การสนทนากับพี่สาวกินเวลาเนิ่นนานจนขณะนี้ก็เกือบตีสองเข้าไปแล้ว เขาผลักประตูห้องนอนเข้ามาด้วยความประหม่า คล้ายว่ามีความรู้สึกผิดแอบแฝงอยู่ลึกๆ หลังโดนพี่สาวตักเตือนมาหลายชั่วโมง
“หลับไปแล้วมั้ง”
ทิวากรเดินเข้ามาและพยายามย่างเท้าช้าๆ เพื่อไม่ให้เกิดเสียง หวังให้ความเงียบช่วยหลีกเลี่ยงการปะทะอารมณ์กัน เพราะเกรงว่าหากเสียงดังอาจจะทำให้เธอตื่นได้
แต่เมื่อเข้ามาถึงบริเวณข้างเตียงขนาดคิงไซซ์ ภาพตรงหน้าที่เห็นเป็นเหตุให้ความรู้สึกผิดยิ่งโลดแล่นผ่านขั้วหัวใจ
‘เสียใจขนาดนี้เลยเหรอ?’
กระดาษทิชชูถูกขยำทิ้งเกลื่อนพื้นห้อง คาดว่าก่อนจะถูกโยนทิ้งได้มีการซึมซับความเสียใจของใครบางคน คนที่นอนคลุมโปงอย่างเงียบสงบอยู่บนเตียง...
พึ่บ!!
ทิวากรตัดสินใจเดินวนเข้ามานั่งลงบนเตียง ใกล้เจ้าของร่างใต้ผ้าห่มผืนหนา เขาเห็นแสงไฟเล็ดลอดผ่านผ้าห่มเพียงน้อยนิดจึงมั่นใจว่าเธอยังไม่นอนหลับ คนกระทำความผิดมาก็เผลอไผลคิดไปไกล
“ในเมื่อกลัวความมืดขนาดนี้เธอจะเอาผ้าห่มคลุมหัวทำไม มีอะไรก็ออกมาคุยกันสิ” ไร้ซึ่งเสียงตอบกลับจากหญิงสาวใต้ผืนผ้า ทิวากรจึงขยับเข้าชิดใกล้ เขาตัดสินใจสวมกอดทั้งที่มีผ้าห่มคลุมทั้งตัวเธอด้วยความอบอุ่น
“เธอคงเห็นข่าวไร้สาระพวกนั้นแล้วใช่ไหม พี่ไม่รู้เหมือนกันว่าใครเป็นคนถ่าย แต่ในนั้นคนพากันใส่ร้ายป้ายสีจนเกินจริง ความจริงแล้วมันไม่ได้ถึงขั้นนั้นเลยนะ พี่แค่ทานข้าวแล้วก็เดินเล่นเท่านั้นเอง”
เขาพยายามอธิบายสิ่งที่เกิดขึ้น แต่อย่างไรแสงจันทร์ก็ยังคงนอนแน่นิ่งอยู่ในความสงบ ไม่แม้แต่ขยับเขยื้อนร่างกาย เขาจึงยิ่งกอดรัดเธอแน่นกว่าเดิม คิดไปว่าแสงจันทร์คงร้องไห้เสียใจจนตาบวมแดง เธอจึงเลี่ยงไม่ให้เขาเห็นน่ะสิ
“พี่กับน้องโรสไม่ได้ถึงขั้นควงกันไปแซ่บต่อที่คอนโด ตามที่แฮชแท็กผู้ดีเล่นชู้กันแซ่บสันนิษฐาน ในนั้นมีแต่เรื่องคาดเดาทั้งเพ”
“...” พูดไปอย่างไรเธอก็ยังนอนเงียบสนิทเช่นเดิม
“พี่ขอโทษ...ที่ทำให้เธอร้องไห้ขนาดนี้” คราวนี้เขารู้สึกผิดจริงๆ เป็นครั้งแรกที่เห็นกระดาษทิชชูถูกซับน้ำตาแล้วโยนทิ้งเป็นจำนวนมากต่อหน้าต่อตา
“แสงจันทร์ แสงจันทร์” เขาส่งเสียงเรียกเบาๆ แต่ก็ไร้ซึ่งการตอบสนองใด ต่อมาจึงลองเปลี่ยนเป็นเปล่งเสียงดังขึ้น
“แสงจันทร์!”
พึ่บ!!
คนบนเตียงดึงผ้าห่มผืนหนาลงจากศีรษะด้วยอารมณ์หงุดหงิด
“หนวกหูโว้ย คนจะนอน!” พร้อมส่งเสียงโวยวายดังลั่นไม่พอใจ
“..? ..”
เธอโผล่ใบหน้าออกมาเพียงชั่วครู่ ทิวากรมองเห็นรอบดวงตาอันบวมช้ำจึงไม่ได้ตอบโต้กลับ เขาเพียงแต่พูดด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลลงเพราะรู้ว่าเธอกำลังโกรธและเสียใจ
“ขอโทษที่ทำให้ตื่น เธอนอนต่อเถอะ พี่ไปอาบน้ำก่อนแล้วกัน” เขาเลือกที่จะไม่หงุดหงิดกลับ เพราะวันนี้การกระทำผิดนั้นทำให้เธอต้องเสียใจ
พอเห็นว่าแสงจันทร์พลิกตัวนอนหลับไปอีกครั้ง ทิวากรจึงเดินไปเก็บกระดาษทิชชูบนพื้นลงถังขยะ จากนั้นก็หยิบผ้าเช็ดตัวผืนใหญ่เดินตรงเข้าห้องน้ำ
ซ่า!
หลังชำระล้างร่างกายเสร็จ เขาออกมาด้วยผ้าเช็ดตัวซึ่งปกปิดเพียงส่วนล่าง เดินมาข้างเตียงก็ต้องเตะตากับกระดาษทิชชูอีกครั้ง จำได้ว่าเมื่อสักครู่เขาเก็บทิ้งไปจนไม่เหลือแล้วนี่
“ตื่นมาไม่กี่วินาทีก็ร้องไห้อีกแล้วเหรอวะ เสียใจขนาดนี้ คงไม่ช็อกเข้าโรงพยาบาลอีกครั้งใช่ไหม”
กังวลจนต้องถอดถอนลมหายใจซ้ำแล้วซ้ำเล่า มองหนึ่งร่างซึ่งหลับสนิทอยู่ภายใต้ผ้าห่ม ก่อนจะลั่นวาจาตามความรู้สึกนึกคิด
“เมื่อก่อนพี่ไม่เคยรู้สึกอะไรหรอกต่อให้เธอป่วยหนักแค่ไหน แต่ตอนนี้ไม่รู้สิ ก็แค่กลัวว่าเธอจะช็อกตายเพราะคลั่งรักพี่มั้ง...”