เจ้าสาวมือใหม่แห่งสกุลลู่

    เล่มที่ 4 บทที่ 110 วางแผนเรื่องลูก

            งานเลี้ยงยังไม่ทันจบหานรั่วซีก็ต้องขอตัวกลับก่อน

            ปกติแขกที่ต้องการออกจากงานก่อนเวลานั้นควรแจ้งกับเจ้าของงานตามมารยาทเพราะฉะนั้นเธอจึงเดินตรงไปหาลู่เป๋าเหยียน

    นักข่าวกลุ่มใหญ่ถูกการกระทำของเธอดึงความสนใจในทันทีเพราะความสัมพันธ์ของลู่เป๋าเหยียน ซูเจี่ยนอันและหานรั่วซีนั้นค่อนข้างถูกจับตามองแถมคืนนี้หานรั่วซีกับซูเจี่ยนอันยังใส่ชุดซ้ำกันอีกพวกนักข่าวจึงตั้งความหวังไว้ว่า พวกเขาจะปะทะกันให้พอมีเรื่องน่าตื่นเต้นบ้าง

            ในตอนนี้ทั้งสามคนก็ได้เผชิญหน้ากันแล้วบรรยากาศรอบกายของหานรั่วซีดูจะเป็นต่อกว่าเล็กน้อย

            คนอื่นอาจจะมองไม่ออกแต่ซูเจี่ยนอันมองออกว่าหานรั่วซีตั้งใจมาประกาศศึกกับเธอว่าจะไม่มีทางยอมแพ้เรื่องลู่เป๋าเหยียน

            ก็ดี เพราะเธอเองก็เตรียมใจสู้เต็มร้อยยู่แล้ว

            “เป๋าเหยียนคะวันนี้ฉันคงต้องขอตัวก่อน แล้วเจอกันค่ะ”หานรั่วซีพูดพลางยิ้มอย่างเป็นธรรมชาติราวกับสนิทสนมกับลู่เป๋าเหยียนมานานจากนั้นจึงปรายตามองซูเจี่ยนอันด้วยท่าทางของคนที่อยู่เหนือกว่า

            “คุณนายลู่ไว้พบกันใหม่ค่ะ”

            ซูเจี่ยนอันไม่ได้ทำตัวเหมือนหานรั่วซีเป็นศัตรูเธอยิ้มให้คนตรงหน้าเหมือนที่ยิ้มให้กับแขกคนอื่น

            “ลาก่อนค่ะ”

            บทสนทนาไม่เกินสองนาทีนี้ถูกกล้องของนักข่าวจับภาพเอาไว้ทั้งหมด

            หานรั่วซีเดินออกจากงานไปพร้อมกับผู้จัดการและบอดี้การ์ดที่ช่วยรักษาความปลอดภัยพวกนักข่าวรีบวิ่งตามมาติดๆ เธอเดินไปพลางตอบคำถามของพวกเขา

            “ทำไมถึงกลับก่อนล่ะคะรั่วซี”

            เธอยิ้มเล็กน้อย“ฉันต้องกลับอเมริกาไฟล์เที่ยงคืนนี้ค่ะ เพราะพรุ่งนี้ยังมีงานถ่ายโฆษณาอีกไม่งั้นพวกคุณคิดว่าทำไมฉันถึงกลับก่อนล่ะคะ”

            พวกนักข่าวยิ้มก่อนยิงคำถามต่อไป

            “รั่วซีคะข่าวเรื่องที่คุณพยายามฆ่าตัวตายที่อเมริกาเมื่อช่วงก่อนหน้านี้คุณยังไม่ได้ให้สัมภาษณ์เพิ่มเติมตอนนี้พอจะเล่าให้พวกเราฟังได้ไหมคะว่าเกิดอะไรขึ้น”

            ช่วงก่อนหน้าที่มีข่าวว่าความจริงแล้วรักแท้ของลู่เป๋าเหยียนคือหานรั่วซีแต่ไม่นานหลังจากนั้นก็กลับกลายเป็นข่าวการพยายามฆ่าตัวตายของเธอแทนทำให้สื่อทุกสำนักและโลกอินเทอร์เน็ตแทบคลั่งเวยป๋อของเธอมียอดคอมเมนต์เกือบล้านข้อความพวกนักข่าวเองก็พยายามหาคำตอบในเรื่องนี้ แต่เธอไม่หลุดข้อมูลอะไรออกมาเลยเพียงแต่บอกกับทุกคนว่า เธอยังมีชีวิตอยู่และปลอดภัยดี

            มาวันนี้พวกนักข่าวขุดเรื่องนี้กลับมาพูดอย่างที่เธอคาด ซึ่งเธอได้เตรียมคำตอบเอาไว้แล้ว

            “ช่วงนั้นฉันมีแรงกดดันมากจริงๆค่ะ จึงทำให้เกิดเรื่องเข้าใจผิดกัน ยังไงก็ต้องขอโทษทุกคนมา ณ ที่นี้ด้วยนะคะตอนนี้ฉันสบายดีแล้ว การถ่ายทำหนังเรื่องใหม่ก็ราบรื่นดีต้องขอบคุณแฟนคลับและเพื่อนๆ ที่คอยให้กำลังใจมาโดยตลอด ทุกคนไม่ต้องเป็นห่วงนะคะฉันจะพยายามเต็มที่เพื่อสร้างผลงานที่ดีที่สุดออกมาให้แฟนๆ ได้รับชม”

            นี่เป็นครั้งแรกที่หานรั่วซีตอบเรื่องข่าวการฆ่าตัวตายของตนคำพูดเพียงไม่กี่คำของเธอเบี่ยงประเด็นให้กลายเป็นเรื่องแรงกดดันในการทำงานแทนถึงพวกนักข่าวจะถามรายละเอียดเพิ่มเติม เธอก็ไม่ได้ตอบอะไรในเรื่องนี้อีก

            นักข่าวจึงถามเรื่องอื่นที่ตอนนี้ทุกคนกำลังให้ความสนใจ

            “รั่วซีคะ ได้ข่าวว่าช่วงนี้มีเอเจนซี่หลายเจ้ามาติดต่อคุณคุณมีแผนจะย้ายสังกัดบ้างหรือเปล่าคะ”

            “ฉันกับเครือลู่ทำงานด้วยกันมาหลายปีมีทั้งทีมงานที่คุ้นเคยและเพื่อนดีๆ หลายคน ตอนนี้ฉันยังไม่คิดจะย้ายสังกัดหรอกค่ะขอบคุณที่ทุกคนให้ความสนใจนะคะ”

            จบคำเธอก็ขึ้นรถตู้ออกจากโรงแรมไป

            ส่วนบรรยากาศด้านในห้องจัดเลี้ยงนั้นในตอนนี้ดูคึกคักยิ่งกว่าเดิมเสียอีก

            เวลานี้มีทั้งกลุ่มคนที่กำลังเต้นรำบรรดานักธุรกิจที่กำลังพูดคุยกันแต่ที่เยอะที่สุดคงเป็นพวกหนุ่มสาวที่กำลังจีบกันอยู่ในงาน

            เริ่มจากการถูกใจคนแปลกหน้าจนกระทั่งเข้าไปทักทาย ก่อนจะเริ่มพูดคุยถึงเรื่องหน้าที่การงานและงานอดิเรกท้ายที่สุดทั้งสองฝ่ายก็แลกเบอร์ติดต่อกันด้วยรอยยิ้มอย่างพอใจ

            สมัยเรียนซูเจี่ยนอันก็เคยพบเห็นภาพแบบนี้มาบ้างเธอรู้สึกว่ามันเป็นเรื่องที่สวยงาม ว่าแล้วก็กระตุกมือลู่เป๋าเหยียนเบาๆ

            “นายเคยเข้าไปจีบสาวๆ บ้างหรือเปล่า”

            ลู่เป๋าเหยียนเลิกคิ้วเล็กน้อยก่อนตอบ

            “เธอสอบปากคำฉันช้าไปหรือเปล่า”

            ซูเจี่ยนอันนิ่งไปชั่วครู่

            “ใครกำลังสอบปากคำนายกัน? ฉันก็แค่ถามว่านายเคยทำเรื่องแบบนี้บ้างไหมเสี่ยวซีชอบพูดว่า เรื่องพวกนี้จะสำเร็จหรือไม่ขึ้นอยู่กับเทคนิคของแต่ละคน”

            “เทคนิคอะไร”

            “เวลาผู้ชายจะจีบผู้หญิงต้องยิ้มอย่างสุภาพบุรุษไม่ก็ยิ้มแบบโลกสดใสเอาเป็นว่าต้องแสดงให้เห็นถึงความน่าหลงใหล ไม่ควรเข้าไปทื่อๆ ไม่ควร...”พูดจบซูเจี่ยนอันก็เริ่มรู้ตัว

            “จะมาถามฉันทำไมตกลงเคยจีบสาวบ้างหรือเปล่านายน่ะ”

            “ปกติมีแต่สาวมาจีบฉัน”ลู่เป๋าเหยียนตอบเสียงเนือย “เหมือนตอนเธอเด็กๆ ไง”

            “...”

            เอ่องั้นเขากับหานรั่วซีล่ะรู้จักกันได้ยังไง? ทำไมหานรั่วซีถึงเรียกแค่ชื่อของเขาว่าเป๋าเหยียนล่ะทั้งสองคน...ดูจะสนิทกันเป็นพิเศษ

            ส่วนเธอเป็นภรรยาเขาแท้ๆกลับเรียกเขาซะเต็มยศว่า ลู่เป๋าเหยียน

            แต่ถึงอย่างนั้นเธอก็ไม่คิดจะเรียกเขาเหมือนที่หานรั่วซีเรียกหรอกนะคนอื่นหรือพวกลูกน้องอาจจะเรียกเขาอย่างเคารพนับถือหานรั่วซีอาจจะเรียกเขาอย่างสนิทสนม แต่เธอจะเรียกเขาเต็มยศแบบนี้นี่แหละดูมีพาวเวอร์ดี เหมือนเธอกำลังประกาศให้โลกรู้ว่า ลู่เป๋าเหยียนเป็นของเธอ!

            เธอเชิดหน้าก่อนตอบ“ตอนนั้นฉันยังเป็นเด็กไม่รู้ประสีประสา แต่พอโดมาฉันก็เริ่มรู้ทันคนเลยไม่มีใครเอาเปรียบฉันได้อีก”

            มีแต่ลู่เป๋าเหยียนนี่แหละที่เอาเปรียบเธอขนาดตอนเธอยังไม่รู้จักคำว่าชอบลู่เป๋าเหยียนก็เอาเปรียบเธอด้วยการเข้ามาครอบครองพื้นที่ในหัวใจเธอไปซะอย่างนั้น

            แต่ก่อนที่ซูเจี่ยนอันจะได้จัดการเอาคืนลู่เป๋าเหยียนหางตาของเธอก็หันไปเห็นคนคุ้นเคยสองคน

            คุณผังกับคุณนายผัง

            เธอเริ่มทำงานเลี้ยงตัวเองตั้งแต่ตอนมหาวิทยาลัยปีหนึ่งด้วยการเป็นครูสอนพิเศษตามบ้าน ซึ่งผู้ว่าจ้างของเธอก็คือสองสามีภรรยาตระกูลผัง

            คุณนายผังดูแลเธอเป็นอย่างดีให้ค่าจ้างเธอสมน้ำสมเนื้อ หลังสอนเสร็จคุณนายผังก็มักจะชวนทานข้าวด้วยกันแถมยังให้คนขับรถไปส่งเธอกลับมหาวิทยาลัยอย่างปลอดภัยทุกครั้งอีกด้วย

            ตอนนั้นรูมเมทของเธอชอบพูดว่าซูเจี่ยนอันคงทำบุญมามากถึงได้ผู้ว่าจ้างดีขนาดนี้

            เธอเองก็คิดเช่นเดียวกันเธอไม่เคยลืมพวกเขาสองคนเลยถึงแม้ว่าจะขาดการติดต่อไปตั้งแต่เธอกลับมาประเทศจีนก็ตามจนกระทั่งหลังจากแต่งงานกับลู่เป๋าเหยียนเธอจึงมีโอกาสได้เจอกับพวกเขาอีกครั้งในงานปาร์ตี้ที่เธอเข้าร่วมพร้อมกับลู่เป๋าเหยียน

            นึกไม่ถึงว่าวันนี้จะได้เจอพวกเขาอีกครั้ง

            “สวัสดีค่ะคุณนายผัง”เธอเข้าไปทักทายพวกเขาด้วยรอยยิ้ม

            คุณนายผังตั้งใจเดินมาหาเธออยู่แล้วจึงยิ้มก่อนเอ่ย

            “เจี่ยนอันเจอทีไรหนูมักสวยขึ้นเสมอเลยนะ”

            ซูเจี่ยนอันยิ้มรับตามมารยาทส่วนคุณผังก็คุยกับลู่เป๋าเหยียนเรื่องทั่วไป ก่อนจะเริ่มคุยกันเรื่องธุรกิจ

            คุณนายผังอดบ่นสามีตัวเองไม่ได้

            “นี่คุณทำไมเอาแต่พูดเรื่องพวกนี้กับทุกคนที่เจอเลยล่ะเนี่ย หุ้น A หุ้น B อะไรกัน ฉันฟังไม่รู้เรื่อง หนูเจี่ยนอันก็เหมือนกัน”

            “คุณฟังไม่รู้เรื่องก็ไม่แปลก”คุณผังกล่าว“ก็เหมือนกับเวลาที่พวกผู้หญิงอย่างคุณคุยกันเรื่องกระเป๋าเรื่องเครื่องสำอางพวกผมก็ฟังไม่รู้เรื่องเหมือนกันนั่นแหละ”

            คุณนายผังถลึงตาใส่สามีของตนคุณผังจึงได้แต่ยิ้มอย่างอ่อนโยนเป็นการตอบรับ

            ซูเจี่ยนอันดึงชายเสื้อของลู่เป๋าเหยียนก่อนจะชี้นิ้วไปยังสถานที่ไม่ไกล

            “คุยกันไปก่อนนะเดี๋ยวฉันกับคุณนายผังไปคุยกันตรงนู้นแป๊บหนึ่ง”

            “อืม” ลู่เป๋าเหยียนตอบ“อย่าไปไกลล่ะ เดี๋ยวฉันไปหา”

            ซูเจี่ยนอันพยักหน้าก่อนจะจูงมือคุณนายผังให้เดินไปกับเธอ

            “ในเมื่อเราฟังไม่รู้เรื่องงั้นก็อย่าไปฟังเลยดีกว่าค่ะ”

            คุณนายผังยิ้ม “นั่นสิไม่ฟังเลยดีกว่าเนอะ ฉันเองก็อยากคุยกับเราอยู่พอดี เจี่ยนอันคุณลู่ดูแคร์เรามากกว่าที่ฉันคิดเสียอีกนะ อยู่ด้วยกันดีๆ นะจ๊ะ เขาคงทำให้เรามีความสุขได้แน่นอน”

            เท่าที่เธอรู้ลู่เป๋าเหยียนกับคุณผังไม่ได้สนิทกันมากขนาดนั้น จู่ๆ คุณนายผังมาพูดแบบนี้เธอจึงรู้สึกว่ามีอะไรแปลกๆเหมือนกับครั้งก่อนที่เธอเจอพวกเขาในงานปาร์ตี้ไม่มีผิด

            “คงรู้สึกแปลกๆ ที่จู่ๆฉันก็พูดแบบนี้สินะ” คุณนายผังยิ้ม “เรื่องบางเรื่องรอให้มีโอกาสไว้ฉันจะบอกเธอทีหลัง”

            สัญชาตญาณของเธอฟ้องว่าเรื่องที่ว่าคงเกี่ยวกับลู่เป๋าเหยียนด้วยแน่ๆเธอรู้สึกอยากรู้จนทนไม่ไหว

            “บอกฉันตอนนี้เลยไม่ได้เหรอคะ”

            คุณนายผังยิ้มอย่างเป็นปริศนา

            “ยังไม่ได้จ้ะ”

            ได้ยินเช่นนั้นซูเจี่ยนอันก็ไม่คิดจะตื๊อต่อ

            “ถงถงเป็นยังไงบ้างคะ?”

            ถงถงคือลูกชายเพียงคนเดียวของคุณนายผังเด็กชายที่เธอไปเป็นครูสอนวิชาเลขกับภาษาอังกฤษให้เขา

            “ถงถงผลการเรียนดีมากจ้ะหลังจากเธอไปเรียนต่อเมืองนอก พวกเราก็ไม่ได้จ้างใครมาสอนที่บ้านอีกเลยเขายังพูดถึงหนูอยู่บ่อยๆ เลยนะ” คุณนายผังตอบ

            ซูเจี่ยนอันนึกไม่ถึงว่าเด็กน้อยคนนั้นยังจำเธอได้

            “ไว้มีโอกาสฉันจะไปเยี่ยมนะคะ”

            “ได้สิจ๊ะ”คุณนายผังพูดอย่างยินดี “ฉันจะไม่บอกถงถงก่อน รอไว้เซอร์ไพรส์เขาดีกว่า จริงสิเรากับลู่เป๋าเหยียน...วางแผนเรื่องมีลูกกันบ้างหรือยัง”

            เอ่อ ทำไมหัวข้อสนทนากลายเป็นเรื่องมีลูกไปได้ล่ะเนี่ย?

            ซูเจี่ยนอันเริ่มหน้าแดงคุณนายผังเห็นแล้วก็รู้ทันทีว่าเธอกำลังเขิน เธอตีมือซูเจี่ยนอันเบาๆ

            “ขนาดแต่งงานแล้วยังจะเขินอีกลูกก็เหมือนนางฟ้าที่ช่วยทำให้ความสัมพันธ์ของสามีภรรยามั่นคงแถมยังช่วยเติมเต็มครอบครัวให้สมบูรณ์ขึ้นด้วยนะฉันว่าหนูกับคุณลู่ควรจะรีบมีลูกได้แล้ว”

            ซูเจี่ยนอันหน้าแดงก่ำก่อนจะได้ยินเสียงอันคุ้นเคยดังขึ้นจากด้านหลัง

            “ผมกับเจี่ยนอันกำลังวางแผนกันอยู่ครับ”ลู่เป๋าเหยียนเดินเข้ามาโอบเอวซูเจี่ยนอันอย่างเป็นธรรมชาติ

            “ไว้มีข่าวดีเมื่อไรจะรีบบอกคุณนายผังนะครับ”

            คุณนายผังได้ยินดังนั้นก็ดีใจจนเอ่ยปากชมไม่หยุดคุณผังจึงอดบ่นภรรยาตัวเองไม่ได้ว่า ทำไมถึงชอบเร่งให้คนอื่นมีลูกอยู่เรื่อยเดี๋ยวเขาเปิดสำนักงานที่ปรึกษาเรื่องการตั้งครรภ์ให้เธอเลยดีไหม

            ถึงคำพูดจะดูประชดชันแต่น้ำเสียงขอบคุณผังนั้นกลับเต็มไปด้วยความรักใคร่

            คุณนายผังได้ยินดังนั้นก็รีบตอบตกลงแถมยังชมสามีตัวเองด้วยว่าไอเดียบรรเจิดนัก

            ซูเจี่ยนอันมองตามหลังคู่สามีภรรยาที่เดินจูงมือกันออกไปแล้วอ่อนถอนใจไม่ได้

            “พวกเขารักกันดีจังในอดีตรักกันยังไง ปัจจุบันก็ยังรักกันเหมือนเดิมไม่เคยเปลี่ยน”

            “เธออิจฉา?” ลู่เป๋าเหยียนถาม

            ซูเจี่ยนอันส่ายหน้า“ก็แค่รู้สึกว่าเป็นแบบนี้ดีจัง”

            ความสัมพันธ์แบบนั้นคนอย่างเธอไม่ควรแม้แต่อิจฉา เธอแค่รู้สึกชื่นชมและแอบหวังอยู่ลึกๆ ว่าถ้าหากเป็นไปได้เธอก็อยากจะเป็นแบบนั้น

            ว่าแล้วซูเจี่ยนอันก็ฉุกคิดขึ้นมาได้ถึงคำพูดของลู่เป๋าเหยียนเมื่อครู่เลยถามเขาพลางบ่น

            “ทำไมนายไปบอกคนอื่นว่าพวกเรากำลังวางแผนมีลูกกันแบบนั้นเล่า”เขากับเธอไม่เคยพูดเรื่องนี้กันด้วยซ้ำอีกอย่างความสัมพันธ์ของพวกเธอไม่เหมือนสามีภรรยาคู่อื่นๆ สักหน่อย

            แต่ลู่เป๋าเหยียนกลับตอบอย่างไม่แยแส

            “บอกคนอื่นแบบนั้นแล้วจะเป็นยังไง”

            ซูเจี่ยนอันเบ้ปากอย่างกลุ้มใจ

            “คราวหลังถ้าคนอื่นถามฉันว่าวางแผนไปถึงไหนแล้วจะให้ฉันตอบยังไง?”

            ลู่เป๋าเหยียนเลิกคิ้วเล็กน้อยก่อนจะตอบอย่างไม่ต้องคิด

            “เธอก็ตอบพวกเขาไปสิว่าพวกเราตั้งใจจะมีลูกกันเร็วๆ นี้”

    คล้ายกับเรื่องเจ้าสาวมือใหม่แห่งสกุลลู่ ที่คุณอ่าน

    เกิดใหม่มาเป็นองค์หญิงตัวน้อยของตระกูลซู

    เกิดใหม่มาเป็นองค์หญิงตัวน้อยของตระกูลซู

    นิยาย รัก
    310K 841
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    ทะลุมิติไปเป็นฮองเฮา พร้อมระบบเชฟเทพนักปรุง [จบ]

    ทะลุมิติไปเป็นฮองเฮา พร้อมระบบเชฟเทพนักปรุง [จบ]

    นิยาย รัก
    615K 1801
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    ความโปรดปรานที่ไม่มีใครเทียบ นางสนมแพทย์คนสวยของขุนนางหลวง [แปลจบแล้ว]

    ความโปรดปรานที่ไม่มีใครเทียบ นางสนมแพทย์คนสวยของขุนนางหลวง [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    169K 382
    บันทึกราชันย์เทพอสูร

    บันทึกราชันย์เทพอสูร

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    2.52M 508
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    ตื๊อรักแพทย์หญิง ฉบับท่านอ๋อง [แปลจบแล้ว]

    ตื๊อรักแพทย์หญิง ฉบับท่านอ๋อง [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    485K 891
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    อลวนรักหมอหญิงชิงลั่ว (จบ)

    อลวนรักหมอหญิงชิงลั่ว (จบ)

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    213K 1367