เฉินอี้สามารถแยกแยะเสียงของผู้คนปกติกับเสียงของิญญาได้ถึงแม้ว่าเขาจะทำเฉยเมยต่อเสียงของิญญาแต่บางครั้งเขาก็ต้องยอมแพ้ให้กับบางเสียงที่ร่ำร้องอย่างทุกขเวทนาเพื่อขอความช่วยเหลือแต่การจะสื่อสารก็มิใช่ว่าจะทำกันได้ง่ายๆ มิเช่นนั้นิญญาตนอื่นๆ จะเข้ามาแทนที่ิญญาที่เขา้าจะช่วยเหลือทันที
วิธีการส่วนมากที่เฉินอี้ทำก็คือเมื่อจับทิศทางของเสียงที่้าช่วยได้แล้วเขาจะให้อาหลิ่งเป็คนไปเรียกิญญาตนนั้นมาหาเขาภายในพื้นที่ที่เขาจำกัดเขตและวางอาคมไว้เพื่อป้องกันิญญาตนอื่นเข้ามาแทนที่
เมื่อรับฟังสิ่งที่ิญญาร้องขอแล้วเขาก็จะไปจัดการเื่ให้ สิ่งที่ิญญาขอร้องให้เขาทำมากที่สุดก็คือขอให้เขาช่วยกลับไปบอกญาติพี่น้องของตนว่าตนเองตายได้อย่างไร ศพอยู่ที่ไหนมีของสำคัญสิ่งใดบ้างที่ยังมิได้นำออกมามอบให้กับครอบครัว
เฉินอี้จะช่วยนำข้อความข้อความไปบอกกล่าวและเดินทางกลับโดยมิได้ก้าวล่วงเข้าไปในบ้านของผู้ใดทั้งนั้นคนในครอบครัวของผู้ตายส่วนมากจะมีท่าทีสับสนมึนงงในตอนแรกและเมื่อพบว่าสิ่งที่เฉินอี้ได้บอกกล่าวไว้เป็ความจริงคนเ่าั้ก็พากันตามหาตัวท่าน ‘เซียนตาทิพย์’ กันให้ทั่วเมืองแต่ก็มิมีผู้ใดหาตัวเฉินอี้พบ
เพราะเวลาที่เฉินอี้ไปพบกับครอบครัวที่ิญญา้าเขามักจะมิได้ใช้ไม้เท้านำทาง ทั้งยังสวมหมวกและมีผ้าคลุมหน้าไปด้วยเสมอทำให้ไม่มีใครสามารถจดจำเขาได้และคงไม่มีใครคาดคิดว่าคนตาบอดเช่นเขาจะสามารถมองเห็นและสื่อสารกับิญญาได้นั่นเอง
ส่วนิญญาตนอื่นๆที่เขาไม่ได้ช่วย ไม่ใช่ว่าเขาอยากจะใจร้ายใจดำแต่นั่นเป็เพราะว่าเมื่อเขาได้ช่วยเหลือิญญาหนึ่งดวงเขาจะต้องทนเจ็บป่วยอยู่ถึงเจ็ดวัน
อาหลิ่งบอกว่านั่นเป็เพราะเฉินอี้ไม่ควรเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับวังวนของดวงิญญาเมื่อยื่นมือเข้าไปช่วยเหลือแล้วไอจากดวงิญญาที่เฉินอี้เข้าไปยุ่งเกี่ยวจะตื่นตัวและ้าดูดพลังชีวิตของเขาทำให้เกราะคุ้มกันที่อาหลิ่งสร้างให้ถูกกระทบกระเทือนส่งผลให้เฉินอี้อ่อนแอลงและเจ็บป่วยได้ง่าย
ครั้งที่หนักที่สุดคือเมื่อตอนที่เฉินอี้อายุสิบสามปี เขาช่วยเหลือิญญาตนหนึ่งที่บังเอิญพบบนเขาขณะที่เขาไป หาสมุนไพรและโสม
เฉินอี้กำลังก้มเก็บสมุนไพรที่อาหลิ่งชี้ว่าคือหญ้าวารี ซึ่งมีสรรพคุณสามารถนำไปบดและพอกแผลถูกไฟไหม้น้ำร้อนลวกได้ผลชะงัดไร้รอยแผลเป็
เขาก็เห็นอาหลิ่งชะงักและมองไปที่ด้านหลังของเฉินอี้ เขาจึงหลับตาทันทีเพื่อจะได้ไม่ต้องมองเห็นิญญาและเกราะคุ้มภัยที่อาหลิ่งสร้างให้ก็สามารถป้องกันิญญาได้ดีในระดับหนึ่ง
แต่ไม่คาดคิดว่าิญญาตนนี้กลับมีพละกำลังมหาศาลมันสามารถกระแทกใส่เกราะคุ้มกันของอาหลิ่งได้ส่งผลให้เฉินอี้ที่อยู่ด้านในของเกราะคุ้มกันกระเด็นไปไกลหลาย[1]จั้งเจ็บก้นระบมไปหมด
ปรากฏว่าิญญาผู้ชายตนนั้นมิได้ตั้งใจจะเข้ามาทำร้ายเฉินอี้เขาเพียงดีใจที่เห็นว่ามีคนที่สามารถช่วยเหลือเขาได้มาที่นี่ จึงรีบถลาออกมาจนทำให้เฉินอี้ต้องเจ็บตัว
ส่วนสาเหตุที่ิญญาตนนี้มีกำลังมากจนสามารถชนเกราะคุ้มภัยของอาหลิ่งได้ นั่นเป็เพราะสาเหตุการตายของเขา
ิญญาตนนี้อดีตเคยเป็หัวหน้ากองทหารรักษาเมืองเขาได้นำทหารมาสู้รบกับกองโจรบนเขาลูกนี้ ลูกน้องของเขาสี่คนถูกกองโจรจับไว้ตัวเขาซึ่งเป็หัวหน้ามีนามว่า หลี่ตงเฉิงจึงลอบเข้ามาในกองโจรและสามารถช่วยลูกน้องของตนให้ปลอดภัยได้ทั้งหมดแต่ตนเองกลับถูกสังหาร
การตายของเขาจึงเป็สิ่งที่ทำให้เขามีพละกำลังแข็งแกร่งมากกว่าิญญาทั่วไปเพราะเขาใช้ชีวิตของตนเองปกป้องชีวิตของผู้อื่น
ศพของเขาถูกทิ้งไว้ที่นี่สิบปีแล้วพอพยายามจะกลับบ้าน ก็ลงไปได้แค่ตีนเขา แล้วก็กลับมาอยู่ที่เดิมทุกครั้งปีที่หลี่ตงเฉิงตาย เขามีอายุยี่สิบห้าปีแต่งงานกับภรรยาสาวจากตระกูลหวังได้เพียงหนึ่งปีก็มาถูกฆ่าตายบนเขาหลี่ตงเฉิงคิดถึงภรรยาและพ่อแม่ชราของเขามาก เมื่อขาดเขาซึ่งเป็ลูกชายเพียงคนเดียวไปก็มิรู้ว่าพ่อแม่และภรรยาจะลำบากยากเข็ญเพียงใด
เฉินอี้ได้ฟังก็รู้สึกหดหู่ใจและสงสารหลี่ตงเฉิงมากจึงยินยอมให้ความช่วยเหลือ
เมื่อลงจากเขาแล้วเฉินอี้ก็ใส่หมวกและสวมผ้าคลุมใบหน้า เดินทางไปที่บ้านที่หลี่ตงเฉิงได้บอกเอาไว้แต่เมื่อไปถึงกลับมิพบว่ามีผู้ใดอาศัยอยู่
เมื่อสอบถามคนแถวนั้นจึงได้รู้ว่าบ้านหลังนี้ร้างมานานหลายปีแล้วหลังจากที่ลูกชายบ้านนี้หายสาบสูญไป สะใภ้ก็ขนข้าวของย้ายออกเหลือเพียงพ่อแม่แก่ชราสองคน ผู้เป็แม่หลังจากสูญเสียลูกชายก็ป่วยและตรอมใจตายส่วนผู้เป็พ่อก็อยู่ต่อมาได้อีกไม่ถึงเดือน ก็ป่วยและตายไปอีกคน
เฉินอี้จึงตัดสินใจเดินเข้าไปในบ้านของหลี่ตงเฉิงและพยายามมองหาดวงิญญาของผู้เฒ่าตระกูลหลี่ทั้งสองคน
“เฉินอี้ท่านมิควรทำเช่นนี้ เื่นี้สุดกำลังที่ท่านจะช่วยแล้วการทำเช่นนี้ก็เหมือนกับท่านเอาชีวิตตัวเองเข้าไปเสี่ยงเปล่าๆ”อาหลิ่งกล่าวเตือนเฉินอี้
เฉินอี้มิได้สนใจยังคงมองหาดวงิญญาต่อไป มีิญญาสองสามดวงในบ้านหลังนี้แต่เขารู้ว่ามิใช่ผู้เฒ่าตระกูลหลี่
เฉินอี้มิได้สนใจว่าิญญาตนอื่นกำลังหันมาสนใจเขาเฉินอี้เดินตามหาิญญาที่้าและรู้สึกร่างกายอ่อนล้าลงอย่างประหลาด
เมื่อคลำทางมาถึงห้องหนึ่งเขาก็พบิญญาสองดวงอยู่ภายใน แสงของิญญาอ่อนมาก ดูริบหรี่เหมือนเทียนติดๆ ดับๆเฉินอี้รีบตรงเข้าไปหาิญญาสองดวงนั้น และเห็นชายหญิงชราคู่หนึ่งนอนคู้ตัวกอดกันอยู่บนเตียงที่มีแต่ฝุ่นและหยากไย่
“เหตุใดแสงิญญาของผู้เฒ่าทั้งสองจึงเป็เช่นนี้ล่ะ”เฉินอี้ถามอาหลิ่ง
“ิญญาสองดวงนี้ได้เวลาที่จะต้องไปที่ประตูิญญานานแล้วแต่ทั้งสองคงจะมิยอมไป จึงทำให้ิญญาของพวกเขาใกล้แตกดับแล้ว”อาหลิ่งกล่าวพลางมองดูดวงิญญาที่แสงอ่อนลงทุกที เฉินอี้รู้สึกใ
“หากิญญาแตกดับจะเป็เช่นไรหรือ” เฉินอี้ถามอาหลิ่งน้ำเสียงร้อนรน
“พวกเขาก็จะมิสามารถเข้าไปที่ประตูิญญาได้และมิสามารถไปเกิดใหม่ได้อีก ิญญาของพวกเขาจะสูญสลายไปตลอดกาล”อาหลิ่งกล่าวด้วยน้ำเสียงเศร้าสร้อย
เฉินอี้ยืนนิ่งเงียบไปอึดใจและจึงเอ่ยถามอาหลิ่ง
“ต้องทำอย่างไรจึงจะสามารถรักษาแสงของิญญาเอาไว้ได้”
อาหลิ่งอึกอักมีท่าทีลำบากใจ เฉินอี้รู้ว่าิญญาไม่สามารถโกหกได้ อาหลิ่งจึงปิดปากเงียบแทน
“อาหลิ่งบอกข้ามาเถิด มิเช่นนั้นข้าก็คงไปจากที่นี่มิได้เช่นกัน”
อาหลิ่งยังคงไม่เอ่ยคำใดออกมาเฉินอี้จึงกล่าวต่อไป “อาหลิ่ง เ้าก็รู้ใช่ไหมว่าตลอดมาข้า้าพบท่านพ่อกับท่านแม่ของข้ามากเพียงใดแต่ข้าก็ยังมิเคยได้พบพวกท่านเลย ตอนนี้หลี่ตงเฉิงที่อยู่บนเขาเขาก็้าพบหน้าพ่อแม่ของเขาเช่นกัน ข้าเข้าใจความทรมานของเขาดีอาหลิ่ง ให้ข้าได้ช่วยพวกเขาพ่อแม่ลูกได้พบหน้ากันเถิดนะ มิว่าวิธีใดข้าก็เต็มใจทำทั้งนั้น”
1 จั้ง- 3.33 เมตร