ในตอนเย็น
ข่าวที่สงครามครั้งหน้าจะเริ่มขึ้นในอีกไม่กี่วันข้างหน้าก็กลายเป็นที่พูดคุยกันในค่ายทหาร
บรรยากาศในค่ายเต็มไปด้วยความเคร่งเครียดและจริงจัง
ทหารเอลฟ์ทั้งหมดพากันแสดงสีหน้าจริงจังและเคร่งเครียดขึ้นมา สงครามมันก็ขึ้นชื่อเรื่องความตายอยู่แล้ว ในการปะทะกับเผ่าปีศาจสองครั้งที่ผ่านมาก็มีทหารที่เสียชีวิตไปไม่ต่ำกว่าหลักแสน เพราะเวทย์ของพวกตัวตนระดับS นั้นรุนแรงจนสามารถสังหารทหารได้ทีเดียวตั้งแต่หลักพันจนไปถึงหลักหมื่น
ไลท์และคนอื่นๆยังคงนั่งเล่นไพ่กันอย่างสนุกสนานโดยที่ไม่มีความเคร่งเครียดแม้แต่น้อย
“ ฉันชนะ ” ไลท์พูดขึ้นพร้อมกับวางไพ่ในมือลงไปที่โต๊ะทำให้คนอื่นๆพากันแสดงสีหน้าเศร้าๆออกมา
“ ลูกพี่มันจะเกินไปแล้วนะ ลูกพี่ชนะรอบที่แปดติดต่อกันแล้ว ” ไลก้าพูดพร้อมกับเอาหัววางไว้ที่โต๊ะด้วยความท้อแท้
“ พวกนายยังต้องฝึกอีกเยอะ ” ไลท์หัวเราะ
ทันใดนั้นเฮนดริกและอัสลอนก็วิ่งเข้ามาในเต็นท์พร้อมกับแสดงสีหน้าเร่งรีบ
“ ท่านไลท์เกิดเรื่องแล้วครับ!! ” อัสลอนพูดขึ้นด้วยความจริงจัง
“ เกิดอะไรขึ้นงั้นหรอ ” ไลท์และคนอื่นๆพากันสงสัย
“ ค่ายทหารย่อยทางฝั่งขวาถูกพวกปีศาจบุกเข้ามาแล้วครับ ” อัสลอนพูดขึ้นด้วยความเร่งรีบ
“ ไม่ใช่ว่าฝั่งขวามีแม่ทัพที่ชื่อเชลล์อะไรนั้นเฝ้าอยู่ไม่ใช่หรอ? ” ไลท์พูดขึ้นด้วยความสงสัย
“ ใช่ครับแต่ทว่าตอนนี้ท่านเชลล์ได้พ่ายแพ้แล้วครับเพราะทางปีศาจได้ส่งแม่ทัพปีศาจมาถึงสองตัวและทำลายแนวป้องกันมาได้ครับ และคาดว่าทางซ้ายก็น่าจะไม่รอดเหมือนกัน องค์จักรรพดินีจึงสั่งให้แม่ทัพและรองแม่ทัพหลายคนไปสนับสนุนแล้วครับแต่ไม่รู้ว่าจะทันการณ์หรือไม่ ” อัสลอนพูดขึ้นอีกครั้ง
“ แล้วพวกนายไม่ไปช่วยทางนั้นหรอ?” ไลท์ถามขึ้น
“ ผมกับเฮนดริกจะต้องเป็นแนวหน้าในศึกครั้งนี้ครับเพราะฉะนั้นพวกผมจึงไม่ต้องไปที่ค่ายซ้ายขวาครับ ” อัสลอนพูดขึ้น
จากนั้นไม่นานข่าวการปะทะกันระหว่างแซมเปิ้ลและแม่ทัพปีศาจก็เข้ามาและแซมเปิ้ลก็เป็นฝ่ายแพ้ โชคดีที่กำลังสนับสนุนไปทันจึงทำให้แซมเปิ้ลรอดมาได้และยังขับไล่แม่ทัพปีศาจกลับไปได้
ไลท์และคนอื่นๆก็รู้ข่าว ซึ่งแม่ทัพปีศาจตัวนี้คือแม่ทัพปีศาจดารัส เป็นปีศาจเผ่าแวมไพร์ที่แข็งแกร่งอย่างมากและยังเป็นจอมเวทย์ที่เชี่ยวชาญเวทย์ธาตุมืด
ผ่านไปกว่าสามชั่วโมง
ทหารเอลฟ์คนหนึ่งก็เดินที่เต็นท์ของไลท์ แน่นอนว่าทหารเอลฟ์คนนั้นยืนเรียกพวกไลท์อยู่ที่หน้าเต็นท์และไม่กล้าที่จะเข้าไปด้านในเต็นท์
ไลท์เดินออกมาและถามว่ามีอะไร
“ องค์จักรพรรดินีอยากให้ท่านไลท์ไปช่วยสงครามด้านหน้าครับ ” ทหารเอลฟ์พูดขึ้นด้วยท่าทีจริงจัง
“ ด้านหน้าเกิดอะไรขึ้นงั้นหรอ? ” ไลท์สงสัย
“ จากที่ผมทราบมาดูเหมือนว่าสงครามด้านหน้าจะเกิดการปะทะกันหลายแห่ง โดยที่ฝั่งเราเป็นฝ่ายเสียเปรียบมากครับ องค์จักรพรรดินีจึงต้องการให้พวกท่านไลท์เข้าไปเป็นกำลังเสริมให้หน่อยครับแน่นอนว่ายังมีแม่ทัพอีกหลายคนที่จะต้องไปเป็นกำลังเสริมด้วยเช่นกัน ” ทหารเอลฟ์อธิบาย
“ ฉันเข้าใจแล้ว ” ไลท์พยักหน้ารับก่อนที่จะเดินกลับเข้าไปด้านใน
“ มีอะไรหรอไลท์? ” เบเรียลถามขึ้น
“ ดูเหมือนว่าฝั่งเอลฟ์จะเริ่มเป็นฝ่ายเสียเปรียบแล้วและแฟร์ซ่าได้ขอให้พวกเราไปเป็นกำลังเสริมเพื่อที่จะสู้กับเผ่าปีศาจที่แดนหน้า ” ไลท์พูดขึ้น
ทุกๆคนที่ได้ยินก็พากันหยุดเล่นไพ่แล้วก็แสดงสีหน้าจริงจังออกมาเพราะเผ่าเอลฟ์เป็นฝ่ายเสียเปรียบนี้เป็นเรื่องที่ไม่น่ายินดีเลย แต่ทว่าพวกเขาก็รู้สึกตื่นเต้นขึ้นมาเพราะพวกเขาจะได้เข้าร่วมสงครามครั้งยิ่งใหญ่ในรอบหมื่นปี
“ ฉันจะต้องแสงฝีมืออย่างเต็มและแสดงให้โลกเห็นว่าพวกเราเดธปาร์ตี้แข็งแกร่งแค่ไหน ” ไลก้าพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงจริงจังและเต็มไปด้วยความมุ่งมั่น
“ แน่นอนพวกเราเดธปาร์ตี้จะต้องกลายเป็นหนึ่งในทีมที่แข็งแกร่งที่สุดและมีชื่อเสียงในระดับโลกให้ได้ ” เดซี่หัวเราะออกมาอย่างตื่นเต้น
“ แต่ถึงตอนนั้นพวกเธอทุกคนจะต้องอยู่ในระดับSSให้ได้ก่อนนะ ” ไลท์พูดและยิ้มออกมา
“ แน่นอนครับหัวหน้า ฉันยังไม่ลืมเรื่องที่เกิดขึ้นในอาณาจักรเมลเทียร์หรอกนะ ” คอลรุยพูดด้วยท่าทีจริงจัง ส่วนคนอื่นๆเองก็จริงจังไม่แพ้กัน พวกเขาไม่มีทางลืมเรื่องอัปยศในเมืองหลวงเมลเทียร์อย่างแน่นอน และทุกคนก็สัญญากับตัวเองว่าความพ่ายแพ้ในครั้งนั้นจะเป็นความพ่ายแพ้ครั้งสุดท้ายและจะไม่แพ้ให้กับใครหน้าไหนอีกเป็นอันขาด
“ งั้นพวกเราก็ไปกันเถอะ ” ไลท์หัวเราะออกมาก่อนที่จะเดินนำคนอื่นๆไป
ตอนนี้ที่สงครามด้านหน้าการปะทะกันอย่างดุเดือดระหว่างเอลฟ์และปีศาจยังคงดำเนินต่อไปเรื่อยๆ
ส่วนบนท้องฟ้าเป็นการปะทะกันระหว่างแม่ทัพและรองแม่ทัพ
แม่ทัพเอลฟ์สองคนกำลังรับมือกับแม่ทัพปีศาจหนึ่งตัว ส่วนทางด้านรองแม่ทัพก็มีกันมากกว่าสิบคู่เลยทีเดียว
แม้ว่าจะเป็นแม่ทัพเอลฟ์สองคนจะรุมแม่ทัพปีศาจหนึ่งตัว แต่ทว่าความแข็งแกร่งของแม่ทัพปีศาจนับว่าเหนือกว่าแม่ทัพเอลฟ์ทั้งสองคนมาก ตอนนี้แม่ทัพเอลฟ์ทั้งสองคนต่างก็ได้รับบาดเจ็บตามร่างกายนับไม่ถ้วน ผิดกับแม่ทัพปีศาจที่ยังไม่มีบาดแผลตามร่างกายเลยด้วยซ้ำ
แม่ทัพเอลฟ์ทั้งสองคนมีชื่อว่า บาร์ดี้และเคเทีย
บาร์ดี้ เป็นเอลฟ์ชายวัยกลางคนรูปร่างผอมสูง ใบหน้าดูเคร่งเครียดและจริงจัง ในมือของเขาถือธนูสีทองเอาไว้พร้อมกับเล็งไปทางแม่ทัพปีศาจที่ชื่อว่าอูก้า
ทางด้านเคเทียเป็นเอลฟ์ที่รูปร่างสูง สวมชุดคลุมจอมเวทย์ในมือของเขาถือคฑาสีทองเอาไว้พร้อมกับร่ายเวทย์ใส่แม่ทัพปีศาจอูก้าอย่างต่อเนื่อง
ส่วนทางด้านแม่ทัพปีศาจอูก้าเป็นเผ่าดาร์กซิม
เผ่าดาร์กซิมเป็นเผ่าที่มีรูปร่างเหมือนกับมนุษย์ มีผิวสีม่วงเข้มตามร่างกายมีวงกลมสีดำขึ้นอยู่รอบๆ เป็นเผ่าพันธุ์ที่เชี่ยวชาญเวทย์มนต์เงา นอกจากนี้ยังเป็นเผ่าพันธุ์ที่มีความสามารถในการลอบสังหารที่สูงมากๆ อาวุธในมือของอูก้าเป็นกริซคู่สีเงิน
“ ว่ะฮ่าฮ่า พวกแกนี้มันกระจอกจริงๆเลยนะ ดูเหมือนว่าพวกเอลฟ์จะตกต่ำลงไปเยอะเลยนิหว่า ” แม่ทัพปีศาจอูก้าพูดด้วยน้ำเสียงเย้ยหยันพลางชี้กริซใส่บาร์ดี้และเคเทีย
“ ปากดีนักนะอูก้า ” บาร์ดี้พูดขึ้นก่อนที่จะเล็งธนูไปหาอูก้าและยิงออกไป
ทันใดนั้นลูกธนูก็กลายเป็นพยัคฆ์สีขาวตัวใหญ่บินไปหาอูก้าด้วยความเร็ว
“ ขยะ ” อูก้าคำรามพร้อมกับขว้างกริซใส่พยัคฆ์สีขาวที่กำลังพุ่งมาก่อนที่จะกลายเปนลำแสงสีม่วงดำพุ่งเข้าปะทะกันอย่างรุนแรง
ไม่นานพยัคฆ์ขาวก็แตกกระจาย เพียงแต่ลำแสงสีม่วงดำก็ยังพุ่งใส่บาร์ดี้อยู่ดี
“ บาร์ดี้ ” เคเทียตะโกนก่อนที่จะร่ายเวทย์บางอย่างขึ้นมาก่อนที่ด้านหลังจะเกิดวงแหวนเวทย์สีฟ้าขนาดใหญ่ขึ้น
“ มหาเวทย์วารีพิทักษ์รูปแบบที่สอง : ม่านวารีพิทักษ์ ” เคเทียตะโกนขึ้น
ทันใดนั้นด้านหน้าของบาร์ดี้ก็มีม่านน้ำวนสีฟ้าขนาดใหญ่ปรากฏขึ้น
ม่านน้ำวนสีฟ้าปะทะกับลำแสงสีม่วงดำอย่างรุนแรงก่อนที่มันจะดูดกลืนล้ำแสงสีม่วงดำจนหายไปอย่างไร้ร่องลอย
เมื่อลำแสงสีม่วงดำหายไปมันก็กลายเป็นกริซของอูก้าที่ลอยอยู่ที่เดิม
“ ตายซะ ” บาร์ดี้คำรามพร้อมกับร่ายเวทย์ขึ้น
ทันใดนั้นด้านหลังของบาร์ดี้ก็ปรากฏวงแหวนเวทย์ขนาดใหญ่ขึ้น
“ มหาเวทย์พยัคฆ์ขาวสังหารรูปแบบที่สาม : พยัคฆ์ขาวผู้พิชิต ”
ทันใดนั้นพยัคฆ์ขาวตัวใหญ่กว่าสามสิบเมตรก็พุ่งออกมาจากวงแหวนเวทย์และตรงไปยังอูก้าด้วยความเร็ว
อูก้าแค่นเสียงเย็นชาก่อนที่จะโยนกริซขึ้นฟ้าแล้วก็ใช้มหาเวทย์บ้าง
“ มหาเวทย์เงามืดสังหารรูปแบบที่หนึ่ง : เงาราตรีนิรันดร์ ”
ท้องฟ้าที่เป็นสีฟ้าอยู่ก็ค่อยๆมืดลงอย่างรวดเร็วจนไม่ถึงสิบวินาทีพื้นที่รอบๆตัวอูก้าหลายสิบกิโลเมตรมืดมิดราวกับกลางคืน ไม่สิต้องบอกว่ามืดมิดมากราวกับไม่มีดวงจันทร์ในยามค่ำคืนเลยทีเดียว
ทหารเอลฟ์และทหารปีศาจที่ต่อสู้กันอยู่ด้านล่างต่างพากันหยุดชะงักเพราะความมืดมิดทำให้พวกเขาไม่สามารถมองเห็นคู่ต่อสู้ได้และต่อให้พวกเขาใช้เวทย์มนต์ในการมองเห็นในที่มืดก็ยังไม่สามารถมองเห็นเกินห้าถึงสิบเมตร
เนื่องจากมหาเวทย์ของอูก้ามีระดับที่สูงกว่าเวทย์ของทหารด้านล่างทำให้ทหารด้านล่างไม่สามารถมองเห็นศัตรูได้ พวกเขาจึงพากันหยุดนิ่งและไม่กล้าขยับตัวเพราะอาจจะไปทำร้ายพวกเดียวกันได้
แต่ทางฝั่งรองแม่ทัพที่กำลังสู้กันอยู่พวกเขาก็ยังคงต่อสู้ได้ตามปกติแม้ว่าพวกเขาจะไม่สามารถมองเห็นได้ชัดเจนเหมือนกับช่วงเวลาปกติแต่ทว่าพวกเขามีประสาทสัมผัสรับรู้ที่ทรงพลังทำให้พวกเขาสามารถตรวจจับศัตรูของตัวเองได้อย่างแม่นยำและทำการต่อสู้กันอีกครั้ง
“ มหาเวทย์เงามืดสังหารรูปแบบที่สอง : เงาสังหารคืนเดือนดับ ”
ทันใดนั้นรอบๆตัวของอูก้าก็หายไปกับความมืดมิดจนไม่มีใครมองเห็นหรือสัมผัสได้
หลังจากที่อูก้าหายตัวไปแล้วพยัคฆ์ขาวก็พุ่งมายังจุดที่อูก้าอยู่เมื่อครู่ก่อนที่จะระเบิดออกมาอย่างรุนแรง
“ บัดซบเจ้าอูก้า!! ” บาร์ดี้ตะโกนออกมาด้วยความหงุดหงิด และไม่นานสายตาของเขาก็รู้สึกถึงความกลัวขึ้นมา
พวกเขารู้ดีว่าเผ่าดาร์กซิมเป็นเผ่าที่เน้นการลอบสังหาร เพราะฉะนั้นสถานที่ที่พวกมันจะได้เปรียบมากที่สุดก็คือความมืด และยิ่งอูก้าเป็นถึงหนึ่งในตัวตนระดับสูงของเผ่าดาร์กซิม เพราะฉะนั้นการลอบสังหารของมันจะต้องยอดเยี่ยมอย่างมาก
ในขณะที่บาร์ดี้กำลังมองไปรอบๆด้วยความหวาดกลัวเคเทียก็ตะโกนขึ้นมาว่า “ บาร์ดี้แกรีบมาหาฉันเร็วเข้า!! ”
บาร์ดี้สะดุ้งก่อนที่จะรีบบินไปหาเคเทียทันที
“ ช้าไปหน่อยไหม? ” น้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความเหยียดหยามดังขึ้นด้านข้างของบาร์ดี้
บาร์ดี้ตกใจและรีบเตะไปที่ด้านข้างทันทีแต่ทว่าจู่ๆเขาก็ต้องร้องออกมาเพราะขาที่เตะไปนั้นโดนกริซของอูก้าแทงจนเป็นรู
จากนั้นอูก้าก็แทงกริซอีกเล่มไปที่หัวใจของบาร์ดี้ทันที
ฉึก
กริซสีเงินแทงเข้าไปที่หัวใจของบาร์ดี้อย่างแม่นยำ
ดวงตาของบาร์ดี้เบิกกว้างด้วยความหวาดกลัวและร่างของเขาก็หล่นลงไปที่พื้น เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นในช่วงเวลาไม่ถึงสามสิบวินาที
ในที่สุดแม่ทัพคนแรกของเผ่าเอลฟ์ก็ได้เสียชีวิตในสงคราม
“ บาร์ดี้!! ” เคเทียตะโกนด้วยความโกรธ
เขาและบาร์ดี้เป็นสหายกันมานานกว่าพันปี แต่ตอนนี้สหายของเขาได้ตายลงด้วยน้ำมือของเผ่าปีศาจอย่างแม่ทัพปีศาจอูก้าไปแล้ว
“ แกอูก้า แกจะต้องตาย ” เคเทียคำรามด้วยความโกรธ
“ มหาเวทย์วารีพิทักษ์รูปแบบที่สี่ : ระบำผีเสื้อวารี ” เคเทียตะออกมา
วงแหวนเวทย์สีฟ้าขนาดใหญ่ได้ปรากฏขึ้นก่อนที่จะมีผีเสื้อตัวเล็กๆบินออกมาเป็นจำนวนมหาศาล ซึ่งดูคร่าวๆแล้วอาจจะมากกว่าสิบล้านตัวไปแล้วและมันก็ไม่มีท่าทีจะหยุดออกมาจากวงแหวนเวทย์เลยด้วยซ้ำ
ผีเสื้อสีน้ำเงินบินไปทั่วท้องฟ้า
“ ฉันเจอแกแล้วไอสารเลวอูก้า ” เคเทียคำรามขึ้น
“ มหาเวทย์วารีพิทักษ์รูปแบบที่ห้า : อสรพิษวารีกลืนสมุทร ”
อสรพิษสีน้ำเงินตัวใหญ่กว่าห้าเมตรและยาวเกือบห้าสิบเมตรโผล่ออกมาจากวงแหวนเวทย์และมันก็พุ่งไปหาอูก้าด้วยความเร็ว
“ ชิ!! ” อูก้าแค่นเสียงเย็นชาก่อนที่จะหลบการโจมตีของอสรพิษวารีกลืนสมุทรทันที
แต่ทว่าไม่ว่าเขาจะไปที่ไหนก็ถูกอสรพิษวารีกลืนสมุทรตามไปได้ทุกที่
“ น่ารำคาญจริงๆ ” อูก้าตะโกนด้วยความโกรธ ไม่ว่าจะเป็นผีเสื้อสีน้ำเงินที่ทำให้รู้ที่อยู่ของเขารวมไปถึงอสรพิษวารีกลืนสมุทรที่ยังไล่ตามไม่เลิก
“ งั้นก็ตายไปซะ ” อูก้าคำราม
“ มหาเวทย์เงามืดสังหารรูปแบบที่สี่ : ร้อยกริซดับวิญญาณ ”
กริซของอูก้าทั้งสองเล่มก็ส่องแสงสว่างออกมาเบาๆ
อูก้าขว้างกริซทั้งสองเล่มไปยังอสรพิษวารีกลืนสมุทร
“ เหอะแกคิดว่ามหาเวทย์ของฉันจะเป็นฝ่ายแพ้งั้นหรอ ” เคเทียพูดขึ้นด้วยความดูถูก เพราะท่านี้เป็นท่ามหาเวทย์โจมตีเพียงหนึ่งเดียวของเขา เพราะฉะนั้นท่าโจมตีนี้จะต้องรุนแรงที่สุด ไม่อย่างนั้นจะกลายเป็นไม้ตายของเขาได้อย่างไร
“ งั้นก็มาลองดูกัน ” อูก้าคำราม
กริซของอูก้าจู่ๆก็แยกออกมาเรื่อยๆจนกระทั้งมีจำนวนมากถึงหนึ่งร้อยเล่ม แถมกริซแต่ละเล่มก็แฝงไปด้วยพลังเวทย์ที่รุงแรงมาก
กริซนับร้อยปะทะกับอสรพิษวารีกลืนสมุทรอย่างบ้าคลั่งก่อนที่อสรพิษวารีกลืนสมุทรจะถูกกริซของอูก้าสร้างบาดแผลนับไม่ถ้วนจนกระทั้งแตกกระจายไป
“ ไม่จริง!! ” เคเทียตะโกนด้วยความตกใจและไม่อยากเชื่อ นี้คือมหาเวทย์ที่รุนแรงที่สุดของเขาเชียวนะแต่ตอนนี้มันถูกทำลายลงไปแล้ว
ทันใดนั้นเคเทียก็รู้สัมผัสถึงความตายที่ใกล้เข้ามา
“ บ้าเอ้ย ” เคเทียตกใจและรีบร่ายเวทย์ทันทีแต่ทว่ามันก็ช้าไปแล้วเพราะจู่ๆที่ท้องของเขาก็มีกริซสีเงินแทงเข้ามาแล้ว
“ ฮ่าฮ่าตายไปซะ ” อูก้าตะโกนด้วยความเย็นชาและรีบใช้กริซอีกเล่มแทงไปที่คอของเคเทียอย่างรวดเร็ว
ฉึบ
กริซแทงไปที่คอของเคเทียก่อนที่จะดึงออกมา เลือดของเคเทียก็สาดกระเซ็นไปทั่วและมันก็พุ่งออกมาเหมือนกับน้ำพุ
“ กระจอกยังไงก็คือกระจอกวันยังค่ำ ” อูก้าหัวเราะออกมาก่อนที่จะสลายมหาเวทย์เงาราตรีนิรันดร์
“ ปีศาจทั้งหมดจงฟัง ตอนนี้แม่ทัพของพวกเอลฟ์ทั้งสองได้ตายไปแล้วเพราะรีบๆฆ่าพวกเอลฟ์ด้านหน้าให้หมดซะ ” อูก้าตะโกนขึ้น
รองแม่ทัพของเผ่าเอลฟ์พากันตกตะลึงแต่เมื่อพวกเขาเห็นศพของบาร์ดี้และเคเทียที่พื้นก็พากันแสดงสีหน้าหวาดกลัวออกมาทันที เพราะถ้าหากไม่มีแม่ทัพคอยคุ้มกันแล้วล่ะก็พวกเขาก็จะกลายเป็นรายต่อไป
เมื่อทหารเอลฟ์เห็นว่าแม่ทัพทั้งสองคนได้ถูกสังหารลงไปแล้ว ท่าทีของพวกเขาก็กลายเป็นหวาดกลัวและสิ้นหวังขึ้นมา
จิตใจแห่งการต่อสู้ของเหล่าทหารเอลฟ์เริ่มดับลง แต่ทางฝั่งปีศาจได้เพิ่มสูงขึ้นเรื่อยๆ
ไม่นานพวกไลท์ก็บินมาถึง แต่เมื่อเขาได้ยินคำพูดของอูก้าก็พากันขมวดคิ้วแน่น
“ มาช้าไปหรอเนี้ย ” ไลท์พึมพำออกมาก่อนที่จะมองไปยังอูก้าด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความต้องการสู้