
เครดิตภาพจาก https://pixabay.com
…………………….
“ แอ๊ด…… ” เสียงเปิดประตูดังยาวกลางราตรีที่เงียบงัน ครู่หนึ่งไฟนีออนแรงสูงบนเพดานก็สว่างขึ้น เผยให้เห็นสภาพห้องพักชั้นกลางที่ดูเรียบร้อย
ภายในห้องนั้นกว้างประมาณ 1 คูหา ส่วนความยาวเป็ห้าเท่าของความกว้าง มีการแบ่งซอยเป็ห้องย่อยๆประมาณสี่ห้าห้อง อันเป็มาตรฐานทั่วไปของอพาร์ทเม้นท์
บุคคลที่ก้าวเข้ามามีสองคน คนหนึ่งเป็หญิงสาวอายุประมาณ 20 กลาง ใบหน้าออกหมวยๆ ผิวกายเนียนใส ร่างเพรียวบางได้ส่วนถูกซ่อนอยู่ในเสื้อเกราะอกสีแดงรัดติ้วจนเห็นเนินถันอันขาวผ่อง ส่วน่ล่างสวมใส่กระโปรงสั้นรัดรูปอันเผยให้เห็น่ขาที่เรียวงาม
ส่วนอีกคนเป็ชายที่ดูเร่าร้อนไม่แพ้กัน เขาซ่อนร่างสูงเพรียวในชุดเสื้อกางเกงรัดรูปสีดำ เผยให้เห็นหุ่นงามระดับนายแบบ ส่วนใบหน้าเรียวยาวก็งามงดไม่ต่างจากเทพบุตร ไม่ว่าจะเป็ปากเล็กบางสีแดง จมูกโด่งเป็สัน คิ้วหนา ดวงตาสีฟ้าเปล่งประกายคมซึ้ง บนศีรษะประดับผมรองทรงสั้นที่หยักศกและดกดำ
“ โห….. ห้องของมายดูเรียบร้อยจังเลยนะครับ ” หนุ่มรูปงามร้องชม หลังเหลียวมองไปรอบห้องอยู่ครู่หนึ่ง
“ ก็พอดูได้ค่ะ สเตฟานทำตัวตามสบายเลยนะคะ มายขอตัวไปอาบน้ำก่อน ” หญิงสาวสุดเซ็กซี่ขอตัวไปอาบน้ำ พร้อมเหล่หางตาไปยังชายหนุ่มแบบมีนัยยะ
“ เชิญตามสบายเลยครับ ” หนุ่มอิตาเลี่ยนพูดยิ้มๆ
หญิงสาวมองหนุ่มหล่ออีกครั้ง ก่อนเยื้องย่างเข้าสู่ห้องน้ำอย่างไม่รีบร้อน
เมื่อร่างเพรียวของหญิงสาวหายลับ สเตฟานก็เปลี่ยนท่าทีจากหนุ่มน้อยขี้เล่น อารมณ์ดี กลายเป็หนุ่มมาดขรึมที่ผ่านโลกมาอย่างยาวนาน เขายืนเอามือล้วงกระเป๋าอยู่พักหนึ่ง ก่อนจะหันไปมองกระจกเงาหน้าโต๊ะเครื่องแป้งซึ่งตั้งอยู่ไม่ห่าง ทว่าในกระจกนั้นกลับว่างเปล่า ไม่มีเงาของชายผู้มีนามว่า “สเตฟาน” เลยซักนิด
“ ตามสบายเลย สาวน้อย ราตรีนี้ยังอีกยาวไกล ” เสียงเรียบต่ำดังออกมาจากปากของชายหนุ่ม กระแสนั้นทั้งแ่เบาและลึกลับราวเสียงกระซิบแห่งความตาย
…………………….
ทันทีที่หญิงสาวเข้ามาในห้องน้ำ เธอก็ปลดเปลื้องอาภรณ์ทีละชิ้น ไม่ว่าจะเป็เกราะอก กระโปรงสั้น ตามด้วยชั้นในสีดำลายลูกไม้แบบเว้าสูง ไม่นานเรือนกายสูงโปร่งก็เปลือยเปล่าจนเผยให้เห็นความขาวเนียนระดับไข่มุก มือบางเอื้อมไปเปิดฝักบัว เพื่อปล่อยสายน้ำให้ไหลริน
หยาดน้ำใสพรั่งพรูกระทบเรือนกาย เธอตั้งใจจะชำระล้างคราบไคลและสิ่งหมักหมมที่ติดตัวมา เมื่อการอาบน้ำสิ้นสุดลง หญิงสาวก็คว้าผ้าขนหนูสีฟ้าอ่อนมาสวมใส่ ชายผ้าขนหนูสั้นเต่อประมาณครึ่งขาอ่อนอันยั่วยวนให้เหล่าชายรู้สึกวาบหวามยิ่งกว่าการได้เห็นร่างเปลือยแบบตรงๆ
หญิงสาวหยุดยืนที่หน้ากระจกบานใหญ่ เพื่อมองเงาสะท้อน เธอรู้สึกสับสน โอเค ยอมรับว่าตนเองไม่ใช่สาวบริสุทธิ์ผุดผ่อง แต่ถึงอย่างนั้นก็ไม่ใช่สาวใจง่ายที่จู่ๆจะชวนคนแปลกหน้าขึ้นห้อง
หญิงสาวรู้สึกแปลกใจ เพราะในทันทีที่สบกับดวงตาหวานซึ้งของชายหนุ่ม หัวใจก็แปรเปลี่ยนเป็เหม่อลอยและมึนงง แต่พอทิ้ง่ไประยะหนึ่ง สภาพจิตใจก็กลับมาเป็ปกติ เธอนึกอยากหลีกหนีจากสภาวะกระอักกระอ่วนเต็มที
“ ทำไงดีนะ หรือจะออกปากไล่ตรงๆ ท่าทางเขาก็ดูสุภาพดีนี่นา คงเข้าใจแหละว่าเราไม่พร้อมจะมีเซ็กส์ ” หญิงสาวค่อนข้างเครียด เพราะไม่รู้จะไล่หนุ่มอิตาเลี่ยนออกจากห้องด้วยวิธีใด
“ เอ๊ะ นึกออกแล้ว ” ทันใดนั้นเองสมองอันฉับไวก็นึกข้อแก้ตัวที่เหมาะสมออก เธอตั้งใจจะแกล้งเสไปดูไลน์บนโทรศัพท์มือถือ แล้วบอกกับชายหนุ่มว่า…..วันนี้แม่ของเธอจะขึ้นมาค้างด้วย ไม่สะดวกที่จะให้ชายหนุ่มอยู่ จากนั้นก็แลกไลน์ เพื่อสานสัมพันธ์ต่อไป
“ ดีล่ะ เอาตามนี้แหละ ” หญิงสาวพยักหน้ากับกระจกเงา หลังปรึกษากับตัวเอง
หญิงสาวก้าวออกจากห้องน้ำอย่างช้าๆ เธออยู่ในชุดผ้าขนหนูกระโจมอกอันชวนให้เหล่าชายจิตเตลิด แต่ไม่มีทางเลือก ถึงอย่างไรชุดนี้ก็ยังดีกว่าชุดวันเกิดอยู่หลายเท่า ทันทีที่เข้าสู่ห้องรับแขก ก็พบว่าทั่วทั้งห้องมืดมิด
ทีแรกหญิงสาวคิดว่าไฟดับ แต่เมื่อพิจารณาดูอีกที น่าจะไม่ใช่ เพราะยังปรากฏแสงไฟนวลอ่อนๆจากโคมไฟเล็กตรงหัวเตียง ทว่าหนุ่มรูปงามที่เชิญมากลับหายตัวไปอย่างไร้ร่องรอย
“ อ้าว หายไปไหนแล้ว ” หญิงสาวรำพัน ระหว่างที่นึกสงสัยอยู่นั้น ก็ปรากฏเสียงนุ่มทุ้มลึกดังมาจากด้านหลัง
“ หาผมอยู่หรือครับ ”
“ เอ๊ะ ” หญิงสาวถึงกลับสะดุ้งใ แต่เมื่อหันกลับมา เธอก็ยิ่งใหนักกว่าเดิม พบว่าบุคคลที่ร้องทักคือ “สเตฟาน” ซึ่งอยู่ในสภาพที่เปลือยท่อนบน เผยให้เห็นเรือนกายที่เร่าร้อนอันชวนให้ใจละลาย
“ ว้าย……. สเตฟานจะทำอะไรน่ะ ” หญิงสาวเอียงหน้าหลบด้วยความอาย แต่หางตายังแอบเหล่ร่างเปลือยท่อนบนที่ทรงสัดส่วนสมบูรณ์อยู่เป็ระยะ
“ อ้าว จะหลบหน้าทำไมล่ะครับ มาย้าแบบนี้ไม่ใช่หรือ ” สเตฟานเข้าประชิดกายบาง ดวงตาสีฟ้าอ่อนบนใบหน้าหล่อเหลาปานเทพบุตรจับจ้องไปที่ดวงหน้าขาวเนียนของหญิงสาว ส่วนสองมือโอบรอบลำตัวอย่างนิ่มนวลและแ่เบา
เมื่อหญิงสาวเข้าสู่อ้อมกอดอันอบอุ่น ร่างบางก็อ่อนระทวย ทันทีที่สบกับดวงตาสีฟ้าอันคมซึ้ง จิตใจก็เกิดวาบหวามอย่างรุนแรง มันหนักหน่วงจนทำให้หลงลืมทุกสิ่ง ไม่ว่าจะเป็ข้ออ้างที่เพิ่งคิดได้ ความเหมาะสมทางจารีต รวมถึงความละอายที่ถูกชายหนุ่มแปลกหน้ากอดรัด
“ มาย ” น้ำคำหวานซึ้งออกจากปากของชายหนุ่มอย่างแ่เบา
“ คะ ” มายรับคำเบาๆ ดวงตาฉายประกายหยาดเยิ้ม คล้ายว่าจิตใจจะล่องลอยไปไกล พร้อมปล่อยกายให้ขลุกอยู่ในวงแขนอย่างง่ายดาย
“ ปล่อยตัว ปล่อยใจ ทำตัวตามสบาย แล้วผมจะทำให้มีความสุขชนิดที่คุณไม่มีวันลืม ” น้ำคำของชายหนุ่มทั้งนิ่มนวลและแ่เบาราวเสียงดนตรีคลาสสิกที่ไพเราะเพราะพริ้งระดับตำนาน
“ ค่ะ ” มายรับคำสั้นๆ ดวงตาเรียวเล็กเหม่อลอยและไร้ประกาย คล้ายจะตกอยู่ในภวังค์
ชายหนุ่มค่อยๆช้อนร่างบางขึ้นแนบอก จากนั้นก็พาเธอไปยังเตียงนอน เมื่อก้าวมาถึง ก็บรรจงวางหญิงสาวลงบนฟูกอย่างทะนุถนอม พร้อมทรุดกายลงไปแนบชิดร่างงามที่นอนตาลอย เพื่อประทับปากแดงระเรื่อให้ประกบกับริมฝีปากอวบอิ่มที่เผยออ้า
“ อืม…… ” หญิงสาวครางยาว ก่อนปิดตาพริ้มด้วยท่าทางเคลิบเคลิ้ม
แรกเริ่มการจูบเป็ไปอย่างละมุนละม่อมและอ่อนโยน แต่ต่อมา มันก็เริ่มดุเดือดขึ้น ในที่สุดก็กลับกลายเป็การรุกเร้าที่ร้อนแรงชนิดลาวายังละอาย
“ อื้อ……. ” หญิงสาวจูบปากแลกลิ้นกับชายหนุ่มอย่างเมามัน เรือนกายบิดส่ายไปมา พร้อมครวญครางด้วยความรันจวนใจ บัดนี้สาวหมวยร่างบางลืมเลือนทุกสิ่งไปเรียบร้อยแล้ว
การรุกเร้าของหนุ่มอิตาเลี่ยนทั้งรุ่มร้อนและล้ำลึก บ่งบอกถึงความเจนจัดในสังเวียนรักได้เป็อย่างดี ในจังหวะที่กำลังเข้าด้ายเข้าเข็มอยู่นั้นเอง ก็เกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างฉับพลัน
“ อ้าก…… แฮ่……. ” ชายหนุ่มะโดังลั่นห้องด้วยเสียงที่เหี้ยมห้าวผิดจากสำเนียงเดิมที่เคยแสดง แถมในปลายกระแสยังคล้ายเสียงคำรามของอสูรร้ายอย่างไม่มีผิดเพี้ยน แต่สิ่งที่น่ากลัวที่สุดคือ.....เขี้ยวยาวแหลมคมซึ่งโผล่จากปากที่กำลังอ้ากว้าง
ก่อนที่มายจะสำเหนียกถึงความเปลี่ยนแปลง ชายหนุ่มก็โผนเข้าไปกดคมเขี้ยวกับซอกคอ ทุกสิ่งเกิดขึ้นอย่างฉับพลันจนหญิงสาวไม่ทันตั้งตัว
อสูรร้ายกดร่างเพรียวบางของหญิงสาวเอาไว้แน่น ส่วนปากก็ก้มลงกัดซอกคอแน่วนิ่ง ทีแรกเธอรู้สึกเ็ปและอึดอัด ต่อมาก็เริ่มคลายความทรมานและกลับกลายเป็เสียวกระสันอย่างรุนแรงจนไม่แน่ใจว่าสาเหตุที่เป็แบบนี้ มันเพราะคมเขี้ยวหรือน้ำรักอันอุ่นร้อนกันแน่
อสูรร้ายกัดซอกคออยู่หลายนาที ยิ่งเนิ่นนาน กายขาวเนียนก็เริ่มแปรเปลี่ยนเป็ขาวซีด ไร้สีเืจนดูคลับคล้ายกับซากศพ แต่ใบหน้ากลับเคลิ้มฝันและเปี่ยมสุข ดวงตาเล็กเรียวเลื่อนลอย เมื่อผ่านไปได้ระยะหนึ่ง ร่างเพรียวบางก็แน่นิ่ง พร้อมลมหายใจสุดท้ายที่ดับลง
อสูรร้ายดึงกายลุกขึ้นนั่ง พร้อมหันไปมองเหยื่อสาวที่แน่นิ่ง ดวงตาคมกร้าวจับไปที่ดวงตาอันไร้แวว มันนั่งมองซากที่ไร้ิญญาอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะกล่าวออกมาเบาๆ
“ อย่างน้อย เ้าก็ตายพร้อมความสุขนะ เ้ามนุษย์ ฮ่า ฮ่า ฮ่า……. ”
เมื่อปีศาจร้ายกล่าวจบ ร่างขาวซีดก็ค่อยๆลอยตัวขึ้นมาอย่างช้าๆ หลังจากนั้นก็แปรเปลี่ยนเป็ควันดำขนาดใหญ่ อึดใจต่อมาเมฆหมอกแห่งความตายนั้นก็ลอยหายออกไปทางหน้าต่างอย่างรวดเร็ว
……………………
เวลาผ่านไปนานหลายชั่วโมงจนล่วงเข้าตีสามของค่ำคืน ประตูห้องก็เปิดกว้าง พร้อมแสงไฟจากด้านนอกที่ฉายเข้ามาจนสลายบรรยากาศอันมืดทึบในห้องสังหารได้บางส่วน จากนั้นชายร่างสูงที่ดูมีสง่าราศีก็ก้าวเข้ามา เขาอยู่ในชุดเสื้อโค้ทยาวสีดำ บนผิวหน้ามีร่องรอยของวัยวุฒิเป็นัยว่าน่าจะอยู่ใน่วัยฉกรรจ์ จมูกโด่งเป็สันรับกับใบหน้าคมกร้าวและเคร่งขรึม ดวงตาสีเหล็กจับจ้องไปที่ซากร่างของผู้เคราะห์ร้ายด้วยอาการพินิจ ครู่หนึ่งก็กล่าวกับตัวเอง
“ ใกล้จะได้ตัวปีศาจร้ายแล้ว รอก่อนเถอะ ข้าจะไปล่าหัวเ้า ”
สามารถติดตามงานเขียน ณ.ปัจจุบันและในอนาคตของผมได้ที่เพจ Jalando นักเขียนดาร์คไซด์ได้ที่ลิงค์ด้านล่างครับ
https://www.facebook.com/Jalando.darksidewriter
