ตำนานยอดหญิงซูเจิน

    เจ้ายังยืนยันคำเดิมหรือไม่? 1

     

            “ซูซู เจ้าชนะจริงๆด้วย”เหลียงจือวิ่งเข้ามาหาสหายหญิงอย่างยินดีเป็นที่สุดเท่านั้นยังไม่พอยังยัดตั๋วเงินหลายใบใส่มือของนางอีกด้วย

            “นี่คือ?” ซูเจินถามอย่างงุนงง

            “เงินไง ข้าลงเดิมพันว่าเจ้าจะชนะ ดูสิได้มาเยอะแยะเลยข้าแบ่งให้เจ้าครึ่งนึง” เหลียงจือยิ้มแฉ่ง

            “ลงไปเท่าไหร่? หากข้าแพ้เจ้าไม่หมดตัวเลยหรือ?”

            “โถ่ ข้าเชื่อว่าเจ้าจะต้องชนะอย่างไรเล่า”เขายิ้มประจบ ไห่จินจูเดินมาตามหลังเบ้ปากใส่

            “ใช่ที่ไหนเขาบอกว่าหากแพ้จะมาเรียกเอากับเจ้าต่างหากเล่าซูซู” ไห่จินจูรีบฟ้องเหลียงจือหันมาถลึงตาใส่

            “ขี้ฟ้อง!”

            “มันเรื่องจริง”

            “เอาล่ะๆ ขอบใจสำหรับตั๋วนี่ก็แล้วกัน”ซูเจินยิ้มสดใส รับเอาตั๋วเงินที่สหายให้มาอย่างไม่อิดออด อย่างไรเขาก็ใช้นางเดิมพันก็ควรจะมีส่วนของนางก็ถูกต้องแล้ว

            “ดีใจด้วยนะซูซู เจ้าเก่งจริงๆไม่ทันไรก็ได้เข้าสู่เขตในแล้ว” ไห่จินจูกล่าวยินดี ต่อมาใบหน้าพลันหมองลงเล็กน้อย

            “ขอบใจ”ซูเจินสังเกตเห็นความหม่นหมองของสหายได้อย่างชัดเจน “เป็นอะไร? เหตุใดจึงทำหน้าเช่นนั้น?”

            “ก็ข้าเสียดายที่ไม่เก่งพอข้าอยากจะเข้าเขตในด้วยจัง” ไห่จินจูพูดขึ้น

            “ขยันฝึกฝนหน่อยอีกไม่นานเจ้าก็เข้าได้อย่าเสียใจไปเลยถึงอย่างไรเจ้าก็สามารถติดต่อข้าได้ทุกเมื่อ พวกซิ่นทงซิ่นจงก็ยังอยู่เป็นเพื่อนเจ้า หากมีเรื่องอะไรก็ให้ติดต่อหาข้า”ซูเจินบอกด้วยใบหน้าอ่อนโยน

            “จริงหรือ?”

            “จริงสิ ใช้มันหากเกิดเรื่องกับเจ้า”ซูเจินหยิบกระดาษเวทสีขาวสำหรับติดต่อให้กับไห่จินจูจำนวนหนึ่ง สีขาวสำหรับติดต่อแบบระบุตำแหน่ง“ช่วยเอาให้พวกซิ่นทงด้วยก็แล้วกัน”

            “ได้ๆ ขอบใจนะ” ไห่จินจูไม่เคยเห็นกระดาษเวทมาก่อนเลยแต่นางก็พอรู้ว่ามันเป็นของมีราคาไม่ใช่น้อย นางรับมาแล้วเก็บไว้อย่างดี

            “จือเหลียงเล่า?”ซูเจินถามหาคนสนิทพลางสอดส่ายมองหา

            “นู้นเขากำลังดูดซับโอสถที่ได้จากพวกสาขาปรุงโอสถอยู่ตรงนู้น” เหลียงจือบุ้ยปากบอกซูเจินหันมองตามเห็นจือเหลียงลืมตาขึ้นมาพอดี เขาลุกขึ้นเดินมาหาทันที

            “เป็นอย่างไร? บาดเจ็บหรือ?” ซูเจินถามไถ่

            “ขอรับ บาดเจ็บเล็กน้อยได้โอสถของสาขาปรุงโอสถก็หายสนิทแล้วขอรับ” จือเหลียงตอบอย่างร่าเริง

            “ดีแล้ว”

             

            หลังจากจบการจัดลำดับทางการซูเจินและคนอื่นๆที่ได้เป็นศิษย์ในก็ไม่สวมใส่ชุดสีฟ้าขาวของทางสำนักอีกเลยซูเจินหันมาสวมชุดของตัวเอง ส่วนสองสาวใช้ขอแยกตัวออกไปอย่างสมบูรณ์ พวกนางย้ายไปอยู่ยังที่พักอื่นส่วนจือเหลืองกับเหลียงจือก็ย้ายเข้ามาอยู่แทน

            ไห่จินจูดูจะเศร้าอยู่สองสามวัน หลังจากนั้นก็กลับมาร่าเริงตามปกตินางยังคุยเล่นและเกาะติดซูเจินอยู่ตลอด ศิษย์ที่ผ่านเป็นศิษย์ในยังไม่ถูกย้ายเข้าไปยังเขตในทางสำนักยังคงให้พวกเขาเหล่านั้นอยู่เขตนอก

            วันคืนอันสุขสงบกลับคืนมาอีกครั้งมีเพียงการเปลี่ยนแปลงเล็กน้อย นั่นก็คือกลุ่มของไป๋เซวี่ยที่มักจะตั้งตนเป็นขั้วอำนาจกลับเงียบไปไป๋เซวี่ยเก็บเนื้อเก็บตัวไม่มีใครเห็นเขาหลังจากการประลองครั้งนั้นอีก และที่พักของซูเจินก็มีแขกประจำเพิ่มมาอีกหนึ่ง

            “เสี่ยวซู เจ้าว่าข้าฝึกกระบี่ดีไหม?”

            “คุณชายอู๋ ท่านฝึกปราณพิษไม่ใช่หรือ?ข้าว่าใช้พวกอาวุธลับน่าจะได้ผลดีกว่านะ” ซูเจินเท้าคางตอบ

            “อาวุธลับค่อนข้างหากยากแบบของมันก็ไม่ค่อยถูกใจข้าด้วย ข้าอยากจะได้อาวุธประจำกายสักอย่างเจ้าช่วยออกแบบให้ข้าหน่อยสิ”อู๋เล่ยกล่าวอย่างไร้ยางอายมือข้างหนึ่งลูบหัวงูสีรุ้งตัวเล็กที่พันรอบแขนอย่างเอ็นดู

            ตั้งแต่จบการจัดลำดับเขาก็แวะเวียนมาหานางเสมอและมักจะกล่าวนู่นนี่อย่างไม่รู้จักละอายวันนี้ถึงกับกล้าเอ่ยปากขออาวุธกับนางเลยทีเดียว

            “ข้าไม่มีความรู้เรื่องออกแบบและรังสรรค์อาวุธเหตุใดท่านไม่ไปหาผู้เชี่ยวชาญสักคนมาช่วยเล่า?” ถึงนางทำเป็นก็ไม่ทำให้เขาหรอก

            “ผู้สร้างอาวุธหาได้ง่ายที่ไหน” ซูเจินได้ยินอู๋เล่ยพูดถึงกับมุมปากกระตุก

            นึกถึงข้อแลกเปลี่ยนที่อีกคนร้องขอแล้วก็ปวดหัวไม่รู้ว่าเขาไปรู้ได้อย่างไรว่านางกำลังลอบวางสายข่าวในสำนักสวรรค์อยู่ผิดพลาดเพราะพวกนางไม่รอบคอบเองหรือเขามีความสามารถมากกว่าที่เห็นข้อแลกเปลี่ยนที่เขาต้องการก็คือคำร้องขอในการสืบข่าวหนึ่งครั้งนับได้ว่านางติดค้างและเสียรู้จอมเจ้าเล่ห์อย่างเขาเข้าแล้ว  

            ที่จริงนางจะบ่ายเบี่ยงและหาหนทางอื่นก็ได้แต่เอาเถอะทำอย่างนี้ดูจะยุ่งยากน้อยกว่า

            ซูเจินเหลือบมองจือเหลียงแล้วบอกให้เขานั่งลงทางสายตาอู๋เล่ยยกชาที่จือเหลียงนำมาให้ขึ้นจิบ

            “ชาดี” เขาเอ่ยชมและพยักหน้าให้จือเหลียงเป็นการเชยชมจือเหลียงทำเมินนอกจากนายหญิงแล้วทุกคนล้วนไม่อยู่ในสายตาแม้อู๋เล่ยจะถูกปฏิบัติแบบนี้ตั้งแต่วันแรกแต่เขาก็ยังคงไม่ใส่ใจ

            “เหตุใดพวกเราจึงยังไม่ถูกย้ายเข้าไปในเขตใน?”ซูเจินถาม อู๋เล่ยวางจอกชาลงแล้วเงยหน้ามองสตรีตรงหน้า

            “ไม่ใช่เจ้าควรจะรู้ดีกว่าข้าหรือ?”

            “ข้าจะรู้ดีกว่าคนที่อยู่ในสำนักมานานกว่าได้อย่างไร?แม้แต่สิ่งที่ข้าคิดว่าทำอย่างระมัดระวังก็ยังถูกล่วงรู้ได้เลย” ซูเจินกล่าวยิ้มๆอู๋เล่ยกระแอมไอเล็กน้อย

            “เรื่องนี้นับว่าซับซ้อนอยู่”

            “คงไม่เกินความสามารถของคุณชายน้อยสกุลจินกระมัง”ซูเจินเปลี่ยนจากเท้าคางมาเท้าแขนกับโต๊ะมองอีกฝ่ายอย่างเจ้าเล่ห์ไม่ต่างกัน

            “แค่ก! เจ้าพูดเรื่องอะไร?” อู๋เล่ยยกชาขึ้นจิบแล้วหลบสายตากล่าวกลบเกลื่อนแม้จะรู้ว่าไม่ทันแล้วก็ตาม

            “อย่าเฉไฉเลย สกุลอู๋เป็นสกุลฝั่งมารดาท่านเดิมทีคิดว่าสกุลจินมีจิ้งจอกเฒ่าหลบซ่อนตัวอยู่ไหนเลยจะคิดว่าเป็นจิ้งจอกหนุ่มสวมหนังแกะกำลังแสร้งเป็นผู้อื่น”

            อู๋เล่ยวางจอกชาลงในที่สุด“ดูถูกสายข่าวของเจ้าไม่ได้เลยสินะ คาดว่าคงไม่ได้มีเพียงในสำนัก”

            ซูเจินไหวไหล่ไม่พูดอะไรคนที่นางคิดว่าคล้ายกันที่สุดตั้งแต่เจอมาคงไม่พ้นอู๋เล่ยผู้นี้เรามันก็จิ้งจอกด้วยกันทั้งคู่นั่นแหละ อยู่เพียงว่าใครจะซ่อนหางเอาไว้ได้ดีกว่ากันก็เท่านั้น

            “สายข่าวเจ้าดีถึงเพียงนี้ยังจะมาถามเอาอะไรจากข้าอีก”อู๋เล่ยทำหน้าเบื่อหน่าย

            “พูดว่าเถอะน่า”

            “ก็ได้ๆ” อู๋เล่ยยอมจำนนสายตาเหล่มองจือเหลียงที่นั่งอยู่ข้างๆ จือเหลียงรู้สึกเหมือนถูกมอง หันหน้าไปเจออู๋เล่ยมองอยู่แล้วเขากะพริบตาก่อนจะลุกขึ้นเตรียมเดินหลบไป ทว่าซูเจินพูดขึ้นเสียก่อน

            “ไม่ต้องไป เขาเป็นคนของข้า เขาสามารถอยู่ฟังได้ทุกเรื่อง”ซูเจินบอกกับอู๋เล่ย แล้วหันมาสั่งจือเหลียง “นั่งลง”

            จือเหลียงแอบยิ้มเยาะใส่อู๋เล่ยแล้วนั่งลงที่เดิม อู๋เล่ยหรี่ตาแต่ไม่พูดอะไรในเรื่องนี้อีก

            “มีคำทำนายว่าเร็วๆนี้จะมีสุสานบรรพกาลปรากฏขึ้นมันเป็นประตูที่จะเกิดขึ้นมาทุกๆหลายพันปีความพิเศษของมันคือมีการลงอักขระชั้นเซียนเอาไว้จำกัดให้เพียงคนที่มีระดับพลังต่ำกว่าขั้นครามหรือต่ำกว่าระดับหกเข้าไปได้เท่านั้น”อู๋เล่ยพูด

            “เพราะอย่างนี้สำนักต่างๆถึงได้เร่งรับศิษย์คงหมายคัดคนมีฝีมือดีๆเข้าไปแสวงหาสมบัติจากสุสานสินะแล้วอย่างนี้คนจากห้าแคว้นจะส่งคนเข้าไปด้วยหรือไม่?”

            “ส่งอยู่แล้วที่พวกเขาเงียบๆกันไปก็เพราะเตรียมการนี้นี่แหละ” 

    คล้ายกับเรื่องตำนานยอดหญิงซูเจิน ที่คุณอ่าน

    มังกรพลิกสวรรค์

    มังกรพลิกสวรรค์

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    161K 121
    เลเวลอัพ

    เลเวลอัพ

    นิยาย เกมออนไลน์
    738K 4984
    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    223K 810
    (จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

    (จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

    นิยาย เกมออนไลน์
    603K 912
    สุสานเทพผนึกมาร 【จบแล้ว】

    สุสานเทพผนึกมาร 【จบแล้ว】

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    1.08M 2015
    ก็แค่ตาลุงธรรมดาๆ คนหนึ่งที่บังเอิญได้รับพรจากพระเจ้าแล้วถูกส่งไปยังต่างโลก

    ก็แค่ตาลุงธรรมดาๆ คนหนึ่งที่บังเอิญได้รับพรจากพระเจ้าแล้วถูกส่งไปยังต่างโลก

    นิยาย แฟนตาซี
    161K 179
    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    18K 258
    พิชิตฝันเหยี่ยวั่งออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    พิชิตฝันเหยี่ยวั่งออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย เกมออนไลน์
    479K 1734
    บ้านสกุลหลินมีปฐมเทพหญิง [แปลจบแล้ว]

    บ้านสกุลหลินมีปฐมเทพหญิง [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    2.21M 577
    กำเนิดใหม่ : มหาปราชญ์เทพเซียนโอสถ

    กำเนิดใหม่ : มหาปราชญ์เทพเซียนโอสถ

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    3.00M 2954