส้าทั้งหมดหมางเมินมันราวกับว่ามารดาของมันไร้บุญคุณผู้คนรุ่นเยาว์ต่างเรียกขานมันว่า ‘เ้าไข่เน่า’ ั้แ่วันนั้นเป็ต้นมา นับว่าคนพิการอย่างมันเป็ชนชั้นที่ต่ำที่สุดในสำนักยุทธแม้แต่พ่อบ้านและเด็กรับใช้ยังมีกำลังฝีมือมากกว่า น่าสมเพชยิ่งนัก
ในห้วงแห่งความพลิกผันเส้าชิงหงซึ่งเป็ผู้นำตระกูลเป็คนเดียวที่ต่อสู้ดูแลมันด้วยเหตุนี้การมีตัวตนของเส้าชิงหงสำหรับผู้คนทั่วไปจึงเป็เหตุผลเดียวของหนิงหลงที่ทำให้มันยังคงอยู่ที่นี่แต่ทว่าไม่ใช่
สามเดือนก่อนเมื่อถึงงานวันเกิดของเส้าชิงหงตระกูลเส้าทั้งหมดจัดงานเฉลิมฉลอง งานฉลองยิ่งใหญ่ผู้คนร่วมงานมากกว่าสี่พันคนหนิงหลงด้วยความที่เชื่อมั่นและสำนึกในบุญคุณของเส้าชิงหงจึงอาสาใช้กำลังกายอันน้อยนิดของมันไปตัดไม้ทำฝืนตลอดเวลาสองอาทิตย์จวบจนวันงานและใน่สุดท้ายของงานเมื่อมันกลับมามันก็ได้พบความจริงบางอย่าง
สามเดือนก่อนหน้านี้ด้านหลังตึกใหญ่ตระกูลเส้าบริเวณคอกม้า
เสียงฝีเท้าหนึ่งย้ำลงบนผืนดินอย่างเร่งรีบมันเป็ของเงาๆหนึ่งที่ด้านหลังทับถมไปด้วยท่อนไม้หลายสิบท่อนที่เพิ่งตัดมาจากในป่าหลังเขาแน่นอนว่าเ้าของเงาคือหนิงหลงนั่นเองหลายวันมานี้มันตัดฝืนหน้าดำคร่ำเครียดอยู่หลายชั่วยาม จนทำให้แม้แต่งานใหญ่รื่นเริงเหล่านี้ก็ยังไม่มีโอกาสเข้าไปดื่มกินแม้แต่น้ำแกงสักถ้วย
หนิงหลงตัดเข้ามาด้านหลังคอกม้าโดยหวังจะมุ่งไปที่โรงอบฝืนด้านหลังตึกทว่าในตอนนั้นเองเองสิ่งที่ชายหนุ่มเห็นคือเงาบุรุษผู้หนึ่งและเงาสตรีนางหนึ่งกำลังกอดรัดกันอยู่อย่างกลมกลืน
“เห็นทีจะต้องอ้อมไปอีกทางคนตระกูลไหนกันนะที่มาทำเื่เช่นนี้ในวันงานของท่านอาชิงหง” หนิงหลงสบถบางเบาก่อนจะเลี้ยวหักไปแต่ในวินาทีนั้นเองเสียงเล็กๆของสตรีก็ดังขึ้น
“จูิที่รัก…ไม่นึกเลยว่าเหมยลี่จะได้พบเ้าอีกครั้ง”น้ำเสียงของนางงมงาย จากชื่อที่เรียกตัวเองรู้ทันทีว่านางคือหวังเหมยลี่สตรีคู่กามาของเส้าจูินั่นเองหนิงหลงที่ได้ยินพลันหยุดเท้าลงอย่างงุนงง
“ให้ตายเถอะเหตุใดเ้าถึงนึกว่าจะไม่ได้พบข้าอีก”
“จูิน้อยของข้าทุกคนต่างรู้ว่าหลังจากที่ท่านได้พลั้งมือทำร้ายนายน้อยหนิงหลงบิดาท่านโกรธาเสียใจจนส่งให้ท่านต้องไปนั่งสำนึกตนที่ภูผาลงทัณฑ์”
“เฮอะสำนึกอะไรกัน! ข้าเส้าจูิฟ้าดินล้วนแต่เล็กเท่าฝ่ามือบิดาข้าไหนเล่าจะให้ข้าบุตรชายเพียงคนเดียวต้องไปสำนึกเพื่อไอ้ตัวสวะนั่น”
“…”
“และที่สำคัญการสั่งสอนมันหาใช่การพลั้งมือ” เส้าจูิคำราม “ไหนเหมยลี่ข้าขอดูทรวดทรงของเ้าเสียหน่อยเถอะ”ว่าแล้วเสียงกระชากก็ลั่นออกมา เสียงอุทานของหญิงสาวแว่วมาตามลมสายหนึ่งหนิงหลงผู้ที่กำลังจะเดินอ้อมขยับตัวมานั่งลงซุ่มดูอยู่ข้างคอกม้าอย่างตื่นงง
“ท่านช่าง…อา…” หวังเหมยลี่ครางเบาๆ มือทั้งสองกอดก่ายร่างใหญ่โตของเส้าจูิ
“แล้วหลายเดือนที่ผ่านมาท่านไปอยู่ที่ใด”นางเอ่ยถามอย่างยากลำบากเมื่อสองนิ้วอันแข็งแรงของเส้าจูิกดทับไปที่ด้านล่างสะดือนั่นของนาง
“หึหึท่านพ่อข้าฝากฝังให้ข้าได้ไปฝึกฝีมือที่ผาทลายฟ้าสาขาเมืองจันทร์สมุทรที่นั่นโอสถและผลึกธาตุระดับดีมีมากมาย หลายเดือนที่ผ่านมาฝีมือข้าสูงส่งยิ่งขึ้นลมปราณบรรลุชั้นก่อตั้งขั้นสิบ อย่าว่าแต่เ้าสวะหนิงหลงเพียงผู้เดียวเลยให้เ้านั่นร้อยคนก็นับว่าสะบัดมือคราเดียว”
“เอ…ทำไมการที่ท่านทำร้ายนายน้อยหนิง…”พูดยังไม่ทันจบเส้าจูิก็ตัดขึ้นอย่างหงุดหงิด
“นายน้อยอะไร!ลงโทษอันใดกัน! ก็บอกแล้วไงเหมยลี่การทำลายวรยุทธมันก็เพราะข้าอยากทำ เฮอะ อย่าว่าแต่ลงโทษเลยท่านพ่อชอบใจเสียด้วยซ้ำเป็แค่ลูกของผู้หญิงที่มาอาศัยบ้านตระกูลเส้าคนหนึ่งดันมากล้ากำแหงฝึกฝีมือเทียบชั้นคนในตระกูลถ้าไม่ใช่เพราะพลังธาตุ…”เส้าจูิคล้ายจะพูดอะไรต่อบางอย่างแต่ก็หยุดชะงักไปมันผลักไสเหมยลี่ออกไป่หนึ่ง “เ้าทำให้ข้าหมดอารมณ์ให้ตายเถอะข้าไปหาน้องสาวเ้าน่าจะดีกว่า”ว่าแล้วมันก็สาวเท้าไป เหมยลี่ได้แต่ร้องตามโดยเร็ว
หนิงหลงนิ่งเงียบอยู่พักใหญ่แววตาสับสนงุนงง หลายปีที่ผ่านมาเส้าชิงหงดีกับมันราวกับคนในครอบครัว แม้ว่าหลังจากที่คนในตระกูลเส้าจะมองมันในแง่ร้ายเมื่อสุญเสียลมปราณแต่นั้นมันก็หาได้โกรธแค้นเพราะอภัยให้กับความผิดพลาดหนำซ้ำคนที่ทำร้ายมันก็เป็บุตรของเส้าชิงหงเสียอีก ในตอนแรกที่มันได้รับาเ็เส้าจูิพูดจากำมันดี ถึงกับขั้นแสดงตนว่าจะทำลายวรยุทธตนเพื่อชดใช้ให้สาสมกับสิ่งที่ตนเองทำไปที่ไหนได้ทุกอย่างที่แสดงออกลับหลังกลับเป็อีกอย่างหนึ่ง
“หนิงหลงหนอหนิงหลงนับว่าเ้าโง่งมเสียนี่”ชายหนุ่มพึมพำพร้อมกับหยาดฝนค่อยๆร่วงหล่นลงมาในมือของมันกำหมัดแน่นหวนระลึกถึงมารดา แม้หลังจากคลอดมันออกมาหนิงหลงก็หาได้ถูกเลี้ยงดูโดยมารดาตัวเองมารดาของมันเก็บตัวอยู่ที่ถ้ำใต้น้ำตกหุบเขาด้านหลังทุกวันจะมีเพียงครึ่งชั่วยามที่ออกมาพร้อมกับยิ้มและละเล่นกับมันถือได้ว่านอกจากข้อมูลที่มารดามันเป็ผู้สูงส่งตระกูลเส้าแล้วมันไม่รู้อะไรเลย
สามวันหลังจากวันงานหนิงหลงเก็บตัวอยู่แต่ภายในกระท่อมน้อยของมันทุกคนต่างเข้าใจว่ามันระบมเนื่องจากทำฝืนมาตลอดอาทิตย์ที่ผ่านมาจึงไม่ค่อยสนใจมันมากนักแต่แท้จริงแล้วหนิงหลงกลับทบทวนเื่ราวต่างๆในอดีตอยู่มากมายยิ่งคิดก็ยิ่งได้ข้อมูล
วันนี้หนิงหลงตื่นแต่เช้าตรู่มันจัดแจงของใช้ส่วนตัวทั้งหมดก่อนจะออกไปมันเลือกเดินตัดป่าด้านหลังโดยมีความตั้งใจแน่วแน่ว่าจะไปที่ถ้ำใต้น้ำตกอันเป็สถานที่ที่แม่ของมันอยู่อาศัยตลอด่มีชีวิตนานที่สุด
การเดินทางจากป่าด้านหลังมุ่งไปหุบเขาด้านหลังนั้นถือได้ว่ายากเย็นพอสมควรเพราะถ้าเส้นทางปกติแล้วสัตว์อสูรชนชั้นปราณััธาตุระดับสี่ห้าอยู่ชุกชุมพอสมควรแม้แต่สี่ผู้าุโและเส้าชิงหงหากจะเข้าไปก็ยังต้องนำกำลังไปกว่าสี่ถึงห้าร้อยคนด้วยตัวเองนับว่าหุบเขาด้านหลังเป็สถานที่ประหลาดในเมืองเล็กๆอย่างยวู่เชิงอย่างมาก
ถึงอย่างนั้นสำหรับหนิงหลงก็ถือว่าไม่ลำบากั้แ่เด็กมักออกวิ่งเล่นจนพบทางลับสายหนึ่งเข้าเส้นทางนี้ดูคล้ายกับเส้นทางเหมืองยุคโบราณสายหนึ่งเส้นทางเชื่อมยาวไปจนจรดปากถ้ำของถ้ำน้ำตกที่สำคัญเส้นทางนี้มีกลิ่นไอประหลาดที่ทำให้สัตว์อสูรทุกหมู่เหล่าไม่ย่างกายเข้าใกล้เลยแม้แต่นิดเดียว
หนิงหลงเดินทางอยู่สองชั่วยามก็บรรลุถึงทางเข้าบริเวณปากถ้ำที่นี่เป็น้ำตกขนาดใหญ่ ด้านล่างเป็ลำธารใสทอดยาวออกไปเมื่อแหงนหน้ามองก็พบว่าน้ำตกแห่งนี้สูงจนเรียกได้ว่ามาจากยอดเขาสุดลูกหูลูกตาเลยทีเดียวหนิงหลงจัดแจงวางสัมภาระลงพร้อมทั้งลงดื่มกินเสบียงที่เตรียมมา
ตอนนั้นเองแสงสว่างวาบก็กระจ่างออกมาจากด้านของน้ำตกดวงไฟสีน้ำเงินก็ลอยล่องออกมาวนเวียนอยู่ด้านหน้าอย่างน่าฉงนสนใจหนิงหลงค่อยๆหมอบพังพาบลงบนพื้นคล้ายกับไม่ค่อยแน่ใจนัก สักพักดวงไฟสีฟ้าก็ค่อยๆลอยกลับเข้าไปด้านในน้ำตกหนิงหลงรออยู่ครู่หนึ่งก็ค่อยๆยันกายขึ้นมา
หนิงหลงค่อยๆย่างเท้าว่ายน้ำทวนเข้าไปโดยไม่ได้สนใจการกินอาหารอีกสักพักเขาก็มาถึงเชิงผาที่น้ำตกไหลลงมา ด้านขวาเป็บันไดหินทอดยาวสภาพทรุดโทรมดูแล้วเหมือนกับว่าไม่ได้ใช้งานมานานปี
“ดูเหมือนตระกูลเส้าจะไม่เคยมาที่นี่เลยนับั้แ่ท่านแม่จากไป” หนิงหลงนึกในใจพร้อมกับมือทั้งสองค่อยๆยันกายปีนขึ้นไปไม่นานก็มาถึงโถงด้านหน้า รอบข้างแกะสลักเป็ลวดลาย ทั้งั กิเลน และพยัคฆ์ทางเดินเฟิร์นและมอสขึ้นชุกชุมไม่ปรากฏร่องลอยของสิ่งมีชีวิตใดๆนอกจากตนแต่ทว่าเบื้องหน้าชายหนุ่มพบกับหัวกะโหลกและซากศพมากมายนอนเกลื่อนอยู่ทั้งหมดล้วนใส่เสื้อผ้าของตระกูลเส้าทั้งสิ้นหนิงหลงเบิกตากว้างไม่นึกว่าจะเห็นการสังการหมู่มากมายขนาดนี้ได้
“ให้ตายเถอะมากกว่าพันศพ นี่มันเื่อะไรกัน”หนิงหลงพึมพำขึ้นมาพร้อมค่อยๆย่างก้าวเข้าไปอย่างระมัดระวังเขาเหลือบซ้ายแลขวาเหมือนสงสัยว่าสถานที่นี่มีกับดักกลไกซ่อนอยู่ แต่ทันใดนั้นเองโถงทั้งถงก็ส่องแสงวาบขึ้นมาดวงไฟสีฟ้ากระจ่างดวงหนึ่งลอยล่องออกมาจากด้านในที่ลึกเข้าไปทันที
“ในที่สุด” เสียงสตรีที่ฟังแล้วชวนหลงนางหนึ่งดังขึ้นน้ำเสียงของนางทั้งน่าฟังอ่อนโยนและสะกดผู้ฟังแม้ไม่พบตัวแต่ััได้ว่าความงามย่อมเหนือล้ำโลกา แม้ได้ยินแต่เสียงหนิงหลงก็ไม่ค่อยแน่ใจว่าตลอดชีวิตนี้จะมีสตรีใดที่งดงามเทียบเคียงเ้าของเสียงหรือไม่
“นั่นใคร” ชายหนุ่มถามขึ้น มือทั้งสองยกขึ้นเตรียมพร้อมไม่ไว้วางใจ
“หนิงหลงน้อยข้ารอคอยเ้ามานานแสนนานแล้ว” นางไม่ตอบแต่บอกเล่าสืบต่อดวงไฟสีฟ้าค่อยๆลอยล่องมาใกล้ชายหนุ่มมากขึ้นเรื่อยๆ
“เ้าเติบโตถึงเพียงนี้นับว่ามารดาของเ้าสมควรยิ้มในปรภพแล้ว”
“ท่านเป็ใครกล่าวถึงมารดาข้ามีอะไรกันแน่” หนิงหลงเริ่มสงสัยแววตาจดจ้องไปที่ดวงไฟสีฟ้าอย่างไม่ค่อยเป็มิตร
“มารดาเ้าฝากฝังเ้าไว้กับข้าหนิงหลง นางใช้พลังชีวิตทั้งหมดและระยะเวลาชีวิตี่เหลือของนางสะกดข้าลงไปที่แหวนเพื่อให้มารับใช้เ้าทว่าหลายปีผ่านมาดูเหมือนเ้าจะไม่ได้รับรู้การมีตัวตนของข้าเลยมีเพียงพวกสวะตระกูลเส้าที่คอยรับใช้แม่ของเ้าเท่านั้นที่ย่างกลายมาถึงที่นี่” นางพูดต่อพร้อมๆกับที่ดวงไฟเริ่มหลอมรวมกลายเป็เงาสตรีสว่างจ้าเงาหนึ่งแม่ไม่เห็นรูปลักษณ์และรายละเอียด แต่ว่าสัดส่วนความโค้งเว้าดุจเงาจันทร์ท่าทางอ่อนช้อย ทรวดทรงทั้งบนล่างต่างสะกดชายหนุ่มให้กลืนน้ำลายไปคราหนึ่ง
“เ้ารู้อะไรเกี่ยวกับมารดาของเ้าบ้าง”
“…”ชายหนุ่มไม่เอ่ยคำ เพราะจริงๆแล้วมันแทบจะเรียกได้ว่าไม่รับรู้อะไรเกี่ยวกับมารดาของมันเลย
เงาแสงสีน้ำเงินค่อยๆย่างเท้าเข้ามานางค่อยๆยกมือััคางเล็กๆของชายหนุ่มอย่างนุ่มนวลก่อนจะค่อยๆเดินรอบไปมาหนหนึ่ง
“หนิงหลงหนอหนิงหลงสิบกว่าปีที่ข้ารอเ้า ที่แท้กลับไปนับญาติสร้างสัมพันธ์กับพวกโจรนี่เอง” ว่าแล้วนางก็ค่อยๆโอบกอดชายหนุ่มจากด้านหลังจนหนิงหลงสั่นเทิ่มแทบจะพูดไม่เป็ภาษาแม้อยากขัดขืนสะบัดตัว แต่ความรู้สึกคลับคล้ายว่ามีมีดแหลมคมจ่อที่คอหอยอยู่
“ท่านรู้ได้ยังไง” ชายหนุ่มถามขึ้นเรียบๆเมื่อได้สติ
“แหมๆ ข้าเป็จิติญญาระดับที่เ้าไม่กล้าคิดกล้าฝันหลงน้อยเพียงััเ้าข้าก็รู้แล้วว่าความทรงจำที่ผ่านมาของเ้าเป็เช่นไร…แม้แต่สิ่งที่เ้าคิดกับข้าตอนนี้…”
“…”
“ท่านกล่าววาจาไร้สาระ” หนิงหลงโต้ตอบพร้อมสะบัดตัวให้นางถอยออกไปเงาสว่างงดงามถอยออกมาพร้อมหัวเราะชอบใจ
“เ้านี่ช่างปากไม่ตรงกับใจเสียเลยเด็กน้อยเอาเถอะอย่างไรเสียเ้าก็รับรู้ถึงความชั่วช้าของพวกเส้าชิงหงแล้วถือได้ว่าตาสว่างเสียที” คำพูดของนางเริ่มจริงจัง หนิงหลงคิดย้อนไปพลันนิ่งงันไม่อาจเอ่ยวาจา
“เอาเถอะการพบเจอเ้าในวันนี้นับเป็เื่ที่ดีตามเราผู้งดงามมา” นางพูดพร้อมผายมืออย่างเย้ายวนก่อนจะเดินนำไป
“…”
ด้านในเมื่อเข้าไปพบว่าเป็โถงถ้ำขนาดใหญ่แม้อยู่ลึกภายในแต่ทว่ามีแสงนวลส่องประกายจากกำแพงทุกสารทิศด้วยเหตุนี้จึงทำให้ภายในมองเห็นได้ไม่ต่างจากนอกถ้าตอนกลางวัน
“ภายในถ้ำนี้เต็มไปด้วยผลึกแก้วอสูรชั้นฟ้ามันจะส่องสว่างและมอบพลังปราณแก่คนที่อยู่ภายใน ตราบใดที่มันััพลังเ้าได้หลงน้อยในถ้ำนี้จะไม่มีมืดมัวตระกูลเส้าพวกมันหวังผลึกอสูรพวกนี้จึงแอบลอบเข้ามานับั้แ่มารดาเ้าเสียไป” นางพูดเนิบๆก่อนจะพาเดินมาที่แทนหินหยกขนาดใหญ่ที่อยู่ตรงกลาง
“หินแท่นนี้เป็ผลึกแก้วอสูรชั้นโลกะมารดาของเ้าใช้นอนเพื่อยืดอายุขัยที่อ่อนแรงของนางที่เ้าเห็นทั้งหมดนี้นับว่าเป็เหมืองผลึกอสูรโบราณที่หาได้ยากยิ่ง” นางพูดน้ำเสียงเรียบแต่สำหรับหนิงหลงเหมือนถูกเย้ายวนด้วยสตรีเปลือยนับร้อยนับพันคนได้แต่กล้ำกลืนดึงสมาธิหลบไปจากน้ำเสียงของนาง
“ที่พวกตระกูลเส้าตกตายอยู่ด้านหน้าทั้งหมดเพราะ้าเหมืองผลึกแก้วอสูรอย่างนั้นหรือ”
“ไม่ทั้งหมด” นองตอบก่อนจะหันหนเมาทางชายหนุ่มอย่างจริงจังรูปเงาที่งดงามสะท้านทรวงของนางทำให้หนิงหลงหลบหน้าไป
“มารดาของเ้าเป็ผู้มีฝีมือสูงส่งหนิงหลงนางมาที่นี่เมื่อตั้งครรภ์เ้าได้เพียงสี่เดือน นางในตอนนั้นได้พบกับคนของตระกูลเส้าแม้ว่าจะเหลือกำลังและพลังแค่เพียงหนึ่งส่วนทว่าฝีมือของนางก็หาได้มีคนเทียบในแผ่นดินนี้พวกมันพบนางก็รู้ว่ามีฝีมือสูงส่งจึงแสร้งทำดีให้ที่พักอาศัยมารดาเ้าหาได้โง่เขลา แต่ด้วยที่สถานที่ตั้งอยู่ใกล้แหล่งเหมืองโบราณที่มีพลังมารดาของเ้าด้วยชีวิตไขที่สั้นและเกรงว่าจะดับสิ้นก่อนที่เ้าจะเกิดมานางจึงมีข้อตกลงกับตรพกูลเส้าบางประการ”
“ข้อตกลงใด” หนิงหลงถามอย่างสงสัย
“เื่นั่นไว้เ้าจะเข้าใจเองหนิงหลงตามข้ามา” นางตอบก่อนจะเดินนำไปอีกด้านหนึ่งโดยด้านนี้เป็ส่วนทิศตะวันตกของห้องโถงเมื่อเดินเข้ามาก็พบกับบันไดขั้นเล็กๆที่ถูกรังสรรค์ขึ้นด้วยปราณระดับสูงอย่างปรานีตนางหันมามองชายหนุ่มครู่หนึ่งก็เอ่ยวาจา
“ด้านในเป็ห้องสรรพวิชามารดาของเ้าสลักไว้ด้วยตนเองทั้งหมด”ว่าแล้วเงาร่างที่งดงามนั่นก็เคลื่อนกายต่อไป หนิงหลงที่ติดตามไม่อาจกล่าววาจา
เมื่อเข้ามาด้านในสิ่งที่หนิงหลงพบเห็นก็เป็ภาพการร่ายรำของวิชายุทธมากมายนอกจากนั้นทุกๆภาพที่ปรากฏก็มีเคล็ดวิชาสลักกำกับไว้ หนิงหลงตะลึงอยู่ครู่ใหญ่กว่าจะรวบรวมสติกลับมาได้อีกครั้งหนึ่ง
“ท่านบอกว่าเคล็ดวิชาทั้งหมดท่านแม่ของข้าสลักไว้แล้วเหตุใดไม่เหมือนเคล็ดวิชาของพวกตระกูลเส้าใช้อยู่เลยหรือว่าเป็วิชาคนละแขนงกัน”
“ย่อมต้องเป็เช่นนั้นวิชาของตระกูลเส้าเป็เพียงเคล็ดสำหรับปรับพื้นฐานของเคล็ดวิชาหลักเท่านั้นเฮอะอย่างไรเสียด้วยความเหนือชั้นที่แตกต่างกันมันก็พอจะสร้างให้ตระกูลเล็กๆอย่างตระกูลเส้าขึ้นมาเป็ตระกูลใหญ่ได้” นางตอบก่อนจะถามต่อมายังหนิงหลงด้วยน้ำเสียงเย้ายวนอีกครั้งหนึ่ง
“หนิงหลงเ้าคิดเห็นเช่นไร อยากฝึกเคล็ดวิชาของแม่เ้าหรือไม่”
“...” ชายหนุ่มไม่ตอบคำเขาได้แต่ยืนนิ่งเงียบไม่อาจเอ่ยวาจาหากเป็ก่อนหน้านี้แน่นอนว่าหนิงหลงต้องยินดีกับเื่ราวที่ได้รับฟังในวันนี้เป็แน่แต่ตอนนี้ทุกอย่างล้วนกลายเป็เื่น่าเศร้าเมื่อเขาต้องสูญสิ้นพลังปราณไปเส้นชีพจรล้วนขาดสะบั้นลงแม้เคล็ดวิชาเบื้องหน้าจะสูงส่งราวกับ์สร้างแต่ก็ไม่อาจฝึกปรือหนำซ้ำเคล็ดวิชาทั้งหมดเป็ของมารดาตนที่ตกทอดไว้ ยิ่งคิดยิ่งได้แต่ถอนหายใจ
“ให้ตายเถอะเ้าช่างเป็ลูกชายที่ไม่น่ารักเอาเสียเลย เห็นที่ชื่อเสียงที่แม่เ้าสร้างไว้ทั่วห้วงมหา...” เทพธิดาสาวคล้ายจะเอ่ยบางคำแต่นางก็หยุดชะงักไปก่อนจะเดินมาใกล้ๆชายหนุ่มพร้อมเอื่อมมือมาเชยคางมัน
“เื่ไร้ฝีมือของเ้านับว่าเป็เื่น่าเศร้าหลงน้อยแต่ถึงอย่างนั้นก็หาใช่ว่าจะไม่มีทางรักษาอย่างไรเสียในวันนี้เ้าก็มีวาสนามาพบกับข้า”ว่าแล้วนางก็ค่อยๆกลายสภาพเป็สตรีผู้มีเนื้อหนังขึ้น
บัดนี้หนิงหลงผู้เชื่องซึมพลันบังเกิดตกตะลึงภาพเบื้องหน้าชายหนุ่มจากเทพธิธาที่ส่องประกายแสง แม้ก่อนหน้าจะเป็เป็เพียงรูปร่างก็นับว่าสวยงามคว่ำแผ่นดินแต่ตอนนี้เนื้อสีขาวอมชมพูราวกับหยกสลัก ผมดำขลับเงางามยาวแววตากลมโตสว่างไหวราวดวงดาราทิพ ริมฝีปากสีชมพูจางๆยิ้มแย้มฟันสีขาวของนางงดงามราวกับงาช้างสลัก ใบหน้าที่ได้รูปที่สุดเท่าที่สตรีจะพึงมีได้บัดนี้เคลื่อนเข้าใกล้ใบหน้าของเขาห่างเพียงลมหายใจและก่อนที่หนิงหลงจะเอ่ยวาจาใดออกมาริมฝีปากงดงามนั่นก็ประทับเข้ากับปากของเขาโดยเร็ว
“หลงน้อยเหตุใดนิ่งงันปานนั้นข้าไม่สวยอย่างนั้นหรือ”นางกล่าวเย้าพร้อมทั้งเป่าลมพลูหนึ่งไปที่ข้างหูของชายหนุ่มอย่างลุ่มหลงพร้อมกันนั้นมือสวยของนางชักนำมือน้อยๆของชายหนุ่มให้เลื่อนผ่านสะโพกโค้งราวจันทร์เสี้ยวของนางเทพธิดาสาวบัดนี้ย้ำเท้าขยับเข้าใกล้อีกยอดเขาวูซูทั้งสองข้างกระทบเข้ากับแผ่นอกที่แข็งแกร่งราวภูผานั่นพอดิบพอดีแม่ว่าหนิงหลงจะสูงสง่าแต่สำหรับเทธธิดานางนี้ก็นับว่าสูงไล่เลี่ยกันเลยทีเดียว
“...ท่าน...ท่าน...ทำ...อะ...ไร...ของ...”หนิงหลงรวบรวมสติพยายามเอ่ยคำแต่ทว่าตอนนั้นเองชายหนุ่มก็ถูกมือน้อยๆของหญิงสาวพลักออกเขาเซล้มลงด้านหลังทันทีด้วยสองขาที่อ่อนแรงดอกดาราและเถาวัลงดงามก็ก่อเกิดสลับหมุนวนรองรับร่างชายหนุ่มไว้ กลับกลายเป็เตียงพฤกษาที่ราวกับว่าเป็ห้วงเวลาที่เหมาะสมแล้วที่จะถูกพรากพรหมจรรย์
หนิงหลงค่อยๆตื่นขึ้นมา อย่างอ่อนแรงเวลาที่ล่วงเลยผ่านมาตอนนี้สำหรับชายหนุ่มราวกับว่ามันเป็เพียงแค่ความฝันตื่นหนึ่งหลังจากที่การศึกหนแรกผ่านไป จากชายหนุ่มผู้เจียมเนื้อเจียมตนก็กลับกลายเป็บ้าคลั่งกลายเป็ผู้กระทำหลายชั่วยามผ่านมาหนิงหลงแทบจำไม่ได้ว่ากระทำชั่วช้ากับร่างงดงามนั่นไปกี่ครั้งกี่หนสิ่งเดียวที่ชายหนุ่มจดจำได้ก็คือเขาสิ้นสติไปหลังจากที่สู้ศึกครั้งสุดท้าย
หนิงหลงค่อยๆยันกายขึ้นมาก็พบว่าเทพธิดาสาวผู้งดงามตอนนี้นั่งสางผมอยู่โขดหินไม่ไกลนักตอนนี้นางสวมเสื้อผ้าเรียบร้อยและแม้ว่าหันหลังอยู่ความงามของนางก็ยังกระตุ้นราคะชายหนุ่มอย่างถึงที่สุดอยู่ดีหนิงหลงค่อยๆควบคุมลมหายใจก่อนที่ราคะเ่าั้จะค่อยๆเจือจางลง
“ท่าน…เป็ใคร” ชายหนุ่มถามตัดความเงียบขึ้นเทพธิดาสาวเมื่อได้ยินเสียงก็หัวเราะคิกคิกอย่างไร้เดียงสานางไม่ได้หันมาสบตาคู่สนทนาแต่อย่างใด
“หลงน้อยเราเทพธิดาก็เป็ภรรยาของเ้าไม่ใช่หรือ”นางตอบด้วยน้ำเสียงยิ้มๆ หนิงหลงขมวดคิ้วลงก่อนจะค่อยๆยันตัวยืนขึ้น
“ท่านรู้จักมารดาข้าเื่ราวต่างๆภายในถ้ำนี้ แน่นอนว่าท่านต้องอยู่กับมาดาข้าเมื่อครั้งยังมีชีวิตสิ่งที่ท่านพูดมาทั้งหมดล้วนบ่งบอกว่ามารดาข้าเป็ใครสักคนที่…”
“สูงส่ง”เทพธิดาสาวตัดขึ้นพร้อมกันนางก็หันใบหน้างดงามมามองชายหนุ่มพร้อมรอยยิ้มที่ล่ม์สังหารเทพเ้า
“ฮิฮิหลงน้อยนับว่าเ้าฉลาดแม้จะโง่กว่าเราผู้งดงามอยู่บ้าง แต่ถือว่าเป็ความโง่ที่น่ารักยิ่งนัก” ว่าแล้วเทพธิดาสาวก็ค่อยๆเดินเข้ามาหาหนิงหลงชายหนุ่มแม้จะกดทับร่างงามนี้ไปไม่รู้กี่สิบครั้งก็ยังต้องกลืนน้ำลายหนหนึ่ง
“เราผู้งดงามเป็เทพธิดาคนหนึ่งส่วนมารดาของเ้านับเป็พี่สาวร่วมมารดาของเราผู้เป็เทพธิดา อันที่จริงหลงน้อยเ้าอาจเรียกเราผู้งดงามว่าท่าอาเทพธิดาก็ได้” ว่าแล้วนางก็หัวเราะต่อแต่กับหนิงหลงได้แต่อ้าปากค้างกับเื่ราวที่ได้ยิน
“!@#$%^&” #ให้ตายเถอะนี่ข้าทำอะไรไป เื่แบบนั้น…กับอาแท้ๆ…#หนิงหลงนึกเื่ราว ในหัวเรียกได้ว่าแทบจะะเิออกมา
“อย่าได้เป็กังวลไปหลงน้อยถ้าเ้าไม่อยากเรียกขานเราเทพธิดาว่าท่านอาเทพธิดาก็สามารถเรียกเราว่าภรรยาที่รัก‘หนิงเชียน’ ก็ได้”ว่าแล้วหนิงเชียนก็นั่งลงข้างๆหนิงหลงผู้ตกตะลึงครั้งแล้วครั้งเล่าก่อนพูดต่อ
“เ้ารู้หรือไม่…เื่ราวที่เ้ากระทำนับว่ากับเราเทพธิดาถือว่าเป็ครั้งแรก” ว่าแล้วแก้มงามก็แดงซ่านซบลงบนอกหนิงหลทันทีชายหนุ่มกลืนน้ำลายอึกหนึ่งจึงตอบไป
“…ท่านกระทำทั้งหมดนี้เพื่ออะไร…ช่างไม่มีเหตุผล”
“อ๋อเหตุผลนั่นมีแน่ มารดาของเ้า…ท่านพี่ ‘หนิงเยว่’ ย่อมเป็ผู้ที่จัดแจงเื่ราวทั้งหมด” นางเริ่มเล่าพร้อมกับค่อยๆโอบวงแขนงามนั่นกอดซบลงที่ตัวหนิงหลงอย่างยินดี“ในอดีตเมื่อครั้งที่เราเทพธิดาอายุเจ็ดปีเราเทพธิดาและท่านพี่ถูกทำร้ายด้วยคนชั่วที่สถานที่หนึ่งอันห่างไกลในเวลานั้นร่างกายของเราเทพธิดาสลายหายไป ท่านพี่ที่ตั้งครรภ์าเ็สาหัสทว่าด้วยศิลาเคลื่อนมิติของบิดาเ้าที่ให้ไว้จึงได้หลบหนีมาถึงเขตของเมื่องเล็กๆอย่างยวู่เชิงท่านพี่ด้วยการรักษาชีวิตของเ้าก็เลยทำข้อตกลงกับพวกเส้าชิงหงเพื่อให้สิทธิ์เข้ามาที่ถ้ำใต้น้ำตกแห่งนี้นอกจากนั้นท่านพี่ยังใช้แก่นิญญาสร้างร่างใหม่ให้เราเทพธิดาจนสุดท้ายสูญสิ้นชีวิตไป” นางเล่าเื่ราวใบหน้าที่ปกติยิ้มแย้มงดงามและเ้าเล่ห์ บัดนี้หมองเศร้าสลดบนขอบตางามคู่นั้นมีน้ำตาคลออยู่เป็ประกายหนิงหลงผู้โง่งมเห็นดังนั้นก็ยกมือขวาขึ้นเช็ดไปที่น้ำตานั่นอย่างไม่ทันรู้ตัว
“ท่านแม่…”หนิงหลงอุทาน น้ำตาของชายหนุ่มก็คล้ายจะรินไหลอยู่เช่นกัน หนิเชียนเมื่อเห็นชายหนุ่มจะร้องไห้ก็เลยยืนขึ้นและขับไล่ความเศร้าหมองออกไปกล่าวต่อ
“แต่ก่อนที่นางจะจากไปท่านพี่ได้ตบแต่งเ้าหนิงหลงน้อยให้เป็สามีของเราเทพธิดาเพราะเห็นว่าเราเทพธิดาผู้งดงามจะสามารถปกป้องเ้าได้จากตระกูลเส้าและโลกอันโหดร้ายนี้แต่ไหนเล่าหลายปีที่ผ่านมาเ้ากลับไปสิงสู่อยู่กับพวกโจรอย่างพวกมันได้” ว่าแล้วหญิงสาวก็ขมวดคิ้วสวยจ้องมองหนิงหลงครู่หนึ่ง
“ฮึโดนพวกมันลอบวางอุบายทำลายเส้นชีพจร ลมปราณแตกสลายเฮอะสามีของเราเทพธิดานับว่าโง่งมอยู่บ้าง แต่ก็ไม่นึกว่าจะโง่งมอยู่เช่นนี้ได้” หนิงเชียนสะบัดค้อนเอ่ยคำ
“ท่านเพิ่งชมว่าข้าฉลาดเมื่อครู่…”
“หุบปาก!” นางตะคอกพร้อมจ้องมอง หนิงหลงได้ยินได้แต่นิ่งงัน
“ฉลาดก็ส่วนฉลาด!โง่ก็ส่วนโง่!”ว่าแล้วนางก็สะบัดเท้าเดินจากไปปล่อยให้หนิงหลงงุนงงอยู่บนเตียงพฤกษาอย่างไม่เข้าใจ
“ให้ตายเถอะทำไมอารมณ์นางผันเปลี่ยนรวดเร็วเยี่ยงนี้”
“หนิงหลง!ทำไมไม่รีบตามมาง้อเราเทพธิดา!” ก่อนที่หนิงหลงจะคิดอะไรเสียงอันไพเราะก็เกรี้ยวกราดดังซ่านะโมาชายหนุ่มยิ้มเหยๆครั้งหนึ่งก่อนจะลุกเดินไป
หลังจากที่สนทนากับท่านอาภรรยาหนิงหลงก็พอจะรู้คร่าวๆว่าแท้จริงแล้วตระกูลเส้าที่ยังเลี้ยงดูชายหนุ่มไว้อยู่นั้นก็เพราะว่าหนิงเยว่มารดาของมันขู่เส้าชิงหงว่าชีวิตและดวงิญญาของหนิงหลงผูกไว้กับการคงอยู่ของผลึกแก้วอสูรที่อยู่ในถ้ำแห่งนี้ด้วยความโลภของตระกูลเส้า พวกมัน้าใช้ผลึกแก้วอสูรมาเพิ่มพลังของพวกมันแน่นอนว่าการรักษาชีวิตของหนิงหลงจึงนับเป็สิ่งที่พวกมันทุกคนพึงกระทำ
ตลอดหลายปีที่ผ่านมาตระกูลเส้าส่งมือดีหลายคนเข้ามาที่นี่เพื่อเก็บเกี่ยวแต่ทว่าหนิงเชียนก็สังหารพวกมันไปเสียหมดทั้งนี้เพราะว่าเส้าชิงหงที่ละโมบโลภมากจะได้ไม่ได้ผลึกแก้วอสูรและสังหารหนิงหลงทิ้งนั่นเองส่วนเื่บิดามารดาและต้นกำเนิดของหนิงหลงนั้นหนิงเชียนได้แต่บ่ายเบี่ยงไม่อาจบอกกล่าวโดยอ้างว่ายังไม่ถึงเวลาที่หนิงหลงจะต้องรับรู้ในเื่นี้
“หลงน้อยการเสพสังวาสกับเราเทพธิดานับว่าจะเป็การซ่อมแซมเส้นชีพจรของเ้าทั้งนี้เพรราะแก่นพลังหยินของเราเทพธิดานับว่าเป็หนึ่งเหนือผู้ใดในโลก…” หนิงเชียนเล่าเมื่อเดินเคียงหนิงหลงมาที่ปากถ้ำก่อนจะหยุดไปเล็กน้อย “ดังนั้นแล้วนับจากวันนี้เ้าจะต้องเข้ามาหาเราเทพธิดาเพื่อร่วม…วันละสามชั่วยามทุกวันไม่เว้น เมื่อพลังกลับคืนแล้วข้าจะฝึกเคล็ดวิชากระบี่ห้วงจักรวาลและชุดวิชาดาราเคลื่อนตะวันคล้อยให้กับเ้าอีกทีหนึ่งเื่ทั้งหมดในวันนี้อย่าได้เผยให้ผู้ใดรับรู้นอกจากนี้ตำราเล่มนี้เป็ตำราโอสถ์ ด้านในรวบรวมการปรุงยาทุกแขนงศึกษาให้เข้าใจ เมื่อมีเวลาว่างก็จัดหาเพื่อเพิ่มพลังฝีมือเื่ราวของมารดาเ้าเมื่อพลังฝีมือเพียงพอเราเทพธิดาถึงจะเล่าให้ฟัง” ว่าแล้วเทพธิดาสาวก็วาดมือขึ้นทีหนึ่ง สมุดเล่มหนึ่งก็ปรากฏแวบมาดูแล้วน่าจะเป็การเรียกออกมาจากแหวนมิติเพียงแต่ว่าเทพธิดาสาวหาได้สวมใส่แวนมิติอันใด
“จำไว้อย่าได้สงสารพวกมันตระกูลเส้า” หญิงสาวกำชับ
“…”
“ไปเถอะเ้าหายไปสองวันพวกมันคงวุ่นวายใจ” หนิงเชียนพูดพร้อมกับที่ทั้งสองมาถึงปากทางเข้าพอดิบพอดีนางจ้องมองหนิงหลงครู่หนึ่งก่อนจะบิดซ้ายบิดขวาอยู่หน่อย
“ก่อนจาก…หลงน้อย…เ้าต้องจุ๊บเราผู้งดงามก่อน” ว่าจบหญิงสาวก็อายม้วนหันหลังไปทีหนึ่งหนิงหลงที่ยืนดูได้แต่ถอนหายใจกับท่าทีขึ้นๆลงๆของเทพธิดาสาวหรือท่านอาทำธิดาของมัน
ครู่หนึ่งชายหนุมก็ค่อยๆเดินเข้าไปโอบหญิงสาวแม้จะเคอะเขินอยู่บ้างแต่ก็ไม่ได้ฝืนแต่อย่างใด แม้จะงงงวยกับความสัมพันธ์ที่รวดเร็วดุจพายุแต่ก็ไม่ได้ไม่สุขแต่อย่างใดหนิงหลงรู้สึกคล้ายกับว่าตัวมันรู้จักเทพธิดาสาวนี้มาแล้วชั่วชีวิตหนึ่ง
“ท่านหันหลังเช่นนี้ข้าจะจูบได้อย่างไร” ชายหนุ่มเอ่ยเรียบๆตอนนี้หนิงหลงสามารถควบคุมความตื่นเต้นไว้ได้แปดในสิบส่วนมันค่อยๆเชยคางงามนั้นกลับมาอย่างแ่เบา เมื่อใบหน้าอันงดงามห่างเพียงองคุลีหนิงหลงค่อยๆประทับจูบลงอย่างแ่เบา ลิ้นนุ่มนิ่มของนางถูกรุกรานราวกับว่าหนิงหลงเป็ผู้ชำนาญการคนหนึ่งเทพธิดาสาวถูกรุกไล่จนใบหน้าแดงซ่านและอุทานออกมาคำหนึ่ง
“จุ๊บไม่ใช่จูบ” นางพูดขึ้นเมื่อพลักหนิงหลงสำเร็จใบหน้าแดงซ่านด้วยอารมณ์ แววตาของนางก้มต่ำดูแล้วเขินอายสุดขีด
“สงสัยข้าหนิงหลงยังไม่เชี่ยวประสบการณ์หวังว่าท่านอาภรรยาจะสั่งสอนเมื่อถึงเวลา”หนิงหลงเริ่มต่อล้อต่อเถียง ก่อนจะยิ้มยิงฟันอย่างมีชัย “พรุ่งนี้หนิงหลงจะกลับมาใหม่ขอลา” ว่าแล้วชายหนุ่มก็ะโทะลุสายน้ำไป
หลายวันหลังจากนั้นหนิงหลงพบว่ายิ่งมีอะไรกับหนิงเชียนพลังปราณของมันยิ่งฟื้นฟู หาไม่กลับกันยิ่งร่วมรักมากเท่าใดพลังปราณของหนิงหลงยิ่งล้ำหน้ากว่าเก่าก่อนตอนนี้จากก่อนที่ลมปราณจะแตกสลายพลังของชายหนุ่มอยู่ที่ชั้นปราณก่อตั้งขั้นเจ็ดตอนนี้บรรลุขั้นเก้าอย่างรวดเร็ว แน่นอนว่าด้วยระยะเวลาที่ไม่ถึงสามเดือน!ซึ่งแน่นอนว่าในประวัติศาสตร์การจะฝึกฝีมือจากลมปราณชั้นก่อตั้งขั้นหนึ่งมาเป็ขั้นเก้าใน่เวลาแค่นี้ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนในเมืองยวู่เชิงเหล่าอัจฉริยะอายุสิบปีอาจฝึกปรือถึงขั้นห้าสิบห้าปีอาจจะถึงขั้นหก ยี่สิบปีอาจจะถึงขั้นเจ็ดแน่นอนว่าหลายร้อยปีผ่านมาหนิงหลงก่อนหน้าสูญเสียพลังปราณนับเป็อัจฉริยะในหมู่อัจฉริยะของเมืองยวู่เชิงเพราะมันสามารถบรรลุลมปราณชั้นก่อตั้งขั้นหกด้วยวัยเพียงสิบหกปี แต่ตอนนี้มันบรรลุขั้นที่เก้าในเวลาแค่สามเดือนไม่เพียงแค่นั้นสิ่งที่มันทำมีเพียงนั่งสมาธิและการร่วมเพศเท่านั้น!
“หลงน้อยหลังจากพรุ่งนี้เป็ต้นไปเ้าจะต้องฝึกวิชา ร่างกายและพลังปราณของเ้านับว่าพร้อมแล้วแต่อย่างไรเสียเส้นชีพจรของเ้ายังคงเสียหายอยู่แม้พลังปราณกลับคืนแต่ก็เพราะพลังหยินสุดขั้วของข้าชักนำหากเมื่อไหร่ที่เราหยุดร่วมรักพลังปราณของเ้าย่อมถดถอยลงกลับเป็ชั้นก่อตั้งขั้นหนึ่งเช่นเดิม” หนิงเชียนพูดเรื่อยๆพร้อมกับซบร่างเปลือยอันหมดจรดงดงามลงบนแผ่นอกนั่นหนิงหลงเหม่อมองภรรยาที่สวยที่สุดเท่าที่เคยพบเห็นอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะถามไถ่
“ในตำราของท่านข้าอ่านเจอตัวยา ‘สังสรรค์เจ็ดชีพจร’ เห็นบอกกล่าวถึงการซ่อมแซมชีพจรที่เสียหายแต่คำอธิบายเหมือนถูกฉีกออกไป”
“…”หนิงเชียนเมื่อได้ยินก็เงียบไปครู่หนึ่ง “หลงน้อยเ้ารู้หรือไม่หยินและหยางต่างกันอย่างไร”เมื่อได้ยินหนิงหลงคิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะสางผมเทพธิดาสาวและตอบไป
“…หยินเป็พลังตรงข้ามหยางลักษณะเย็นสุดขั้ว เป็ความมืดที่ตรงข้ามกับแสงสว่าง เป็กลางคืนมิใช่กลางวันว่ากันว่าเป็แก่นิญญาและแก่นพลังของสตรีทุกผู้คน”
“นับว่าในสมองอันเล็กกระจ้อยร่อยของเ้ามีความรู้อยู่บ้างแต่ก็น้อยนิดมากนัก”
“…”
“หยินหยางเป็หลังตรงกันข้ามกันจริงเป็แก่นพลังของสตรีและชายจริง แต่จริงๆแล้วเป็แก่นพลังของทุกสรรพสิ่งทุกอย่างเกิดจากสมดุลและความว่างปล่าว ด้วยเหตุนี้หยินหยางจึงก่อเกิดชีวิตหญิงชายก่อเกิดทารก แต่ทว่าสิ่งหนึ่งที่ซ่อนอยู่ในหยินและหยางนั้นก็คือสรรพธาตุ” เทพธิดาสาวพูดเรื่อยๆก่อนจะเงยหน้ามองหนิงหลงด้วยแววตาสุกใส
“สรรพธาตุงั้นหรือ” หนิงหลงทวนคำ
“ในจักรวาลนี้มีสรรพธาตุทั้งหมดอยู่เจ็ดธาตุดิน น้ำ ลม ไฟ สายฟ้า แสงสว่าง และความมืด”หนิงเชียนพูดต่อพร้อมทั้งค่อยๆลุกขึ้นก่อนจะเสกเสื้อผ้าคลุมตัวขึ้นมาชุดหนึ่งก่อนจะเดินไปนั่งที่แท่นหินข้างๆอย่างน่าดูชม
“ในสตรีที่มีแก่นพลังหยินธาตุใดธาตุหนึ่งก็จะใช้พลังของธาตุธาตุนั้นเช่นเราเทพธิดาแก่นพลังคือธาตุวารีพลังยุทธและวิชาของเราเทพธิดาจะมีประสิทธิภาพสูงสุดก็คือวิชาวารีส่วนเ้าหลงน้อยตอนนี้ยังไม่อาจบอกได้ว่าธาตุหยางของเ้าคือธาตุใดทั้งนี้เพราะเ้าพลังยังอยู่ที่ชั้นก่อตั้ง แต่เมื่อใดที่บรรลุชั้นปราณก่อตั้งขั้นสิบขึ้นไปพลังปราณก้าวเข้าสู่ชั้นสรรพธาตุ พลังธาตุของเ้าจะตื่นขึ้น และมันก็จะถูกกำหนดโดยหยางของเ้า”
“เป็เช่นนี้นี่เองแต่เท่าที่ข้าได้ยินมาธาตุพลังเกิดขึ้นล้วนแต่ชะตาฟ้ากำหนด”หนิงหลงโต้เพราะพลังธาตุตอนเข้าสู่ลมปราณชั้นสรรพธาตุนั้นคัมภีร์ต่างๆล้วนอธิบายว่ามันสุ่มขึ้นมา
“เฮอะภูมิความรู้ของดาวเคราะห์เล็กๆของเ้าก็เป็เช่นนี้แหละจะไปรู้อะไรเกี่ยวกับศาสตร์พลังขั้นสูง”หนิงเชียนสบถอย่างหยันเหยียดก่อนจะหันมามอง
“หลงน้อยวันนี้เ้ากระทำหยาบช้ากับเราผู้สูงส่งไปหลายรอบแล้วหลังหยินในวันนี้แข็งแกร่งเกินไปหากรู้สึกหนาวสั่นเจ็บป่วยขึ้นมาให้โคจรพลังปรับสมดุลเข้าใจหรือไม่”
“…”
“เอาละเื่ยาสังสรรค์เจ็ดชีพจรนั้นแม้รักษาอาการชีพจรขาดสะบั้นของเ้าได้แต่ว่ากลับเป็วิธีที่ไม่มีทางเกิดขึ้นกับเ้าได้อย่างแน่นอนเ้าหยุดฝันไปเสียเถอะ”
“เหตุใดท่านกล่าวเช่นนั้น” หนิงหลงถามอย่างงุนงงเพราะหากไม่สามารถสร้างได้เหตุใดในตำราโอสถ์คงไม่บรรทึกไว้
“…สังสรรค์เจ็ดชีพจรนั้นจำเป็ต้องได้รับพลังธาตุทั้งเจ็ดจากชีพจรรชนชั้นจักรพรรดิขึ้นไปเท่านั้นในดาวเคราะห์เล็กกระจ้อยร่อยนี้แม้ว่าจะพอหาสตรีที่มีชีพจรชนชั้นจักพรรดิมาเป็หม้อยาได้อยู่บ้างแต่การหาให้ครบทั้งเจ็ดธาตุนั้นนับว่าเป็เื่ที่เป็ไปไม่ได้” หนิงเชียนตอบเรียบๆ
“!!@#$%^ ... หม้อยา สตรี จักรพรรดิ ... ท่านหมายถึงอะไรกัน”
“…เส้นชีพจรของมนุษย์นั้นเกิดจากการสร้างสรรค์ของหยินและหยางของบิดาและมารดา หากบิดามีหยางธาตุไฟมารดามีหยินธาตุน้ำแน่นอนว่าบุตรของพวกเขาจะต้องมีหยินหรือหยางธาตุไฟหรือน้ำธาตุหนึ่งเท่านั้นนอกจากนี้แล้วเส้นชีพจรยังมีทั้งหมดเจ็ดระดับขั้น โดยเริ่มจาก เดรัจฉาน ไพร่ ปถุชนนักรบ รัชทยาท และจักรพรรดิ ทั้งเจ็ดขั้นนี้เหมือนถนนของสรรพธาตุและพลังปราณกล่าวคือถ้าหากเปรียบเทียบพลังธาตุและปราณเป็เกวียนเล่มหนึ่งเส้นชีพจรไพร่ก็สามารถให้เกวียนผ่านไปแค่เล่มเดียวต่อรอบแต่ถ้าเป็เส้นชีพจรชนชั้นจักรพรรดิก็อาจจะหมายถึงการที่เกวียนผ่านไปร้อยเล่มต่อรอบด้วยเหตุนี้แม้ว่าพลังปราณชั้นเดียวกันแต่เวลาใช้ออกเส้นชีพจรชนชั้นจักรพรรดิย่อมรุนแรงกว่านับร้อยเท่านอกจากนี้การหมุนเวียนและฝึกปรือ เส้นชีพจรก็เป็หนึ่งในเหตุผลที่ทำให้คนคนหนึ่งบรรลุมรรคายุทธที่แตกต่างกัน” เมื่อได้ยินหนิงหลงก็เข้าใจหลักการของพลังเพิ่มขึ้นเป็อย่างดีแต่นั่นก็ไม่ใช่เหตุผลทั้งหมด
“…การที่เ้าจะกลับมามีชีพจรได้นอกจากตายแล้วเกิดใหม่ก็ต้องใช้หยินและหยางสร้างมันขึ้นมาใหม่เท่านั้นแน่นอนว่าหยางไม่ใช่ปัญหาสำหรับเ้าเพราะลักษณะธรรมชาติมีอยู่แล้วแต่หยินหาใช่ไม่นอกจากนี้การชักหยินเข้ามาสร้างเส้นชีพจรโดยตรงนั้นเป็การฝืนลักษณะธรรมชาติจึงจำเป็ต้องใช้หยินของทั้งเจ็ดธาตุเพื่อปรับสมดุลและมาจากสตรีที่เส้นชีพจรแข็งแรงขั้นสูงเพื่อป้องกันอันตรายจากการถ่ายโอนพลังนอกจากนี้ต้องใช้ตัวยาที่ประกอบด้วยโลหิตก่อกำเนิดที่กลั่นมาจากสายเืเดียวกันกับผู้ให้กำเนิดเ้าแน่นอนในส่วนนี้ข้าเป็อาของเ้าเืส่วนหนึ่งของเ้าและข้าย่อมต้องคล้ายคลึงกัน”ถึงส่วนนี้หนิงหลงได้แต่กลืนน้ำลายในเื่ที่ผิดศีลธรรม
“…ดอกหญ้าเทียนิอันร้อนแรงและพิษัชั้นปราณโลกะสรุปให้เ้าเข้าใจก็คือเ้าต้องร่วมเพศกับสตรีที่มีแก่นหยินครบทั้งเจ็ดธาตุเจ็ดวันเจ็ดคืนโดยใช้พวกนางเป็หม้อสำหรับรวมพลังหยินหยางและสรรพธาตุเพื่อย้อนกฏแห่ง์จากนั้นใช้แก่นโลหิตต้นกำเนิดที่กลั่นจากผู้มีสายเืเดียวกับบิดาหรือมารดาชักนำการสร้างเส้นชีพจรใช้พลังแห่งการรักษาของหญ้าเทียนิอันร้อนแรงและพิษัเทวะในการซ่อมแซมเติมเต็มนี่แหละคือสิ่งที่เป็ไปไม่ได้ในดาวเล็กๆนี่”ว่าแล้วหญิงสาวก็บิดี้เีด้วยท่าร่างงดงามทีหนึ่งหนิงหลงที่สงบฟังเมื่อฟังจบได้แต่ทอดถอนลมหายใจเื่ราวยุ่งยากปานนี้มิน่าเล่าผู้คนจึงยอมตายมากกว่าถูกทำลายเส้นชีพจรจริงๆแล้วการรักษาเส้นชีพจรนั้นหนิงหลงแทบไม่เคยได้ยินมาก่อนทั้งนี้เพราะไม่มีใครที่มีความรู้เพียงพอจนกระทั้งมาอ่านเจอจากตำราโอสถสรรค์ของหนิงเชียน
“ข้าเข้าใจแล้ว…” หนิงหลงเอ่ยรับอย่างเข้าใจหลังจากที่เงียบอยู่เนิ่นนาน หนิงเชียนที่แท้จริงแอบเข้าไปอ่านใจชายหนุ่มอยู่ก่อนก็ค่อยๆเผยยิ้มออกมาเมื่อเห็นสีหน้าที่ผิดหวังของสามีตนเอง
“แต่จริงๆแล้วแม้เ้าจะไม่มีชีพจรก็หาได้เป็โทษอันใด” น้ำเสียงเทพธิดาสาวอมยิ้มเล็กๆพร้อมทั้งท่าทีที่ะโไปมาอย่างกับว่ามีความลับที่น่าตื่นเต้น
“ท่านมีความลับอะไร?”
“…เ้าจำที่ข้าบอกได้หรือไม่ว่าหยินหยางของบิดามารดาเป็ตัวสร้างเส้นชีพจรและกำหนดธาตุของผู้เป็บุตร”
“…เื่นั้นแน่นอนขเจดจำได้” หนิงหลงพยักหน้า
“เช่นนั้นเ้าลองนึกดูว่าเมื่อเ้าบรรลุพลังชนชั้นก่อตั้งขั้นสิบก้าวไปชนชั้นสรรพธาตุขั้นหนึ่งแล้วจะเกิดอะไรขึ้น” จบคำถามหนิงหลงก้มหน้าคิดเล็กน้อยกับคำถามของนางก่อนจะเบิกตาโพลงออกมา
“ไม่มีเส้นชีพจร…ข้าก็ไม่มีธาตุพลังนะสิ…เอ่หรือว่า…” หนิงหลงตอบก่อนจะคิดเพิ่มอีกเปราะหนึ่งแต่ไม่ทันได้พูดเทพธิดาสาวก็หัวร่อออกมาอย่างร่าเริง
“ใช่แล้วธาตุของเ้าเมื่อบรรลุพลังปราณชนชั้นสรรพธาตุจะต้องเป็วารีเช่นเดียวกับเราเทพธิดาแน่นอน” นางตอบอย่างเริงร่า “นอกจากนี้แล้วพลังปราณของเราเทพธิดานับว่าเป็พลังปราณจากเส้นชีพจรขั้นสูงสุดหลงน้อยนับว่ามีวาสนาอย่างยิ่ง” ว่าแล้วหนิงเชียนขยับเข้ามาใกล้ๆชายหนุ่มก่อนจะชี้นิ้วไปที่บริเวณหัวใจ
“นอกจากนี้แล้วการที่เ้าไม่มีชีพจรหากวันใดที่หลงน้อยของข้าเสพสมร่วมเพศกับอนุภรรยาสักคนที่มีพลังธาตุต่างไปย่อมหมายความว่าหลงน้อยของเราเทพธิดาจะสามารถนำพลังปราณธาตุนั้นมาใช้ได้อย่างไม่ติดขัดแม้แต่น้อยนับว่าดียิ่ง ฮิฮิ”
“0_O…#$%^&*”
“อ่าอย่างที่เราเทพธิดาบอกกล่าว พลังปราณของหลงน้อยย่อมถดทอยเมื่อขาดห้วงสังวาสไปดังนั้นเมื่อจะมีภรรยาหลงน้อยต้องหมั่นเพียรขยันรักษาน้ำใจพวกนางเข้าไว้ไม่เช่นนั้นแล้วหากเหล่าภรรยาโกรธเคืองไม่ให้เ้าข่มเหงรังแกเมื่อใดหลงน้อยเ้าต้องกลับมาเป็คนพิการอีกทีหนึ่ง หึหึการเชื่อฟังภรรยานับเป็สิ่งที่ดีของสามมี”หนิงเชียนพูดเรื่อยๆพร้อมยิ้มมุมปากอย่างน่าขนลุกครู่หนึ่ง
“=_=!”
“เอาละกลับได้แล้วประเดี๋ยวฝนจะตกเ้าจะลำบากเอาแล้วก็วันนี้ข้าััได้ว่าจะมีคนปราณชั้นฟ้ามาที่เมืองยวู่เชิง ไม่แน่มันอาจเป็คนรู้จักของเส้าชิงหงหลงน้อยเ้าเอาแหวนนี้ไป มันคือแหวนทมิฬเป็แหวนที่สามารถกักเก็บพลังของผู้สวมใส่ให้เลือนหายไปที่ผ่านมาในเมืองยวู่เชิงมีแต่พวกสวะพลังปราณสูงสุดก็แค่ชนชั้นปฐีจึงไม่อาจััพลังปราณที่ฟื้นคืนของเ้าได้โดยไม่ใช้ศิลาปราณแต่ชนชั้นปราณฟ้าขึ้นไปนั้นมิใช่ พวกมันสามารถััไอพลังและจำแนกชนชั้นออกมาได้หากความลับถูกเปิดเผยว่าเ้าพลังปราณฟื้นคืนจะเป็อันตรายได้”
หนิงหลงหยิบแหวนสีดำไร้ลวดลายจากมือเล็กๆของนางมาดูก่อนจะสวมเข้าไปชายหนุ่มเมื่อสวมแหวนก็รู้สึกว่าพลังปราณของตนนั้นหาได้จางหายไปกลับเหมือนว่าปกติดังเดิมทุกอย่างหนิงเชียนที่รู้ความคิดหนิงหลงอยู่ก่อนก็ตอบข้อสงสัยขึ้นมาทันที
“มันไม่ได้ลดพลังของเ้าลงแต่เป็การควบคุมพลังปราณของเ้าไม่ให้รั่วไหลออกไปซึ่งมันจะดีกับเ้ามากเพราะว่าจะทำให้พลังที่เสพสังวาสกับเราเทพธิดาต้องไหลออกไปโดยไร้ความหมาย”
“…”
เวลาปัจจุบัน
หนิงหลงตื่นขึ้นใน่เช้าของอีกวันวันนี้ผู้สูงส่งจากสำนักยุทธห้าอันดับแรกของอาณาจักรมาเยี่ยมสำนักหมัดทองของตระกูลเส้าแม้ว่ามันจะไม่ค่อยอยากรับรู้เื่ราวของตระกูลนี้อีกแต่การที่สำนักัซ่อนมาเยี่ยมเยือนที่นี่นับว่ามีความผิดปกติอยู่บ้างดังนั้นวันนี้หนิงหลงจึงมีแผนที่จะเข้าไปสืบเสาเื่ราวให้แน่ใจอีกครั้งแต่ก่อนจะกระทำการต้องไปเสพ…ฝึกวิชากับหนิงเชียนก่อนเป็อันดับแรก
ในวันนี้หนิงหลงหลังจากที่รับพลังปราณจากหนิงเชียนมาแล้วชายหนุ่มก็นั่งสมาธิอยู่ภาพในห้องสรรพยุทธตลอดเวลาหนิงเชียนเองนอกจากร่วม…กับชายหนุ่มก็ไม่ทราบว่าจากไปไหนกว่าจะกลับเข้ามาหนิงหลงก็เข้าสมาธิได้สองชั่วยามแล้ว
“หลงน้อย” เทพธิดาสาวเอ่ยเรียกขึ้น น้ำเสียงของนางแม้อยู่ร่วมมากว่าสามเดือนแต่เมื่อไหร่ที่นางเรียกหนิงหลงยังคงคล้ายถูกสะกดอยู่เช่นทุกครั้ง และยิ่งหันมามองใบหน้าที่งดงามมันไม่เคยชินกับความงดงามราว์สร้างนี้เลยยิ่งดูยิ่งพบความงามอันบริสุทธิ์ยิ่งงดงามขึ้นเท่าทวีคูณ
“ท่านอาเรียกหนิงหลงมีอะไรสอนสั่ง”
“…เฮอะข่มขี่เราเทพธิดามาไม่รู้พันกี่หมื่นครั้งยังมีหน้ามาเรียกเราท่านอาไม่มียางอายยิ่งนัก เฮอะ”นางขมวดดิ้วงามพร้อมต่อว่าอย่างไม่พอใจ
“!#$%^&*…….=___+”
“รับนี้ไป” ว่าแล้วเทพธิดาสาวก็โยนกระบี่เล่มหนึ่งให้หนิงหลงมันรับเข้ามืออย่างพอดิบพอดีก่อนจะเริ่มสำรวจเมื่อส่องสำรวจดูก็พบว่ากระบี่เล่มนี้เป็กระบี่ไม้หนักๆเล่มหนึ่งด้ามสร้างจากหยกเนื้อดีชนชั้นโลกะ ดูแล้วไม่มีคมอันใดเลยหนิงหลงงุนงงไม่ทราบว่ากระบี่ไม้โง่ๆนี้จะมาเป็อาวุธได้อย่างไร
“เฮอะโง่งม กระบี่ไม้เล่มนี้สร้างจากแก่นไม้ตันหยงพันปีไม้ตันหยงถือว่าเป็หนึ่งในไม้ราชันแม้จะหนักไปบ้างแต่ความแข็งแรงคงทนกว่าเหล็กกล้าและกระดูกสัตว์อสูรชั้นกลางอยู่หลายส่วนเหมาะสมสำหรับการใช้เพลงกระบี่ห้วงจักรวาลเป็อย่างยิ่ง”ว่าแล้วหญิงสาวก็ค่อยๆก้าวเท้ามาที่กลางห้องสรรพวิชา
“เพลงกระบี่ห้วงจักรวาลเป็เพลงกระบี่ขั้นสูงส่งเคล็ดวิชาล้วนลึกซึ้งยากเข้าใจ ภูมิปัญญาปกติชั่วชีวิตฝึกปรืออาจบรรลุหนึ่งส่วนแต่หากภูมิปัญญาสูงส่งฝึกปรือก็บรรลุเพียงสี่ส่วน สำหรับหลงน้อย ‘หลาน’ เราผู้งดงาม แต่เมื่อมีเราแม้ว่าเบาปัญญาแต่เราเทพธิดาผู้เป็‘อา’ ย่อมชี้แนะฝีมือให้บรรลุได้หกส่วน” ว่าแล้วหญิงสาวก็ผายมืออีกข้องหนึ่งเกิดเป็กระบี่ไม้ตันหยงอีกเล่มขึ้นมา
“สำหรับ‘หลาน’ เราตอนนี้ฝีมือเ้าย่อมฝึกปรือได้เพียงท่าแรกของกระบี่ห้วงจักรวาลเท่านั้น” ว่าแล้วหญิงสาวก็วาดกระบี่เป็โค้งวกวน ดูแล้วคล้ายสายน้ำหมุนวนไม่หมดไม่สิ้น“เคลื่อนคล้อยไหลลึกดาราพราย วกวนเวียนว่ายคล้ายหมู่ดาวส่องแสงจรัสร้อนแวววาว คลุกเคล้าหว่านล้อมก่อเกิดจักรวาล”เทพธิดาสาวค่อยๆเอื้อนบทกลอน หนิงหลงเมื่อสดับฟังพร้อมมองท่าร่างก็พอจะเข้าใจไปสองในสิบส่วน
“ท่านี้พลังทำลายน้อยที่สุดมนุษย์โง่งมเช่นเ้า ‘หลาน’ ของเราเทพธิดาย่อมฝึกปรือได้โดยไม่ได้รับผลกระทบใดแต่แม้พลังทำลายน้อยที่สุดแต่หมุนวนเวียนว่ายมากมายที่สุด หากบบรรลุถึงสิบส่วนย่อมกลับกลายเปลี่ยนแปลงเป็ท่าร่างมากมายราวดาราจักรบนท้องฟ้านอกจากนี้จุดเด่นหลักของท่านี้คือไม่มีทางที่จะรู้ว่ากระบี่มากจากทิศใด แม้ว่าเ้า‘หลาน’ เราจะมีพลังฝีมือแค่ชนชั้นก่อั้แ่ถ้าให้เ้าต่อสู้กับผู้บรรลุปราณชนชั้นโลกะหรือชนชั้นเซียนก็ยากที่จะคาดเดาทิศทางการโจมตี”
“*0*…โอ” หนิงหลงอุทานอย่างลืมตัว
“เฮอะ” หนิงเชียนสบถคำก่อนจะหยุดมือหันหลันเดินออกจากห้องไปห่อนจากเทพธิดาสาวกล่าวขึ้นอีกทีหนึ่งด้วยน้ำเสียเย็นเยียบ “‘หลาน’ ที่ประเสริฐย่อมไม่ทำให้ผู้ที่เป็ ‘อา’ต้องผิดหวัง เข้าใจไหมหนิงหลง” ว่าแล้วนางก็เดินออกไป
“=___+”
หนิงหลงใช้เวลาที่เหลือสำหรับฝึกร่ายรำท่าร่างแปลกๆของกระบี่ห้วงจักรวาลชายหนุ่มสะบัดกระบี่พร้อมหมุนวกวนแต่ทุกครั้งที่หมุนวนวนก็คล้ายกับว่ากระบี่เสียสมดุลทุกครั้งยิ่งฝึกปรือก็ยิ่งรู้สึกห่างไกล ทุกๆกระบี่ของหนิงหลงเรียกได้ว่าแทบไม่เหมือนกันทุกครั้งที่ใช้ออก
“ให้ตายเถอะทำไมยิ่งร่ายรำยิ่งเสียสมดุลนะ”ว่าแล้วหนิงหลงก็กัดฟันกรอดหนึ่งก่อนจะเกร็งพลังต้านการหมุนวนนั้นทันใดนั้นแรงปะทะสายหนึ่งก็ย้อนตามแนวกระบี่ซัดร่างของชายหนุ่มลอยลิ้วไปกระแทกก้อนหินที่ห่างออกไปราวสิบวาทันที
ตูม!!!
เสียดังลั่นมาพร้อมกับความสั่นไหวของโถงถ้ำแรงะเิของมันรุนแรงพอที่จะทำให้ผืนดินที่หนิงหลงร่ายรำอยู่ก่อนหน้านี้เป็หลุมยาวหลุมหนึ่งหนิงหลงค่อยๆยันกายขึ้นอย่างยากลำบากพร้อมกับกระอักเืมาคำหนึ่ง
“เฮอะพลังย้อนตีกลับเช่นนี้แสดงว่าเ้าไม่เข้าใจเคล็ดวิชาเลยจริงๆ” น้ำเสียงอันไพเราะของหนิงเชียนดังซ่านตัดเข้ามาในโสตประสาทของหนิงหลง
“เคลื่อนคล้อยไหลลึกดาราพรายวกวนเวียนว่ายคล้ายหมู่ดาว…เคล็ดวิชาก็บอกอยู่หยกๆว่าเวียนว่ายเคลื่อนคล้อย วกวน เ้า ‘หลาน’ผู้โง่งม วกวนที่ไหนมีสมดุล วกวนคือความสับสน คือไร้ทิศไร้ทางหมุนโค้งเป็โคจร เมื่อหมุนวนกระบี่แล้วอย่าได้เกร็งพลังต้านถ้าเกร็งพลังต้านก็จะจะเป็การฝืนธรรมชาติของการวกวน ฝืนวงโคจรของห้วงจักรวาลแล้วจะเป็กระบี่ห้วงจักรวาลได้อย่างไรเล่า เฮอะ”น้ำเสียงของนางยังสะบัดอยู่ดังเดิมหนิงหลงค่อยๆเช็ดเืออกจากปากอีกทีหนึ่งแต่ก็พอเข้าใจ “กระบี่แรกนี้เรียกว่าลำนำจักรวาลเฮอะ”
#หนอยเทพธิดาบ้าอะไรทำร้ายหลานแท้ๆกับสามีตัวเองได้ลงคอ แทนที่จะชีแนะให้เร็วกว่านี้โอยย เจ็บชะมัด# หนิงหลงนึกอย่างเ็ป
“เฮอะจะเป็ ‘หลาน’ หรือ ‘สามี’ ก็เลือกเอาสักอย่าง”เสียงเทพธิดาสาวตัดขึ้นอีกครั้ง
“!#$%^&”
“อย่าเข้ามาในหัวกันตลอดเวลาสิ!หนอยท่านคิดว่าเป็เมียแล้วจะทำอะไรก็ได้งั้นหรืออย่างน้อยก็ให้พื้นที่ส่วนตัวกันบ้าง!” หนิงหลงตอบทันควันตอนนี้ในใจเริ่มมีโทสะเล็กน้อยอย่างไรเสียเมื่อสิ้นคำตอนแรกที่คิดว่าเทพธิดาสาวจะจัดชุดใหญ่ให้แต่ก็พบว่านางเงียบงันอยู่ครู่หนึ่ง
“…เฮอะ”
หนิงหลงพักรักษาตัวอยู่เพียงครึ่งชั่วยามก่อนจะกลับมาฝึกปรือต่อตอนนี้ชายหนุ่มเข้าใจเื่หนึ่งว่าพลังทำลายที่น้อยนิดของลำนำจักรวาลนั้นหาใช่น้อยนิดไม่แม้จะฝึกได้เพียงสองส่วนแต่เท่าที่ััดูก็พบว่าพลังของมันหากย้อนกลับมาก็มีโอกาศที่จะาเ็สาหัสและพักรักษาตัวหลายเดือนทีเดียวและหลังจากฝึกอยู่ครู่ใหญ่เงาร่างงดงามของภรรยาที่อารมณ์เปลี่ยนแปลงก็สาวเท้างามเข้ามาที่ห้องสรรพวิชาอีกครั้งหนึ่ง
“อารมณ์ท่านดีแล้วงั้นหรือ” หนิงหลงหยุดมือพร้อมทั้งหันมามองร่างงามหญิงสาวตอนนี้ผลัดเปลี่ยนชุดเป็ชุดสีฟ้าบางตอนนี้นางม้วยผมขึ้นสูงดูคล้ายกับว่าไปชำระล้างร่างกายมา
“…แล้วมันเกี่ยวอะไรกับเ้าเราเทพธิดาอารมณ์ดีหรือร้ายล้วนเป็อารมณ์ของเราเทพธิดา”
“แน่นอนอารมณ์ของท่านย่อมเป็ของท่านแต่ท่านนับเป็ภรรยาของข้าหนิงหลง แน่นอนว่าสุขทุกข์ของท่านข้าหนิงหลงย่อมต้องรับผิดชอบ” ชายหนุ่มตอบอันที่จริงชายหนุ่มเข้าใจว่านางไม่พอใจที่ชายหนุ่มเรียกนางท่านอาแต่นั่นก็เพราะว่าชายหนุ่มยังเคอะเขินที่จะเรียกฉันชู้สาวแม้ว่าในใจจะเป็อีกสถานะหนึ่งแล้วก็ตามนอกจากนี้แม้จะพบหน้านางทุกวันแต่ความสวยที่มากขึ้นทุกวันนั้นก็ไม่เคยชินเสียที
“…ฮึ” หนิงเชียนค้อนวงหนึ่งก่อนจะหันหน้าหนีไปหนิงหลงทะยานลิ้วมาใกล้ก่อนจะโอบกอดนางอย่างอ่อนโยน
“โอะโอ๋เชียนเอ๋อร์ของพี่อย่าได้โกรธเคืองกันเลย วันนี้เชียนเอ๋อร์หายหน้าไปเกือบทั้งวันตัวพี่หนิงหลงคิดถึงคะนึงหายิ่งนักแม้ฝึกปรือยังเสียสมาธิเกือบธาตุไฟเข้าแทรก”
“…” หญิงสาวไม่ตอบอันใดใบหน้าของนางแดงซ่านงดงามราวจันทราหนิงหลงที่ฝึกฝีมือมาตลอดทั้งวันธาตุหยางในตัวพลันตื่นขึ้นมาชายหนุ่มค่อยๆเลื่อนมือลูบไล้ไปตามโค้งเว้านั้นก่อนที่มือซ้ายจะขยำเข้ากับก้อนเนื้อที่ไร้ทีตินั้นอย่างเต็มไม้เต็มมือหนิงเชียนเองเมื่อถูกรุกไล่ก็อุทานมาคำหนึ่งก่อนที่จะถูกชิวหาอันซุกซนของหนิงหลงคืบคลานเข้าไป
หลังจากที่หนิงเชียนตกอยู่ใต้ร่างอันสง่างามของหนิงหลงอีกครั้งชายหนุ่มก็ถึงเวลาสำคัญหนิงหลงเมื่อสวมเสื้อผ้าเสร็จก็หันหน้ามามองหนิงเชียนที่นอนคว่ำเปลือยหลังอย่างอ่อนแรงอยู่บนดอยพฤกษา
“หลงน้อย…ระวังด้วย แม้แหวนทมิฬจะปิดบังลมปราณของเ้าไว้แต่ถ้าหากมันพบตัวเ้าก็เป็เื่ไม่ค่อยดีนักลมปราณชั้นฟ้าสำหรับเ้าตอนนี้เป็ชนชั้นที่เ้าไม่อาจต่อกรได้แม้แต่นิดเดียว” หนิงเชียนค่อยๆเอ่ยขึ้นพร้อมทั้งหมุนตัวมามองหนิงหลงยอดเขาวูซูของนางตอนนี้มีผ้าห่มผืนบางๆผืนหนึ่งถูกดึงขึ้นมาปิดบังหนิงหลงที่หันไปมองถึงกับต้องกลืนน้ำลายอึกหนึ่ง
“เื่นั้นเชียนเอ๋อร์ท่านโปรดวางใจตึกตระกูลเส้าเป็ตึกเก่าแก่สร้างมาแล้วหลายร้อยปี ข้ามีโอกาศพบเจอแบบสร้างของตึกเมื่อหลายปีก่อนบริเวณห้องรับแขกมีช่องลับอยู่ช่องหนึ่งที่สามารถแอบเข้าไปฟังบทสนทนาได้นอกจากนี้บริเวณห้องพักของแขกเองก็มีทางเชื่อมจากโรงม้าเข้าไปได้”
“…”
“ข้า……ท่านนะ”หนิงหลงเอ่ยติดๆขัดๆ ว่าแล้วชายหนุ่มก็กระโจนออกไปโดยเร็วทิ้งร่างงดงามราวหยกสลักไว้อยู่บนเตียง
“ฮิฮิ…ช่างน่ารักนักหลงน้อย…ฮิฮิ”