Teachers Kekkaishi คุณครูผู้ผนึกมาร

    บทที่114 ตระกูลตู่สูญสิ้น

    “อะ...อาวุ...อาวุโส!ได้...ได้โปรด! ได้โปรดละเว้นข้าผู้น้อยด้วย!’’และแล้วเนื่องจากกลัวความตายและไม่ยินยอมที่จะตายกู่เจี๋ยมก็ปากสั่นพูดอย่างกระตุกกระตักออกไปเห็นได้ชัดว่าท่าทีของเขาในเวลานี้ล้วนอนาถ อนาถอย่างสิ้นเชิงและไร้ซึ่งความชั่วร้ายที่เคยมีมาอย่างลิบลับ

     

    เห็นอย่างนั้นเหล่าลูกศิษย์จากสํานักเบญจพิษก็ผงะไปอย่างไรก็ตามพวกเขาก็ไม่กล้ารอช้าเลยที่จะคุกเข่าลงกับพื้นแล้วขอร้องด้วยใบหน้าหวาดกลัวพวกเขาหวาดกลัวเป็นอย่างมากว่าจะถูกชายหนุ่มผู้นี้สังหารเข้า

     

    “เจ้าคิดว่าข้าเป็นใครถึงได้คิดว่าข้าจะไว้ชีวิตมดปลวกเช่นเจ้า?’’มู่หลินเอ่ยอย่างเย็นชาเขามาที่นี่เพื่อทวงความแค้นจากตระกูลตู่ยิ่งอีกฝ่ายที่เป็นคนของตระกูลตู่ด้วยแล้ว เขายิ่งไม่ควรให้อภัยอย่างไรก็ตามนั่นไม่ใช่เหตุผลที่แท้จริง

     

    กาลก่อนนอกจากมู่หลินจะได้สัญญากับเซียนไข่เรื่องรับศิษย์ให้แล้วเขายังได้รับประกันความปลอดภัยของอีกฝ่ายอีกด้วยเพราะอย่างนั้นถ้าเกิดอะไรขึ้นแล้วเขามาเห็น เขาจะต้องปกป้องดั่งอาจารย์คนหนึ่งไม่อย่างนั้นแล้วนั่นจะถือว่าผิดสัญญา เช่นกันครั้งนี้เมื่อเขาได้มารู้เห็นเหตุการณ์ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องอะไรก็แล้วแต่เขาก็ต้องทําตามสัญญาให้เหมือนกับอาจารย์จริงๆ

     

    เพราะอย่างนั้นบอกได้เลยว่าผู้ใช้พิเศษอย่างกู่เจี๋ยมนั้นไม่มีค่าพอให้เขาไว้ชีวิต!

     

    “ผะ...ผู้อาวุโส!ถึงท่านจะฆ่าข้าไปท่านก็ไม่ได้อะไรขึ้นมาหรอกอีกอย่างถ้าข้าตายไปสํานักเบญจพิษจะต้องทําทุกวิถีทางเพื่อกําจัดท่านอย่างแน่นอน!’’เห็นว่าชายหนุ่มไม่อ่อนข้อให้กู่เจี๋ยมที่กลัวอยู่แล้วก็ถูกบีบบังคับให้ต้องข่มขู่ออกไปอย่างน้อยถึงอีกฝ่ายจะมีความแข็งแกร่งที่เหนือลํ้าธรรมชาติแต่เขาก็ไม่เชื่อหรอกว่าอีกฝ่ายจะสามารถต่อกรกับเจ้าสํานักได้

     

    เพราะอย่างนั้นวิธีเดียวที่เขาจะรอดก็คือใช้สิ่งนี้เป็นการข่มขู่!

     

    หลันหมางและคนอื่นๆที่ได้ยินก็ชะงักไปว่ากันตามตรงถ้าเป็นสํานักเบญจพิษเพียงอย่างเดียวพวกเขาก็คงจะหัวเราะไปแล้วแต่จากตํานานที่เล่าขานไว้ว่ากันว่าเจ้าสํานักของที่นั่นนั้นได้ฝึกวิชาหมื่นพิษที่รวบรวมพิษนับหมื่นนานาชนิดเอาไว้ทั้งนี้เขายังเป็นหนึ่งในคนพวกนั้นเพราะอย่างนั้นแล้วความแข็งแกร่งของเขาย่อมไม่สามารถดูแคลนได้

     

    อย่างไรก็ตามในวินาทีนั้นสิ่งที่ทุกคนไม่คาดคิดว่าจะเกิดก็เกิดขึ้น!

     

    ทันทีที่สิ้นเสียงของกู่เจี๋ยมแววตาของมู่หลินก็ประกายเย็นชา พริบตา เพียงเขาคํารามเย็นในครั้งต่อมาร่างกายของกู่เจี๋ยมและเหล่าศิษย์จากสํานักเบญจพิษก็ค่อยๆถูกแปรเปลี่ยนให้เป็นนํ้าแข็ง

     

    “ม่ายยยย!’’สัมผัสได้ถึงความเย็นยะเยือกที่กัดกร่อนไปถึงกระดูก กู่เจี๋ยมก็หน้าซีดเผือด

     

    เหล่าศิษย์จากสํานักสํานักเบญจพิษเองก็เช่นกันพวกเขาทั้งหมดล้วนตื่นตะหนกตกใจเป็นอย่างมาก

     

    ถึงจะอย่างนั้นพวกเขาก็ไม่สามารถแก้ไขอะไรได้นอกจากยอมให้ตัวเองถูกแปรเปลี่ยนให้เป็นนํ้าแข็งแล้วสลายหายไปดั่งไอระเหยไม่ปาน

     

    เฮือก!

     

    ตู่โอชานและคนอื่นๆที่เห็นต่างสูดลมหายใจเข้าเฮือกใหญ่แม้พวกเขาจะไม่รู้ว่าชายหนุ่มทําเช่นนั้นได้อย่างไร แต่พวกเขาก็รู้เป็นที่แน่ชัดแล้วว่าถึงชายหนุ่มจะไม่เข้าประชิดตัวพวกเขาพวกเขาก็สามารถกลายเป็นนํ้าแข็งและสลายหายไปได้เช่นนั้นทุกเมื่ออาจบอกได้ว่าตอนนี้พวกเขายืนอยู่ในดินแดนแห่งความตายแล้วก็ว่าได้

     

    ความตายที่ไม่อาจหลีกหนี!

     

    “ต่อไปคือ...เจ้า!’’มองไปยังความว่างเปล่าตรงหน้า มู่หลินก็หันไปทางตู่โอชานเขาไม่แยแสพวกที่ได้เปลี่ยนให้เป็นนํ้่าแข็งแม้แต่น้อย

     

    สําหรับมู่หลินแล้วมีเพียงไม่กี่อย่างที่จะทําให้เขาโกรธซึ่งการถูกคนที่พ่ายแพ้มาขู่นั้นถือเป็นหนึ่งในนั้น เพราะอย่างนั้นถึงเขาอยากจะเค้นข้อมูลเพิ่มเติมจากมันเขาก็ไม่ลังเลเลยที่จะเปลี่ยนพวกมันให้เป็นนํ้าแข็ง

     

    เพราะอย่างนั้นถ้าได้พ่ายแพ้ต่อเขาแล้วก็อย่าได้คิดที่จะขู่!

     

    “ผะ...ผู้อาวุโส!’’ด้านตู่โอชานที่เห็นแววตาเย็นชาก็หน้าซีดเผือดไปร่างกายของเขาในเวลานี้สั่นระริกอย่างเห็นได้ชัด เขาหวาดกลัวเป็นอย่างมากที่จะต้องกลายเป็นเหมือนพวกก่อนหน้านี้

     

    “โทษฐานที่ทําให้เจ้าถึงแก่ความตายเป็นเพราะอะไรนั้นเจ้าย่อมต้องรู้ดี!’’มู่หลินพูด โดยไม่รอช้า เขาก็เปลี่ยนอีกฝ่ายให้เป็นนํ้าแข็งทันที

     

    “ม่ายยยย!’’สัมผัสได้ถึงความเย็นยะเยือกที่กัดกร่อนเข้ามา ตู่โอชานก็ตื่นตะหนกแต่สุดท้ายเขาก็ไม่อาจทําอะไรได้อยู่ดีนอกจากกลายเป็นนํ้าแข็งแล้วสลายหายไป

     

    มองไปยังสิ่งที่เกิดขึ้นหลันหมางและคนอื่นๆก็อดสั่นสะท้านไม่ได้เห็นได้ชัดว่าหากชายหนุ่มต้องการทําเช่นนั้นกับพวกเขาถึงแม้พวกเขาจะเป็นคนที่แข็งแกร่งแค่ไหน ก็เป็นไปไม่ได้เลยที่จะรอดพ้นจากความตาย

     

    อย่างไรก็ตามมู่หลินไม่ได้สนใจว่าพวกเขาจะคิดอะไรเขาเพียงมองไปยังคฤหาสน์ตรงหน้าแล้วครุ่นคิดในเมื่อเขาได้จัดการผู้นําตระกูลรุ่นก่อนไปแล้วเขาก็ต้องจัดการให้หมดจะได้ไม่เหลือเศษเสี้ยวมาตามรังควานที่หลัง

     

    คิดได้มู่หลินก็มองไปยังตู่จ้าวหมาที่นอนดิ้นร้องโหยหวนอยู่

     

    “ม่ายยยย!’’ทันทีที่เห็นชายหนุ่มมองมา แม้จะยังคงวุ่นกับการกุมเป้าร้องโหยหวนตู่จ้าวหมาที่เห็นเหตุกากรณ์มาตลอดก็กลัวจับใจจนต้องส่งเสียงออกมากก่อนที่จะมีอะไรเกิดขึ้น

     

    แคร๊ก!

     

    ถึงอย่างนั้นตู่จ้าวหมาก็ไม่สามารถรอดพ้นความตายได้เขาถูกเปลี่ยนให้เป็นนํ้าแข็งแล้วสลายหายไปในทันที

     

    คนอื่นๆในตระกูลตู่ย่อมต้องเป็นเช่นกันพวกเขากลายเป็นนํ้าแข็งแล้วสลายหายไปตามตู่จ้าวหมาอย่างรวดเร็ว

     

    พริบตารอบๆนี้ก็ไม่เหลือใครที่มีเชื้อสายของตระกูลตู่อีกแล้วด้วยเหตุนี้มู่หลินจึงยิ้มเย็น

     

    เห็นรอยยิ้มเย็นนั่นแม้พวกหลันหมางจะไม่รู้ว่าชายหนุ่มต้องการที่จะทําอะไรต่อแต่ในวินาทีต่อมาพวกเขาก็รู้ได้ในทันที

     

    วินาทีต่อมาหมอกหนาทึบเย็นยะเยือกที่ปกคลุมรอบๆนี้เอาไว้ก็ได้ย้ายไปยังคฤหาสน์ทั้งหลังอย่างรวดเร็วฉับพลัน ทั่วทั้งคฤหาสน์ก็ถูกแปรเปลี่ยนให้เป็นนํ้าแข็งและไม่ว่าจะมีสิ่งใดอยู่ในนั้นหรือใครก็ตามมันได้สลายหายไปตามคฤหาสน์ที่ถูกแปรเปลี่ยนทันที

     

    อาจบอกได้ว่าตอนนี้ตระกูลตู่ไม่มีอยู่อีกต่อไปแล้ว!

     

    ถูกต้อง!บัดนี้ตระกูลตู่สูญสิ้นแล้ว!

     

    “ในเมื่อทุกอย่างจบลงแล้วงั้นผมกลับล่ะ’’ ครู่ต่อมา มู่หลินจึงมองทุกๆคนแล้วยิ้มให้ พริบตาเขาก็เดินทอดน่องออกไปอย่างสบายๆ โดยไม่สนใจว่าใครจะคิดอะไรแม้แต่น้อย

     

    “...’’ เห็นอย่างนั้นหลันหมางและคนอื่นๆก็อึ้งจนหมดคําพูดไปในทันที

     

    ตระกูลตู่หายไปก็เพราะคุณแล้วคุณจะกลับไปง่ายๆแบบนี้นี่นะ?

     

    เฮ้ย!คุณจะไม่ชิวเกินไปหน่อยรึไง?!

    คล้ายกับเรื่องTeachers Kekkaishi คุณครูผู้ผนึกมาร ที่คุณอ่าน