หนึ่งเดือนต่อมา
ในที่สุดวันงานประมูลก็มาถึง งานครั้งนี้ถูกจัดขึ้นในโรงแรมระดับไฮเอนด์ คนที่จะเข้าร่วมงานได้ถ้าไม่เป็คนใหญ่คนโตก็เป็พวกลูกท่านหลานเธอและต้องได้รับการ์ดเชิญเท่านั้น
ไม่ใช่ว่าใครที่ไหนก็จะสามารถเข้าร่วมงานได้เนื่องจากของที่ถูกนำมาประมูลมีแต่พวกของหายากราคาสูง
ยิ่งไปกว่านั้นงานนี้ถูกจัดขึ้นโดยตระกูลที่มีทรัพย์สินมากที่สุดของประเทศ แค่คิดก็รู้แล้วว่างานจะออกมาอลังการขนาดไหน คนทั่วไปต่อให้สนใจก็คงไม่มีปัญญาเข้าร่วม
รมย์นลินเข้าร่วมงานพร้อมกับชัยพัฒน์ ได้พบคนคุ้นหน้าคุ้นตาไม่น้อย พวกเขาใช้่เวลาก่อนงานเริ่มพูดคุยกันสองสามประโยค ก่อนจะแยกตัวออกมาหาที่ว่างนั่งพลางสำรวจไปรอบ ๆ สถานที่
สมกับที่เป็งานของคนรวยอันดับหนึ่ง มีเงินทองมากมายมหาศาลไม่อาจประเมินมูลค่าได้ ของที่ใช้ในการรังสรรค์สถานที่แห่งนี้ดูดีสวยงามมาก วัสดุที่นำมาใช้นั้นทำออกมาอย่างประณีต ไม่ว่าจะเป็ของตกแต่งชิ้นเล็กหรือชิ้นใหญ่ราคาของมันก็ไม่ธรรมดาทั้งนั้น เรียกว่าทุ่มทุนมาก
แน่นอนว่าเื่ความยิ่งใหญ่ของงานต้องถูกพูดถึงไปอีกหลายเดือนอย่างไม่ต้องสงสัย แต่มากไปกว่านั้นยังมีเื่รายได้นี่แหละ มีการประกาศั้แ่เริ่มจัดงานว่า ‘เงินที่ได้ทั้งหมดจากงานนี้จะนำไปบริจาคทั้งหมด พร้อมกับแจกแจงรายละเอียดไว้เรียบร้อยว่าจะบริจาคที่ไหนบ้าง มีทั้งสถานเลี้ยงเด็กกำพร้า บ้านพักคนชรา และให้ผู้ยากไร้’
เรียกว่าเป็ต้นแบบของคนรวยใจบุญอย่างแท้จริง!
ทว่าเื่นี้ไม่ได้เกี่ยวข้องอะไรกับรมย์นลิน สิ่งที่เธอสนใจมีเพียงแค่เื่ของหลานชายท่านผู้หญิง ‘กุลนันท์’ เ้าของงานเท่านั้น วันนี้ฝ่ายนั้นจะมาปรากฏตัวในงานนี้ด้วย ซึ่งเป็การเปิดเผยตัวตนครั้งแรก ที่ผ่านมาชายคนนั้นเก็บงำตัวมิดชิดมาก ไม่มีสื่อคนไหนเคยได้รูปเขาไปทำข่าวมาก่อนแม้แต่เ้าเดียว ทำให้ไม่มีใครเคยเห็นหน้าตาอีกฝ่ายมาก่อน
“ยินดีต้อนรับแขกผู้ทรงเกียรติทุกท่านที่ให้เกียรติมาร่วมงานประมูลของเรานะครับ เพื่อไม่ให้เป็การเสียเวลา ผมขอเชิญท่านผู้หญิงกุลนันท์ให้เกียรติขึ้นมากล่าวเปิดงาน ซึ่งครั้งนี้มีความพิเศษมากเนื่องจากคุณธันวาหลานชายของท่านก็ให้เกียรติมาร่วมงานด้วยเช่นกัน” พิธีกรกล่าวเปิดงานจบ เสียงปรบมือภายในงานก็ดังกระหึ่มขึ้นโดยพลัน
บรรดาเศรษฐีทั้งหลายซึ่งเฝ้ารอเวลานี้ต่างนั่งกันตัวตรงอย่างพร้อมเพรียง ท่าทางเตรียมพร้อมมาก สายตาจับจ้องบนเวทีเขม็งรอคอยการปรากฎตัวของเ้าของงาน มือของแต่ละคนกำป้ายหมายเลขประจำตัวที่ได้รับแจกจากเ้าหน้าที่ในไว้มั่น สีหน้าก็ฉายความตื่นเต้นออกมาให้เห็นได้ชัดเจน โดยเฉพาะสาวโสดที่ตามพ่อแม่มางาน แต่ไม่ใช่เื่การประมูล กลับเป็เื่ของหลานชายเ้าของงาน พวกเธออยากเห็นรูปโฉมของทายาทเศรษฐีอันดับหนึ่งด้วยกันทั้งนั้น แต่ละคนซุบซิบกันจนบางครั้งเกิดเสียงจ้อกแจ้กจอแจ
ร่างผอมของหญิงสูงวัยอายุประมาณเจ็บสิบปีเดินอย่างสง่าผ่าเผย ฝีเท้าเชื่องช้าทว่ามั่นคงก้าวขึ้นมาบนเวทีโดยมีชายหนุ่มรูปร่างสูงท่าทางดูดีคอยพยุงอยู่ไม่ห่าง จังหวะที่หลานชายคนที่ว่ากำลังทักทายพูดคุยกับพิธีกร รมย์นลินก็ได้เห็นเสี้ยวหน้าของฝ่ายนั้นเข้า เธอตัวชา แข้งขาอ่อนแรงเกือบทำกระเป๋าที่ถืออยู่หลุดจากมือ เพราะผู้ชายคนนั้นเป็คนที่หญิงสาวรู้จักดี ความสัมพันธ์แแ่ยิ่งกว่าเพื่อน ‘ธันวา’ เด็กเลี้ยงของเธอนั่นเอง
รมย์นลินสับสนไปหมด เธอเพ่งมองร่างคุ้นเคยตาไม่กระพริบ อยากะโถามอีกฝ่ายว่า ‘นี่มันเื่ตลกอะไร!’
ราวกับธันวาจะรับรู้ถึงสายตาที่จ้องเขม็งมาของพี่สาวคนสวย เขามองเธอกลับแต่ก็เพียงครู่เดียว หลังจากนั้นสมาธิทั้งหมดของเขาก็อยู่กับคุณย่าที่เริ่มกล่าวเปิดงาน
หญิงสาวเห็นท่าทีเหินห่างของเด็กเลี้ยงก็เข้าใจ อย่างไรเสียเื่นี้ก็ค่อยคุยทีหลังได้ แต่นั่นก็แค่ความคิดของเธอคนเดียวไม่รวมสามีที่นั่งอยู่ข้างกัน สีหน้าของคนข้างกายฉายแววตื่นตะลึงไม่น้อยไปกว่าเธอแถมยังดูเหมือนจะคุมสติไม่อยู่ด้วย!
“นี่มัน!...ลิน เธอไปรู้จักกับหลานชายท่านผู้หญิงกุลนันท์ได้ยังไง เธอไปเจอเขาที่ไหน เมื่อไหร่ อะไร ยังไง เล่ามาเดี๋บวนี้เลยนะ!” ชัยพัฒน์รัวถามภรรยาไม่ยั้ง
รมย์นลินมองมือสามีที่จับอยู่บนต้นแขนเธอแน่นและยังออกแรงบีบจนเธอเริ่มเจ็บ ั์ตาดำขลับกลมโตมองคนที่สติแตกไปแล้วอย่างไม่ค่อยพอใจพลางหยิกแขนที่เกาะกุมอยู่ให้เ้าของมันรู้ตัวและปล่อยเธอได้แล้วพร้อมกับพูดเสียงเรียบ
“เก็บอาการหน่อยค่ะ รักษากิริยาของตัวเองให้ดี ตอนนี้ไม่เหมาะที่จะพูดคุยเื่นี้” เมื่อเป็อิสระแล้วรมย์นลินก็ขยับตัวให้อยู่ห่างจากคนข้าง ๆ มากที่สุดเท่าที่จะทำได้
“ได้ งานจบเมื่อไหร่เธอต้องอธิบายให้ฉันฟังอย่างละเอียดด้วย!”
รมย์นลิน “....”
หญิงสาวไม่ใส่ใจคนข้างกายที่พูดจาไม่รู้เื่อีก จะให้เธออธิบายอะไรได้ ในเมื่อสิ่งที่เธอรู้ก็ไม่ได้มากไปกว่าเขาสักเท่าไหร่เลย
ในเวลานี้บนเวทีท่านผู้หญิงกุลนันท์กล่าวเปิดงานจบพอดีและกำลังจะแนะนำตัวหลานชายตามคำขอของพิธีกร รมย์นลินจึงตั้งใจฟังอย่างเต็มที่
“ก่อนอื่นดิฉันต้องขอขอบคุณทุกท่านมากนะคะที่ให้ความสนใจ ให้เกียรติมาร่วมงาน และดขอถือโอกาสนี้แนะนำหลานชายคนเดียวของดิฉันให้ทุกคนรู้จักนะคะ” เธอจับแขนชายหนุ่มให้ก้าวขึ้นมาด้านหน้ายืนข้างกัน “เด็กคนนี้ชื่อธันวา วิชัยโชติโกศล การประมูลครั้งนี้หลานชายดิฉันก็เป็หนึ่งในผู้ประมูลด้วยเช่นกัน โดยใช้เงินส่วนตัวของเขาเองค่ะ” คำพูดของกุลนันท์เรียกเสียงฮือฮาจากผู้ร่วมงานได้เป็อย่างดี เสียงซุบซิบที่ลอยมาให้รมย์นลินได้ยิน ไม่ว่าจะเป็....
‘คุณธันวาหล่อจัง’
‘คุณธันวาหน้าตาดีและยังรวยมากอีก’
‘เขามีแฟนหรือยัง’
‘ท่านผู้หญิงกล่าวเช่นนี้แปลว่าคุณธันวาจะใช้เงินตัวเองไม่เอาทรัพยสินของครอบครัวมาใช้สินะ’
‘ค่อยยังชั่ว ถ้าใช้เงินที่บ้านได้ หากมีของที่สนใจเหมือนกันเราคงไม่มีทางประมูลชนะได้แน่!’
ถ้อยคำเหล่านี้ผ่านเข้าหูซ้ายทะลุหูขวาของรมย์นลิน เธอไม่สนใจเพราะรู้อยู่เต็มอกว่าอีกฝ่ายหน้าตาดี ต่อให้เป็คนธรรมดาก็เป็ที่หมายปองของสาวจำนวนไม่น้อยอยู่แล้ว
แต่เธอไม่คิดเลยว่าเด็กเลี้ยงจะกลายเป็ลูกหลานเศรษฐี แถมยังอยู่ในตระกูลอภิมหาเศรษฐีอันดับหนึ่งในประเทศแบบนี้!
ใช่ว่าเธอจะไม่เคยถามความเป็มาของเด็กคนนี้ แต่อีกฝ่ายเพียงตอบกลับมาสั้น ๆ แค่ ‘ตัวเองเป็บาร์โฮสต์’
ตอนนั้นเธอเองก็เชื่อสนิทใจไม่ติดใจสงสัยอะไร ในเมื่อพวกเขาเจอกันในคลับแถมอีกฝ่ายก็ใส่ชุดพนักงานด้วย ทว่าภาพที่เห็นตรงหน้านี้
บาร์โอสต์บ้าบออะไรกัน! โกหกทั้งเพ!
แวบหนึ่งเธอรู้สึกว่าตัวเองช่างโง่เง่าจริง ๆ เสียแรงที่เรียนจบสูงมาเสียเปล่า ดันโดนต้มจนเปื่อยเลย
แต่ก่อนที่รมย์นลินจะอารมณ์เสียไปมากกว่านั้น เสียงของพิธีกรก็ดังขึ้นมาก่อน “ขอเสียงปรบมือให้ท่านผู้หญิงกุลนันท์และคุณชายธันวาด้วยครับ”
เสียงปรบมือดังขึ้นอีกครั้ง สองย่าหลานโค้งศีรษะขอบคุณ ทั้งคู่รอจนเสียงปรบมือหยุดลงแล้วก็ก้าวลงจากเวที
ไม่นานการประมูลของชิ้นแรกก็เริ่มขึ้น ผู้ร่วมงานที่สนใจของชิ้นนั้นก็ยกป้ายหมายเลขประจำตัวขึ้นและแจ้งจำนวนเงินที่เสนอให้กับสิ่งของที่ตนหมายตา
คู่สามีภรรยาชัยพัฒน์กับรมย์นลินยังคงนั่งนิ่งมองผู้คนแข่งขันกันอย่างเอาเป็เอาตายเพื่อให้ได้ของที่หมายปองกลับบ้าน
เวลาผ่านไปเรื่อยๆ จนกระทั่งถึงคิวของภาพวาดสีน้ำมันที่เธอ้าประมูลถูกประคองขึ้นมาโดยชายร่างใหญ่สองคน หญิงสาวนั่งตัวตรงทันที เตรียมพร้อมระหว่างรอเ้าหน้าที่จัดการหาตำแหน่งเหมาะในการตั้งรูปโชว์เพื่อให้ผู้เข้าร่วมงานสามารถชมความงามของภาพวาดได้ชัดเจน เธอกวาดตามองไปรอบห้องเพื่อประเมินดูว่ามีใครบ้างที่แสดงท่าทีสนใจของชิ้นนี้เช่นเดียวกับเธอ
รมย์นลินอดกำมือแน่นไม่ได้ที่เห็นว่าจำนวนคนที่อยากได้งานฝีมือของคุณเทียดเธอมีมากกว่าที่คิด จากการมองคร่าว ๆ ก็มีไม่ต่ำกว่าสี่สิบคน
ต่อให้หญิงสาวจะคัดกรองจนเหลือเฉพาะพวกที่มีฐานะใกล้เคียงกันก็ยังไม่ต่ำกว่าสิบคน แต่ถึงยังงั้นเธอก็ไม่มีทางยอมถอยแน่ และต้องเอามันกลับไปให้ได้เพื่อเป้าหมายสำคัญ
“สิบห้าล้านค่ะ” รมย์นลินชูป้ายหมายเลขประจำตัวพร้อมกับเสนอราคาทันทีเมื่อการประมูลเริ่มขึ้น เธอตัดสินเปิดด้วยราคาที่สูง เพื่อจะได้ไม่ยืดเยื้อและเป็การตัดคู่แข่งไปในเวลาเดียวกัน ซึ่งมันก็ได้ผล
สีหน้าของเหล่าผู้คนที่สนใจภาพนี้นอกจากจะเต็มไปด้วยความประหลาดใจแล้วยังแฝงการถอดใจ หลายคนเก็บป้ายลงเพื่อให้รู้ว่ายอมแพ้ด้วย
มุมปากอิ่มยกยิ้มบางกับผลลัพธ์ที่น่าพอใจนี้ แต่ความดีใจของเธออยู่ได้แค่ชั่วครู่เมื่อ....
“ยี่สิบล้านครับ” พิธีกรยังไม่ทันขานตัวเลขที่รมย์นลินเสนอก็มีเสียงของใครบางคนดังขึ้น พร้อมกับราคาที่สูงกว่าเป็สัญญาณ ‘เริ่มการแข่งขัน’ และคนผู้นั้นก็ไม่ใช่ใครที่ไหน เขาคือธันวา หลานชายท่านผู้หญิงกุลนันท์นั่นเอง!
TBC