บทที่ 4 จับเสือมือเปล่า
ดาริกานั่งฟังการโต้ตอบของลูกสาวกับเสี่ยชาตรีด้วยความตะลึงลานลูกสาวของเธอมีความกล้าแบบนี้ั้แ่เมื่อไหร่ หลังจากกลับจากทัศนศึกษาคราวนั้นลูกของเธอก็เหมือนแข็งแกร่งขึ้นหรือว่าชีวิตที่ผ่านความเป็ความตายมาแล้วทำให้ลูกสาวของเธอกล้าได้กล้าเสียจนน่ากลัวแบบนี้
“ถ้าคุณลุงตกลงหนูจะขอโฉนดบ้านหลังนี้ค้ำประกันการกู้เงินรอบนี้ ได้ไหมคะแม่”
ยังไม่ทันที่ดาริกาจะเอ่ยปากเสี่ยชาตรีก็พูดขึ้นมาก่อน
“ไม่จำเป็ลุงจะให้หนูวิยืมเงินตามที่้า และไม่ต้องเขียนสัญญากู้หรอกเอาเป็ว่าเมื่อได้กำไรตามที่คาดการณ์ไว้ก็แบ่งให้ลุงบ้างก็แล้วกัน”
เสียงของเสี่ยชาตรีพูดเหมือนเป็การยืมเงินหลักร้อย
เขาเดิมพันด้วยหัวใจเงินเพียงเท่านี้สำหรับเขาไม่ได้เป็อะไรเลยแต่สำหรับสองแม่ลูกที่กล้าเอาใบโฉนดบ้านที่เป็ทรัพย์สินเพียงชิ้นเดียวที่มีอยู่มาเดิมพันในครั้งนี้เสี่ยชาตรีก็อยากจะลองเสี่ยงดูสักครั้ง
หลังจากเสี่ยชาตรีกลับไปแล้วดาริกาหันมาถามลูกสาวด้วยน้ำเสียงที่ยังสั่น
“น้องวิแน่ใจแล้วเหรอลูกถ้าหากไม่ได้เป็อย่างที่คิดจะทำยังไง”
วิชุดามองหน้าแม่ในวัย 30กว่าของเธอด้วยความรู้สึกสงสารจับใจ แม่คงกลัวว่าชีวิตจะสูญเสียและลำบากมากไปกว่าเดิม
“แม่เชื่อใจวินะคะว่าเราต้องได้กำไรและได้เงินไปคืนลุงชาตรีแน่นอนแต่ถ้าหากไม่ได้เป็อย่างที่วิคาดไว้ เราก็แค่คืนเงินที่ไม่ได้มีกำไรให้ลุงชาตรีไปอย่าคิดมากนะคะแม่ วิสัญญาจะไม่ทำให้พวกเราทุกข์ยากไปมากกว่านี้แน่นอน”
แววตาที่เชื่อมั่นและเด็ดขาดของลูกสาวทำให้ความประหวั่นพรั่นพรึงในใจของดาริกาลดน้อยลงไป
เมื่อถึงวันจันทร์ตอนเช้าวิชุดาก็ขับมอเตอร์ไซค์ไปส่งแม่ที่บริษัทก่อสร้างของเสี่ยชาตรีที่อยู่ระหว่างทางไปโรงเรียนหลังจากส่งแม่แล้วก็ขับเลยไปที่โรงเรียนที่อยู่ห่างออกไปราว ๆ สองกิโลเมตร
ระหว่างทางที่ขับมอเตอร์ไซค์ไปโรงเรียนวิชุดาเห็นภาพที่ย้อนหลังไปเมื่อยี่สิบกว่าปีที่แล้วเด็กนักเรียนที่พ่อแม่มีฐานะก็จะซื้อมอเตอร์ไซค์ให้ลูกขับไปโรงเรียนส่วนลูกชาวบ้านตามหมู่บ้านที่ห่างไกลออกไปจากตัวอำเภอก็จะมีรถสองแถวคันใหญ่ไว้คอยรับส่งนักเรียนในแต่ละหมู่บ้านแต่ถ้าหมู่บ้านไหนไม่มีรถสองแถว นักเรียนในหมู่บ้านไกล ๆ เ่าั้ก็จะตื่นั้แ่เช้ากินข้าวแล้วเตรียมห่อข้าวและพากันปั่นจักรยานเป็กลุ่มมาโรงเรียนั้แ่เช้าตรู่เมื่อมาถึงโรงเรียนก็จะได้เวลาเข้าแถวในตอนเช้าพอดีอีกทั้งในยุคนี้นักเรียนที่ขับมอเตอร์ไซค์ก็ไม่ได้สนใจที่จะใส่หมวกกันน็อคเพราะยังไม่ได้มีกฎหมายบังคับเหมือนปัจจุบัน
เมื่อวานนี้วิชุดาชวนแม่ไปซื้อหมวกน็อคไว้ใส่เวลาขับรถเธอสวมหมวกกันน็อคและขับมอเตอร์ไซค์ช้า ๆ ชิดขอบทาง เพราะยังไม่ชินกับการขับ หลังจากไม่ได้จับมาเป็เวลานานเธอเพลิดเพลินกับการมองดูรถสองแถวคันใหญ่ที่มีนักเรียนนั่งในรถ ยืนท้ายรถและนั่งอยู่บนหลังคา ทยอยจอดรถหน้าโรงเรียนให้เด็กนักเรียนลงจากรถและเดินไปจ่ายเงินให้กับคนขับรถที่นั่งรอรับเงินที่ด้านหน้ารถ
เมื่อถึงหน้าโรงเรียนจะมีครูเวรมายืนตรวจสอบนักเรียนก่อนที่จะเข้าไปในโรงเรียนซึ่งคนที่ขับมอเตอร์ไซค์และปั่นจักรยานมาโรงเรียนต้องหยุดรถไหว้ครูเวรก่อนจากนั้นก็จูงรถเข้าไปในโรงเรียน
เมื่อครูเวรเห็นวิชุดาใส่หมวกกันน็อคมาโรงเรียนก็กล่าวชื่นชมจนนักเรียนทุกคนหันมามอง
เมื่อเข้าไปในห้องเรียนที่เป็ห้องท้อปของโรงเรียนเพื่อน ๆ ที่ไปทัศนศึกษาด้วยกันในวันศุกร์ที่ผ่านมาก็เข้ามารุมล้อมและถามถึงการตกลงไปในน้ำตกของวิชุดา ซึ่งเธอก็อดที่จะหวั่นไหวในใจไม่ได้ เมื่อเพื่อนคนหนึ่งเล่าถึงประวัติของน้ำตกที่มีคนตายมาแล้วเพราะไปพูดในทำนองว่าที่นี่สวยงามน่าอยู่แล้วหลังจากนั้นไม่ถึงครึ่งชั่วโมงก็ตกน้ำตาย ทั้ง ๆที่ความลึกของน้ำตกไม่น่าจะทำให้คนที่ว่ายน้ำเป็ตายได้ จึงมีคำเล่าลือต่อ ๆมาว่ามีผีป่าที่เฝ้าน้ำตกมารอรับเพื่อนไปอยู่ด้วย
เมื่อได้ยินเื่เล่านั้นแล้วกรวิภาที่มาแทนที่วิชุดาก็ได้แต่ภาวนาในใจให้ตำนานที่เล่าขานต่อกันมานั้นไม่ใช่เื่จริง ถ้าเป็เื่จริงวิชุดาตัวจริงที่ตายไปแล้วคงจะน่าสงสารไม่ใช่น้อยถ้าต้องไปเฝ้าน้ำตก
เมื่อถึงชั่วโมงเรียนวิชุดาก็ตั้งใจเรียนอย่างเต็มที่เธอรู้สึกสนุกกับการย้อนกลับมาเป็เด็กนักเรียนมัธยมอีกครั้งหนึ่งในชั้นมัธยมปีสุดท้ายนี้เธอต้องเตรียมตัวสอบเข้าเรียนมหาวิทยาลัยซึ่งยังเป็ระบบเอ็นทรานที่ไม่ได้ใช้คะแนนั้แ่เรียนระดับมัธยมเหมือนในปัจจุบัน
เมื่ออยู่ในโรงเรียนวิชุดาก็ได้รู้ว่าเ้าของร่างนี้เป็นักกิจกรรมตัวยงและเป็ดาวของโรงเรียนรวมทั้งเป็ประธานนักเรียนอีกตำแหน่งหนึ่ง ด้วยรูปร่างที่สูงโปร่ง หน้าตาคมสวยและผลการเรียนดี ทำให้วิชุดาเป็ดรัมเมเยอร์มือหนึ่งของโรงเรียนแถมเธอยังเป็นักร้องประจำวงดนตรีของโรงเรียนอีกด้วย ไม่ว่าวิชุดาจะเดินไปที่ใดก็ได้รับความสนใจทั้งจากเด็กนักเรียนหญิงด้วยกันและเด็กนักเรียนชายที่มองด้วยสายตากรุ้มกริ่ม
กรวิภาได้ััถึงความสุขของการเป็คนหน้าตาดีและมีโอกาสในการแสดงความสามารถอย่างที่ในชีวิตก่อนไม่มีโอกาสได้ทำเพียงเพราะเธอเกิดมาไม่สวย
วันเวลาผ่านไปเกือบจะถึงเดือนั้แ่กรวิภาได้เข้ามาอยู่ในร่างนี้เธอมีความสุขกับการมาโรงเรียนและกลับจากโรงเรียนก็ทำขนมขายหน้าบ้านจนแทบจะลืมไปว่าเวลาที่เธอคาดการณ์เกี่ยวกับมาตรการด้านการเงินของรัฐบาลได้เดินทางมาถึงวันที่เธอรอคอยแล้ว
หลังจากวันที่ได้คุยกันกับวิชุดาเสี่ยชาตรีใช้เส้นสายที่มีของเขากว้านซื้อเงินดอลล่าร์จนได้จำนวนที่เขาและวิชุดา้าในเวลาไม่ถึงเดือน
ในเย็นวันหนึ่งหลังจากวิชุดากับแม่กินข้าวเย็นด้วยกันแล้ววิชุดากำลังนั่งทำการบ้านพร้อมกับดูรายการข่าวในโทรทัศน์ไปด้วยนั้นก็มีข่าวรวมการเฉพาะกิจที่รัฐบาลกำลังจะประกาศ
ความทรงจำของกรวิภาก็ทำงานในทันทีวันนี้คือวันที่ 2 กรกฎาคม 2540
วิชุดาหยุดทำการบ้านและรอฟังประกาศจากรายการเมื่อนายกรัฐมนตรีออกแถลงการณ์ประกาศลดค่าเงินบาทดาริกาก็หันมามองหน้าลูกสาวอย่างไม่เชื่อหูตัวเอง
“น้องวิ นี่มันเื่จริงใช่ไหมนี่หนูคาดการณ์ได้แม่นยำขนาดนั้นเลย”
ไม่เพียงดาริกาที่ตื่นเต้นตัวของวิชุดาก็เหมือนกัน มือของเธอชื้นไปด้วยเหงื่อ ถ้าลุงชาตรีไม่ตุกติกเงินกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยนที่จะได้ในครั้งนี้จะทำให้ชีวิตเธอกับแม่เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง
ในขณะที่วิชุดากับแม่กำลังตื่นเต้นกับข่าวโทรทัศน์ เสียงโทรศัพท์มือถือของแม่ก็ดังขึ้น
แม่ยกโทรศัพท์โนเกียรุ่น 3350 ขึ้นมาดูเมื่อเห็นว่าเป็ชื่อของเสี่ยชาตรี เธอก็รับสาย
“สวัสดีค่ะเสี่ย”
“คุณดาเห็นข่าวโทรทัศน์ที่นายกรัฐมนตรีประกาศรึยัง ผมขอคุยกับหนูวิหน่อยได้ไหม”
ดาริกายื่นโทรศัพท์ให้ลูกสาวพร้อมบอกว่าเสี่ยชาตรีอยากคุยด้วย
เสียงของเสี่ยชาตรีตื่นเต้นอย่างที่ดาริกาไม่เคยได้ยินมาก่อน
“สวัสดีค่ะคุณลุง”
วิชุดาพยายามบังคับเสียงให้ปกติ
“ดูข่าวแล้วใช่ไหมเป็ไปอย่างที่หนูคาดการณ์เลย เก่งมากวิชุดาตอนนี้เราก็แค่รอดูค่าเงินดอลล่าร์แล้วค่อยตัดสินใจอีกที หนูวิเห็นด้วยหรือเปล่า”
“ดูไปก่อนซักระยะก็ได้ค่ะคุณลุงหนูคาดว่าค่าเงินอาจจะอ่อนลงจนถึง 50 บาทต่อ 1 ดอลล่าร์เลยค่ะ”
เสี่ยชาตรีได้ฟังที่วิชุดาพูดเขาก็ไม่คัดค้านอะไร
“ได้ ๆถ้างั้นเราก็รอดูกันไปก่อนตามที่หนูว่าก็แล้วกัน”
เมื่อวางสายโทรศัพท์ไปแล้ววิชุดาก็นั่งคิดทบทวนความทรงจำในยุค พ.ศ.2540ว่าค่าเงินบาทที่อ่อนที่สุดจะเป็่ไหนของปี