ตอนที่ 9 ผู้ใหญ่บ้านมาแล้ว (1)
ป้าจางถกกระโปรงผ้าหยาบสีดำขึ้น จากนั้นม้วนกางเกงด้านในตรวจดู บริเวณน่องช้ำเขียวปื้นใหญ่
ชาวบ้านพากันไม่พอใจแทนป้าจาง ต่างเรียกร้องให้เว่ยซื่อชดเชยค่ายาค่าหมอ
เว่ยซื่อไหนเลยจะยอมจ่ายเงินค่ายาค่าหมอให้ศัตรูคู่อาฆาตของตนจึงเอ่ยอย่างโมโห “ข้าไม่ได้คิดจะเตะนาง เป็นางที่ถ่อเข้ามาขวางข้าไว้เอง ข้าถึงได้เตะพลาด!”
ไฉ่เวยร้องไห้เอ่ย “เห็นชัดๆ ว่าท่านย่าแค้นที่ป้าจางเข้ามาขวางไม่ให้ท่านย่าทุบตีแม่ข้า ท่านจึงโมโหนัก ถึงได้จงใจเตะป้าจางครั้งหนึ่ง! หากไม่ได้ตั้งใจ ท่านย่าจะแกล้งทำเป็ล้มทำไม คิดจะเอาคืนป้าจางไม่ใช่หรือ!”
กลุ่มคนพากันต่อว่าทวงถามเว่ยซื่อ
เว่ยซื่อกำลังสงสัยว่าอะไรกระเด็นมาโดนตน ทั้งๆ ที่ไม่เจ็บ ทำไมตัวเองถึงล้มลงกับพื้น พอนางได้ยินคำพูดของชาวบ้านก็รีบเร่งอธิบาย “ถึงข้าจะล้มลงกับพื้น แต่ข้าไม่ได้โยนความผิดให้ป้าจางเลยนะ พวกเ้ามีสิทธิ์อะไรมาบอกว่าข้าโยนความผิดใส่นาง!”
ป้าจางเอ่ยเสียงเย็น “ใช่ว่าเ้าไม่คิดจะโยนความผิด แต่เพราะมีดวงตาตั้งมากมายมองอยู่ เ้าก็เลยโยนความผิดให้ข้าไม่ได้!” นางจ้องเว่ยซื่อ “เ้าไม่อยากจ่ายเงินชดเชยใช่หรือไม่ เช่นนั้นก็ให้ข้าเตะเ้ากลับหนหนึ่งก็พอ!”
เว่ยซื่อได้ยินดังนั้น สีหน้าพลันเปลี่ยนเป็เขียวคล้ำ กลุ่มคนพากันถาม “เว่ยซื่อ เ้าเต็มใจชดเชยเงินหรือเต็มใจจะถูกเตะเท้าหนึ่ง”
ต่อให้เว่ยซื่อจะตระหนี่ขนาดไหนก็ไม่มีทางยอมให้ตัวเองต้องเจ็บตัวแน่ จึงเอ่ยแถด้วยท่าทางโกรธขึ้ง “แค่แผลช้ำถลอกเท่านั้น ต้องให้เงินชดเชยเสียที่ไหน”
ป้าจางเอ่ยเสียงเหี้ยม “แค่แผลช้ำถลอกหรือ แผลช้ำถลอกก็ไม่เรียกว่าาเ็หรือ อีกอย่างทำไมข้าต้องถูกเ้าเตะเปล่าๆ ด้วย เื่นี้ต้องคุยกันให้รู้เื่!”
ชาวบ้านเห็นเว่ยซื่อทำร้ายคนแล้วยังอวดดีเช่นนี้ก็พากันโมโหนัก ต่างออกเสียงสนับสนุนป้าจาง ตอนนี้ไม่ใช่แค่เื่ในบ้านของเว่ยซื่อแล้ว แต่เป็ความขัดแย้งระหว่างเว่ยซื่อกับป้าจาง คนในหมู่บ้านสามารถยุ่งเกี่ยวได้ อีกอย่างเว่ยซื่อไม่เคยสร้างชื่อเสียงดีๆ ไว้ มักอ้างบุตรชายคนรองที่เป็ขุนนางปลายแถวขั้นเก้าก็ทำตัวอวดดีในหมู่บ้าน ไม่มีใครชอบนาง ตอนนี้จึงใช้เื่ที่ป้าจางถูกนางเตะมาจัดการนางไปพร้อมกัน!
เถียนจยาผิงอยู่ในบ้านเห็นเข้าก็คิดจะไปดึงเว่ยซื่อออกมาจากกระแสคลื่นความเกลียดชังที่โถมซัด
ผู้เฒ่าเถียนตวาดเสียงหนึ่ง “หยุดเท้า! ห้ามไป!”
เถียนจยาผิงมองผู้เฒ่าเถียนอย่างประหลาดใจ เอ่ยถามอย่างไม่เข้าใจ “ทำไมถึงไปไม่ได้”
“ขอเพียงพวกเราไม่ออกหน้า ต่อให้มารดา ภรรยาและน้องสะใภ้เ้าทั้งสามคนจะมีปัญหากับหลินซื่อแม่ลูกรุนแรงอย่างไร มันก็เป็แค่ความไม่ลงรอยระหว่างฝ่ายหญิงในครอบครัว เื่แบบนี้ธรรมดามาก ไม่ถือว่าเป็เื่น่าอายอะไร ต่อให้ผู้ใหญ่บ้านกล่าวโทษเพราะเื่นี้ ข้ายังพอออกแรงบากหน้า ยอมรับว่าข้าไม่อบรมสตรีในบ้านให้ดี แบบนี้ก็จะทำให้เื่ใหญ่กลายเป็เื่เล็ก แล้วก็สลายหายไป
แต่หากพวกเราออกไปพาตัวมารดา ภรรยาและน้องสะใภ้เ้ากลับมา ก็เท่ากับเป็การชี้ชัดว่าพวกเราเกี่ยวข้องกับความขัดแย้งของพวกสตรีด้วย รอผู้ใหญ่บ้านสืบสวนแล้ว จะต้องคิดว่าหลินซื่อสามแม่ลูกถูกรังแกข่มเหงอยู่ในบ้านพวกเรา ความผิดนี้หนักหนานัก จะต้องถูกโบยตีและจ่ายค่าปรับเป็แน่”
เถียนจยาผิงได้ฟัง แม้จะเป็ห่วงเว่ยซื่อ แต่ก็ไม่กล้าทำอะไรส่งเดช
พวกชาวบ้านเห็นหลินซื่อสลบไม่ยอมตื่น กอปรกับที่ไฉ่เวยสองพี่น้องร้องไห้อย่างอเนจอนาถจึงไปตามหมอ บางส่วนไปหาผู้ใหญ่บ้าน ที่เหลือไปล้อมหลินซื่อที่กำลังคุกเข่าไว้ แล้วเอ่ยกับเถียนไฉ่เวยสองพี่น้อง “เด็กดี ไม่ต้องร้องแล้ว ไหนบอกพวกเราซิว่า ครั้งนี้ท่านย่า อาสะใภ้ใหญ่ และอาสะใภ้สามของเ้าทุบตีพวกเ้าสามคนแม่ลูกทำไม”
เถียนไฉ่เวยร้องไห้ดุจสายน้ำ สะอึกสะอื้นพลางเล่าเื่ที่ประสบรอบหนึ่ง
พวกชาวบ้านพากันคับแค้นใจ ต่างต่อว่าต่อขานพวกเว่ยซื่อแม่สามีลูกสะใภ้